แอมเบอร์รออยู่ก่อนแล้วประสานมืออยู่บนโต๊ะ ดวงตาเป็ประกายเมื่อเห็นเขาเข้า ผ้าโพกผมอยู่ในตอนแรกเปลี่ยนเป็พับไว้เป็แถบคาดทับไว้เรียบๆ พวงผมสีน้ำตาลปล่อยสลวยลงเคลียไหล่แจ๊คัับรรยากาศในความเป็แม่มดเ้าเสน่ห์ของเธอได้จึงไม่ยอมตกหลุมพรางที่แน่ใจว่าแอมเบอร์วางดักไว้
“คุณทํายังงั้นเพื่ออะไร” เขาถามเมื่อทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้ตรงข้าม
“บางที...อาจจะเป็เพราะฉันชอบหน้าตาคุณละมั้ง”
“แต่ตอนที่ผมเข้ามาที่นี่ตอนแรกคุณไม่ได้คิดยังงั้นนี่”
“บางทีฉันอาจจะเปลี่ยนใจแล้วก็ได้”เธอตอบด้วยท่าทางไม่ยินดียินร้าย “ผู้หญิงทุกคนย่อมเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลาคุณก็รู้นี่”
รัฟเฟอรี่ััความรู้สึกอยู่ว่า เขาจะไม่มีวันได้รู้อะไรในความคิดของผู้หญิงคนนี้จนกว่าเขาจะสร้างบรรยากาศที่ใกล้ชิดสนิทสนมมากกว่านี้แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกอยากทําถึงขนาดนั้นนานนักหนามาแล้วที่เขาไม่เคยได้แสดงความใกล้ชิดสนิทสนมไม่ว่าจะกับผู้ใดก็ตามไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งที่แต่งตัวแบบยิปซีที่ดูจะมีเจตนาอะไรบางอย่างในตัวเขาคนนี้ก็ตาม
“แล้วคุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง”
รอยยิ้มของเธอออกจะลึกลับอยู่
“อยากรู้จะบอกให้ก็ได้ว่าคนที่เป่าปี่เรียกงูกับฉันเคยเข้าไปในเมืองวันหนึ่งแล้วก็เห็นโปสเตอร์แผ่นนั้นเข้าเพราะฉะนั้นตอนที่คุณมีเื่กับกิเดียนและพรรคพวกของเขาฉันมีโอกาสได้พิจารณาคุณอย่างใกล้ชิด ฉันถึงนึกรู้ ว่าคุณควรจะเป็ใครไงล่ะ”แอมเบอร์ชะโงกหน้าเข้ามาพิจารณาเขาอย่างใกล้ชิดสังเกตเห็นไรเคราเขียวครึ้มสองข้างแก้มและยังหนวดดกที่เขาปลูกไว้
“ที่จริงฉันว่าตอนนี้คงไม่มีใครจําคุณได้แล้วละ เพราะเมื่อคุณไว้ผมยาวแถมยังปลูกหนวดเคราไว้รกอย่างนี้มันช่วยอําพรางได้มาก รับรองว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนเขาสนใจถึงขนาดจําหน้าคุณได้หรอก”
“แล้วกิเดียนล่ะ”
คําถามของเขาทําให้แอมเบอร์เปล่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน
“คนอย่างมิดไนท์น่ะสนใจกับเื่เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวแล้วก็สนใจกับตัวเองมากกว่าที่จะมาใส่ใจกับอาชญากรรมที่ใครก่อขึ้นฉันหมายถึงว่าถ้าคุณสามารถทําให้เขามีกําไรเพิ่มขึ้นจากการแสดงในครั้งนี้นะฉันถามจริง ๆ เถอะว่าเพราะอะไรคุณถึงถูกติดหมายประกาศจับท่าทางคุณจะไม่น่าจะเป็อาชญากรอย่างที่ประกาศไว้ในโปสเตอร์เลยนี่”
“แต่มันก็ไม่ผิดหรอก” แจ๊คเห็นเป็โอกาสที่จะทําให้เธอเลิกสนใจในตัวเขาเสียที“ผมฆ่าโสเภณีคนหนึ่งตายเอามีดทิ่มเข้าไปกลางหัวใจเลย...” เขาวาดภาพให้น่าสยดสยองเพื่อจะขู่แอมเบอร์“เื่มันเกิดขึ้นในเมืองดอดจ์แล้วก็ต้องคอยหลบหนีอยู่ั้แ่นั้นเป็ต้นมา”
