ประเทศญี่ปุ่น กรุงโตเกียว
ร่างเล็กของเด็กวัย 13-14 ปี นอนขดอยู่ในฟูกหญ้าที่สานอย่างลวกๆ ในสภาพที่ผอมจนหนังหุ้มกระดูก แผลเป็นทั่วทั้งตัว บ้านที่คล้ายจะไม่ใช่บ้าน เศษไม้ตั้งพิงจนเป็นรูปสามเหลี่ยมกว้างพอจะสอดร่างคนๆหนึ่งเข้าไปได้แค่คนเดียว มุ้งหลังคาด้วยกระสอบผ้าเก่าและถุงดำที่หยิบติดมาจากข้างถังขยะในเขตชุมชน
ในทุกๆวัน เด็กหนุ่มร่างน้อยต้องออกไปใช้แรงงานในแคมป์กรรมกรก่อสร้าง ได้เงินมาพอจะซื้อเศษข้าวประทังชีวิต แม้มันจะเป็นคนขยันและช่วยเหลือผู้อื่นเสมอแต่โชคชะตากลับไม่ใยดี ขาโจ๋ในแคมป์จะค่อยกลั่นแกล้งมันเสมอมิให้ขาด และรีดไถเงินมันเป็นประจำ จนในวันนี้ วันที่มันไม่มีวันลืมและเปลี่ยนชีวิตมันไปตลอดกาล
ขณะที่เด็กน้อยลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายสั่นเทา เพราะพิษบาดแผลจากการโดนรุมกระทืบเป็นที่รองรับเท้าและระบายอารมณ์ เหตุเพราะพวกนักเลงในแคมป์เสียพนันและไม่มีที่ลง เมื่อยามมันโมโห
" ฮึ้ก..ระ..เรายังไม่ตายสิน่ะ. . . " เด็กน้อยกล่าวเหม่อมองลอดช่องไม้ออกไปเบื้องบน ร่างน้อยๆค่อยๆประคองตัวเองลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก และหันไปสังเกตของบางสิ่งที่มันแอบนำติดตัวมาเมื่อวันก่อน และไม่ให้พวกอันธพาลได้รับรู้..
" ขนมปังของเรา..." เด็กน้อยหันไปยิ้มกับถุงเล็กๆข้างตัวอย่างดีใจ แต่สวรรค์ชั่งไร้นัยตาและค่อยซ้ำเติมคนไร้ทางสู้เสมอ มันที่กำลังค่อยๆแกะห่อขนมปังอย่างบรรจง ด้วยรอยยิ้ม กลับหน้าถอดสีทันที ท้องฟ้าที่อยู่ดีๆก็ ฝ่าดัง เปรี้ยงๆ..! ไม่หยุดหย่อน ลมเย็นโชยมา รวดเร็วรุนแรง ฟื้นแผ่นดินที่สั่นสะเทือนเป็นระลอกไปทั่ว คล้ายวันสิ้นโลก สักพักฝนก็เทลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ซู่....!! ~ ~ ~
" มะ..ไม่..นะ ขนมปัง..มะ..มันเละหมดแล้ว. . " เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาเบิกกว้างน้ำตาๆค่อยซึมคล้ายคนตกใจหวาดกลัวและเสียสติ. . มันรีบเอาหลังน้อยๆที่เต็มไปด้วยบาดแผลของตนเองบังฝนและพายุจากเบื้องบน. . แม้จะบังฝนได้เพียงเสี้ยวเดียวมันก็จะทำ เพราะกว่าจะได้มันมามันต้องค่อยหลบๆซ่อนๆและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ไม่งั้นต้องถูกช่วงชิงไปอีก และมันก็ทำสำเร็จ จนได้ มันจะไม่ยอมเสียมันไปโดยไร้ค่าเช่นนี้ เด็กน้อยได้แต่กล่าวปาฎิญานในใจตนเองอย่างเข้มแข็ง. .
ผ่านไป3-4ชั่วโมง เหตุการณ์สั่นสะเทือนและฝนฟ้าคะนองหยุดลง จนจันทราปรากฎเด่นบนฟากฟ้าสีทมิฬ เหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้นทั่วโลก แสงสีนับล้านๆ ทั้ง น้ำตาล ฟ้า เขียว แดง เป็นเส้นพุ่งออกไปทุกสารทิศ แต่มีเส้นแสงที่แปลกประหลาด สีของมันเป็นสีดำทมิฬอมแดง และขนาดมหึมากว่าทุกเส้นแสง พุ่งแหวกอากาศ เส้นแสงต่างๆที่มันวิ่งผ่านดูด้อยค่าไปเลย มันบินแหวกเส้นแสงต่างๆเป็นสองข้างทาง เพื่อไปยังที่ๆหนึ่ง อย่างรวดเร็ว
กลับมาด้านบ้านเด็กน้อยผู้อาภัพ เมื่อเหตุการณ์พายุหยุดลง
..บ้านไม้ของเด็กน้อยนะหรือ จริง..สิมันปลิวไปตั้งแต่ 15นาทีแรกแล้ว ตั้งแต่พายุพัดมา ตัวมันที่เปรียบเสมือนท่อนฝืนที่ไร้เรี่ยวแรง หรือจะต้านทานพายุร้ายได้ ร่างๆ น้อย ที่กระเด็นมาไกลจากจุดที่ตนอยู่พอสมควร ในสองมือของมันยังกำถุงผ้าเปียกเอาให้อย่างเหนียวแน่น ร่างกายที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก ร่างเล็กได้แต่เหม่อมองไปบนฟ้าอย่างอาลัยและโดดเดี่ยว
" เราจะไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว พ่อคับแม่คับ ผมจะได้ไปอยู่กับท่านแล้วนะ เรา..คงไม่ได้อยู่ดูมันแล้วสินะ. . .ดวงดาวดวงนั่นที่เราเฝ้ามอง และค่อยเป็นผู้รับฟังปัญหา ดาวที่เจิดจรัสเสมอดวงนั่น... " มันกล่าวอย่างแผ่วเบา ก่อนที่มันจะสิ้นลมหายใจ แสงสีดำอมแดงก็แวบเข้ามาในม่านตาที่กำลังปิดในเสี้ยววิ