[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    118 ความห่างชั้น

    “ดูนั่น! ตระกูลจงพวกเขาทำไมถึงส่งคนมาเยอะขนาดนี้กัน”


    ชาวเมืองมากมายออกมารอดูศิษย์จาก 4 สถาบันและตัวแทนของเมืองหลงไห่ที่อายุไม่ถึง 25 เดินทางออกมาจากประตูแห่งเทพธิดา ต่างพากันมองไปยังเรือเหาะลำใหญ่หลายร้อยลำ จากสถาบันทั้ง 3 ส่วนทางฝั่งสถาบันเฟยเทียนยังคงมีเพียงแค่การใช้พลังวิญญาณในการเดินทาง 


    แต่การรอดูผู้คนออกมาจากประตูเทพธิดาในวันนี้พวกเขากลับเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป ทางฝั่งตระกูลจงพวกเขาล้วนสวมใส่อาวุธชุดเกราะมาเต็มตัว เหมือนว่าพวกเขากำลังจะมาฆ่าใครสักคน จากจำนวนคนในตระกูลนับหมื่นที่ยกมา ทำให้ชาวเมืองหลีกทางพยายามเว้นระยะห่าง


    “เอาล่ะท่านผู้นำนิกายได้เวลาเปิดประตูแล้ว”


    เจ้าเมืองหลงไห่หันมองไปยังผู้นำนิกายทั้ง 4  พวกเขาจำเป็นต้องเปิดประตูเทพธิดาแล้วในตอนนี้ เพื่อนำตัวผู้คนที่อยู่ข้างในออกมา ทันทีที่ผู้นำนิกายทั้ง 4 มองดูเวลา พวกเขาก็เริ่มลอยตัวไปยืนรอบๆเสาหินสีดำทั้ง 10 ต้นจากนั้นก็ใช้พลังของตัวเองกางอาณาเขตเพื่อเปิดค่ายกลกระตุ้นให้ประตูเทพธิดาทำงาน


    “ศิษย์พี่เยว่สือ ประตูกำลังจะเปิด”


    ตงฟางชี้ไปยังตำแหน่งพลังวิญญาณกำลังอัดแน่นกันจนเกิดเป็นหมอกสีฟ้า ทันทีที่เขาชี้ไปยังทิศทางที่เกิดหมอกทุกคนต่างฉีกยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าพวกเขาจะได้เดินทางกลับบ้านและกลับสถาบันของพวกเขาแล้ว


    “ทุกคน เตรียมตัวเดินทางกลับ” เยว่สือเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงบางเบาแล้วใช้พลังวิญญาณขับส่งพวกมันออกไปจนทั่วกลุ่มศิษย์ที่เธอต้องดูแลตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา


    ทางฝั่งหมู่ตึกเล่นแร่แปรธาตุและหมู่ตึกนักยันต์รวมไปถึงหอแห่งการฝึกตน พวกเขาล้วนสั่งการในทำนองเดียวกันจนศิษย์สถาบันเฟยเทียนลุกขึ้นยืนทั้งหมด ทางฝั่งสถาบันทั้ง 3 พวกเขาก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางดีใจจะได้เดินทางออกจากสถานที่อันตรายนี้แล้ว แต่ทันใดนั้นขนทั่วร่างของทุกคนต่างลุกชัน เมื่อจู่ๆก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณระดับราชาวิญญาณระเบิดมาจากทางด้านหลังของพวกเขาที่กำลังหันหน้าเข้าหาประตูทางออก


    “ปีศาจ!”


    “วิ่ง! รีบวิ่งออกไปเร็วเข้า!” ตงฟางบอกให้ศิษย์ทุกคนออกไป ระดับราชาวิญญาณเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก แล้วพวกเขาทุกคนล้วนแล้วมีเพียงระดับจารึกวิญญาณเท่านั้น ต่างจากคนของเมืองหลวงที่ตงฟางไปเห็นมา การปรากฎตัวของปีศาจระดับราชาวิญญาณเพียงแค่ 1 สามารถฆ่าพวกเขาที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้ทุกๆคน


    “พี่เย่วสือ วิ่ง~!”


