ในที่สุดก็มีคนทนไม่ได้และลุกขึ้นยืน
หลงเฟยเยี่ยเชื่อว่ามีคนทรยศอยู่ในกลุ่มนี้จะต้องมีแน่นอน!
จากนั้นดวงตาที่สงบนิ่งของเขาก็ขยับช้าๆมองไปยังคนที่รีบวิ่งออกมา ก็เห็นว่าเป็นชายวัยกลางคนดูจากชุดที่สวมใส่แล้วคงไม่ใช่องครักษ์ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ฮั่วหยางเป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!” ซ่างกวนรู้สึกประหลาดใจอย่างมากชายผู้นี้เป็นหัวหน้าขององครักษ์เขาหนานซาน ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำคนต่อไปเป็นคนที่มีความสามารถที่เขาเลือกขึ้นมาเพียงลำพัง ทำไมถึงเป็นสายลับไปได้ล่ะ?
ฮั่วหยางมองไปที่ซ่างกวนและก้มหน้าลงด้วยความสำนึกผิดมู่ชิงอู่ก้าวไปข้างหน้าทันทีและจับฮั่วหยางไว้
“พวกเจ้าซุ่มโจมตีได้อย่างไรแล้วคนอยู่ที่ไหน?” หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและถามออกมาด้วยตนเอง
“คนพวกนั้นซุ่มอยู่ในเขาหนานซานมานานแล้วพวกเขาไม่ได้มาเพราะฉินหวังเฟย พวกเขา...”
ฮั่วหยางลุกขึ้นยืนขึ้นเขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะตายและไม่มีอะไรต้องกลัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับสายตาที่เย็นชาของหลงเฟยเยี่ยเขายังคงมีความหวาดกลัวหยุดครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อว่า “พวกเขา...พวกเขามาที่นี่เพื่อรอฮ่องเต้แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเมื่อได้ยินว่าหวังเฟยขึ้นไปบนเขา แล้วจึงไปลงมือทำร้ายหวังเฟย”
จู่ๆซ่างกวนก็พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว “เอาล่ะ ฮั่วหยางเจ้าซุ่มโจมตีมานานแค่ไหนแล้ว! แล้วเจ้าพาคนเข้ามาได้อย่างไร?”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาฮ่องเต้เทียนฮุยจะเสด็จมาที่โรงน้ำชาเทียนเซียงด้วยตัวเองปีละหนึ่งวันเพื่อเก็บชาพระองค์ปกปิดตัวตนและมาเป็นการส่วนตัว ซ่างกวนเป็นคนที่ได้รับใช้เป็นการส่วนพระองค์ดังนั้นซ่างกวนจึงเสริมสร้างการป้องกันของเขาหนานซานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
“เป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้วพวกเขาซุ่มโจมตีอยู่ใกล้ๆ และจะมาในเร็วๆ นี้” ฮั่วหยางตอบตามความจริงเขาไม่มีหน้าไปมองซ่างกวนและคุกเข่าลง “ซ่างกวน ข้าทำให้ท่านผิดหวังแล้ว! ข้าถูกบังคับพวกนางจับแม่ของข้าไป ข้าไม่มีทางเลือก!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ซ่างกวนก็โกรธจัดและเตะออกไปอย่างแรง “มีแค่เจ้าหรืออย่างไรที่มีแม่พี่น้องที่ตายไปตั้งมากมายในวันนี้ เขาไม่มีแม่กันหรือไร ไอ้สารเลว!”
ฮั่วหยางเป็นหัวหน้าซึ่งเขาเป็นผู้ที่คอยประสานอยู่ภายในมันง่ายมากสำหรับนักฆ่าที่จะหลีกเลี่ยงองครักษ์และเข้าสู่เขาหนานซานยิ่งกว่านั้นฮั่วหยางก็จะรู้ได้ทันทีว่าใครกำลังจะขึ้นไปบนภูเขาเพื่อเก็บชา
“คนจากอาณาจักรเป่ยลี่?” หลงเฟยเยี่ยหรี่ตาลงอย่างอันตราย ไม่คาดคิดมาก่อนว่ากลุ่มสายลับจะระบุว่าฮ่องเต้เป็นเป้าหมายการลอบสังหารครั้งนี้เป่ยลี่ทำเกินไปหรือไม่?
