ท่าทีของ จิ๋นเม่ยหลง ตอนนี้ใครก็ตามที่จ้องมองต้องปรากฏความรู้สึกสั่นสะท้านในทันที หลี่ต๋าเองก็สะงักไปครู่ใหญ่ก่อนจะรวบรวมสติตนเองได้ “เอาล่ะในเมื่อทั้งสองอยู่บนลานประลอง ข้าขอประกาศให้เริ่มการประลอง...”
ตู้มมมมมมมม
หลี่ต๋ายังประกาศออกมายังไม่ทันจบคำเป็จิ๋นเม่ยหลงที่เริ่มลงมือก่อน หมัดของจิ๋นเม่ยหลง เล็งไปที่จุดกำเนิดพลังปราณของ หยางเจี้ยน เห็นได้ชัดว่ามัน้าที่จะทำลาย วรยุทธ์ของหยางเจี้ยน ถึงแม้ หยางเจี้ยน จะเป็คนหยิ่งผยองในศักดิ์ศรีและพลังฝีมือแต่มันไม่ใช่คนที่จะประมาทคู่ต่อสู้
หมัดของจิ๋นเม่ยหลงเมื่อสักครู่นี้ถูกหยางเจี้ยนยกท่อนแขนทั้งสองข้างป้องกันเอาไว้ได้หมัดของจิ๋นเม่ยหลงกระแทกเข้ากับท่อนแขนของหยางเจี้ยนอย่างแรงทำให้ร่างของมันปลิวออกไปไกล จิ๋นเม่ยหลง ยังคงยืนนิ่งไม่ได้เร่งรุดตามไป
หยางเจี้ยน ตีหลังกาม้วนกลับหลังหนึ่งตลบก่อนที่จะยืนทรงตัวได้ ศิษย์พรรคเหล็กทมิฬทุกคนล้วนต้องผ่านการฝึกฝนร่างกายสุดหฤโหดภายใต้วิชา “กายาเหล็ก” วิชานี้จะช่วยส่งเสริมร่างกายให้แข็งดุจเหล็กกล้า คมกระบี่ธรรมดาๆไม่สามารถที่จะเชือดเฉือดถึงเนื้อในได้ทำได้เต็มที่แค่รอยขีดแดงๆเท่านั้น
หยางเจี้ยน ตรวจดูภายนอกร่างกายของตนเอง มันไม่ได้รับาเ็เลยแต่มือทั้งสองข้างของมันตอนนี้มีอาการสั่นเล็กน้อยเท่านั้น มันเงยหน้ามอง จิ๋นเม่ยหลง ด้วยสายตาเรียบเฉย “ดี!! การต่อสู้ที่ผ่านมาของข้าล้วนแต่เจอกับพวกไม่ได้ความ ข้าเองก็อยากรู้ว่าเข้าจะมีน้ำยามากแค่ไหน”
หยางเจี้ยน พูดจบ ก็เรียกกระบี่สีดำขึ้นมา ทุกการประลองของ หยางเจี้ยน ล้วนปราศจากการใช้อาวุธทั้งสิ้น แต่การประลองรอบนี้กลับทำให้มันต้องงัดอาวุธขึ้นมา
“ศิษย์พี่ใช้อาวุธ ฮ่าฮ่า ไอ้โง่นั่นสงสัยต้องตายในการประลองเสียแล้ว” เสียงของหยางเจี่ยนเต็มไปด้วยความสะใจศิษย์คนอื่นๆที่นั่งอยู่รอบๆต่างก็ยกยิ้มเล็กยิ้มน้อยกันหมด “จิ๋นเม่ยหลง ไหนดูซิว่าจะมีสิ่งใดจะแสดงให้ข้าดูอีก” หยางเจี้ยนยกกระบี่ชี้ไปที่หน้าของจิ๋นเม่ยหลง
จริงๆแล้วที่จิ๋นเม่ยหลงเข้าร่วมการประลองก็หวังแค่ได้แก้แค้น ซือเฉิง คนที่ตนเกลียดที่สุดหลังจากสิ้นสุดการประลองครั้งนั้นไปจิ๋นเม่ยหลงก็ไม่มีความสนใจในการประลองในรอบต่อๆไปอีกแล้ว แต่เหตุการณ์นี้สมควรที่จะไม่เกิดขึ้นถ้าหาก หยางเจี้ยน มันสงบปากมากกว่านี้
“ข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเ้าจะเก่งเหมือนปากจนสามารถให้ข้าใช้อาวุธหรือป่าว”
“หึ! สามหาวนัก”
คนทั้งสองกระโจนร่างเข้าหากันดุจสายฟ้าการประมือของทั้งคู่บังเกิดให้ดวงตาของผู้คนที่นั่งชมแทบจะหลุดออกจากเบ้า
“นี่มันเป็การประลองของผู้เยาว์จริงๆ?”
