“ไนร่า พี่สกายมาแล้วลูก” แม่เดินขึ้นมาเคาะห้องพร้อมบอกลูกสาว
“ค่ะแม่” เธอถึงกับตกใจเมื่อแม่เดินขึ้นมาตามเพราะเมื่อคืนเขาคะยั้นคะยอที่จะมารับเธอไปโรงเรียนด้วยเธอจึงบอกเขาว่าให้ไปรอที่หน้าปากซอย แต่ทำไมถึงได้โผล่มาที่หน้าบ้านได้
“มาเช้าเกินไปแล้วยังไม่ถึงเวลานัดเลย” เธอแอบบ่นให้เขา และหันไปมองดูนาฬิกาที่ผนังพบว่าเพิ่งจะหกโมงครึ่ง
“มาแล้วค่ะ” ไนร่าถือกระเป๋าแล้วรีบเดินลงมาด้านล่าง
ทันใดนั้นสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับโต๊ะอาหารที่มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมานั่งรอ และส่งยิ้มทักทายอย่างมีความสุข
“มาอยู่ตรงนี้ได้ไงไปโรงเรียนกัน”เธอส่งสายตาพิฆาต แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆเขาและใช้มือสะกิดที่หลังเขาเล็กน้อย
“รีบไปไหนกันลูกกินข้าวกันก่อน”พ่อหันมาบอกลูกสาว และบอกให้นั่งลง
สกายถึงกลับยิ้มไม่หุบแต่ไนร่าเธอถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยทีเดียว เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะบอกผู้ใหญ่เรื่องที่เธอมีแฟนแล้ว และแฟนของเธอก็กำลังนั่งร่วมวงรับประทานอาหารในตอนนี้
“สนิทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วมาสนิทรุ่นลูกอีก ดีจริงๆ” พ่อหัวเราะอย่างชอบใจแล้วหันเอามือไปแตะไหล่ของสกาย
“ครับคุณลุง” เขาตอบ
“ทานเลยลูก” แม่ยื่นจานข้าวให้สกาย เขารับมาแล้วกล่าวขอบคุณ
“วันนี้ผมขออนุญาตรบกวนด้วยนะครับ”เขาพูดด้วยความเกรงใจ
“ทานเลยลูก หลานมาบ้านทั้งทีลุงดีใจเสียอีก”
“ไนร่าหิวหรอลูกรีบกินเชียว?” แม่ที่เห็นลูกสาวกินข้าวอย่างเร่งรีบถึงกับตกใจ
“กลัวสายค่ะแม่พี่สกายรีบๆ กินเถอะค่ะ” เธอหันไปบอกเขา
“เด็กสองคนนี้แปลกๆ” พ่อพูดและหัวเราะ ประโยคนี้ของพ่อทำให้ไนร่าถึงกับสำลักข้าว
เธอรีบคว้าแก้วน้ำที่วางข้างๆ มาดื่ม
“รีบเกินเป็นยังไงล่ะซุ่มซ่ามแบบนี้ใครเขาจะมาเอาเป็นแฟนล่ะลูก” ประโยคที่สองจากแม่ทำให้ไนร่าสำลักน้ำอีกรอบ
สกายเมื่อเห็นท่าทีของไนร่าใจหนึ่งก็แอบสงสารแต่อีกใจก็อดขำในท่าทีของไนร่าที่ดูจะกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย
“ไปกันค่ะพี่สกาย” ไนร่าลุกจากเก้าอี้
“ไว้ครั้งหน้าชวนพ่อกับมามากินข้าวด้วยกันนะคงสนุกน่าดู” พ่อที่มองหน้าสกายทำให้คิดถึงเพื่อนขึ้นมาทันที
“ครับคุณลุงผมจะบอกให้นะครับ”
“ไปก่อนนะครับคุณลุงคุณป้า”สกายยกมือไหว้ทั้งสองท่าน
“ลุงฝากน้องด้วยนะลูก”
“ครับคุณลุงผมจะดูแลอย่างดี” ไนร่าที่กำลังใส่รองเท้าถึงกับส่ายหน้าเพราะกลัวความลับจะถูกเปิดเผย
“ยังไม่สายเลย รีบจัง”สกายมองเด็กสาวที่รีบเดินไปประตูหน้าบ้านอย่างเร่งรีบ
“ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ”เธอดุเขา
“พี่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ”เขาแอบขำ
“แล้วเข้าไปนั่งในบ้านได้ยังไงคะ?”
