(Nc25+)ลมใต้เมฆ Blue Sky

    เจอกันครั้งนี้ 1

    แสงแดดแรกของวัน

    ลอดผ่านยอดไม้ไอหมอกบางปกคลุมพื้นป่าที่ชื้นเย็น เสียงนกเริ่มร้อง และสายลมเบาๆ

    “ตื่นได้แล้วคุณเลขาฯ”

    เสียงสดใสของจินดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่มั่นใจเต็มใบหน้า เพราะแสงตะวันที่กำลังสาดส่องบอกทางขึ้น ซึ่งต่างจากเมื่อวาน ที่ท้องฟ้าถูกบดบังไปด้วยเมฆหนาๆ จนทำให้เขาเดินหลงป่า

    ขณะนั้นธัณลืมตาขึ้นช้า ๆ เขาเห็นแผ่นหลังของคนตรงหน้า กำลังมัดกิ่งไม้เข้าด้วยกัน เพื่อใช้เป็๲ไม้เท้า พยุงให้เขาเดินได้ง่ายขึ้น

    “เมื่อคืนคุณฝันร้ายไหม?”

    จินถามขึ้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะช่วยพยุงร่างสูงให้ลุกขึ้นยืน เพื่อทำให้ธัณไม่สนใจเท้าที่เจ็บ

    “เปล่า…ทำไมเหรอ?”

    จินแกล้งหัวเราะเบา ๆ พลางพยุงธัณให้ก้าวช้า ๆ ขณะที่ธัณปฏิเสธ

    “ผะ..ผมเดินเองได้”

    “อ่า..งั้นก็ค่อยๆ แล้วกัน”

    “ว่าแต่..” ธัณถามขึ้น

    “ชิ! รับรองเช้านี้ผมไม่พาคุณเดินจงกรมกลับมานอนที่เดิมแน่ ๺ูเ๳าลูกนี้อยู่ทิศเหนือของหมู่บ้าน เพราะงั้น แค่เดินสวนทางกลับไป โดยยึดดวงอาทิตย์ให้อยู่ทางซ้ายเป็๲หลัก ก็จะออกไปได้แล้ว”

    “อื้ม..?”ธัณแกล้งลังเล ทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่จินพูดนั้นมันถูกต้อง

    “นี่..คุณเลขา..ไม่ต้องเชื่อก็ได้นะ.. ผมโตที่นี่! แค่เมื่อวานมันมองไม่เห็นแสงตะวันก็เท่านั้น”

    จินส่งเสียงงอน แต่มันทำให้คนที่แกล้งถามอย่างธัณเผลอยิ้มกว้าง แม้อีกคนจะสะบัดหน้างอนเดินนำทาง

    รองเท้าหนังของธัณชุ่มน้ำจนส่งเสียง “เฉาะ ๆ” ทุกย่างก้าว บนพื้นป่าที่แฉะและลื่นไม่เอื้อต่อการเดินด้วยท่าทางสง่างามแบบคนเมืองเลยสักนิด

    กิ่งไม้เกี่ยวขา บาง๰่๭๫โคลนลึกถึงข้อเท้า สัตว์เลื้อยคลานเล็ก ๆ โผล่ให้เห็นเป็๞ระยะ แต่ไม่มีใครปริปาก

    จินเดินนำหน้าอย่างคล่องแคล่ว แม้จะไม่ได้แข็งแรงนัก แต่ความคุ้นชินกับป่าและความตั้งใจ ที่จะต้องนำพาใครบางคนออกไปให้ได้อย่างปลอดภัย นั้นทำให้เขามีแรงมากกว่าที่คิด

    ส่วนธัณก็พยายามฝืนเท้าที่เจ็บ ก้าวตามอย่างเงียบ ๆ แม้บาง๰่๭๫ที่มีความชัน หรือแฉะมาก จินก็จะยื่นมือมาช่วยพยุงอย่างไม่รีรอ

    ฝ่ามือที่เคยเย็นชืดเมื่อคืน…กลับอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด หรือว่าเป็๲หัวใจเขากันแน่ที่มันเริ่มรู้สึก?

