ตอนนี้ 3 คนพ่อลูก ก็ออกเดินทางเพื่อไปที่แคว้นซิงโตว่
ซึ่งระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น เว่ยเจียงก็เหลือบไปเห็นต้นมู่กวา(มะละกอ)ระหว่างทางเข้า
อาหารเที่ยงของวันนี้จึงเป็ส้มตำ ที่มีสูตรอยู่ในตำราอาหาร
ทั้ง3คนที่ตกลงกันได้ว่าจะกินส้มตำ ก็พากันเดินหาส่วนผสมที่เหลือ อย่าง ล่าเจียว(พริก) ซีหงซื่อ(มะเขือเทศ????) หนิงเิ(มะนาว ???) ต้าซ่วน(กระเทียม) พอได้ส่วนผสมครบแล้ว เฟิงเสียนผู้เป็บิดา ก็เริ่มทำอาหารกลางวัน โดยนำต้าซ่วน(กระเทียม) ล่าเจียว(พริก) ใส่ลงในครกที่สั่งทำก่อนออกเดินทาง แล้วโขลกพอหยาบๆ จากนั้นใส่ถาง(น้ำตาล) หยีร์ลู่(น้ำปลา) หนิงเิ(มะนาว???) เว่ยเจียง(ผงชูรส)ที่ทำเอง และน้ำปลาร้า จากนั้นก็คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้า แล้วตามด้วยมู่กวา(มะละกอ) ที่สับเป็เส้น โขลกคลุกเคล้าทุกอย่างที่อยู่ในครกให้เข้ากันเป็อันเสร็จ
เวลา ยามเว่ย(13.00-14.59น.)
ทั้ง3คนออกเดินทางต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่เร่งรีบ เพราะแคว้นซิงโตว่นั้นเดินทางแค่3วันก็ถึงแล้ว ทั้งสามจึงไม่ได้เร่งรีบอะไร
แฮ่กกๆๆ! สวบ สาบ !!! เสียงวิ่งและเสียงหอบหายใจดังขึ้นใกล้ๆ ก่อนจะมีร่างของเด็ก ผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมา หาพวกเขา
" ช่วยด้วย แฮ่กๆ ช่วยด้วย " เด็กน้อยรูปร่างผอมบางวิ่งะโพร้อมกับวิ่งมาหลบอยู่ข้างหลังเฟิงเสียน
" เ้าหนีอะไรมารึ เด็กน้อย " เฟิงเสียนย่ตัวกล่าวกับเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม พร้อมลูบหัวเบาๆ
เด็กน้อยมองคนงามตรงหน้าด้วยแววตาที่ใ ใที่คนตรงหน้าััตน ใที่คนตรงหน้าพูดกับตนด้วยน้ำเสียงและแววตาอ่อนโยน ดังเช่นตอนที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่
" ฮึกก ข้าหนีพวกมัน พวกมันที่ตามมาฆ่าข้าขอรับ " เด็กน้อยตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวพลางสะอื้นให้ และยังเอามือจับชายผ้าของเฟิงเสียนเอาไว้แน่น
เฟิงเสียนมองเด็กตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยน โดยไม่คิดรังเกียจแม้แต่น้อย ถึงเด็กน้อยคนนี้ จะใส่เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน เนื้อตัวมอมแมม ก็ตาม
" เด็กน้อย เจ้- " เฟิงเสียนพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงตะหวาดกร้าวดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับร่างเด็กน้อยที่สั่นเทิ้มแรงขึ้น
" ส่งตัวเด็กคนนั้นมาซะ "
เฟิงเสียนหันกลับไปมองตามเสียงก็พบเข้ากับบุรุษเพศรูปร่างกำยำลำ่สัน 5 คน และแต่ละคนยังเป็ผู้ใช้พลังธาตุอีกด้วย
ส่วนด้านคนโฉดชั่ว เมื่อคนหน้าคนงามก็ตะลึงค้าง แต่ก็แค่เพียงจิบชาเดียว ก่อนที่พวกมันจะเลียริมฝีปากด้วยท่าทางกระหาย พลางมองเฟิงเสียนด้วยสายตาโลมเลีย
" โอ้ คนงาม ถ้าเ้าปล่อยเด็กนั่นมาให้ข้า ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอันใดรุนแรงกับเ้าเลยคนงาม " คนที่ดูท่าทางคล้ายหัวหน้า มองเฟิงเสียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยาก อยากััใบหน้างามๆนั่น อยากััเรือนร่างขาวผ่องที่น่าหลงใหลนั่น อ่า ถ้าร่างงามๆนั่นมาอยู่ใต้ร่างของมัน จะงดงามขนาดใหนกันนะ ยิ่งคิด ยิ่งอยาก
ไม่รอช้า เ้าหัวหน้ากลุ่มก็พุ่งตรงมายังเฟิงงเสียน แต่เพียงแค่มันขยับตัว ร่างกายของมันก็ถูกเปลวไฟสีครามเผาใหม้จนไม่เหลือแม้แต่กระดูกด้วยเวลาเพียง2จิบชา
บรรดาลูกน้องที่เห็นหัวหน้าตนโดนเผาต่อหน้าต่อตา ก็หวาดกลัวจนตัวสั่น ก่อนที่พวกมันจะพยายามวิ่งหนี แต่วิ่งได้เพียงสองก้าว พวกมันก็กลายเป็รูปปั้นน้ำแข็งและไร้ซึ่งลมหายใจทันที
เว่ยเจียง และ เซียนหลานต่างก็มองรูปปั้นน้ำแข็งตรงหน้าด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ หึ สมควรแล้ว กล้าดียังไงมามองบิดาของพวกข้าด้วยสายตาที่น่ารังเกียจแบบนั้น ??’?
เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของเด็กน้อยทั้งหมด เด็กน้อยมองทั้งสามด้วยแววตาชื่นชม จนปิดไม่มิด ซึ่งทั้งสามที่หันมาเห็นแววตาแบบนี้ของเด็กน้อย ก็แปลกใจนิดหน่อย ที่เด็กคนนี้มิกลัวพวกตน
" นี่เด็กน้อย เ้ามิกลัวพวกข้ารึ " เซียนหลาน
" หืม ไม่กลัวขอรับ พวกท่านเก่งมากๆเลยขอรับ " เด็กน้อยยิ้มแป้นตอบคำถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสดใส ลบภาพเด็กน้อยที่ตัวสั่นก่อนหน้าจนสิ้น
" หึ " ×3 สามพ่อลูกส่ายหัวน้อยๆให้กับความไร้เดียงสานั้น
" งั้นเด็กน้อย เ้าชื่ออะไรึ "