“ก็ผู้ใหญ่ชวนไม่เข้าไปไม่ได้มันเสียมารยาท” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่ช่างขัดกับสีหน้าและแววตาเสียเหลือเกิน
“เอาน่า อย่าบ่นเลยพี่ยังไม่ได้พูดอะไร หน้างอจริงๆ เด็กน้อย” เขาบอกและหยิบหมวกกันน็อกมาใส่ให้เธอซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นหน้าที่ประจำของเขาแล้ว
“ไว้ให้พร้อมกว่านี้ค่อยบอกนะคะให้พ่อกับแม่เข้าใจแบบนี้ไปก่อนดีแล้ว ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงด้วย” ไนร่าเริ่มใช้เหตุผลคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ครับ พี่ยังไงก็ได้”
โรงเรียน
“ค่อยๆ ก้าวลงนะ”สกายหันมาบอกไนร่าเพราะกลัวว่าเธอจะตกรถ
ไนร่าที่สวมชุดพละในวันนี้ทำให้เธอทะมัดทะแมงในการซ้อนบิ๊กไบค์คันโตหรืออาจจะเป็นเพราะความเคยชินที่เธอก็ไปไหนกับเขาบ่อยๆการขึ้นลงรถจึงกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ เธอวางมือข้างซ้ายไว้บนบ่าของเขาเพื่อพยุงตัวเองและก้าวลงจากรถ
“ไว้ตอนเที่ยงพี่ไปกินข้าวด้วยนะ” สกายเดินมาส่งไนร่าที่ข้างสนามฟุตบอลที่โต๊ะประจำก่อนจะเดินขึ้นห้องเรียนไป เพราะยังทำงานค้างยังไม่เสร็จ
ไนร่ายืนมองเขาวิ่งขึ้นตึกด้วยความเร็วแสงใครจะไปรู้ว่าตอนนี้เธอและเขานั้นกลับมาคบกันอีกรอบ แม้ลึกๆในใจเธอก็ยังกลัวที่จะจบแบบเดิม แต่ตอนนี้เขาก็พยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจนและให้เธอเห็นมาโดยตลอด
“อ้าวแฟนไม่มานั่งด้วยหรอจ้ะ แม่สาวน้อย” กัสแอบส่งยิ้มหวานและมองตาเพื่อน
“รีบไปงานค้างอ่ะ”ไนร่าตอบคำถามของเพื่อนแล้วค่อยๆ โน้มตัวลงนั่ง
“ว่าแต่ทำไมถึงเดินมาด้วยกันแต่เช้า”หวานเล่นบทนักสืบแต่เช้า จ้องหน้าเพื่อนเพื่อเค้นหาความจริง
“คือแบบนี้นะ…” ไนร่าเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเช้าให้เพื่อนทั้งสองฟังพร้อมกับทำท่าทางประกอบ ว่าเธอเองก็กลุ้มใจ
“รอบนี้ถึงกับบุกถึงบ้านเลยหรอ?”
“โคตรเจ๋ง” กัสถึงกับร้องขึ้นและตีมือชอบใจในความกล้าของสกายที่เผชิญหน้ากับพ่อและแม่ของไนร่า
“ดีนะ ที่พี่สกายเป็นลูกของลูกกับป้าไม่งั้นก็คงมีคำถามเยอะกว่านี้แน่ๆ”
“และก็จะได้มีข้ออ้างในการไปหาด้วยว้าว! อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้” กัสที่พูดแทนความคิดของไนร่าราวกับว่าเธอรู้ว่าเพื่อนจะพูดอะไรต่อ
“เอาจริงๆฉันก็มีแอบกลัวมันกลับไปเป็นเหมือนเดิม”
“ชั้นว่ารอบนี้พี่สกายเค้าดูจริงจังมากเลยนะ”
ไนร่านึกถึงคำพูดของสกายขึ้นมาเพราะตอนที่เขามาสารภาพกับเธอเขาจำเหตุการณ์ทุกอย่างระหว่างเธอกับเขาได้อย่างชัดเจน
“เรื่องนี้ไม่มีใครคิดแทนเธอได้ตอบหัวใจตัวเอง เชื่อในความรู้สึกของตัวเองนะ”
“ไนร่าของเราต้องมีความรักที่ดีเชื่อสิ” หวานพูดแล้วมองตาของไนร่า และค่อยๆเอื้อมมือของตัวเธอไปมาจับมือของเพื่อน
“มั่นใจในตัวเองหน่อยสู้ๆ”
ไนร่าที่ได้รับคำปลอบโยนของเพื่อนถึงกับน้ำตาซึมออกมาแม้ว่าบางครั้งพวกเธอทั้งสามคนอาจจะเหมือนเด็กที่ไม่ค่อยคิดอะไรมากแต่หากเพื่อนมีปัญหาก็พร้อมที่จะเคียงข้างเสมอ