ภัทรกรเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้ภรรยา นักศึกษาปริญญาโทภาคปกติสวมชุดเครสน่ารักถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาสมน้ำสมเนื้อภรรยาเจ้าของธุรกิจ
“ไปเรียนเป็นยังไงบ้างครับ” เขาถามคนที่เข้าเรียนครบสัปดาห์ที่ 2
หญิงสาวย่นจมูกก่อนบ่นอุบอิบ “ยาก”
“เพิ่งเริ่มต้นเอง อย่าเพิ่งท้อสิ”
“บัวไม่ได้เรียนมาตั้ง 6 ปี แล้วนี่คะ ขอเวลาปรับตัวนิดนึง” เธอว่าพลางวางถุงบรรจุมื้อเย็น เอาการบ้านมาทำแต่จะทานมื้อเย็นกับเขาก่อน ช่วงนี้ชายหนุ่มมีงานติดพันจึงต้องอยู่ค่ำพร้อมกำชับให้หญิงสาวแวะมาหาที่บริษัทฯ รอกลับบ้านพร้อมกันเพราะไม่อยากปล่อยเธออยู่ตามลำพัง
วันก่อนใบบัวเกือบถูกมอเตอร์ไซน์คันหนึ่งเฉี่ยวแต่โชคดีที่คนเดินถนนช่วยฉุดหญิงสาวพ้นจากขอบทางในเสี้ยววินาที อีกอย่างเธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทขี้มโนเขาจึงเชื่อข้อสันนิษฐานว่ารู้สึกคล้ายกับมีคนคอยตามเธออยู่ห่างๆ เสมอ
เขาสังหรณ์ใจว่าอาจจะเป็นฝีมือของมุกระริน
ตอนเช้าเขาจะไปส่งกณิกนันท์ที่มหาวิทยาลัย ส่วนขากลับให้หญิงสาวเรียกบริการแกร็บมาส่งที่บริษัทฯ ห้ามไม่ให้อยู่ตามลำพังอย่างเด็ดขาด
“บัวซื้อแหนมเนืองจากเจ้าเด็ดแถวมหาวิทยาลัยมาด้วยนะคะ”
เขายิ้ม “ซื้อของที่คุณชอบมาให้ผมลองกินบ้างก็ได้นะ” เธอชอบตามใจเขา รู้ว่าชายหนุ่มชอบอะไรก็สละตัวเองเลือกสิ่งที่ถูกใจเขาก่อนทั้งนั้น
“บัวชอบทานเผ็ดนี่คะ กลัวคุณไม่ชอบ”
“ผมจะได้ฝึกให้ชินไง” เขาอยากลองเรียนรู้สิ่งที่ภรรยาชอบบ้าง
“งั้นคราวหลังบัวจะซื้อมาให้ลองค่ะ”
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูให้สัญญาณเพียง 2 ครั้งดังจากด้านนอกห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของส่วนบริหาร เรือนร่างโปร่งของหญิงวัยกลางคนปรากฏตัวพร้อมสีหน้าเรียบเฉย ใบหน้าที่บรรจงแต่งอย่างพิถีพิถันคืนความงามแม้วัยล่วงเข้าสู่เลข 6 ในเวลาอีกเพียงสองสามปีข้างหน้า
“สวัสดีครับแม่”
“สวัสดีค่ะคุณนาถ”
ลูกสะใภ้ประนมมือไหว้หากแต่นางพยักหน้ารับเพียงคำทักทายจากลูกชายเท่านั้น มองเมินกณิกนันท์ไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ
คุณศิรินาถวางซองบรรจุการ์ดแต่งงานบนโต๊ะทำงานให้ลูกชาย เขารับไปเปิดมันเป็นการ์ดเชิญสำหรับครอบครัวเขาไปร่วมงานแต่งงานของลูกสาวคู่ค้าคนสำคัญของธุรกิจ
แพรวาเป็นน้องสาวที่เขารู้จักมาหลายปีเพราะพ่อแม่ของหล่อนทำธุรกิจร่วมกับครอบครัวเขา
“บนเรือสำราญเหรอครับ” เขาอ่านชื่อสถานที่นึกสนใจทีเดียวจะได้พากณิกนันท์ไปเปิดหูเปิดตา คาดว่าหญิงสาวต้องตื่นเต้นมากแน่ๆ เพราะญาติทางฝั่งสามีของแพรวาเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่งานแต่งงานคนสวยตระการตา แขกเหรื่อ งานเลี้ยงดูหรูหราฟู่ฟ่า อีกอย่างเวลาบนเรือตลอด 2 คืน 3 วัน นับเป็นเวลายาวนานทีเดียวที่จะได้ใช้ร่วมกับภรรยาของเขาระหว่างร่วมงานแต่งงานและงานเลี้ยงชนิดจัดเต็มด้วยกัน
“ใช่ งานนี้แม่กับพ่อจะไปด้วย”
“เราจะไปครับ” เขาตัดสินใจแทนภรรยา
“ที่แม่ต้องมาบอกภรีมก็เพราะเรื่องนี้แหละ เขาจำกัดแขกที่เข้าร่วมงาน แม่ชวนหนูมุกไปกับเราก็เลยไม่เหลือที่พอสำหรับคนอื่น”
นางจงใจใช้คำว่า ‘คนอื่น’ กับลูกสะใภ้อย่างไม่รักษาน้ำใจ
“ถ้าอย่างนั้นพ่อกับแม่ไปแสดงความยินดีกับเธอก็คงจะพอนะครับ ช่วงนั้นงานผมคงยุ่งมากดีเหมือนกันถ้าอยู่เคลียร์งาน” เขาใช้เรื่องงานเป็นข้ออ้างเพื่อบอกปัด
มารดาแค่นหัวเราะ
กระเป๋ายี่ห้อแพงราคาครึ่งล้านวางปึงปังบนโต๊ะทำงานบ่งบอกว่านางกำลังไม่พอใจอย่างยิ่ง งานนี้อย่างไรเสียนางก็จะต้องพาตาภรีมไปด้วยให้ได้
“กลัวแม่นี่จะอยู่คนเดียวไม่ได้อย่างนั้นรึ”
นางเอ่ยอย่างไม่ให้เกียรติกระทั่งภัทรกรหน้าชา เขาผุดลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะไปหากณิกนันท์ซึ่งยืนประสานมือระหว่างสองแม่ลูก