“หยางเจี้ยนนับว่าได้เปรียบอยู่มากแต่จิ๋นเม่ยหลงผู้นี้เองก็ไม่เบาแต่หน้าเสียดายที่คู่ประลองของมันคือหยางเจี้ยน”
เมื่อเข้าแรกกระบวนท่ากันไปสักพักเป็จิ๋นเม่ยหลงเองที่ต้องเป็ฝ่ายตั้งรับการโจมตีของหยางเจี้ยน กระบี่ของหยางเจี้ยนฟันออกเป็สิบๆครั้ง จิ๋นเม่ยหลง ก็หลบได้ทุกครั้ง “ัล่องนภา” ไม่เพียงแค่ทำให้ จิ๋นเม่ยหลง เหาะเหินเดินอากาศได้ความเร็วในการเคลื่อนกายก็เพิ่มขึ้นไปด้วย ถ้าหากไม่ได้วิชานี้ กระบี่ของหยางเจี้ยนที่ฟันออกมาพร้อมกับความเร็วรุนแรงและแม่นจำ ถ้าหากจิ๋นเม่ยหลงหลบไม่พ้นอาจจะได้รับาเ็สาหัสได้
“นอกจากหลบอย่างขี้ขลาดแล้วเ้ายังมีอะไรดีอีก?” หยางเจี้ยนหรี่ตาลง
ฉึก!!!
กระบี่นี้ของหยางเจี้ยนนับรวดเร็วมากถึงมากที่สุด กระบี่นี้แทงเข้าที่หัวไหล่ข้างซ้ายของจิ๋นเม่ยหลง “!!?” จิ๋นเม่ยหลง ยังไม่ทันได้อ้าปากร้อง กระบี่ที่สองของ หยางเจี้ยน ก็ฟันเข้าไปที่กลางหน้าอกบังเกิดรอยแผลยาวโลหิตไหลอาบย้อมไปทั่วอาภร “อั๊ก” จิ๋นเม่ยหลง กระอักโลหิตออกมาหนึ่งคำ
“ฮึฮึ! ลูกของโสเภณีอย่างเ้าทำให้ข้าใช้แรงมากขนาดนี้นับว่าเป็บุญวาสนาแล้ว” หลังพูดจบ หยางเจี้ยนก็เตะไปที่หน้าของ จิ๋นเม่ยหลง
ปุ้งงง
ร่างของ จิ๋นเม่ยหลง ล้มฟุบลงกับพื้นลานประลองทันที “แค่ก.. แค่ก” จิ๋นเม่ยหลง ไอออกมาพร้อมกับโลหิต “มีดีแค่นี้รึไงเ้าขยะดูเหมือนการต่อสู้ของเ้ามิได้เก่งเหมือนดั่งเช่นปากของเ้า?” มุมปากของหยางเจี้ยนยกยิ้มขึ้น มือขวากำชับกระบี่สีดำไว้แน่นมันมองจิ๋นเม่ยหลงที่นอนอยู่กับพื้นสายตาของมันแสดงถึงการเหยียดหยามเหมือนกับมองขยะชิ้นหนึ่ง!
“เอ้า? เหตุใดเ้ายังไม่ลุกขึ้นอีก” หยางเจี้ยนค่อยๆใช้กระบี่สีดำจิ้มไปที่หัวไหล่ข้างขวาของจิ๋นเม่ยหลงอย่างช้าๆ
ฉึก!