    ตงฟางกระตุ้นทุกคนที่ยืนอยู่ข้างๆให้รีบวิ่งออกไป หากปีศาจยังคงตามพวกเขาไป ผู้นำนิกายและเจ้าเมืองหลงไห่จะเป็นคนจัดการปีศาจ แต่หากพวกเขาไม่สามารถวิ่งออกไปได้ทัน จะเป็นพวกเขาที่ถูกปีศาจฆ่าตาย


    “ตงฟาง ไปเร็ว!”


    เยว่สือผลักตงฟางให้วิ่งเข้าไปในประตู เธอจะต้านปีศาจเอาไว้ให้ ตงฟางที่เห็นดังนั้นเขาจึงมองไปยังศิษย์หลักคนอื่นๆเพื่อจะขอกำลังต้านปีศาจ ตงฟางกลับกัดฟันเพราะศิษย์หลักกลับเป็นคนกลุ่มแรกที่ใช้ความเร็วของพวกเขาพุ่งออกจากประตู ไม่ว่าจะเป็นสถาบันเฟยเทียนหรือสถาบันอื่น ๆ ล้วนแล้วเหลือเพียงแค่ศิษย์สายในเท่านั้น


    “พวกเศษขยะ คิดจะหนีข้าคนนี้พ้นอย่างนั้นหรือ” พลังงานวิญญาณจำนวนมหาศาลถูกรวมไว้บนเขาของปีศาจระดับราชาวิญญาณ ตงฟางที่เห็นดังนั้นเขาจึงยื่นมือทั้งสองข้างไปด้านหน้าใช้พลังจิตสร้างเส้นทางให้ลำแสงทำลายล้างของปีศาจพุ่งไปตามพลังจิตที่เขาสร้างให้เหมือนสะพานโค้งขึ้นไปบนท้องฟ้า 


    ทันทีที่มันพูดจบลำแสงของมันก็พุ่งเข้าโจมตีประตูเทพธิดาด้วยความรวดเร็ว แต่มันกลับเห็นบางอย่างที่แปลกไป เมื่อจู่ๆลำแสงของมันกลับค่อยๆถูกเบี่ยงจนโค้งขึ้นไประเบิดบนท้องฟ้า ไม่สามารถฆ่าใครได้เลยสักคนเดียว


    “ศิษย์พี่เยว่  ออกไปบอกผู้นำนิกายให้เตรียมตัวฆ่ามัน ผมจะต้านไว้ให้สัก 5 นาที”


    พรึ่บ~!


    ตงฟางสะบัดมือเล็กน้อยพลังจิตของเขาก็โยนร่างเยว่สือเข้าไปในประตูเทพธิดา ทางฝั่งปีศาจที่พบว่ามนุษย์เหลือเพียงระดับผสานวิญญาณและกำลังหนีตายจึงรวบรวมพลังใหม่อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้จะไม่ใช่ลำแสงเช่นเดิม มันจะเป็นการฆ่าด้วยระเบิดทำลายล้างเป็นวงกว้าง  


    ตงฟางมองดูปีศาจที่ยกมือขึ้นไปบนฟ้ารวบรวมพลังวิญญาณจนเป็นทรงกลมสีดำขนาดใหญ่ เขาจึงกระจายพลังจิตออกไปในระยะ 3 กิโลเมตรหักคอสัตว์อสูรทุกๆตัวจนพวกมันตาย เมื่อการเตรียมการสวนกลับของเขาจบลงไป พลังจิตกลุ่มใหญ่ก็ได้ดึงเลือดสัตว์อสูรที่เขาฆ่า ลอยเข้ามาในดาบมารโลหิตจนเกิดเป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีแดงเลือดส่องสว่างต้านทานกับแสงสีดำของปีศาจ


    “บ้าเอ๊ย! ต้องเสียแขนอีกแล้วเหรอ”


    ตงฟางจำได้ว่าท่านี้เขาเคยใช้โจมตีปีศาจระดับราชาวิญญาณ ครั้งนั้นซูฮวากับเขาหลบอยู่ใต้น้ำ ด้วยการรวบรวมเลือดของสัตว์อสูรจำนวนมาก ทำให้เขาสร้างบาดแผลให้กับปีศาจระดับราชาได้ 


    ครั้งนี้กลับดูไม่ง่ายเลยสักนิด ปีศาจที่กำลังรวบรวมพลังไม่ได้เล่นสนุกเหมือนตอนนั้น มันกำลังใช้พลังวิญญาณจำนวนมากระเบิดสถานที่แห่งนี้ไปพร้อมกับศิษย์จำนวนมากมาย กระทั่งเลือดจำนวนมากหมดลงไป ตงฟางได้ใช้พลังจิตของเขาโยนศิษย์สถาบันเฟยเทียนเข้าไปในประตูเทพธิดา จากนั้นก็ตวัดดาบส่งขึ้นไปบนท้องฟ้าต้านทานบอลพลังงานสีดำที่กำลังหล่นลงมาจากฟ้าสูง


    “ตัวใครตัวมันนะเพื่อน”


    บรึ้ม~!


    เสียงสุดท้ายที่ตงฟางได้ยินคือเสียงระเบิดของพลังทั้งสอง มาพร้อมกับร่างของศิษย์ทั้ง 3 สถาบันพุ่งออกจากประตูเทพธิดา หากตงฟางไม่ส่งศิษย์สถาบันเฟยเทียนไปก่อนคงมีคนตายเป็นพันๆ จังหวะที่แผ่นหลังของตงฟางตกกระแทกพื้นจนรู้สึกชา ร่างของศิษย์มากมายที่ตามมาล้วนแล้วตกกระแทกพื้นพร้อมกับมีเลือดไหลออกมาจากร่าง


    “ทุกคน! เข้าไปช่วยเหลือศิษย์ออกมา”


    เสียงร้องตะโกนแทรกจากคนมากมาย ดังสะท้อนจากทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ตงฟางที่ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางมึนงงด้านหน้าประตูเทพธิดา ก็รีบมองหาศิษย์พี่เยว่สือที่เขาส่งออกมาทันที


    “ตงฟาง หลบเร็ว~!” เสียงร้องเต็มไปด้วยความตกใจส่งมายังทิศทางที่ตงฟางกำลังยืน เขายังคงงุนงงเพราะหัวถูกกระแทกจึงมองไปยังทิศทางที่เกิดเสียง ทันใดนั้นเองด้านหลังของเขาก็มีพลังวิญญาณหนาแน่นระเบิด จนรีบหันมองไปดูด้วยความตกใจพร้อมกับสติที่กลับคืนมา


    “ขอทานกัง”


    “ผู้นำนิกายโว๊ย นี่แกเอาอะไรออกมาด้วยไอ้เด็กเหลือขอ”


    “ผมเปล่านะ” ตงฟางรีบวิ่งออกมาด้วยความรวดเร็วหลังจากผู้นำนิกายเฟยเทียนกระโดดเข้ามาป้องกันการโจมตีของปีศาจที่เดินออกมาจากประตูเทพธิดา ส่วนศิษย์คนอื่นๆที่บาดเจ็บพวกเขาก็ถูกเหล่าอาจารย์และคนของเจ้าเมืองช่วยเหลือ เขาจึงไม่จำเป็นต้องห่วงใคร จังหวะที่กระโดดเข้าไปใกล้ศิษย์พี่เยว่สือ ตงฟางก็ถูกจับมือข้างที่หักไปรักษาด้วยพลังวิญญาณจากพี่เยว่สือที่เขาวิ่งเข้ามาหา


    “ขอบคุณครับ ว่าแต่พี่เยว่สือ ผู้นำนิกายจะฆ่ามันได้ไหม”


    ตงฟางกล่าวขอบคุณเยว่สือที่กำลังใช้วิญญาณยุทธ์รักษาแขนของเขา พร้อมกับถามเรื่องปีศาจที่ตามออกมา ทันใดนั้นเจ้าเมืองหลงไห่ก็ระเบิดพลังระดับราชันวิญญาณที่เหนือกว่าระดับราชา ฆ่าปีศาจให้ตายเพียงแค่ตวัดดาบครั้งเดียว


    “เข้าไปดูคนเจ็บเร็วเข้า~!”


    เสียงประกาศก้องของเจ้าเมืองหลงไห่ดังไปทั่ว กระตุ้นให้คนของเขากระจายตัวเข้าไปดูแลศิษย์ที่บาดเจ็บหนัก ทันใดนั้นศิษย์พี่เยว่สือก็ได้ปล่อยแขนของตงฟาง หลังจากเธอทำให้กระดูกลับมาต่อกันแล้วเหลือเพียงแค่ให้เขากินยาพักฟื้นปกติก็หาย ส่วนเธอที่รักษาตงฟางสำเร็จก็พุ่งไปช่วยอาจารย์จื่อรั่วรักษาคนเจ็บหนักมากมาย จนตงฟางมองดูด้วยความรู้สึกชอบ


    “ระดับราชันวิญญาณเหรอ”


    ตงฟางมองดูร่างของปีศาจที่ตายด้วยการตวัดดาบเพียงครั้งเดียว พลางมองจ้องศิษย์มากมายที่ออกมาได้เพียงแค่ครึ่ง ในวันแรกที่เข้าไปตงฟางเห็นศิษย์จำนวนมากกว่านี้ วันนี้พวกเขากลับตกตายไปมากมาย ไม่แค่ถูกปีศาจในวันนี้ฆ่าตาย พวกเขากลับตายเพราะสาเหตุหลายอย่างตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา บางครั้งเป็นการปล้นฆ่า บางครั้งเป็นการถูกสัตว์อสูรหรือถูกความโหดร้ายของพื้นที่ประตูเทพธิดาทำให้ตาย


     ถึงอย่างนั้นบนใบหน้าของเหล่าอาจารย์กลับไม่ได้เสียใจกับศิษย์ที่ตายเลยสักนิด พวกเขายังคงนิ่งแล้วยังแสดงความดีใจกับคนที่เหลือรอดออกมา


    “โลกของผู้แข็งแกร่งสินะ  ไม่แปลก”


    พลังจิตถูกกระตุ้นเข้าไปในร่างกายเพื่อรักษาแขนเพิ่มเติม ตงฟางรู้สึกตกใจเช่นกันกับร่างของตัวเองในตอนนี้ เดิมทีท่าสุดท้ายที่เขาโจมตีมันเคยหักกระดูกป่นแขนของเขาจนเละ ครั้งนี้บาดแผลที่เกิดขึ้นกลับน้อยกว่าเดิม กระดูกของเขาหักเพียงแค่ 2 ท่อน บาดแผลบนผิวหนังและกล้ามเนื้อก็น้อยมาก 


    ไม่เพียงเท่านั้นการรักษาและการฟื้นฟูร่างกายของเขายังรวดเร็วมาก จนเขาฉีกยิ้มกว้างให้กับทักษะของนิกายโลหิตที่ทำให้ร่างของเขาแข็งแกร่งไม่ต่างจากปีศาจระดับผสานวิญญาณ อย่างไรก็ตามตงฟางกลับยกมือขึ้นมาถูกจมูก เมื่อมีบางอย่างผิดปกติไป


    “ไหนบอกว่าทักษะนิกายโลหิตไม่มีผลเสีย แล้วทำไมตอนนี้ถึง”


    กลิ่นเลือดของผู้คนมากมายลอยเข้ามากระทบจมูกของตงฟาง พลางทำให้เขาน้ำลายไหลเริ่มหิวอยากนำเลือดที่หอมหวานเหล่านี้มาดื่มกิน สำหรับเขาอาการนี้นับได้ว่าเป็นผลข้างเคียงของทักษะมาร แต่ดูแล้วผู้นำนิกายโลหิตจะไม่คิดว่ามันเป็นผลข้างเคียงจึงบอกเขาไปว่าทักษะนิกายโลหิตปลอดภัย


    หมับ~!


    “ทายซิใครเอ่ย”


    นิ้วเรียวยาวพุ่งเข้ามาปิดตาจากทางด้านหลัง ตงฟางรู้นานแล้วว่ามีใครบางคนแอบเข้ามาหาเขาจึงแกล้งเป็นไม่เห็น


    “ลุงซิงหยุน”


    “ผิด ลูกสาวลุงซิงหยุนต่างหาก”


    “ชอบใส่เสื้อสีฟ้า”


    “สีแดงต่างหาก”


    “งั้นต้องเป็นผู้หญิงชอบสวมใส่เสื้อผ้าปิดมิดชิดเพราะหวงเนื้อหวงตัว”


    “ผิด ผิดหมดเลย ไม่เล่นด้วยแล้ว ไหนดูซิบาดเจ็บตรงไหนบ้าง”


    ตงฟางมองพี่ซิงเยียนที่ปล่อยมือแล้วเข้ามาจับตัวเขาพลิกไปพลิกมาเพื่อดูบาดแผล


    “ผมปลอดภัยดี แต่เมื่อกี้ถ้าผู้นำนิกายไม่เข้ามาช่วยนะ ผมคงตายไปแล้ว”


    “งั้นกลับไปรักษากับพี่สาวก่อนไหม ให้หายดีก่อนค่อยกลับ”


    “ไม่ได้เลยพี่ซิงเยียน ผมต้องกลับพร้อมทุกคน อีกอย่างตอนนี้ผมก่อเรื่องใหญ่แล้ว พี่ซิงเยียนถอยห่างจากผมก่อนนะ เดี๋ยวจะแย่”


    “ทำไมล่ะ” ซิงเยียนทำหน้าสงสัยพลางสำรวจตงฟางต่อไปจนเจอหนึ่งอย่างที่ไม่เหมือนเดิม


    “ผมไปทำบางอย่างมา จะต้องมีคนมากมายเข้ามาหาเรื่องผม ตอนนี้พี่ซิงเยียนกลับไปก่อนนะ อีก 2 - 3 วันผมจะไปหา”


    “แน่นะ สัญญาก่อน”


    “สัญญาครับ ผมได้ของมาเยอะแยะมากๆ ทุกอย่างจะถูกนำเข้าการประมูล”


    “จ้าๆ งั้นพี่สาวจะกลับไปก่อน เพื่อไม่ให้แผนของตงฟางล้มเหลว แต่แหวนสีฟ้านี่เป็นของผู้หญิง ใครให้มาเหรอ” น้ำเสียงของซิงเยียนเปลี่ยนไป ตงฟางจึงทำได้เพียงแค่ยิ้มรับ


    “ผมไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งมาก็เลยช่วย”


    “คนเจ้าชู้ ไม่คุยด้วยแล้ว”


    “พี่ซิงเยียน!” ตงฟางพยายามเรียกตามหลัง ก่อนที่ซิงเยียนจะหันมาทำหน้าดุพร้อมกับเตือนถึงสิ่งที่ตงฟางพูดเอาไว้


    “อีก 2 วัน ถ้าไม่มาไม่ต้องเจอหน้ากันอีก”


    “ครับ”


    —--------------------


    “ไอ้เด็กเหลือขอ คนอื่นเขาจะตายแกมาหวานกับสาวเนี๊ยนะ แล้วนั่น หนึ่งในสิบสาวงามเมืองหลงไห่เลยนะ” ผู้นำนิกายเฟยเทียนมองไปยังตงฟางด้วยความรู้สึกอยากจะเป็นลม ขณะที่อาจารย์และทุกคนกำลังช่วยกัน ตงฟางกลับไปอยู่กับหญิงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทันใดนั้นเองผู้นำนิกายกลับฉีกยิ้มกว้าง หลังจากเห็นกลุ่มของตระกูลจงเดินมุ่งหน้าเข้าหาตงฟางด้วยท่าทางโกรธแค้น


    “ตงฟาง วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!!!”  ตงฟางแกล้งทำเป็นสะดุ้งตกใจแล้วหันมองผู้คนที่เข้ามาปิดล้อมเขา









    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน