บทที่ หนึ่ง
ณเทศกาลชมจันทร์
งานสังสรรค์ของเทพเซียนที่ทุกปีจะนำแก้วผลึกสังสรรค์ออกมาล้อแสงจันทร์เพื่อให้เกิดปรากฏการแสงจากภพ์ส่องลงไปที่โลกมนุษย์เพื่อเป็การแสดงถึงความผาสุกอุดมสมบูรณ์ของปีนั้นๆ
เทพเซียนน้อยใหญ่ต่างมาเข้าร่วมงานั้แ่เซียนชั้นสูงผู้อยู่ในทำเนียบโองการ์จนมาถึงเซียนเล็กๆ ไร้สมญา
‘ลู่อิงิ’เซียนชั้นผู้น้อยอย่างนางก็มาร่วมงานนี้ทุกปีปกตินางมักจะเก็บตัวแต่งานเลี้ยงครึกครื้นเช่นนี้ก็ไม่ได้มาบ่อยๆแต่งานนี้นางชอบเป็พิเศษ และเช่นกันหากไม่ใช่งานเช่นนี้นางแทบไม่มีตัวตนบน์ชีวิตการเป็เซียนช่างจืดชืด หน้าที่ไม่มีสมญาก็ว่างเปล่า
“เสี่ยวอิง”ขณะที่เหม่อมองออกไปไกลนางถูกเรียกจากนางฟ้าเซียนผู้มีหน้าที่ถักทอผืนฟ้า
“เ้าคะ?”
“เ้าเป็เช่นไรบ้างข้าแทบไม่เห็นเ้าเลย ไปบำเพ็ญเพียรมาหรือไร”
นางน่าจะหายไปนานจริงๆอย่างที่ว่าถ้าไม่มีงานเลี้ยงนางก็จะเก็บตัวอยู่ที่สวนสระสุดขอบ์ไม่ไปไหนมาไหนทั้งหลายปีมานี้ก็ไม่ได้ไปมาหาสู่อีกฝ่ายมากนักหลังจากเหตุการณ์นั้นไม่แปลกที่ใครๆ ก็คิดว่านางไม่อยู่์ ทั้งที่จริงก็แค่กินนอนอยู่เป็นิจไม่สนใจความเป็ไปทั้งสามภพ
“เปล่าเ้าค่ะข้าไม่ได้ไปไหน ก็อยู่แค่ที่สวนสระ”
“ยังอยู่ที่นั่นหรือไม่ไปหาตำหนักอยู่ ขึ้น์มาก็นานแล้ว” เซียนอื่นๆถ้าขึ้น์มาก็มักจะมีตำหนักรออยู่แล้วเพราะบุญบารมีสั่งสม แต่ไม่ใช่กับนางนางเป็เซียนอย่างไม่รู้ตัวจึงไม่มีตำหนักอยู่อาศัยแค่สวนสระและกระท่อมไม้อาศัยเรื่อยมาเท่านั้น
“ข้าสบายดีท่านพี่รุ่ยเซียงอย่ากังวลเลย” นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มไม่้าให้นางฟ้าเซียนผู้นี้วิตก
“งั้นหรือแต่ถ้าเ้าว่างก็แวะมาหาข้าบ้างก็ได้” นางฟ้าเซียนผู้นี้เอ็นดูและเห็นใจนางั้แ่ขึ้น์มาใหม่ๆทั้งที่แทบไม่มีใครรู้จักลู่อิงิ แต่ก็มีรุ่ยเซียงมาพูดคุยบางเวลาแก้เหงาทั้งช่วยเหลือมาั้แ่สมัยแรกๆ
“ได้เ้าค่ะไว้ข้าจะไปหาท่านพี่รุ่ยเซียงบ้างนะ”
“ดีแล้วหรือถ้าเ้าไปบำเพ็ญเพียรก็ยิ่งดี ลองคิดดู” รุ่ยเซียงหมายถึงการที่เซียนจะลงไปช่วยเหลืุ์เพื่อให้ได้รับการกราบไหว้แล้วจะช่วยเพิ่มบารมี และเช่นนั้นจะทำให้มีพื้นที่และหน้าตาบน์มากขึ้นไม่ไร้ตัวตนเช่นนาง
“คงมีสักวันเ้าค่ะ”นางกล่าวอย่างอายๆเพราะก็ั้แ่เป็เซียนมานางไม่เคยทำอะไรเช่นนั้นถึงจะเบื่อหน่ายบ้างแต่นางอาจจะติดรักสบายให้เสียแล้ว
“อืมเช่นนั้นข้าขอตัว ต้องรีบนำแก้วผลึกสังสรรค์ไปเก็บ แล้วต้องรีบไปทอผืนฟ้าต่อ”รุ่ยเซียงกล่าวลาเซียนน้อย