กระบี่สีดำแทงเข้าเนื้อไปลึกจนรู้สึกได้ว่าปลายกระบี่ทะลุถูกพื้นเวทีลานประลอง ก่อนที่มันจะค่อยๆก้มตัวไปหาจิ๋นเม่ยหลงที่นอนกัดฟันอยู่ “สิ่งที่ข้าชอบที่สุดก็คืออะไรเ้ารู้รึป่าว?...นั่นก็คือการที่ได้เหยียบย้ำพวกขยะเช่นเจ้..”
“หมัดทลายภูผา” ตู้มมมม หมัดซ้ายของจิ๋นเม่ยหลง ต่อยเข้าซี่โครงด้านขวาของ หยางเจี้ยน อย่างเต็มแรง ร่างของ หยางเจี้ยนปลิวออกไปไกลจนกระแทกกับม่านป้องกันไม่ต้องสืบให้มากความว่าหมัดนี้รุนแรงแค่ไหนถึงขนาดทำให้หยางเจี้ยนปลิวออกไปไกลขนาดนั้นได้
พลังมารของจิ๋นเม่ยหลงค่อยๆรักษาอาการาเ็ทั้งหมดในร่างกาย จิ๋นเม่ยหลงเหยียดกายขึ้นมาอย่างช้าๆ “หวังว่าเ้าคงจะไม่ตายเพราะหมัดเบาๆแค่หมัดหนึ่งหรอกมั้ง?” จิ๋นเม่ยหลง แค่นเสียงเ็า ด้วยวิชา “กายาเหล็ก” หมัดเมื่อครู่ของจิ๋นเม่ยหลงนับว่ารุนแรงอย่างมากถ้าหากไม่มีวิชานี้ช่วยเสริมร่างกายของมันคงกระดูกหักไปหลายท่อน
“ต้องอย่างงี้ซิ” หยางเจี้ยนเหยียดกายขึ้นมาอาการาเ็ของมันนับว่าแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ “มาเถอะ ทำให้ข้าสนุกมากกว่านี้” คนทั้งสองกระโจนร่างเข้าหากันอีกครั้ง ตอนนี้จิ๋นเม่ยหลงเริ่มที่จะใช้พลังมารแล้ว
“ท่านอาจารย์มันเป็พลังแปลกๆนั่นอีกแล้ว ศิษย์พี่จะไม่เป็อะไรรึ?”
“ใช้แล้วท่านอาจารย์พลังนั่นคราวที่แล้วก็ทำให้มือของมันงอกขึ้นมาใหม่ได้เชียวนะ”
ที่นั่งเสียงของศิษย์พรรคเหล็กทมิฬถกเถียงกันไปมาผู้าุโภายในพรรคต่างก็จดจ่ออยู่กับการประลองนี้ไม่วอกแวกแม้แต่น้อย
หยางเจี้ยนยกกระบี่ฟันออกไปด้วยท่า “จันทร์ทลายฟ้า” ท่านี้เป็การฟันออกไปทั้งสิ้นสิบเจ็ดกระบี่ แต่มีเพียงสี่กระบี่ที่ฟันถูกร่างของจิ๋นเม่ยหลง “ไอ้ขยะ!! ถ้าเ้าไม่เอาอาวุธขึ้นมาก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด” กระบี่นี้พุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของจิ๋นเม่ยหลง โลหิตสาดกระเซ็นออกมาเล็กน้อย “หึหึ!” หยางเจี้ยนหัวเราะออกมาเบาๆ
จิ๋นเม่ยหลง ะโถอยห่างออกจาก หยางเจี้ยน ยกมือขวาแตะไปที่ลำคอของตน ถ้าหาก จิ๋นเม่ยหลง หลบช้ากว่านี้อีกเสี้ยววินาที ลำคอต้องถูกกระบี่ของ หยางเจี้ยนแทงทะลุเป็แน่แท้ “อยากให้ข้าใช้ อาวุธงั้นรึ? เ้าอย่าตายก็แล้วกัน!!” น้ำเสียงของจิ๋นเม่ยหลง ฟังดูดุดันขึ้นมาดวงตาคมกริบ มือทั้งสองข้างเริ่มปรากฏเป็รูปร่างกระบี่
“นี่มัน..อะไร?” ทุกคนต่างะโออกมาเป็เสียงเดียวกัน
------------------------------------------------------
ตัดจบแบบละครไทย