"แต่พี่ว่าหยดทำถูกแล้วล่ะที่ให้เด็กคนนั้นได้เรียนหนังสือต่อ"
ปัณณธรเอ่ยขึ้นพลางนึกถึงหน้าของกาสะลองที่ดูเหมือนไม่มีพิษสงใดๆ ในระหว่างที่แฟนสาวเดินมาส่งเขาหน้าบ้าน แต่ก็นั่นแหละ....เื่ภายในบ้านคนอื่นและเขาก็เป็แค่คนนอกที่ไม่ได้รู้อะไรมากมายนัก.
"สุดท้ายอนาคตจะเป็ยังไงมันก็อยู่ที่เขาเลือกแล้ว" ปัณณธรออกความเห็น.
"ค่ะ"
"ถึงมันกับแม่ของมันจะทำให้ครอบครัวของหยดไม่มีความสุข แต่หยดก็อดที่จะนึกถึงอนาคตมันไม่ได้"
หล่อนบอกแฟนหนุ่ม ซึ่งชายหนุ่มก็พอจะรู้เื่ราวจากหยดมณีอยู่บ้างว่าแม่ของกาสะลองนั้นเป็เด็กรับใช้ที่คุณนายแสงหล้าเมตตาชุบเลี้ยงมาและด้วยความที่มีใบหน้าสระสวยทำให้มีคนงานในไร่มาติดพันมากมาย แต่ฟองคำเป็คนที่มักใหญ่ใฝ่สูงและแล้ววันหนึ่งฟองคำก็เกิดตั้งท้องขึ้นมาและโมเมว่าเด็กในท้อง นั่นก็คือกาสะลองเป็ลูกของพ่อของตน แต่ในเวลาเดียวกันฟองคำยังมีความสัมพันธ์กับคนงานในไร่อีกมากมาย
ฟองคำและกาสะลองคือหนามยอกอกของคุณนายแสงหล้า แม้ว่าตอนนี้ฟองคำจะตายไปแล้ว แต่หยดมณีก็บอกเขาว่าความสัมพันธ์ของพ่อเลี้ยงคำจรกับคุณนายแสงหล้าก็หาได้กลับมามีความสุขไม่....ซึ่งหยดมณีก็ระบายเื่ความทุกข์ใจนี้ให้เขาฟังมาโดยตลอดและที่แฟนสาวเกลียดชังกาสะลองนักเขาก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของหล่อน.
"พี่ดีใจนะที่แฟนของพี่เป็คนจิตใจดี เมตตาได้แม้กระทั่งคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง" ปัณณธรพูดขึ้น
"ไม่แปลกเลยที่พี่จะรักเธอมากขนาดนี้" เขาพูดต่อพร้อมกับบอกข่าวดีกับหล่อน.
"ที่รักครับวันเกิดพ่อเลี้ยงคำจรปีนี้ พี่จะให้แม่ของพี่มาสู่ขอหยดกับคุณพ่อคุณแม่ แล้วหมั้นหมายหยดไว้"
"หยดเรียนจบเมื่อไหร่เราค่อยแต่งงานกันนะ" ปัณณธรบอกแฟนสาว.
"จริงหรอคะพี่ปัณ!" และนั่นก็ทำให้หยดมณีตื่นเต้นมาก.
"หยดดีใจจังเลยค่ะ"
.
.
.
"ผมบอกคุณไปกี่ครั้งแล้วว่าอย่างไปแสดงอาการอะไรออกหน้าออกตานัก"
"ลูกเราเป็ผู้หญิงมันดูน่าเกลียด" พ่อเลี้ยงคำจรปรามภรรยาเมื่อหยดมณีออกไปส่งปัณณธรหน้าบ้าน.