ลู่อิงิก้มมองแก้วผลึกที่นางฟ้าเซียนเอ่ยถึงพลันคิดบางอย่างขึ้นมาได้“ให้ข้าช่วยไหมเ้าคะท่านพี่รุ่ยเซียงจะไปไม่ต้องอ้อมไปไกลระหว่างขากลับสวนสระก็ผ่านที่เก็บเแก้วผลึกพอดี”นางเอ่ยปากอยากช่วยเหลือ
“งั้นหรือเ้าเต็มใจใช่ไหม เช่นนั้นข้าขอไหว้วานเ้าหน่อย”นางฟ้าเซียนผู้งดงามก็ยอมรับการช่วยเหลือจากอีกฝ่าย รุ่ยเซียงที่รับแก้วผลึกจากเทพผู้ทำหน้าที่ล่อแก้วมาไว้ก่อนแล้วจึงส่งมันให้กลับเซียนผู้น้อยในอาภรณ์สีเขียวเข้มตัดกับที่ขาวสะอาด
“ท่านพี่รุ่ยเซียงอย่าห่วงข้าจะนำไปเก็บให้เรียบร้อย” เซียนผู้น้อยกล่าวก่อนจะนำของในมือออกจากงานสังสรรค์ไป
เมื่อลู่อิงิมาถึงตำหนักที่ใช้เก็บแก้วผลึกสังสรรค์ผ่านนายทวารผู้เฝ้าก็ให้เข้ามาอย่างง่ายดายเพราะมีหน้าที่นำของสำคัญมาเก็บทั้งที่ปกติแล้วชนชั้นลำดับของนางไม่มีทางเข้ามาที่นี่ได้เลย
เมื่อมาถึงตำหนักด้านในนางเดินมาถึงแท่นที่ใช้วางแก้วผลึกแต่ระหว่างนำของสำคัญวางเก็บที่และก่อนที่กำลังจะคลุมด้วยครอบนางก็เกิดคิดอะไรขึ้นมาได้
‘อยากเห็นใกล้ๆ’แก้วผลึกที่ใช้ล้อแสงจันทร์จนเกิดแสงส่องถึงพื้นพิภพเบื้องล่างมันเป็ยังไงกันนะ
เซียนน้อยที่เกิดความฉงนก็หยุดมือที่จะครอบปิดกลับนำที่ครอบไปวางไปข้างๆ แท่น สองมือพลางยกแก้วผลึกสังสรรค์ขึ้นมาดู
“งามนัก”ลู่อิงิหลุดปากอย่างเผลอไผลเมื่อได้มองของในมืออย่างชัดเจนแก้วผลึกเนื้อลื่นเงา ด้านในมีประกายระยิบที่นางก็ไม่อาจจะอธิบายได้ว่าคืออะไรเหมือนเกิดจากการรับแสงจันทร์เข้าไปหรือถึงมีสีสวยขนาดนี้ ได้ยินมาว่านอกจากจะสวยงามแล้วแก้วผลึกยังมีพลังวิเศษแต่นางก็ไม่รู้ว่าทำหน้าที่อย่างไรมือเล็กยกผลึกหันส่องกับแสงจันทร์ที่สาดมาทางหน้าต่างหวังจะเห็นให้ชัดขึ้นแต่อยู่ๆ แสงที่สว่างจ้าก็ทำเธอตาพร่าถึงกับหลับตาหนี
แต่ความมืดไม่ใช่สิ่งที่ััได้ทั้งที่ปิดตาอยู่ตัวนางก็ไม่เข้าใจว่าทั้งที่ปิดตาอยู่ทำไมถึงยังเห็นบางสิ่งสิ่งนั้นเป็เื้ัของชายผู้หนึ่งทรุดตัวลงที่พื้นเหมือนว่าเขาจะประคองบางอยู่
ลู่อิงิพยายามเดินเข้าไปมองให้ชัดขึ้นจากที่เห็นเพียงชายร่างสูงไหล่กว้างในอาภรณ์สีดำสนิทแต่ก็ไม่ทันเพียงไม่กี่ก้าวภาพทุกอย่างค่อยๆ เลือนรางและหายไป
นางพลันได้สติลืมตาขึ้นมองรอบห้องสิ่งนั้นเป็นิมิตหรือ? แต่นิมิตนั้นก็หายไปแล้วลู่อิงิกลับมามองแก้วผลึกในมืออีกครั้งหวังจะได้เห็นนิมิตต่อแต่ก็พบว่า ‘แก้วผลึกสังสรรค์หายไปจากมือ!’
