บทที่ 39 เร่าร้อนเหมือนถูกต้ม
“เอ๊ะ? มันมีความหวานอยู่นิดหน่อย…”
หลังจากกลืนผลมรกตวิญญาณอัคคีในอึกเดียวเย่อู๋เชวียรู้สึกว่าผลไม้เริ่มละลายในปากของเขาอย่างรวดเร็วและกระแสความร้อนที่ไม่สิ้นสุดได้กระจายไปทั่วร่างของเขา
“ครืน…”
เย่อู๋เชวียนั่งสมาธิในโพรงต้นไม้ปราณศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขากำลังทำงานอย่างเต็มที่และโลหิตสีทองในร่างกายของเขาก็หมุนเวียนอย่างรีบเร่งหลังจากที่ความร้อนอันหอมหวานกระจายไปทุกส่วนของร่างกาย มันก็หายไปอย่างเงียบๆ
ปฏิกิริยานี้ทำให้เย่อู๋เชวียเกิดความตกใจเล็กน้อยเขากินผลมรกตวิญญาณอัคคีลงไปชัดๆ มันจะไม่ส่งผลกระทบอะไรเลยได้อย่างไร
แน่นอนว่าการกระทำนี้ล้วนตกอยู่ในสายตาของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟ!นั่นคือสมบัติที่มันเฝ้าดูแลมานับสิบปีมันมีเพียงสามผลและหนึ่งในนั้นก็ถูกกินไปโดยมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้า!
“ฟ่อ”
ศีรษะของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟยกสูงขึ้นร่างที่มีความยาวกว่าสิบห้าวาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างวุ่นวายความอดทนของมันมาถึงขีดจำกัดแล้วและตอนนี้มันต้องการข้ามสระน้ำเย็นเพื่อโจมตีเย่อู๋เชวียโดยตรง
“ฟ่อ!!!”
อย่างไรก็ตามทันทีที่ร่างกายของมันสัมผัสกับผิวน้ำงูหลามพิษกลืนเปลวไฟก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและถอยหลังกลับในทันที
ความเย็นของน้ำในสระนี้ทำให้ร่างกายของมันสั่นสะท้านความบ้าคลั่งของมันดูเหมือนจะถูกลบล้างออกไปทั้งหมด และศีรษะที่ยกขึ้นสูงก็ถอยกลับอย่างรวดเร็วงูหลามพิษกลืนเปลวไฟขดตัวอยู่ในพื้นที่โล่งห่างไกลจากสระน้ำนับสิบวาแม้ว่าสายตาของมันจะยังจับจ้องเย่อู๋เชวียแต่เห็นได้ชัดว่าเจ้างูหลามยักษ์ไม่กล้าที่จะข้ามไปอีกแล้ว
งูเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอดทนเป็นเลิศมันเชื่อมั่นว่ามนุษย์คนนั้นไม่มีทางนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ไปตลอดชีวิตตราบใดที่มนุษย์ตัวน้อยคิดจะข้ามกลับมา นั่นจะเป็นโอกาสของมันเช่นกัน
เย่อู๋เชวียหลับตาลงโดยไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เขากำลังรู้สึกแปลกๆ เพราะผลมรกตวิญญาณอัคคีถูกเขากินลงไปแท้ๆแล้วมันจะหายไปได้อย่างไร
แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจแต่เย่อู๋เชวียยังคงอดทนและหมุนเวียนจิตวิญญาณการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่าเขาตรวจสอบร่างกายทุกตารางนิ้วเพื่อค้นหาว่าพลังของผลมรกตวิญญาณอัคคีไปหลบซ่อนอยู่ที่ใด
“ครืน”
เมื่อเย่อู๋เชวียหมุนเวียนปราณศักดิ์สิทธิ์เป็นรอบที่สิบเอ็ดจู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นจากส่วนลึกของตันเถียนและในพริบตาไม่ว่าจะเป็นแขนขาหรืออวัยวะภายในของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
มันเป็นความอบอุ่นที่ทำให้ร่างกายเกิดความเบาสบายราวกับแช่อยู่ในน้ำพุร้อน
“ฤทธิ์ยาในผลมรกตวิญญาณอัคคีเริ่มทำงานแล้วดูเหมือนการรับประทานยาศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกเจ็บปวดเหมือนครั้งก่อน”
เย่อู๋เชวียเย้ยหยันตัวเองเขาใช้ประโยชน์จากพลังความอบอุ่นและเริ่มหมุนเวียนมันไปทุกส่วนในร่างกายโดยหวังจะทะลวงอาณาจักรบ่มเพาะอีกครั้ง
“ครืน”
อย่างไรก็ตามคลื่นความร้อนที่รุนแรงมากกว่าสิบเท่าก็ระเบิดขึ้นภายในร่างกายของเขาโดยไม่ทันตั้งตัวจากนั้นกระแสความร้อนแผดเผาที่ระเบิดออกก็กระจายไปทุกส่วนจนทำให้ผิวของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในทันที!