"คุณนี่ยังไงกัน เราก็เห็นๆกันอยู่นี่คะว่าคุณปัณณธรน่ะเขารักลูกสาวเราขนาดไหน อีกอย่างสองคนนั้นก็คบกันมาได้สามสี่ปีแล้วนะคะ"
คุณนายแสงหล้าเถียงสามี ปัณณธรเป็ลูกเขยที่นางปลาบปลื้มมากแถมยังมีอนาคตและฐานะมั่นคงพอที่นางจะฝากลูกสาวให้อยู่สุขสบายไปได้ทั้งชีวิต.
โชคดีจริงๆที่เมื่อสี่ปีก่อนนางให้ลูกสาวไปเป็ตัวแทนของตนเองเอาของขวัญไปให้เ้าสัวชลกรในวันเกิด หยดมณีกับปัณณธรจึงด้พบกันและดูเหมือนว่าปัณณธรจะพึงพอใจลูกสาวคนสวยของนางั้แ่เจอกันครั้งแรกแล้ว.
"รัก แต่ไม่ได้มีอะไรมาการันตีว่าทางนั้นจะจริงจังกับลูกสาวนี่" คนเป็พ่อก็ย่อมห่วงเกียรติของลูกสาวเป็ธรรมดา.
"ถ้าทางนั้นเกิดโลเลไปเจอใครขึ้นมา ยัยหยดจะเสียชื่อเสียงเอาเปล่าๆ" ผู้ชายก็คือผู้ชาย ยังไงคนเป็พ่อก็ไม่ไว้ใจปัณณธรอยู่ดี.
"ทำไมคุณถึงชอบแช่งลูกจังเลยห๊ะ!" แล้วผู้เป็ภรรยาก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา.
"ใช่สิ๊! ลูกที่เกิดจากฉันไม่ใช่คนโปรดของคุณเหมือนนังลูกชู้นี่" แล้วนางก็เริ่มขุดอดีตออกมา.
"นี่ขนาดนังกาสะลองมันไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขอะไรคุณก็ยังยกยอให้มันขึ้นมาเชิดหน้าชูตาเท่ายัยหยดเลย"
"ไปกันใหญ่แล้วคุณนาย"
พ่อเลี้ยงคำจรพูดอย่างเอือมระอากับเื่เดิมๆ ที่ภรรยามักจะขุดขึ้นมาเมื่อไม่พอใจตน แต่ดูเหมือนความคับแค้นใจของคุณนายแสงหล้าจะยังไม่จบ.
"เคยได้ยินแต่คำว่าเืข้นกว่าน้ำ แต่ฉันเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่าจริงๆ แล้วน้ำมันก็ข้นกว่าเืได้ โดยเฉพาะน้ำที่เกิดจากความสกปรกโสโครกของอีฟองคำ"
"ฉันละสงสารลูกจริงๆ" คงเป็ความอาภัพของนางกับลูกสินะที่ต้องอยู่อย่างขมขื่นเช่นนี้.
"ไม่มีใครรักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเองหรอกน่า ที่ผมพูดก็เพราะเป็ห่วง ยัยหมดมันก็ลูกของผมเหมือนกัน" พ่อเลี้ยงคำจรพยายามอธิบาย
"คุณอย่าอ้างเลยดีกว่า คุณปัณณธรไม่ได้ตัณหากลับกินแม้กระทั่งคนใช้ในบ้านอย่างคุณหรอก!" ถูกยกเื่นี้มาที่ไร พ่อเลี้ยงคำจรก็เถียงอะไรต่อไม่ได้อีก.
"หึ! นี่คงเห็นว่าอีกาสะลองมันหน้าตาเหมือนกับอีฟองคำสินะ คุณถึงได้เก็บมันไว้เป็ตัวแทนแม่เลวๆของมัน"
คุณนายแสงหล้าพูดต่อ พูดแล้วนางก็ยิ่งแค้นจนอยากจะไปลากเด็กสาวผู้เกิดมาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยมาฉีกเป็ชิ้นๆ แต่ก่อนที่อะไรมันจะลุกลามไปมากกว่านี้หยดมณีก็เดินกลับเข้ามาในบ้านเสียก่อน....