ถึงแม้คําพูดของเขาจะฟังน่ากลัวและคล้ายกับเขากําลังเตือนอะไรบางอย่างอยู่แต่เธอก็มิได้เชื่อถือในคําพูดของเขาแม้แต่น้อยเคยมีอาชญากรที่ก่อคดีร้ายแรงกว่านี้ผ่านเข้าออกอยู่กับเต็นท์ของเธอทุกคืนบางคนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหรา ท่าทางเหมือนนักธุรกิจเสียด้วยซ้ำ แต่แจ๊ครัฟเฟอรี่ไม่มีสิ่งใดที่จะบอกได้ว่าเขาเป็เช่นนั้นผู้ชายคนใดก็ตามที่มีจิตใจเมตตาต่อสัตว์แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความสามารถของสุนัขของตนและยังสามารถยืนโต้เถียงกับมิดไนท์ด้วยความสุภาพและอย่างใจเย็น และประการสําคัญผู้มีความสามารถในการจูบอย่างที่...ไม่...เธอจะยอมให้ตัวเองตกอยู่ใต้อิทธิพลการจูบของเขาอย่างเด็ดขาด…
แต่เขาก็มีเหตุผลที่จะต้องทำให้เธอกลัวไว้ก่อนเมื่อแอมเบอร์จับมือข้างหนึ่งของเขาไว้ในมือทั้งสองของเธอนั้นเธอมีความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะต้องค้นหาความลึกลับในตัวผู้ชายที่บุกเข้ามาในเต็นท์ของเธอเมื่อตอนหัวค่ำให้ได้
“เอาละ เรามาพูดเื่ของเราต่อดีกว่า”เธอลูบไล้ฝ่ามือที่ประกอบด้วยนิ้วเรียวยาวของเขาอยู่ “เอาเหรียญเงินใส่ลงในฝ่ามือของมาดามลาแบลล์สิคุณรัฟเฟอรี่แล้วฉันจะทําให้คุณได้เห็นภาพอันน่าพิศวงของตัวเองอย่างที่ไม่เคยมีใครบอกคุณมาก่อนเลยละบางทีคุณอาจจะได้รู้อนาคตด้วยนะ”
“งั้นเรอะ” แจ๊คหัวเราะอย่างอดไม่ได้“นี่คุณยังหวังจะให้ผมจ่ายเงินให้กับเื่ไร้สาระแบบนี้อีกงั้นหรือ”
“ก็เพราะว่าถ้ามีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้วละก็มันจะทําให้ฉันมองเห็นภาพของคุณได้ชัดเจนขึ้นไงล่ะ นอกจากนั้นมันยังทําให้มิดไนท์ไม่สงสัยในการกระทําของฉันด้วย”
รัฟเฟอรี่ถึงกับส่ายหน้ากับความเป็คนเ้าความคิดของเธอล้วงมือลงไปในกระเป๋าหยิบเหรียญเงินออกมาโยนลงบนโต๊ะมันไม่ใช่เื่เสียหายที่จะพลอยเล่นสนุกไปกับเธอด้วยถึงอย่างไรแอมเบอร์ที่จําเป็ต้องทํามาหาเลี้ยงชีวิตอยู่แล้ว
ยิ่งกว่านั้นการที่เธอลูบไล้ฝ่ามือเขาอยู่อย่างอ้อยอิ่ง เขี่ยปลายนิ้วไปตามเนินต่าง ๆ บนฝ่ามือขณะที่ใบหน้าซึ่งอาบอยู่ด้วยแสงเทียนแสดงออกถึงอาการเคลิ้มฝันมันเป็ภาพที่เย้ายวนใจยิ่งกว่าภาพใดที่เขาเคยเห็นมา และที่แน่นอนก็คือการที่เขาได้ใกล้ชิดกับเธอเช่นนี้ย่อมปลอดภัยกว่าการที่จะสร้างความสัมพันธ์กับผู้หญิงโสเภณีเช่นที่ผ่านมาแล้วแน่
“คุณมีมือที่ยอดเยี่ยมมาก” เธอเอ่ยออกมาขณะลูบไล้ฝ่ามือที่เป็สีชมพูเรื่อแตกต่างกว่าสีน้ำตาลคล้ำตรงข้อมือขึ้นไปอย่างเห็นได้ชัด “มือของผู้ชายย่อมบอกถึงอดีตปัจจุบัน และอนาคตของเขาได้อย่างแน่นอนฉันสามารถบอกได้เลยว่าถ้าคุณไม่ใช่นักการพนันก็จะต้องเป็นักเทศน์แต่ท่าทางของคุณไม่ได้บอกว่าจะเป็ผู้ที่หลงใหลในพระคัมภีร์ หรือหากินด้วยการหลอกลวงคนหรอกนะ”
อีกครั้งหนึ่งที่รัฟเฟอรี่หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“ไม่เลวนี่ เพราะจริง ๆแล้วผมก็ชอบศึกษาพระคัมภีร์ไม่น้อย และผมก็ยังเลี้ยงชีวิตด้วยการเล่นการพนันด้วยเพียงแต่ว่ามันไม่ใช่ในลักษณะที่คุณคิดอยู่หรอก” เขาหวังว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นจะไม่ไปทําลายหรือสร้างความเสียหายให้กับพลังลึกลับที่เกิดอยู่ในจิตใจของเธอยามนี้
