09.00 น. ปี อ.ท.2022
อุทยานแห่งชาติกรีนไฮ ราชอาณาจักรไซแอน
ภายใต้ท้องฟ้าสีครามกระจ่าง ก้อนเมฆสีขาวลอยฟูฟ่องเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า
ลมเย็นๆพัดพายอดหญ้าสีเขียวอ่อนพริ้วไสวไปตามแรงราวกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทร
พิราบเทาอวบอ้วนตัวหนึ่งบินโผลงมาเกาะยังกิ่งเล็กๆของต้นชมพู่ใหญ่ซึ่งขึ้นอยู่บนหน้าผา
ผลชมพู่สุกเต็มต้น ไหนจะหนอนแมลงหวี่อีกจำนวนมหาศาล มีหรือที่เ้านกอ้วนจะทนไหว
มันจิกกินผลไม้และหนอนด้านในอย่างเอร็ดอร่อย (ผลชมพู่ตามธรรมชาติถ้าไม่ฉีดยาก็จะมีหนอนแมลงหวี่ทั้งนั้น)
เมื่อท้องอิ่มระบบขับถ่ายก็เริ่มทำงาน
อุจจาระกองใหญ่เหม็นคละคลุ้งเริ่มถูกผลักดันออกมาจากรูก้นอันนุ่มนิ่มน่ารัก
สุดท้ายก็ตกลงมายังเบื้องล่างตามกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน
แหมะ
ขี้นกโสโครกตกลงมาใส่หน้าผากของมนุษย์คนหนึ่งอย่างพอดิบพอดี
แต่นับว่ายังมีบุญอยู่บ้างที่ไม่เข้าปาก
หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุข้ามเวลามา เฟรีสก็สลบไสลไม่ได้สติและนอนแผ่หราอยู่ตรงโคนต้นไม้มาตลอดทั้งคืน
แน่นอนว่าแค่ขี้นกเหม็นๆกองเดียวย่อมไม่อาจทำให้เขาฟื้นคืนสติได้
ทว่า ต้นชมพู่สูงใหญ่ซึ่งมีผลดกถึงเพียงนี้จะมีแต่นกมากินได้อย่างไร? บรรดาลิงกังทั้งหลายต่างก็เล็งมันไว้ตั้งนานแล้ว
ทันทีที่ฝูงมาถึง เ้าพวกลิงทะโมนก็พากันปีนป่ายเด็ดกินลูกชมพู่กันอย่างมูมมาม ไม่มีตัวใดสนใจมนุษย์ตรงโคนต้นเลยแม้แต่น้อย
แต่แล้วขณะนั้นเองก็มีลิงหนุ่มใหญ่ขนดกดำสลวยตัวหนึ่ง เพื่อที่จะอวดลิงสาวหุ่นเซ็กซี่ตรงหน้า
ลิงหนุ่มกลัดมันจึงต้องแสดงพละกำลังอันล้นเหลือให้เ้าหล่อนได้เห็น
ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการโชว์มัดกล้ามและพละกำลังอันแข็งแกร่งของตนเอง
เ้าลิงหื่นจึงเขย่ากิ่งไม้ขนาดย่อมโยกไปโยกมาอย่างรุนแรงเพื่อทำการโชว์เต็มที่
เมื่อเห็นแววตาเปล่งประกายลุ่มหลงของสาวเ้า ลิงหื่นก็ราวกับได้ยากระตุ้นกาม
มันเขย่ากิ่งไม้แรงขึ้นและแรงขึ้น ทำให้ผลชมพู่มากมายร่วงหล่นลงมาใส่ศีรษะของผู้ที่อยู่ตรงโคนต้นแบบเต็มๆ
เขาจะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามันไม่มีกิ่งไม้ใหญ่ๆแถมลงมากระแทกหัวด้วย
โชคดีไปที่เฟรีสเป็คนหัวแข็ง
"&*^%!!!"