"คุยอะไรกันอยู่หรอคะคุณพ่อคุณแม่"
หล่อนถามขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่ นั่นแหละบทสนทนาที่กำลังจะลุกลามของคุณนายแสงหล้าและพ่อเลี้ยงคำจรจึงหยุดลงได้.
"เปล่าจ้ะ" นางปฎิเสธ
"คุณปัณณธรกลับไปแล้วหรอจ้ะ" นางถามลูกสาว
"กลับไปแล้วค่ะ" หยดมณีหัวเราะคิกคักจนคนเป็พ่อสงสัย.
"ไปคุยอะไรกันมาล่ะลูกถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้" พ่อเลี้ยงคำจรถามขึ้น.
"คุณพ่อคุณแม่คะ หยดมีข่าวดีจะมาบอกค่ะ"
"หืม? ข่าวดีอะไรหรอจ้ะ" คุณนายแสงหล้าถามด้วยความอยากรู้
"อีกสองสามวันคุณแม่ของพี่ปัณจะมาร่วมงานวันเกิดของคุณพ่อ แล้วก็...." หยดมณีเขินอาย
"แล้วก็อะไร?" พ่อเลี้ยงคำจรรอฟังสิ่งที่ลูกสาวกำลังจะบอก.
"พี่ปัณจะให้คุณหญิงแม่สโรชิณีมาสู่ขอหมั้นหมายหยดจากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ" หยดมณียิ้มจนตาหยี.
"จริงหรอเนี่ย" แต่เหมือนคนเป็แม่จะดีใจซะยิ่งกว่าลูกสาว.
"เห็นมั้ยคุณคำจร ฉันบอกคุณแล้วว่าคุณปัณณธรน่ะรักลูกหยดจริงๆ" นางได้ทีหันไปยืนยันกับสามี.
"ผมก็แค่เป็ห่วงลูก"
"ถ้าทางนั้นจริงจังกับยัยหยดจริงๆ ผมก็จะรอ"
.
.
.
ในที่สุดงานเลี้ยงวันเกิดของพ่อเลี้ยงคำจรก็มาถึงกาสะลองนั่งมองใบขออนุญาตผู้ปกครองในมืออย่างลำบากใจ
เธอได้ทุนเรียนฟรีจริงๆ อย่างที่มาริสาคาดเดา แต่ทว่าทุนที่เธอได้มานั้นเป็ทุนจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของภาคเหนือซึ่งใครๆก็อยากจะเข้าไปเรียน แต่คุณหนูหยดมณีกับคุณนายแสงหล้าอนุญาตให้เธอไปเรียนที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็มหาวิทยาลัยที่หยดมณีเรียนอยู่เท่านั้นนี่สิ
เธออยากไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ได้ทุนมากกว่าเพราะได้ในสาขาที่อยากเรียนด้วย แต่ไม่รู้ว่าเ้านายจะอนุญาตรึเปล่านี่สิ
.
.
อีกด้านหนึ่งของงาน ปัณณธรก็พาคุณหญิงสโรชิณีกับปกรณ์น้องชายคนเล็กที่ตามผู้เป็แม่ขึ้นมาเที่ยวด้วยและดูเหมือนว่าแม่ของเขาจะเข้ากับว่าที่แม่ยายได้ดี.
"ผมจะเดินไปดูอะไรทางนั้นหน่อยล่ะกัน"
ปกรณ์บอกพี่ชายพลางกวาดสายตามองหาสาวสวยในงานจนกระทั่งสายตาไปสะดุดอยู่ที่สาวน้อยชุดสีขาว แต่งตัวธรรมดาแต่หน้าตาจิ้มลิ้มมากคนหนึ่ง.
"ไปเหล่สาวอีกตามเคยล่ะสิ" ปัณณธรเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันแล้วปล่อยน้องชายไปอย่างเคยชินกับนิสัยความเ้าชู้ที่ผิดแปลกบรรดาพวกพี่ๆ สามหนุ่มในบ้านราชดำรง
.............................
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายเป็กำลังใจให้ไรท์หน่อยนะคะ.