สีหน้าของแอมเบอร์บอกความพิศวงเธอหลับตาลง แผงขนตาแนบอยู่กับเนียนแก้ม ขณะเดียวกันก็ลูบไล้ฝ่ามือเขาต่อไปเรื่อยๆ เสียงพูดแ่เบาที่เธอเอ่ยออกมานั้นสร้างความรู้สึกอันรุมเร้าให้เกิดขึ้นกับเขาอย่างไม่คาดคิด
“ก็แล้วแต่จะพูดเถอะ” เธอปรือเปลือกตาขึ้น“แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจในตัวคุณก็คือครั้งหนึ่งคุณเคยเป็คนเลี้ยงแกะมาก่อนใช่ไหมล่ะ”
“เอ๊ะ...คุณรู้ได้ยังไงกันนี่” แจ๊คถึงกับอ้าปากค้าง
เสียงหัวเราะลึกของเธอแฝงเลศนัยบางอย่างอยู่เธอสามารถจะบอกในสิ่งนั้นได้ ภายหลังจากที่ได้เห็นสุนัขของเขาแสดงกลางแจ้งมาแล้วโดยเฉพาะตอนที่มันต้อนฝูงแกะอยู่เพียงแต่เธอไม่้าเตือนความจําของรัฟเฟอรี่ในเื่นี้เท่านั้น
“ที่ฉันรู้ก็เพราะคนที่เคยเป็คเลี้ยงแกะมาก่อนจะมีรัศมีบางอย่างที่แตกต่างกว่าคนอื่นกระจายออกมาจากตัว”เธออธิบายด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ ราวเป็ผู้หยั่งรู้อย่างแท้จริง “มันก็เหมือนกับไขมันหรือขี้ผึ้งจากการที่ต้องทำงานเกี่ยวกับขนสัตว์ที่ช่วยให้ฝ่ามือหยาบกระด้างนุ่มนวลลงได้นั่นแหละอาชีพที่คนเราทําอยู่ย่อมจะบอกให้รู้ได้ว่าเขาเป็คนอย่างไรด้วยคนส่วนมากมักจะซ่อนเร้นความรู้สึกที่ล้ำลึกของตัวเองไว้ภายใต้ท่าทางแข็งกระด้างที่แสดงออกเหมือนเต่าที่ซ่อนตัวอยู่ในกระดองแข็งที่หุ้มห่อตัวมันอยู่นั่นแหละที่เป็เช่นนี้ก็เพราะเขาไม่้าให้คนอื่นมองเห็นธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเองเท่านั้น”
รัฟเฟอรี่แทบจะสําลักเสียงหัวเราะกับการตั้งข้อสังเกตแบบนั้นของเธอเพราะเขาไม่เคยเห็นคนเลี้ยงแกะคนใดที่จะเข้ากับคําอธิบายที่เธอกําลังให้เขาอยู่ในขณะนี้ได้เลยเพียงแต่เขากําลังทึ่งในความสามารถของมิสลาแบลล์จนไม่อยากโต้แย้งอะไรกับเธอเท่านั้น
“ฉันสามารถบอกได้ด้วยว่า ในหัวใจของคุณมันมีความโรแมนติกอันละเมียดละไมแฝงอยู่บอกให้รู้ว่าคุณจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่มีฐานะสูงส่งแล้วก็วางผู้หญิงคนนั้นไว้บนแท่นบูชาอีกด้วย”เธอพูดต่อขณะขีดปลายนิ้วไปตามเส้นที่ผ่าขวางอยู่กลางมือ
“ที่ฉันสามารถพูดอย่างนี้ได้เป็เพราะเส้นชีวิตของคุณโค้งอยู่กับเนินนี้...”เธอชี้ลงตรงส่วนนูนใต้นิ้วหัวแม่มือ “เส้นนี้จะบอกถึงความมีพลังเป็คนที่รักการผจญภัย แล้วก็จะมีความสุขกับชีวิตรักอันยั่งยืนนานแต่คุณไม่ได้มีลักษณะของคนที่จะเชื่อถือในอะไรได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นขอให้ถือว่าทั้งหมดนี่ฉันพูดมานี่เป็เพียงบอกให้รู้ถึงคความรู้สึกของฉันเมื่อได้เห็นมือคุณเท่านั้นก็พอ”
แจ๊คกระแอมเบา ๆเหมือนปลูกตัวเองให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ที่ถูกขับกล่อมอยู่ด้วยเสียงพูดเบาๆอ่อนโยนราวกําลังสะกดจิตเขาอยู่