หายไปไหนนะเมื่อกี้นางต้องเผลอปล่อยหลุดมือตอนมีแสงจ้าปรากฏออกมาแน่ๆเซียนตัวน้อยจึงรีบก้มลงหาทันที เพราะถ้าหายไปเป็เื่ใหญ่แน่แต่เพียงไม่นานนางก็หาเจอหรือความจริงนางแทบไม่ต้องหาเพราะมันหล่นอยู่ไม่ห่างจากปลายเท้าเท่าไร
“เดี๋ยวก่อนทำไมเป็เช่นนี้”นิ้วเรียวขาวเนียนหยิบสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าขึ้นมา สิ่งนี้ไม่ใช่แก้วผลึกทรงกลมเกลี้ยงอีกต่อไปมันแตกกระจายเป็เสี้ยวๆ เสียแล้ว
ลู่อิงิจึงพยายามนำเศษที่หยิบได้ขึ้นมาต่อติดเข้าหากันอย่างมีความหวังหากแต่จนหมดทุกชิ้นที่พบเจอแล้วก็ยังไม่เต็มผลึกอยู่ดี “ที่เหลือหายไปไหน?”
นางไม่รู้จะทำเช่นไรแล้วถ้าหายไปนางแย่แน่ไม่รู้จะโดนลงโทษอย่างไรบ้างของล้ำค่าเช่นนี้เซียนไร้ฐานะเช่นนางไม่รู้จะชดใช้อย่างไรหมดต่อให้ถูกขับไล่จาก์ก็ตามที มีแต่ต้องหามาใส่กลับคืนต้องรวบรวมมาให้ครบแล้วประกอบใหม่มีแต่วิธีนี้เท่านั้น
อีกอย่างแก้วผลึกสังสรรค์ใช้เพียงปีละครั้งหากนางหามาได้ครบทันในหนึ่งปีก็ไม่มีใครรู้แล้ว “หวังว่าคงไม่ไปไกลหรอกนะ”เสียงเบาๆ เอ่ยกระซิบปลอบโยนตัวเอง
ลู่อิงิจึงแอบนำแก้วผลึกที่เหลือใส่ในถุงหอมที่ห้อยอยู่ที่ข้างเอวแล้วเดินออกมาจากตำหนักนายทวารก็ไม่สนใจนางสักนิด เหมือนไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นด้านใน ก่อนจะเหาะกลับไปที่สวนสระกระท่อมไม้หลังเล็กของนางเพื่อตั้งหลักว่าควรทำเช่นไรต่อ
เมื่อเซียนปลายแถวผู้อาศัยอยู่สุดขอบ์กลับมาถึงที่พักตนเองสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ ก็บินมาเกาะไหล่ทันที มันคือนกเย่ยิง[1]เ้านกตัวอ้วนท้องเหลืองแสนรู้ของนางที่บังเอิญเจอในสวนสระแห่งนี้ ลู่อิงิเก็บมาเลี้ยงั้แ่ยังตัวน้อยๆชื่อหวงอวิ๋นแต่นางมักจะเรียกว่าอินอินจนพอโตขึ้นมาก็ยังไม่จากไปทั้งยังเกาะติดนางแทบตลอดเวลา
“อินอินข้าไปก่อเื่เข้าแล้วสิ”นางเอ่ยพลางลูบหัวนกตัวน้อยเบาๆ ด้วยปลายนิ้วจากนั้นจึงเดินเข้าไปในกระท่อมเล็ก
เมื่อได้นั่งพักแล้วลู่อิงิจึงหยิบแก้วผลึกที่ตอนนี้ไร้แววระยิบระยับเช่นก่อนหน้าออกมาส่องดูอีกครั้งอินอินสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่เกาะอยู่ที่ไหล่เหมือนสงสัยในสิ่งของชิ้นนี้ก็เอียงคอไปมาอย่างฉงน
“ตอนนี้มันแตกกระจายหมดความงามกลายเป็เหมือนหินแก้วธรรมดาน่ะอินอินแต่ตอนที่ข้านำแต่ละชิ้นมาประกอบใหม่มันส่องแสงรับกันคล้ายร้องรับแต่ละส่วนไม่แน่ถ้าเกิดอยู่ใกล้กันอาจจะส่องแสงเรียกกันก็ได้ เช่นนั้นคงหาง่ายขึ้น”ลู่อิงิเอ่ยเล่าเื่กับเพื่อนหนึ่งเดียวของนางเป็แดน์
เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องสำรวจทั่วแดน์เสียแล้วหวังว่าจะไม่มีใครเจอไปก่อนนางก็พอ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างสงบสุข
วันต่อมาลู่อิงิออกจากสวนสระั้แ่แสงอาทิตย์ยังไม่ทันแตะพื้นโลกแม้กระทั่งอินอินยังไม่ได้ร้องขานบอกเวลารุ่งเช้าด้วยซ้ำนางเหาะไปทั่วพร้อมคอยเปิดถุงหอมดูเป็ระยะเผื่อแก้วผลึกจะเรียกหากัน
“เสี่ยวอิง”แต่ระหว่างที่เหาะไปทั่วท้องนภาเสียงนางฟ้าเซียนรุ่ยเซียงก็เอ่ยเรียกเซียนน้อยที่กำลังผ่านตำหนักไปอย่างเร็วรี่เสียก่อนทำให้ลู่อิงิต้องชะงักแล้วย้อนกลับมาหานาง
“คารวะท่านพี่รุ่ยเซียง”
“ไปไหนงั้นหรือไม่ค่อยเห็นเ้าออกมาเช่นนี้แต่เช้าตรู่” นางฟ้าเซียนเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล
“ข้าเออ..”เวลานี้นางจะไปหาที่ไหนได้จะไปหาเซียนคนไหนสักคนก็ไม่ได้อีกก็นางไม่รู้จักสนิทกับเซียนผู้อื่นเลยก็มีแต่รุ่ยเซียงนี่แหละที่นางพอสนทนาด้วยได้“ก็..มาหาท่านพี่เ้าค่ะข้าคิดว่าท่านอยู่ที่ตำหนักทอผืนฟ้า”
“งั้นหรือข้ากำลังจะไปพอดี โชคดีนักที่เจอก่อน” นางฟ้าเซียนชุดผ้าอ่อนพลิ้วสีชมพูอมส้มก้าวมายืนเคียงข้างลู่อิงิแล้วกล่าวต่อ“งั้นไปพร้อมกันเถิด”
สองเซียนเหาะข้ามแดน์ผ่านตำหนักแล้วตำหนักเล่าไปด้วยกันระหว่างทางลู่อิงิก็แอบมองในถุงหอมเป็บางจังหวะแต่แก้วก็ไม่ขึ้นสีใดๆมืดทึบอยู่ตลอดจนมาถึงตำหนักที่นางฟ้าเซียนรุ่ยเซียงใช้ทอผืนฟ้า
“เมื่อคืนเ้าเก็บแก้วผลึกเรียบร้อยดีนะเสี่ยวอิง”อยู่ๆ รุ่ยเซียงก็ชวนเซียนน้อยข้างกายพูดคุย
“อ่า..เ้าค่ะเรียบร้อยดีเ้าค่ะ” นางจำต้องยอมโกหกไปก่อนแต่ถ้าเจอเสี้ยวทั้งหมดประกอบให้ขึ้นรูปก็เท่ากับเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นอยู่แล้วคงไม่นับว่าผิดนักหรอก
“เสี่ยวอิงของข้าน่ารักนัก”เซียนผู้พี่เอ่ยชมเซียนน้อยที่นางเอ็นดู “แล้วได้เห็นดาวตกไหมไม่รู้มาจากไหนสวยมากทีเดียว”
“หะ?..มีด้วยหรือเ้าคะ เมื่อไรหรือ?”สิ่งนี้นางน่าจะพลาดไป ทั้งคืนไม่เห็นมีดาวอะไรตกเลยสักดวง
“ไม่เห็นหรือเสียดายแทนเ้านัก หลังเลิกงานเลี้ยงน่าจะ่ที่เ้านำแก้วผลึกไปเก็บ”่ที่นางนำแก้วผลึกไปเก็บมีดาวตกงั้นหรือ?ในใจรู้สึกว่าชักจะน่าจะมีเื่แปลกๆ เกิดขึ้นเสียแล้วปกติดาวตกไม่ได้มีบ่อยมันประจวบเหมาะเกินไปหรือไม่
“เยอะไหมเ้าคะ?”