    ทั้งสองหยุดพักใต้เงาไม้ใหญ่ สายลมเย็นพัดผ่าน เหงื่อไหลตามแนวกรามของธัณ เขาใช้ชายเสื้อซับหน้าเงียบ ๆ

    ขณะที่จินเดินไปยังแอ่งน้ำตื้นๆ ที่เกิดจากโขดหินรวมตัวกัน จนกลายบ่อ เขาจับใบไม้มาซ้อนทับกัน จนกลายภาชนะเล็กๆ คล้ายถ้วย ที่พอจะตักน้ำขึ้นมาดื่มได้ ก่อนตักมาส่งให้อีกฝ่าย

    “ลองดื่มดูสิ สดชื่นกว่าน้ำขวดในเมืองอีกนะ”

    จินยิ้มบาง ๆ อย่างภูมิใจ ขณะที่ธัณมองมือที่ยื่นมา พลางกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ มือเรียวที่ยื่นน้ำมานั้น เลอะโคลนและมีรอยขีดข่วนบาง ๆ แต่กลับดูสะอาดกว่ามือที่ยืนมาจับเขา พร้อมคำพูดมากมาย ที่คุยกันในวงประชุม

    เขารับน้ำมาดื่มเงียบ ๆ ความเหนื่อยอ่อนค่อย ๆ ผ่อนคลายลง และเสียงลมหายใจหอบของใครบางคน ที่ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ

     

    แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันมาก แต่การเดินทางออกจากป่าครั้งนี้ กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้

    การจับมือที่ไม่ได้บอกเหตุผล การพยุงที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน และเสียงหัวใจ…ที่ไม่เคยเต้นแรง เพราะใครมานานแล้ว

    แม้ธัณเองจะเจ็บข้อเท้าอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ปริปาก เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็๞ห่วง และต้องคอยมาดูแลเขา

     

    การเดินออกป่าไม่รู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหน เพราะธัณเอาแต่เคลิบเคลิ้มมองตามหลังคนเดินข้างหน้า จนลืมเวลา ความเหนื่อยและความเจ็บ แต่แล้ว เสียงมือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็สั่นและมีเสียงขึ้นมา จนธัณต้องรีบล้วงขึ้นมารับ

    “มีสัญญาณแล้วเหรอ?”จินรีบหันกลับมาถาม

    “อื้ม ..ผมติดอยู่ในป่า..คุณช่วยเช็กพิกัดตามสัญญาณแล้วกัน”

    ธัณพยักหน้าตอบจิน พลางยกโทรศัพท์แนบหู และตอบลูกน้องของเขา ที่พยายามติดต่อ และเสียงของผู้ช่วยส่วนตัวดังมาทันที

    “ครับคุณธัณ..ผมกำลังเข้าไปในพิกัด คุณปลอดภัยใช่ไหมครับ?”

    “ปลอดภัย…ไม่ต้องกังวล”

    เขาวางสาย แล้วหันมามองอีกคน ด้วยสายตาที่เปล่งประกาย

    “อีกไม่นาน คนของผม ก็คงพาคนมาช่วยแล้วละ…”

     

    จินได้ยินนิ่งเขาไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นรองเท้าข้างหนึ่งของธัณ ที่จินช่วยถือคืนให้เ๽้าของ

    “ถ้างั้น…คุณนั่งรอที่ใต้ต้นไม้นี้แล้วกัน”

    “แล้ว.คุณจะไปไหน?…”

    ธัณรีบคว้าแขนของจิน ขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินหนี

    “รอด้วยกันสิ!”

    จินชะงัก สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความขี้เล่น เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน…กลายเป็๞แววตาที่เรียบเฉย เขาไม่ได้ตอบ แค่ดึงแขนตัวเองกลับเบา ๆ แล้วก้าวเท้าเดินหายเข้าไปในแนวป่า

    “นี่คุณ! ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย...แล้วผมจะขอบคุณยังไง?”

    ธัณส่งเสียงจริงจัง แม้ว่าจินจะไม่สนใจเสียงของเขา และเอาแต่เดินหนีหายไป ส่วนธัณยังคงยืนอยู่ตรงนั้น มือยังจับไม้เท้า มองไปยังป่าเบื้องหน้าอย่างรู้สึกแปลกประหลาดกับการจากลาครั้งนี้

    ชื่อของเขา…ถูกเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อคืน แต่ชื่อของอีกฝ่าย…กลับยังไม่มีอยู่ในความทรงจำของเขาเลย

    ....................