หลังจากโดนกิ่งไม้อันที่สองกระแทกดั้งจมูก เด็กน้อยก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำสบถไม่เป็ภาษา จากนั้นก็เริ่มสำรวจเนื้อตัวของตนเอง
ดวงตาของเขายังคงพร่ามัวอยู่มากจากผลกระทบของอุบัติเหตุ เฟรีสจึงใช้วิธีคลำไปตามอวัยวะต่างๆแทน
"เฮ้อ โชคดีจริงๆที่ไม่ได้กลายเป็ก้อนขี้ ถ้าเป็แบบนั้นก็ขอตายดีกว่า"
เขาพึมพำเบาๆและถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ทันใดก็นึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมาได้
เมื่อกี้เขาเพิ่งจับโดนิัของตัวเอง! ก่อนจะมาสวมนาโนสูทไว้ไม่ใช่หรือไงกัน
"เฮ้ย สูทล่ะ!"
เฟรีสอุทานลั่นเมื่อพบว่าตัวเองเปลือยล่อนจ้อนอยู่
"พวกแกขโมยไปหรอ"
เขาตวาดเสียงดังทั้งที่ยังนอนแผ่หรา สายตาที่เริ่มมองเห็นใกล้ๆได้บ้างแล้วจับจ้องไปยังฝูงลิงทะโมนบนต้นไม้
ทันทีที่ััได้ถึงแรงอาฆาตบวกกับเสียงตวาดดังลั่น เหล่าวานรก็แตกกระเจิงหนีกันไปกันคนละทิศละทาง
ยกเว้น เ้าทะโมนสองตัวที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่ พวกมันยอมตายได้!
"ไม่ใช่พวกลิง สูทเราไม่ได้ถอดง่ายแบบนั้น" เฟรีสพึมพำกับตัวเอง เพราะสูทของเขาค่อนข้างซับซ้อน
การถอดมันออกต้องปลดล็อกหลายขั้นตอน พวกลิงไม่มีทางทำได้เด็ดขาด
"เ้าหนู อย่าขยับนะ"
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงผู้ชายะโลั่น
เมื่อใช้สายตาพร่ามัวมองตามต้นเสียงไปก็พบกับเงารางๆของกลุ่มคนจำนวนมาก
ชายหนุ่มตื่นตัวทันที เตรียมจะลุกขึ้นยืน
"เด็กน้อยอย่าขยับ! พวกพี่กำลังหาทางช่วยอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ" คราวนี้เป็เสียงของผู้หญิงะโมาบ้าง
เมื่อได้ยินคำว่า "ช่วย" เฟรีสก็มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าคนพวกนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่เขายังคงสับสนคำว่าเด็กน้อยอยู่
"หรือว่า...."
เขาพึมพำเบาๆพร้อมกับมองไปที่แขนอันเปลือยเปล่า เนื่องจากสายตาเริ่มคืนสภาพแล้ว เฟรีสจึงเห็นมือเล็กๆของตนอย่างชัดเจน
"กลายเป็เด็กไปแล้ว!" เขาอุทานดังลั่น
เอี๊ยด อ๊าด
ในขณะที่เด็กน้อยกำลังนิ่งอึ้งอยู่นั้นเอง เสียงขย่มกันเหนือหัวก็ได้ดังขึ้น
เจี๊ยกๆ จุ๊บๆ
เป็ไอ้ลิงหื่นสองตัวนั่นที่กำลังเริ่มกิจกรรมรักรอบที่สอง กิ่งชมพู่ที่ไหวขึ้นไหวลงทำให้ผลไม้น้อยใหญ่เริ่มร่วงลงมา
ปั่กๆๆ
เมื่อโดนผลชมพู่และกิ่งไม้มากมายร่วงกราวลงมาใส่หัวอีกครั้ง เฟรีสก็เริ่มจะโมโห
ทำไมมันต้องมาทำกันเหนือหัวเขาด้วยวะเนี่ย สงสัยต้องสั่งสอนซะบ้างแล้ว
แกร่กๆ
แต่ยังไม่ทันทำอะไร เด็กน้อยก็ได้ยินเสียงดังมาจากพื้นดินใต้ตัวเสียก่อน เมื่อมองดูก็พบว่ามันกำลังเริ่มร้าว
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมคนพวกนั้นถึงไม่ให้ตนขยับ
เพราะบริเวณนี้มันเป็ปากเหวและพื้นดินก็รับน้ำหนักไม่ได้มากนั่นเอง
เอี๊ยด อ๊าด
เสียงขย่มกันดังขึ้นอีกครั้ง เ้าทะโมนหื่นกำลังเริ่มกิจกรรมรักรอบที่ 3 และดูเหมือนจะแรงกว่าครั้งก่อนๆด้วย ยอดลิงชัดๆ
"ไม่นะ!"