“กระหม่อมไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใครคนที่กระหม่อมติดต่อด้วยเป็นสตรีผู้หนึ่งที่ถ้ำบนหน้าผาด้านตะวันออกสุดของภูเขาหนานซาน กลุ่มนักฆ่ามักจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่นจากการเดินทางของพวกนางแล้ว ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อมาจากที่นั่น”
ฮั่วหยางตอบตามจริงในตอนแรกคิดว่าตัวเองโชคดี แต่เมื่อเห็นการลงโทษที่น่ากลัวเช่นนี้แล้วเห็นพี่น้องของเขาตายทีละคนอย่างไม่ยุติธรรม เขาก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลงเฟยเยี่ยก็ยืนขึ้นและพูดอย่างเย็นชาว่า “ลักพาตัวคนไปที่ไหน?”
ฮั่วหยางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและเขาพูดติดๆ ขัดๆ ว่า “กระหม่อม...กระหม่อมไม่ทราบหากพวกนางไม่สามารถลงจากเขาได้ กะ…ก็คงทำได้แต่ซ่อนตัวอยู่ที่นั่น”
หลงเฟยเยี่ยหันหลังกลับเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำมู่ชิงอู่รีบไล่ตามเขาไป
ซ่างกวนมองไปที่ฮั่วหยางเขาโกรธจนพูดไม่ออก หลังจากนั้นไม่นานจึงพูดอย่างเย็นชาว่า “ทหาร เอาตัวเขาไปขัง!”
ขณะที่พูดนั้นก็รีบไล่ตามออกไปเมื่อมาถึงหน้าประตูก็ไม่ลืมที่จะพูดว่า “ตามหาเจ้าของ หาต่อไป!”
เขาอธิษฐานขอให้หวังเฟยอยู่ในถ้ำหน้าผามิฉะนั้นโรงน้ำชาเทียนเซียงที่มีสายลับเช่นนี้ คงได้เจอหายนะเป็นแน่
ในเวลานี้ท้องฟ้าข้างนอกสว่างเล็กน้อย พร้อมกับลมที่เย็นยะเยือก
พระเจ้ารู้ดีว่าหลงเฟยเยี่ยเร็วแค่ไหนแม้แต่มู่ชิงอู่ก็ไล่ตามไม่ทัน แล้วนับประสาอะไรกับซ่างกวน
การช่วยชีวิตผู้คนนั้นเป็นเรื่องของเวลาหากฉินอ๋องไปเร็วกว่านี้หนึ่งก้าว หวังเฟยก็จะทรมานน้อยลง
อย่างไรก็ตามในตอนที่พวกเขาตามไปที่สุดหน้าผาด้านตะวันออกของเขาหนานซาน กลับเห็นฉินอ๋องยืนอยู่บนขอบหน้าผาและไม่ได้ลงไป
ฉินอ๋องรอพวกเขาอยู่หรือ?
มู่ชิงอู่คิดเช่นนี้แต่ก็รีบปฏิเสธความคิดไป ศิลปะการต่อสู้ของเขาและซ่างกวนรวมกันมีแนวโน้มที่จะด้อยกว่าของฉินอ๋องด้วยซ้ำ ฉินอ๋องไม่เคยต้องการคนช่วย
ทันทีที่ซ่างกวนมาถึงก็รีบรายงานทันทีว่า “ท่านอ๋อง ที่นี่คือสุดหน้าผาด้านตะวันออก”
“ข้างล่างคืออะไร?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างเย็นชา
สถานที่นี้อยู่ห่างจากเขาหนานซานของโรงน้ำชาเทียนเซียงสองลูกซ่างกวนไม่ค่อยมาที่นี่และไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมรอบๆ
เขามองลงไปและเห็นว่ามีหมอกอยู่ใต้หน้าผาทัศนวิสัยก็ต่ำมากและดูเหมือนว่าหมอกจะเป็นสีดำเล็กน้อยเพราะแสงสว่างไม่เพียงพอ
“หมอกยามเช้ายังไม่สลายไปหรือ?” ซ่างกวนพูดและพึมพำกับตัวเอง “แต่...ดูเหมือนว่าหมอกนี้จะเป็นสีดำ”
มู่ชิงอู่เองก็มองลงไปแต่กลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “นี่คือหมอกพิษ!”
