ชายหนุ่มรับคำ นึกดีใจที่มารดาเองก็คิดเช่นเดียวกับเขา
“ครั้งนี้เกิดดินถล่มขึ้นมา จะว่าไปก็เท่ากับช่วยเรานะขอรับ เพราะฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์ให้ข้านำทหารออกช่วยเหลือชาวบ้าน เื่ที่คิดจะลดทอนกำลังทหารจึงได้ระงับไป”
“เ้าสั่งพ่อบ้านให้เตรียมขบวนรถม้าเถิด อีกสองวันค่อยออกเดินทาง”
“ขอรับ ท่านแม่”
หยางไท่เฟยระบายลมหายใจ “เ้ากับนางร่วมหอกันแล้วใช่หรือไม่”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงขอรับ ข้าดื่มยากั้นบุตรไว้ ข้าไม่ยอมให้นางมีทายาทสกุลหยางอย่างแน่นอน”
มารดาของหยางหลีเหว่ยเป็บุตรสาวจากครอบครัวแม่ทัพ นางเป็สตรีที่คอยสอดส่องเื่ในแวดวงขุนนางช่วยสามี
่การศึกครั้งใหญ่ครั้งที่สองระหว่างแคว้นต้าหลงกับเผ่าหมาป่าที่มีแคว้นเว่ยหนุนหลัง หยางไท่เฟยถูกเรียกตัวเข้าวังหลวง หนิงเฉิงอ๋องหยางข่ายนำทัพออกศึกอยู่แนวหน้า โดยมี หยางหลีเหว่ยอยู่แนวหลัง
พอมีข่าวอ๋องหยางเสียชีวิตในศึกที่หน้าผาหมื่นหมาป่าและบุตรชายเจ็บหนัก หยางไท่เฟยก็กราบทูลลาฮองไทเฮากลับเมืองเฉินม่าย ควบคุมเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองและควานหาหมอฝีมือดีมารักษาบุตรชาย
รองแม่ทัพทั้งสี่ล้วนเป็ผู้มีฝีมือช่วยรบค้ำยันมิให้ศัตรูบุกเข้ามาในเมืองจู๋หลิงได้ยาวนานถึงครึ่งปี เป็เวลาพอดีที่หยางหลีเหว่ยก็หายจากการาเ็ หยางไท่เฟยจึงเดินทางกลับเมืองหลวง
จากนั้นสามเดือน ท่านอ๋องหยางคนใหม่จึงรบจนได้ชัยและเข้าเมืองหลวงเพื่อรับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้ แต่เคราะห์ร้ายที่หยางไท่เฟยกลับเกิดเป็โรคร้ายขึ้นมาทำให้หยางหลีเหว่ยตกหลุมพรางฮองไทเฮา ต้องแต่งเอาหลี่หยวนหยวนเข้าสู่จวนอ๋อง
“ท่านอ๋อง หวางเฟยเล่าขอรับ” องครักษ์ซู่ยืนรอคำสั่ง
หลังจากวันแต่งงาน หยางหลีเหว่ยก็มิได้เหยียบย่างไปยังเรือนของพระชายาอีก วันนี้มารดาของเขาหายจากโรคร้ายแล้ว ได้เวลาที่เขาควรจะไปพูดจาตกลงเื่ความสัมพันธ์กับชายาที่น่ารังเกียจให้ชัดเจน
ยิ่งได้รู้จากปากมารดาว่าหลี่หยวนหยวนคือสตรีที่เขาไม่อาจหลบเลี่ยง ไม่ว่าจะอย่างไร ฮองไทเฮากับเสนาบดีชุยต้องหาทางให้เขาแต่งกับนางให้จงได้ ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกเหมือนโทสะค่อยๆ พุ่งสูงขึ้นเหนือศีรษะ
‘ที่แท้ นางก็คือสตรีที่ถูกส่งมาทำลายชื่อเสียงและวงศ์สกุลของข้า ฮองไทเฮามอบหญิงสาวแซ่หลี่ที่ดื้อด้าน ไร้ปัญญา และหน้าไม่อายให้ข้าเช่นนี้ ช่างเลวร้ายนัก’
นางอาจจะเป็คนที่ถูกส่งเข้ามาสืบข่าวและคอยวางแผนทำร้ายเขาในวันหน้า นอกจากนั้น หากเขาคิดจะแต่งชายารองหรือรับอนุภรรยาเพื่อสานสัมพันธ์กับสกุลอื่น ผู้คนที่ได้ยินชื่อเสียงของหลี่หยวนหยวนย่อมจะต้องหวาดหวั่น ไม่กล้าส่งบุตรสาวเข้ามาอยู่ร่วมชายคาแน่
“เดี๋ยวข้าจะไปบอกนางเอง” หยางหลีเหว่ยก้าวเท้าตรงไปยังเรือนที่หลี่หยวนหยวนพำนัก