“...ดูเหมือนว่าข้าจะมีความสุขเร็วเกินไป…”
เมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหันความสุขของเย่อู๋เชวียก็หายไปในพริบตาเขาเลิกคิดฟุ้งซ่านและพยายามควบคุมไม่ให้ร่างของตัวเองร้อนเกินไปไม่เช่นนั้นอวัยวะภายในของเขาอาจถูกทำลายได้
“อ๊าก…”
พลังธาตุไฟที่แข็งแกร่งเริ่มรุกรานร่างกายของเย่อู๋เชวียเหมือนคลื่นขนาดใหญ่เย่อู๋เชวียรู้สึกเหมือนตกลงไปในหม้อต้ม ต่อให้พลังใจของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้มันก็ไม่มีทางที่เขาจะอดกลั้นไม่ให้ตัวเองส่งเสียงกรีดร้องออกมาได้!
“ครืน…”
พลังแห่งธาตุไฟที่แผดเผาได้ปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์คลื่นความร้อนเคลื่อนไปทั่วทุกที่ราวกับน้ำเดือดที่ราดลงบนร่างกายของเขา!
เย่อู๋เชวียพยายามอดทนต่อความร้อนและกระตุ้นไม่ให้ตัวเองหมดสติในตอนนี้ร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำโดยสมบูรณ์แล้วความเจ็บปวดทรมานที่เขาได้รับนี้ยังมากกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับผลกระทบของยาระเบิดวิญญาณระดับมนุษย์ด้วยซ้ำ
“ครืน…”
พลังธาตุไฟเคลื่อนผ่านร่างกายของเย่อู๋เชวียทีละนิดหลังจากการลวกครั้งแรกผ่านไป เย่อู๋เชวียรู้สึกว่าทุกส่วนในร่างกายของเขาเริ่มสั่นสะเทือนและฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว!
หลังจากรอบแรกผ่านไปอีกรอบก็มาถึงในทันทีผลมรกตวิญญาณอัคคีเติบโตในจุดที่ธาตุไฟและธาตุไม้เชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์และพลังความร้อนที่มันปลดปล่อยออกมาก็รุนแรงจนแทบจะเผาผลาญเย่อู๋เชวียให้กลายเป็นเถ้าถ่าน!
เย่อู๋เชวียพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดและเพ่งความสนใจไปยังร่างกายส่วนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขารู้สึกว่าแม้ความร้อนนี้จะทนทานได้ยากแต่ร่างกายทุกส่วนของเขาก็ดูเหมือนจะได้รับการชำระล้างใหม่อีกครั้ง!
“ไม่น่าเชื่อว่าผลไม้ลูกเล็กๆจะทำได้ถึงขนาดนี้ ร่างกายของข้ากำลังได้รับการขัดเกลาอีกแล้ว”
…
เมื่อเวลาผ่านไปพลังงานธาตุไฟก็ค่อยๆ ถูกดึงดูดให้มาควบแน่นอยู่ภายในตันเถียนของเย่อู๋เชวียทว่าตัวเขากลับจมอยู่ในภวังค์ของตัวเองและไม่รู้เห็นต่อความเปลี่ยนแปลงนี้
เมื่อร่างกายของเขาเย็นลงอย่างฉับพลันเย่อู๋เชวียก็ตื่นขึ้นอย่างช้าๆดูเหมือนว่าฤทธิ์ยาที่เกิดจากผลมรกตวิญญาณอัคคีจะหมดลงแล้ว
เย่อู๋เชวียรู้สึกว่าแม้จิตวิญญาณการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยแต่มันยังห่างไกลจากสิ่งที่เขาหวังไว้มาก
“ครืน…”
ในขณะที่พลังงานธาตุไฟกำลังจางหายไปพลังความเย็นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายเย่อู๋เชวียและพลังทั้งสองประเภทก็เริ่มหมุนเวียนภายในร่างกายของเขาจนทำให้เกิดความสมดุลอย่างรวดเร็ว!
………….