“ข้าก็ไม่แน่ใจเท่าไรแต่มาเป็กลุ่มงดงามนัก คงเป็ลางดีมีดาวตกหลังงานบนแดน์”ยิ่งฟังก็รู้สึกว่าใช้แน่ๆที่แก้วผลึกไม่เรืองแสงแม้สักนิดตอนเหาะทั่ว์ เพราะมันถูกพัดไปโลกมนุษย์ช่างทำให้เป็เื่ใหญ่เสียจริง ลู่อิงิน้ำตาไหลอยู่ในอก
“เศษดาวพวกนั้นจะตกลงที่โลกสินะเ้าคะ”
“น่าจะเช่นนั้น”
ประโยคเดียวของนางฟ้าเซียนเห็นทีนางต้องกลับลงไปโลกมนุษย์เสียแล้วหลังจากขึ้นมาเป็เซียนลู่อิงิก็ไม่ได้กลับลงไปเลยเห็นอาจจะเกือบร้อยปีแล้วกะมั้ง ช่างนานเหลือเกิน
“ท่านพี่รุ่ยเซียงเช่นนั้นข้าว่าจะลงไปโลกมนุษย์สักหนึ่งปีเพื่อบำเพ็ญเพียรเสียหน่อยวันนี้ข้าเลยตั้งใจจะมาบอกลาท่าน” ลู่อิงิตัดสินลานางฟ้าเซียนผู้คอยดูแลนางมาหลายปีส่วนเื่บำเพ็ญเพียรถ้าทำได้ก็ดีแต่จุดประสงค์หลักคือรวบรวมแก้วผลึกหนึ่งปีหวังว่านางจะรวบรวมทันแล้วนำมาเก็บไม่ก่อเกิดปัญหาเสียก่อน
“ดีนักเสี่ยวอิง”รุ่ยเซียงยิ้มแย้มตอบรับความคิดนั้นเพราะนางอยากให้เซียนน้อยตนนี้มีบารมีขึ้นบ้างจะได้ไม่ต้องอยู่ที่สวนสระอีกต่อไปบางทีจะได้มีเซียนผู้อื่นเป็สหายด้วย “แล้วเ้าจะไปเมื่อไรล่ะ”
“ข้าว่าจะไปพรุ่งนี้เลยเ้าค่ะ”
นั้นเพราะเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีนานไปเวลาเหลือไม่มาก เพราะถ้าถูกพัดกระจัดกระจายไปถึงโลกได้ก็ไปภพปีศาจได้เช่นกัน แต่ขออย่าให้ไปไกลถึงนั้นเลยเพราะนางไม่มีเวลาไปเสี่ยงและที่สำคัญนางเป็เซียนปลายแถวให้กำราบพวกปีศาจนางไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้
หลังบอกลานางฟ้าเซียนลู่อิงิก็ตรงกลับกระท่อมน้อยและเตรียมตัวจากไปสักพักโดยไม่ลืมบอกว่าเ้านกแสนรู้เสียก่อนด้วย
“ข้าคงไม่อยู่สักพักนะไม่รู้จะเจออะไรบ้าง คงพาเ้าไปด้วยไมได้” เ้านกน้อยก็คล้ายรู้ความบินไปมาอยู่รอบตัวก่อนจะใช้จะงอยปากคาบปลายแขนเสื้อขึ้น
“ไม่เอาสิมันอันตรายนะ โลกมนุษย์น่ะไม่เหมือนที่นี่หรอกนะ”เซียนน้อยทำเสียงเข้มแล้วชี้นิ้วบอกให้หวงอวิ๋นหยุดเ้านกก็ยอมปล่อยปลายเสื้อแต่โดยดีแล้วมาเกาะที่นิ้วเรียวของเซียนสาวแทน
“น่ารักมากไว้ข้าจะรีบกลับมา ไม่รู้ว่าตอนนั้นจะยังจำข้าได้ไหม”เอ่ยไปก็ลูบเ้าตัวน้อยไปด้วยเ้านกแสนรู้ได้ยินก็ร้องรับทันทีหากให้ลู่อิงิแปลภาษานกได้แบบตามฉบับตัวเองขอแปลสิ่งที่อินอินร้องคือ ‘ไม่มีทางลืมแน่นอน’
[1] นกไนติงเกล
------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะรีดเดอร์ทุกคนนนน ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ไม่รู้ท่านเซียนน้อยคนนี้จะซนขนาดไหน
ติชมคอมเมนท์ ส่งใจ ได้หมดเลยค่ะ นข.รับกำลังทุกรูปแบบค่ะ เลิฟรีดเดอร์ทุกคนค่า