หากหลงเฟยเยี่ยไม่เคยสัมผัสกับฝูงยุงพิษมาก่อนหน้านี้บางทีเขาอาจจะคิดว่านี่คือหมอกพิษ อย่างไรก็ตามหลังจากประสบกับฝูงยุงพิษมาครั้งหนึ่งแล้วหลงเฟยเยี่ยก็มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่ารอยดำในเหวนั้นเป็นฝูงยุงพิษอย่างแน่นอนในเหวลึกเต็มไปด้วยฝูงยุงพิษและกลุ่มใหญ่กว่าครั้งก่อนอย่างมาก
อย่างไรก็ตามเขาไม่แน่ใจว่าฝูงยุงพิษเหล่านี้ถูกคนควบคุมและปกป้องที่นี่อยู่หรือพวกมันรวมตัวกันเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
“มีใครเคยมาที่นี่มาก่อนหรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างเย็นชา
ทั้งมู่ชิงอู่และซ่างกวนต่างตกตะลึงแต่ก็ไม่กล้าถามคำถามเพิ่มเติม ซ่างกวนตอบอย่างรวดเร็วว่า“ฮั่วหยางรู้จักสถานที่นี้ เขาต้องเคยมาที่นี่อย่างแน่นอน!”
“พาเขามา!”หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเย็นชา น้ำเสียงเย็นยะเยือกซ่อนความโกรธไว้และพระเจ้ารู้ดีว่าเมื่อไรมันจะระเบิดออกมา
หลังจากที่ซ่างกวนจากไปมู่ชิงอู่จึงจะถามด้วยเสียงเบาว่า “ท่านอ๋อง นี่...ไม่ใช่หมอกพิษใช่หรือไม่?”
“ฝูงยุงพิษ”
สายตาของหลงเฟยเยี่ยยังคงจับจ้องไปที่หมอกสีดำใต้เหวลึกคิ้วขมวดแน่น เมื่อเผชิญกับฝูงยุงพิษ ปรมาจารย์พิษทุกคนที่อยู่ภายใต้อำนาจของเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มีเพียงหานอวิ๋นซีเท่านั้นที่จัดการได้ น่าเสียดายคนที่เขาต้องไปช่วยในตอนนี้คือนาง
ยัยบ้านั่นขึ้นไปเก็บชาบนเขาเพื่ออะไรกัน!
“ฝูงยุงพิษนี่มัน...” มู่ชิงอู่ตกใจ
โดยไม่คาดคิดในระหว่างการพูดคุยนี้หมอกสีดำในเหวก็เริ่มลอยขึ้นมาและในขณะเดียวกันก็แผ่กระจายไปทุกทิศทุกทาง
มีคนควบคุมฝูงยุงพิษอย่างนั้นหรือ? คนที่ซ่อนตัวอยู่ในเหว จะหลบหนีขึ้นหรือไร?
ดวงตาของหลงเฟยเยี่ยเปลี่ยนเป็นเย็นชาเตรียมพร้อมที่จะรับความท้าทาย แต่ในไม่ช้าสถานการณ์ก็เกินกว่าที่เขาคิดไว้
เห็นเพียงว่าฝูงยุงมีพิษนั้นกระจายออกไปเร็วขึ้นเรื่อยๆไม่ช้าก็ล้นออกไปทุกทิศทุกทางลามไปถึงป่าโดยรอบหลายแห่ง
หลงเฟยเยี่ยและมู่ชิงอู่ทำได้เพียงถอยครั้งแล้วครั้งเล่าปีนขึ้นไปบนที่สูงเพื่อมองดู
ท้องฟ้าที่สว่างขึ้นเรื่อยๆแสงแดดเริ่มแรงขึ้น พวกเขาก็มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมองลงมาจากที่สูงเห็นเพียงว่าฝูงยุงพิษนั้นเหมือนกลุ่มเมฆดำมหึมา ที่ค่อยๆ ปกคลุมภูเขาและป่าไม้โดยรอบ
ซ่างกวนที่พาฮั่วหยางขึ้นมาทั้งสองคนตกตะลึงจนอ้าปากค้างเมื่อเห็นฉากนี้
ฮั่วหยางหน้าซีดและตะโกนทันที“ไป! นายท่านทั้งหลาย รีบหนีเร็วเข้า! นี่คือการระบาดของหมอกพิษที่นี่จะมีการระบาดใหญ่ของหมอกพิษทุกๆ สิบปี ข้าเคยเห็นมันเมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก!ภูเขาโดยรอบจะถูกปกคลุมทั้งหมด รีบหนีเร็วเข้า!หากสัมผัสสิ่งนี้จะถูกวางยาพิษจนตาย”
มีอยู่แต่เดิมแล้วอย่างนั้นหรือ?
หลงเฟยเหยี่ยรู้สึกประหลาดใจมากและถามทันทีว่า“มันจะลามภูเขาไปกี่ลูก? แล้วมันจะอยู่ได้นานแค่ไหน?”
ฮั่วหยางแสดงท่าทางประหลาดใจและพูดว่า“มันจะลามไปทุกสิ่งในบริเวณโดยรอบและในไม่ช้าก็จะมีหมอกพิษกระจายไปทั่วภูเขาและที่ราบเร็วที่สุดคือเที่ยงวันพรุ่งนี้ถึงจะกระจายหายไป”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหลงเฟยเยี่ยก็เข้าใจทันที!
ฝูงยุงพิษขนาดใหญ่นี้ไม่ได้สร้างขึ้นโดยมนุษย์แต่สามารถถูกมนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ได้คนที่ลักพาตัวหานอวิ๋นซีล้วนเป็นคนที่รู้วิธีใช้พิษดังนั้นว่าพวกเขาจึงไม่กลัวฝูงยุงพิษ
ตอนนี้ทางลงภูเขาทั้งหมดต่างถูกปิดกั้นมีสามกองกำลังที่กำลังค้นหาภูเขา และนักฆ่าก็กลัวที่จะปรากฏตัวและไม่กล้ายื่นข้อตกลงแก่เขาไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นเพราะต้องการล่าถอย แล้วค่อยทำข้อตกลงกับเขาอีกครั้ง!
และการระบาดของฝูงยุงพิษนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายเพื่อที่พวกนางจะหลบหนี
เรื่องราว...ช่างวุ่นวาย!
หลงเฟยเยี่ยมองไปยังฝูงยุงสีดำที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆคิ้วหล่อเหลาของเขาขมวดแน่น การโจมตีด้วยพิษเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของเขา
ฮั่วหยางที่ยืนอยู่ข้างๆมองดูหมอกพิษที่ยังคงแพร่กระจาย เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดขีดอยากจะอ้าปากพูดอยู่หลายครั้ง ทว่าก็ไม่กล้า
ในที่สุดทั้งมู่ชิงอู่และซ่างกวนก็ทนไม่ได้อีกต่อไป
“ท่านอ๋องไปกันเถอะ!” มู่ชิงอู่พูดอย่างจริงจัง
ซ่างกวนเองก็ฉวยโอกาสนี้เอ่ยปากพูดว่า“ท่านอ๋อง ถ้าไม่ออกตอนนี้ จะไม่ทันนะพ่ะย่ะค่ะพวกนางลักพาตัวหวังเฟยไปต้องมีบางอย่างที่จะร้องขออย่างแน่นอน เรื่องนี้ควรหารือในระยะยาว”
กำปั้นในแขนเสื้อของหลงเฟยเยี่ยกำแน่นหลังจากนั้นไม่นาน นี่คือพิษอีกแล้วสินะ
ความผิดพลาดทั้งหมดของเขาเกิดจากยาพิษ!
ดีจริงๆ!
เขาต้องถอนตัว!
เขารอดูว่าสายลับเหล่านี้จะหนีไปได้ไกลแค่ไหน?
“ถอนตัว!”หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเย็นชา หันหลังกลับและเดินออกไป มู่ชิงอู่และคนอื่นๆไม่กล้าอยู่อีกต่อไปและรีบตามไป
ในเวลานี้มีฝูงยุงพิษเต็มไปทั่วทั้งภูเขา
หานอวิ๋นซีถูกนักฆ่าหญิงในชุดเขียวลากไปที่ทางเข้าถ้ำเมื่อเห็นตรงหน้าที่หนาแน่นไปด้วยฝูงยุงพิษ นางก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างคิดไม่ถึงว่ามันจะมากขนาดนั้น น่ากลัวเหลือเกิน!
“เจ้า...เจ้า...เป็นไปไม่ได้เจ้าควบคุมมันไม่ได้!” หานอวิ๋นซีส่ายหัว ยุงพิษฝูงใหญ่ขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะควบคุมได้ แม้ว่าจะใช้สภาพอากาศและภูมิประเทศก็ตาม
นักฆ่าหญิงในชุดเขียวยิ้มอย่างเย้ยหยัน“ใช่ คนที่ควบคุมฝูงยุงพิษได้ตายไปแล้วอย่างไรล่ะ”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหานอวิ๋นซีก็ตกใจ ครั้งก่อนเป็นนางที่ช่วยหลงเฟยเยี่ยฆ่าสายลับหญิงผู้นั้น
เห็นได้ชัดว่านักฆ่าหญิงในชุดเขียวไม่รู้เรื่องนี้หานอวิ๋นซีคงไม่โง่ถึงขนาดพูดออกมาเองในที่สุดตอนนี้นางก็เข้าใจสิ่งที่นักฆ่าหญิงในชุดเขียวกำลังรอแล้ว
“แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาเจ้ากำลังรอโอกาสนี้ เจ้าต้องการใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายเพื่อที่จะหลบหนี!”
นักฆ่าหญิงในชุดเขียวมองเข้ามาทันใดนั้นก็จับคางของหานอวิ๋นซีและยัดยาเข้าไปในปากของนางหานอวิ๋นซีกลืนมันไปโดยไม่ทันตั้งตัว
“วางใจได้ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” นักฆ่าหญิงในชุดเขียวตะคอกอย่างเย็นชา
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหานอวิ๋นซีก็ได้รู้ข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง สตรีผู้นี้มียาแก้พิษของยุงพิษซึ่งหมายความว่านางรู้วิธีเลี้ยงยุงพิษ
ครั้งก่อนสายลับที่ควบคุมยุงพิษมีชื่อว่าเหวินเจี่ยจากการที่หลงเฟยเยี่ยบังคับให้นักโทษสารภาพออกมาจึงได้รู้ว่าเหวินเจี่ยคนนี้คือหัวหน้าของสายลับหญิงทั้งหมดซึ่งหมายความว่านักฆ่าหญิงในชุดเขียวก็เป็นลูกน้องของเหวินเจี่ย!
กล่าวอีกนัยหนึ่งนักฆ่าหญิงในชุดเขียวคือผู้รับผิดชอบสายลับทั้งหมดของเป่ยลี่ที่แฝงตัวอยู่
“พิษของมู่ชิงอู่ต้องเป็นเจ้าที่คิดค้นขึ้นมาใช่หรือไม่?” หานอวิ๋นซีพูดอย่างเย็นชานางมั่นใจอย่างมากเพราะนางเคยต่อสู้กับเหวินเจี่ยคนนั้นมาก่อนและไม่น่าเป็นไปได้ที่เหวินเจี่ยจะสามารถปรุงพิษงูหมื่นตัวออกมาได้แต่นักฆ่าหญิงในชุดเขียวผู้นี้มีความสามารถที่จะทำได้
“หานอวิ๋นซีการฉลาดเกินไปไม่ใช่เรื่องดีสำหรับสตรีหรอกนะ”นักฆ่าหญิงในชุดเขียวเตือนอย่างเย็นชา
หานอวิ๋นซีไม่ตอบแต่ในแววตากลับเป็นประกาย นางคิดว่านางไม่สามารถหาคนที่วางยามู่ชิงอู่โดยตรงได้แต่ถ้าพบคนที่ปรุงยาพิษได้ เช่นนี้ก็ถือว่าเจอฆาตกรด้วยใช่หรือไม่?
นักฆ่าหญิงในชุดเขียว...ข้าถูกใจเจ้าจริงๆ
ในขณะเดียวกันคนชุดดำคนหนึ่งเหาะออกมาจากฝูงยุงพิษและพูดด้วยความเคารพว่า “ชิงเจี่ยทางตะวันตกเฉียงเหนือสามารถไปได้”
นักฆ่าหญิงในชุดเขียวพยักหน้าคว้าหานอวิ๋นซีไว้แน่นแล้วเหาะลงไป ในขณะที่มองลงมาหานอวิ๋นก็เห็นสีแดงแวบหนึ่งและแวบผ่านปากทางเข้าถ้ำ...
กู้ชีฉ่าวคนนั้นไม่กลัวพิษหรือ?