เฟรีสะโลั่น เมื่อเห็นกิ่งไม้ท่อนใหญ่และผลชมพู่กำลังตกลงมาอีกครั้ง
ดินบริเวณนี้รับน้ำหนักเพิ่มไม่ได้อีกแล้ว
"แม่มเอ๊ย!"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่เขาจะร่วงลงไป
ทว่า ทันใดนั้นเองก็มีแขนข้างหนึ่งก็ยื่นลงมาคว้าข้อมือเขาไว้เสียก่อน
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็หญิงสาวคนหนึ่ง เธอจับแขนเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
"มาช่วยหน่อย เร็วเข้า!"
หญิงสาวะโเรียกให้คนมาช่วย เพราะตัวเธอเองไม่มีแรงมากพอจะดึงเฟรีสขึ้นมาได้
แกร่ก
ดูเหมือนความซวยของชายหนุ่มจะยังไม่หมด เสียงแตกของพื้นดินดังขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้ตำแหน่งที่แตกก็คือตรงที่หญิงสาวผู้นั้นอยู่แทน
“เซร่า!!”
เสียงชายหนุ่มะโลั่นด้วยความใ พอเขาวิ่งมาถึงทั้งคู่ก็ตกลงไปพอดี
ตำรวจหนุ่มได้แต่มองภรรยาตนตกลงไปเบื้องล่างด้วยหัวใจที่แตกสลาย
-----------------
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งวันก่อน
“ขอโทษนะเซซาเรีย ผมไม่ได้เลื่อนยศอีกแล้ว” ตำรวจหนุ่มพูดกับภรรยาสาว
“คุณทำถูกต้องแล้ว ถ้าเป็เหมือนตำรวจพวกนั้น ฉันคงไม่รักคุณหรอกค่ะ” เซซาเรียพูดออกมาจากใจจริง
สองสามีภรรยาวัย 28 ปี คู่นี้ นอกจากจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว ทั้งคู่ก็ยังเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่สมัยเด็กๆอีกด้วย
เวลามีปัญหาอะไรกันก็มักจะเปิดอกคุยกันเสมอๆ เพราะอย่างนั้นถึงจะแต่งงานกันมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ยังคงแแ่ไม่เสื่อมคลาย
ถึงแม้หน้าที่การงานของสามีจะไม่ก้าวหน้า แต่เซซาเรียก็เข้าใจดีว่าไม่ใช่เป็เพราะเขาไร้ความสามารถ
กลับกันเลยต่างหาก สามีของเธอเป็ตำรวจน้ำดีที่หาได้ยาก
ตลอดที่ได้ทำหน้าที่มา โจนาธานไม่เคยทุจริตเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งนั่นก็เป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ได้เลื่อนยศ
นอกจากนั้นตำรวจหนุ่มยังถูกเพื่อนร่วมงานและหัวหน้ากลั่นแกล้งไม่ให้เจริญก้าวหน้าอีกด้วยต่างหาก
ในประเทศไซแอนแห่งนี้ เป็ที่รู้กันดีว่าตำรวจตัวเล็กตัวน้อยจะต้องส่งส่วยขึ้นไปเบื้องบน ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังจะได้เลื่อนตำแหน่ง
เซซาเรียเข้าใจในจุดนี้ดีและก็ภูมิใจในตัวสามีมาก อีกอย่างสามีแบบโจนาธานนั้นหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
ทั้งไม่กินเหล้า ไม่เล่นพนัน ไม่สูบบุหรี่ มีอุดมการณ์ความถูกต้องในแบบของตน
ที่สำคัญที่สุดคือเขารักเธอมากๆ แม้ว่าเธอจะไม่สามารถมีลูกได้ก็ตาม
"นี่โจน ่นี้มีวันหยุดหลายวัน ทำไมพรุ่งนี้เราไม่ไปผ่อนคลายนอกบ้านกันบ้างล่ะ?” เซซาเรียเอ่ยชวนสามี
หาได้ยากนักที่ภรรยาตนจะเอ่ยปากชวนก่อน โจนาธานจึงรีบตกลงอย่างรวดเร็ว
"เลือกมาได้เลยที่รัก"
โจนาธานพูดด้วยความตื่นเต้น
ทั้งคู่ไม่ได้ออกไปสวีทกันนอกบ้านนานมากแล้ว เนื่องจากเซซาเรียงานยุ่งแบบสุดๆ
ซึ่งก็ช่วยไม่ได้เพราะผู้ที่ทำหน้าที่หมอในประเทศแห่งนี้นั้นมีไม่มากนักนั่นเอง
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปตั้งแคมป์ที่อุทยานกรีนไฮกันเถอะ เห็นมีคนรีวิวว่าสวยมากๆ" เซซาเรียเสนอพลางยิ้มตอบ
-------
่สายของวันถัดมา
"เราคิดผิดไหมเนี่ยที่เดินขึ้นมา"
เซซาเรียเอ่ยถาม หลังจากเดินมาตลอดทั้งเช้า จนตอนนี้ก็จะเก้าโมงแล้ว
"ไม่ คุณคิดผิดต่างหาก ผมบอกแล้วว่าให้ขึ้นกระเช้ามา ฮ่าฮ่าฮ่า" โจนาธานแกล้งแซว
"วันนี้ฉันเหนื่อยมาก คืนนี้แยกกันนอนละกัน" เซซาเรียแกล้งงอน
เธอรู้ดีว่าสมองน้อยๆของสามีคิดอะไรอยู่ ในหัวเขาก็มีแต่เื่ลามกนั่นแหละ
ซึ่งก็ได้ผลโจนาธานหน้าเสียทันที
“โถ่…ไม่เอาน่าที่รัก นั่นไง! จะถึงแล้ว เหนื่อยไม่ใช่หรอ มาผมอุ้มเอง”
สามีตัวแสบรีบประจบประแจงภรรยาสาว พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้เตรียมจะอุ้ม
"อย่าทำพิเรน"
เซซาเรียแหวใส่และรีบเดินหนีทันที
"เอ๋? นั่นพวกเขามุงอะไรกัน"
แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว หญิงสาวก็พบว่าตรงจุดชมวิวเบื้องหน้ามีไซแอนมุงเพียบ
"พระเ้า! ทำไมเขาไปอยู่ตรงนั้นได้"
เมื่อชะเง้อดู เซซาเรียก็ถึงกับอุทานลั่นด้วยความใ เพราะบริเวณนอกรั้วกั้นริมหน้าผามีเด็กคนหนึ่งนอนแผ่หราอยู่
"หยุด! อย่าเข้าไปครับ ดินตรงนั้นรับน้ำหนักไม่ได้มาก อุปกรณ์ช่วยเหลือกำลังจะมาถึงแล้ว"
หน่วยอาสากู้ภัยเอ่ยเตือนสองสามีภรรยาซึ่งกำลังจะรีบเข้าไปช่วยเหลือเด็กน้อย
"มีอะไรที่พวกเราพอจะช่วยได้ไหมครับ? ผมเป็ตำรวจ ส่วนภรรยาเป็หมอ"
เมื่อถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใกล้ สองสามีภรรยาจึงพยายามช่วยเหลือเื่อื่นแทน
“เป็ตำรวจหรือ? ดีเลย ช่วยไปคอยห้ามไม่ให้คนเข้าไปใกล้ๆได้ไหมครับ?" หัวหน้าอาสากู้ภัยออกคำสั่งอย่างชำนิชำนาญ
โจนาธานพยักหน้าตกลง จากนั้นก็รีบไปทำหน้าที่ทันที
"ส่วนคุณหมอ ผมอยากให้อยู่ใกล้เด็กให้มากที่สุด เพราะเมื่อเราช่วยเหลือเขาออกมาได้ คงต้องให้คุณช่วยตรวจร่างกายครับ"