ในเมื่อไม่ต้องพึ่งพาสกุลหลี่อีก ยามนี้เขาไม่จำเป็ต้องสงวนท่าทีกับนางแล้ว หยางหลีเหว่ยคิดจะแสดงอำนาจให้นางสยบยอมเขาแต่โดยดี
นับั้แ่สามีหมาดๆ หายหน้าไป หลี่หยวนหยวนก็มิได้ใส่ใจถามหา พ่อบ้านประจำจวนมาบอกข่าวดีกับนางว่าไม่ต้องไปคารวะน้ำชาแม่สามีในตอนเช้า ทำให้นางใช้ชีวิตแต่ละวันได้อย่างอิสระเสรี
หลี่หยวนหยวนพยายามคิดทบทวนเื่ราวของตนเอง ทว่าสิ่งที่ผุดขึ้นมามีเพียงเื่ราวในชีวิตของเ้าของร่าง หญิงสาวผู้ไร้สาระขั้นสุดแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าเื่เหลวไหลใด นางผู้นี้ล้วนเคยทำ
ส่วนชีวิตของติงหยวนหยวนแห่งยุคปัจจุบันนั้น นางระลึกได้เพียงว่าตนมีน้องชายอยู่หนึ่งคน บิดาทำธุรกิจ มารดาเป็อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย
ตัวนางทำงานอยู่ในบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีหัวหน้าแผนกรูปหล่อนามหยางหลีเหว่ย ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาและชื่อเดียวกับสามีผู้เป็อ๋องในยุคโบราณ...เื่อื่นๆ ยังมืดมิด!
แม้จะรู้ว่าตนเองทะลุมิติมาในยุคโบราณ แต่กลับไม่รู้ว่าจะกลับไปอย่างไร และอะไรคือสาเหตุของการมาในครั้งนี้ หลี่หยวนหยวนจึงต้องปลอบตนเองให้สงบจิตสงบใจใช้ชีวิตตรงหน้านี้ให้ดีเสียก่อน
เช่นนั้น...สิ่งแรกที่อยากรู้ในตอนนี้ก็คือ ผู้ใดปองร้าย หลี่หยวนหยวน
“ไป๋ซวง ผ้าที่เช็ดเืที่ส่งไปให้ท่านหมอเกา ได้ความว่าอย่างไร”
นางคิดจะสืบหาคนที่ลงมือฆ่าเ้าของร่างในคืนแต่งงานจึงให้สาวใช้นำผ้าเช็ดเืไปให้ท่านหมอเกาที่เป็ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบและซื้อยาขจัดพิษในร่างกายกลับมาให้นางดื่มด้วย
“ท่านหมอบอกว่าเป็พิษสลายใจเ้าค่ะ โดยปกติผู้ใช้พิษนี้จะเคลือบบนเข็ม ทิ่มเข้าเส้นเื คนที่ถูกพิษมักจะตายในเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ[1]เ้าค่ะ”
ซุนมามาได้ยินเช่นนั้น มือที่ถือปิ่นปักผม กำลังจะปักลงบนมวยผมที่เกล้าสูงของพระชายาถึงกับชะงัก “หวางเฟยนี่ท่าน...”
“ข้าบอกมามาแล้ว คืนเข้าหอ ข้าถูกคนลอบทำร้าย ดีที่ฟื้นกลับมาได้ ความทรงจำส่วนหนึ่งของข้าจึงได้ขาดๆ หายๆ ไปอย่างไรเล่า”
ซุนมามาหน้าเผือดสี หลังจากนางนำเอาผ้าพรหมจรรย์ของคุณหนูรองไปแสดงต่อท่านป๋อหลี่แล้วก็ขออนุญาตมาอยู่จวนอ๋องหยางเพื่อติดตามคุณหนูรองเพราะหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินของฮูหยินผู้เฒ่าจบสิ้นลงแล้ว นั่นเป็เพราะหลี่หยวนหยวนได้แบ่งมรดกที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่มอบให้นาง แบ่งให้กับบิดาเพื่อให้บิดามีเงินทองพอใช้จ่ายต่อไป
“เหตุใดท่านไม่ไปให้ท่านหมอเกาตรวจร่างกายให้ดีเล่าเ้าคะ”
“ซุนมามา เ้าจำไม่ได้หรือว่าตอนข้าเป็เด็ก ท่านย่าเคยให้ข้าดื่มยาสูตรลับของสกุลหลี่”
ซุนมามานึกขึ้นได้ก็ค่อยคลี่ยิ้ม “จริงด้วยเ้าค่ะ”
คุณหนูรองผู้นี้เป็หลานสาวสุดที่รักของฮูหยินผู้เฒ่า ในวัยเด็กตอนที่กลับไปยังเรือนเก่าสกุลหลี่ ฮูหยินผู้เฒ่าเคยให้นางดื่มยาปรับเืให้ทนทานต่อการถูกพิษ เพียงแต่หากรับพิษที่ร้ายแรงมากก็ยังต้องดื่มยาเพิ่มเพื่อขจัดพิษตกค้างออกมา
หลี่หยวนหยวนตอบซุนมามาแล้วก็นึกสะท้อนใจ อันที่จริงสาเหตุการตายของเ้าของร่างนี้มิได้เป็เพราะถูกพิษ หากแต่เป็เพราะเข็มที่มือสังหารใช้ปักที่จุดชีพจรของนางเข้าพอดีจึงได้เสียชีวิตกะทันหัน
น่าเศร้าใจนัก ทั้งๆ ที่ท่านย่าช่วยป้องกันนางจากพิษร้ายได้ แต่กลับรักษาชีวิตของนางจากคนชั่วช้าไม่ได้
‘ไม่เป็ไร หลี่หยวนหยวน ข้าจะต้องแก้แค้นแทนเ้า’
วันที่สองของการแต่งงานของคุณหนูรอง ซุนมามาก็กลับมาอยู่ที่เรือนพระชายา ไป๋ซวงเล่าให้นางฟังถึงเื่ที่หลี่หยวนหยวนถูกคนลอบทำร้าย จากนั้นพระชายาก็เอาอ้างว่าตนเองความทรงจำขาดๆ หายๆ อาจจะเป็เพราะพิษขอให้ซุนมามากับสาวใช้ทั้งสองช่วยทบทวนความทรงจำช่วย
หลี่หยวนหยวนไม่ได้โกหก นางนึกหลายเื่ราวไม่ออกจริงๆ ในใจนึกโทษเ้าของร่างที่โง่เง่านัก มิได้ใส่ใจสิ่งรอบข้างเลย สมแล้วที่เป็ ‘สตรีที่ไร้สาระที่สุดในเมืองหลวง’
แม้ซุนมามาจะเล่าอ้อมๆ แอ้มๆ ถึงวีรกรรมของหลี่หยวนหยวนในอดีต แต่นางก็พอรู้ได้ว่าเ้าของร่างนี้ หากเป็หญิงในยุคปัจจุบันก็คือ ตัวร้ายในละครโทรทัศน์ที่ทั้งโง่ ไร้เหตุผล ปากกล้า อวดดี พร้อมจะอาละวาดทุกสถานที่ ทั้งเนื้อทั้งตัวหลี่หยวนหยวนผู้นี้มีดีอย่างเดียวที่เห็นได้ชัดคือ ‘ความงาม’
“เห็นหรือไม่ ข้าพูดไม่ผิด มีคนคิดจะฆ่าข้าในคืนแต่งงาน” สีหน้าของ หลี่หยวนหยวนมั่นอกมั่นใจยิ่ง
“หวางเฟย นี่คงมิใช่...” ไป๋เยว่ทำหน้าตื่น นางนึกไปด้วยความหวาดกลัวว่าอาจจะเป็ฝีมือของอ๋องหยาง หากว่าเขาเกลียดชังนายหญิงของนางถึงขั้นลงมือส่งคนมาฆ่าในคืนแต่งงานทว่าไม่สำเร็จ วันหน้าก็อาจจะคิดลงมืออีก
“อย่างเพิ่งใไป ไม่ว่าจะเป็ฝีมือผู้ใด ข้าต้องหาทางรู้ความจริงให้ได้” หลี่หยวนหยวนเอ่ยปลอบ
ซุนมามาที่แต่งตัวช่วยพระชายาเสร็จก็เดินตามนายหญิงมายังโต๊ะกลมกลางห้อง บ่าวทั้งสามมองหน้ากันด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“ท่านอ๋องมา....” สาวใช้หน้าเรือนผู้หนึ่งขานขึ้น หน้าเรือนนอนของพระชายามีสาวใช้เฝ้าอยู่ครั้งละสองคนเพื่อป้องกันผู้บุกรุก หากมีผู้เดินมาใกล้จะถึงพวกนางก็จะต้องขานบอกคนในเรือนว่าผู้มาหา จะได้เตรียมตัว
ฝีเท้าของหยางหลีเหว่ยค่อนข้างเบาเพราะเขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ หลี่หยวนหยวนรีบยกนิ้วชี้ขึ้นขวางแตะริมฝีปากเป็เชิงปรามมิให้ไป๋ซวงกับไป๋เยว่พูดต่อ ไป๋ซวงรีบเดินไปเปิดประตู
ร่างสูงสง่าของอ๋องหนุ่มแซ่หยางยืนอยู่กลางห้อง “พวกเ้าสองคนออกไปก่อน ข้ามีเื่สำคัญจะกล่าวกับหวางเฟย”
“เ้าค่ะ” สองสาวยอบกายรับคำ
[1] หนึ่งเค่อ เทียบเวลาสิบห้านาที
********************