หัวหน้าอาสาพูดพร้อมกับชี้ไปยังจุดหนึ่งใกล้กับรั้วกั้น ซึ่งมันเป็ตำแหน่งที่ปลอดภัยและใกล้เฟรีสที่สุดแล้ว
แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ทำอะไร เด็กน้อยที่นอนอยู่เมื่อครู่ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาและเริ่มตวาดพวกลิงบนต้นไม้
หัวหน้าอาสาเห็นดังนั้นก็เริ่มร้อนใจจึงะโออกไปว่าไม่ให้เขาขยับ
ที่ไหนได้เหตุการณ์ดันกลับตาลปัตร เ้าเด็กนั่นดันทำท่าจะผุดลุกขึ้นแทน
ถ้าเป็แบบนั้นก็มีหวังพื้นดินทรุดแน่ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ท่านอนราบเป็อะไรที่ดีที่สุดแล้ว เพราะมันสามารถกระจายน้ำหนักได้ดี
โชคดีที่ได้คุณหมอหญิงท่านนั้นะโช่วย เด็กนั่นถึงสงบลงได้
แต่ก็เหมือนมีผีซ้ำด้ามพลอย ดันมีกิ่งไม้เ้ากรรมร่วงลงมากระแทกพื้น ทำให้มันทรุดตัวลงไปพร้อมกับเด็กผู้น่าสงสาร
ทว่า ทันใดนั้นเอง ก่อนที่ทุกคนจะห้ามได้ทัน เซซาเรียที่อยู่ใกล้ๆก็วิ่งเข้าไปแล้ว
แม้เธอจะสามารถคว้าข้อมือของเด็กไว้ได้ก็ตาม แต่กลับไม่มีกำลังพอจะดึงเขาขึ้นไป
สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือจับมือของเขาไว้ให้แน่นที่สุดและะโเรียกคนมาช่วย
แต่ดูเหมือนโชคร้ายจะยังไม่หมด พื้นดินรอบๆเซซาเรียได้เริ่มทรุดตัวลง
จากนั้นทั้งคู่ก็ร่วงลงไปด้วยกัน
------------------------------------------
ซ่าาาาา
เสียงน้ำกระแทกหินดังสนั่น ไอน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณราวกับหมอกควัน
น้ำตกใต้หน้าผาอุทยานกรีนไฮแห่งนี้นั้นเนื่องจากมีความสูงชันอันตราย บวกกับน้ำในลำธารที่เชี่ยวกรากและขุ่นขลักเต็มไปด้วยโคลน
ไม่มีความสวยงามเลยแม้แต่นิดเดียว จึงทำให้น้อยคนนักที่จะเสี่ยงลงมายังสถานที่แห่งนี้
แค่กๆ
ริมลำธารที่เต็มไปด้วยโคลนสีดำเละๆ ร่างของเด็กน้อยคนหนึ่งไอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดของหญิงสาว
ใน่ที่ร่วงลงมา ผู้หญิงคนนี้ได้กอดเขาไว้แน่นและเอาตัวเองรับแรงกระแทกแทน
ทำให้ร่างกายน้อยๆไม่ได้รับาเ็มากนัก นอกจากอาการจุกเล็กน้อยแล้วก็ไม่มีอะไรน่าห่วง
โชคดีที่ทั้งคู่ตกลงบนน้ำแทนที่จะเป็หินโสโครกข้างๆ ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็เฟรีสเองก็ไม่รอด
"แย่แล้ว เืออกไม่หยุดเลย" เด็กน้อยอุทาน เมื่อเหลือบไปมองหญิงสาวผู้มีพระคุณ
แม้จะร่วงลงบนน้ำก็จริง แต่ด้วยความสูงขนาดนั้นแถมยังตกลงในท่าที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เซซาเรียได้รับาเ็สาหัส
"เธอกำลังจะตาย"
เฟรีสพึมพำพร้อมกับกัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก