พี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ

    บทที่ 32 บอกเขาไปเลย

    บทที่ 32 บอกเขาไปเลย




    ​หลังจากที่จำจุดประสงค์ของตนเองได้แล้ว ผู้นำก็กระแอมออกมา




    “นั่นสินะครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณจะช่วยเหลือเราในด้านนี้ได้ไหม” อรุณภพกล่าวออกมา เป็นตัวแทนของทุกคน แม้จะดูน่าอายนิดหน่อยที่ตอนแรกเขากล่อมปลายฝนด้วยการบอกว่าจะไม่ให้ทั้งสองต้องลำบาก แต่ตอนนี้กลับพูดขอความช่วยเหลือขึ้นมาอีกจนได้




    “แค่นี้ผมก็งานรัดตัวแล้ว อย่างที่พวกคุณเห็น...ผมเปิดธุรกิจใหม่อีก และยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับดีมานด์ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น” ปลายฝนไขว้ขาของตนเอง เขาพิงไปที่พนักอย่างไม่สนใจใยดีนัก มือหนาลูบหัวน้อยๆของน้องชายอย่างเพลิดเพลิน




    “แต่ว่า....”




    “ถ้าเป็นแค่เรื่องเงินล่ะ พวกเราไม่มีปัญหาที่จะช่วยหรอก ใช่ไหมครับ” ปลายฝนพูดขึ้นมา ถ้าพูดถึงเงินพันล้าน ดูเหมือนจะเยอะก็จริง ทว่ามันก็ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้น หากเทียบกับผลพลอยได้ในอนาคต




    “ฮ่าๆ เช่นนั้นแค่ช่วยเงินสนับสนุนก็พอแล้ว รัฐบาลก็จะมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน แบบจำลองนี้จะเป็นโครงการรัฐวิสาหกิจ ซึ่งตอนนี้จะมีคุณเหมันต์และคุณวัสสาเป็นผู้สนับสนุนเงิน ส่วนคนในโครงการจะเป็นหน้าที่ของพวกเราเอง ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวรายละเอียดอื่นๆ คงต้องมาคุยกันอีกที” อรุณภพรีบรับคำของวัสสาเพราะกลัวว่าเหมันต์จะเปลี่ยนใจ




    ​เขาไม่รู้เลยว่าอะไรที่เด็กน้อยพูดออกมาแล้ว คนเป็นพี่จะปฎิเสธได้ยังไง




    “อืม” เหมันต์พยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไรมาก




    “ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปต่อกันที่ร้านอาหารหน่อยไหม ฉันจองเอาไว้แล้วล่ะ” อรุณภพกล่าวขึ้นมาอย่างเป็นกันเอง ดูเหมือนจุดประสงค์ที่จะสร้างความสัมพันธ์นั้นสำเร็จด้วยดีแล้ว อย่างน้อยๆพวกเขาก็ดึงให้เหมันต์มามีส่วนร่วมในสังคมที่เขาอยู่




    “ไม่ เชิญพวกคุณเลย” ต้นหนาวไม่สนใจ เขาผายมือเชิญคนใหญ่คนโตทั้งหลายให้ออกไปอย่างไม่ไว้หน้านัก ที่ทำให้คนมาเยือนได้แต่ยิ้มเจื่อนๆแล้วเดินออกไป




    ​เมื่อคนใหญ่คนโตกลับไปแล้ว นักข่าวที่รอโอกาสก็รีบพูดขึ้นมาทันที กลัวว่าประธานหล่อเหลาและน้องชายจะหนีพวกเขาไปเสียก่อน อุตส่าห์แบกข้าวของมากมายมารอเลยนะ




    “คุณเหมันต์คะ คุณวัสสาคะ รบกวนสอบถามเพิ่มเติมได้ไหมคะ” ต้นหนาวเหมือนจะอยากออกไปแล้ว ทว่าเด็กน้อยกลับยืนตาใสอยู่หน้ากล้องเสียอย่างนั้น




    “ครับพี่” ปลายฝนตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แสงแฟรชกระพริบรัวๆอีกครั้งเพื่อเก็บภาพเด็กน้อยที่ยิ้มตาหยีไป การตอบรับอย่างกระตือรือร้นนี่ทำให้ปลายฝนแสร้งถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ ท่าทางน่ารักและตื่นเวทีนี้ทำให้ทุกคนรู้ว่าเด็กน้อยคนนี้ต่างออกไป อีกฝ่ายไม่ค่อยได้เปิดตัวกับสาธารณะ ดังนั้นจึงมีความใสซื่ออยู่กับตัวค่อนข้างมาก




    “คุณวัสสาเป็นน้องชายบุญธรรมของคุณเหมันต์หรอคะ เป็นมากี่ปีแล้วคะ แล้วพวกคุณสนิทกันไหม มีทะเลาะกันบ้างหรือเปล่าคะ” นักข่าวจี้ถามทันทีด้วยกลัวว่าเด็กน้อยจะตื่นหนีไปเสียก่อน




    “ผะ ผม ผมเป็นน้องพี่ตั้งแต่อายุ 9 ปีครับ แล้วก็ค่อนข้างสนิทกันครับ แต่ก็เคยทะเลาะกันด้วย เพราะพี่ชอบดุผม” ปลายฝนเหมือนฟ้องเหล่าพี่สาวพี่ชาย เขาพูดไปก็ย่นจมูกไปด้วยอย่างน่ารัก




    “คุณเหมันต์ชอบดุสินะคะ แล้วตอนนี้คุณวัสสากับคุณเหมันต์มีคนรักกันหรือยังคะ หน้าตาดีทั้งพี่ทั้งน้องแบบนี้ ต้องมีคนจีบเยอะแน่เลยใช่ไหมคะ” หลังจากที่ถูกถามคำถามนี้ ปลายฝนก็หน้าเศร้าลงไปเล็กน้อย เขามองไปยังพี่ชายอย่างไม่มั่นใจก่อนจะตอบกลับมา




    “ผมไม่มีคนรักครับ ผมมีแค่พี่ แต่ผมไม่รู้ว่าพี่มีคนรักหรือยัง ผมเห็นมีคนมากมายบอกว่าอยากเป็นแฟนพี่” พูดไปก็ทำหน้าหงอยเหงาไปด้วย




    ​เหมันต์ที่ฟังอยู่เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงที่ไม่เคยคิดจะให้สัมภาษณ์เดินเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะดึงเด็กน้อยไปกอดเอาไว้ต่อหน้ากล้องมากมาย




    “ไหน พูดอีกทีสิว่าไม่รู้ว่าพี่มีคนรักหรือยังงั้นหรอ” ต้นหนาวพูดเสียงต่ำลง ปลายฝนหันหน้าหนีเหมือนไม่อยากให้คนเห็นสายตาของเขา




    “ก็ผมไม่รู้จริงๆนี่ครับ”




    “ไหนบอกว่า “จูบ” เอาไว้ทำกับคนรักไง แล้วพี่จูบกับเรา ทำไมยังไม่รู้อีกว่าใครเป็นคนรักของพี่” ต้นหนาวพูดอย่างตรงไปตรงมา เขามองเด็กน้อยที่ทำหน้าตกใจ




    “แต่ผมยังไม่ได้จีบ...” คนตัวเล็กลนลานเล็กน้อยพองาม ต้นหนาวไม่ได้มองน้องชายของเขาอีก แต่มองไปที่กล้องแทน




    “ตอนที่แม่รับปลายฝนมาเลี้ยง น้องและผมก็โตมากแล้ว ผมเห็นน้องครั้งแรกก็ไม่เคยคิดว่าน้องเป็นน้องชายเลย ดังนั้นถ้าจะถามเรื่องคนรักของผม ชีวิตนี้ผมก็จะตั้งใจจะอยู่กับน้องชายตลอดไป ไม่ว่าน้องจะให้ผมอยู่ในฐานะไหนก็ตาม ..... จบสัมภาษณ์ได้แล้ว น้องต้องนอนกลางวันด้วย” ต้นหนาวบอกก่อนจะอุ้มน้องชายของเขาขึ้นมาด้วยแขนข้างเดียว ทำเหมือนพ่ออุ้มลูกน้อย แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่มากกว่านั้น




    ​ใบหน้าของเหล่านักข่าวนิ่งอึ้ง พวกเขาไม่รู้ว่าตนเองจะปั่นกระแสยังไงแล้ว ในเมื่อคนเป็นประธานใหญ่พูดมันขึ้นมาเองทั้งหมด ความหมายนั่นชัดเจนอยู่แล้วว่าพวกเขาไม่ได้เป็นแค่พี่น้องกัน การทำเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่มีนักธุรกิจคนไหนกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าผู้คนมากมายหรอก เพราะมันเหมือนกับเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของตนเอง




    ​พี่ชาย แต่หลงรักน้องบุญธรรมในฐานะอื่นเนี่ยนะ?




    ​ไม่กี่วันต่อมา กระแสตีกลับมากมายที่ทำให้ปลายฝนต้องแอบหัวเราะคนเดียวในห้องนอน เขาคิดอยู่แล้วว่าจะต้องมีกระแสที่รุนแรงเช่นนี้หลังจากที่พี่ชายพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมาแบบนั้น ทว่าเขาเองก็มีความสุขอย่างมากที่เห็นแบบนั้น เขาคิดว่าพี่ชายจะต้องรักษาภาพพจน์ให้มันมากกว่านี้ แต่เขาลืมไปว่าพี่ชายของเขาเป็นใคร อีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่แคร์อะไรเลยนอกจากเขานี่นา ดังนั้นจะให้พูดมากกว่านี้ โดนด่ามากกว่านี้ เจ้าตัวก็ไม่ได้สะทกสะท้านเลย




    - นักธุรกิจชื่อดัง คิดไม่ซื่อกับน้องชาย –




    + โอ้ โลกนี้มันอะไรกันเนี่ย พ่อแม่รับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดู สุดท้ายเด็กกำพร้าคนนั้นก็อยากจะมาเป็นเมียของลูกผู้มีพระคุณอีก




    + สงสารพ่อแม่ที่เสียไปแล้ว ท่านคงไม่คิดว่าจะรับเอาปลิงมาในบ้านจริงๆ




    + ทำไมต้องด่าเด็กวัสสาด้วย ถ้าเป็นฉัน ฉันก็อยากได้ เด็กอะไรตัวขาวขนาดนี้ น่ารักขนาดนี้ น่ารักกว่าเมียที่บ้านเป็นสิบเท่า




    + เอาจริงๆรู้สึกสงสารน้องมากกว่า ถ้าน้องไม่ได้คิดเหมือนกัน น้องจะเสียใจไหม




    + เม้นบน โง่หรือเปล่า เด็กคนนั้นดูก็รู้ว่าอ่อยเหยื่ออยู่ อีกอย่างคงเห็นว่าเกาะพี่ชายง่ายดีก็เลยอ่อยมากว่า




    + อ่อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงหลงน้องเหมือนกัน




    + จริงด้วย น้องน่ารักมากนะ คุณเหมันต์เขาเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โต มีเงินมากมาย เขาคงไม่โง่ที่จะถูกเด็กหลอกหรอกนะ ฉันคิดว่าเพราะน้องน่ารักมากกว่า ไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น ยังไงพวกเขาก็ไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ๆกัน เรื่องนี้เป็นอะไรที่น่ายินดีมากกว่าไหม




    + ตลกมากเลยอ่ะ รู้สึกเหมือนกำลังดูละคร




    + แต่เด็กคนนั้นน่าคิดไม่ดีจริงๆนั่นแหละ ไม่รู้ทำไมถึงขาวขนาดนั้น หุ่นก็ดีน่าจับมาทำเมีย




    + น้องอายุ 17 ปีเอง แล้วดูท่าทางใสซื่อมากนะ ไม่น่าจะเป็นคนยั่วก่อน คนพี่แหละคิดไม่ซื่อ แต่ก็ยินดีกับทั้งสองคนนะ




    + อย่ามายุ่งกับสามีของฉันได้ไหม




    + แล้วมายุ่งกับภรรยาคนงามของฉันทำไมล่ะ




    ​คอมเม้นมากมายหลั่งไหลเข้ามาในโพส ปลายฝนไล่อ่านอย่างพึงพอใจ เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับอะไรแบบนี้เพราะอย่างที่บอก เขาทำงานในวงการมานานมากๆ และรู้ว่าเรื่องแบบนี้ก็เป็นแค่เรื่องสนุกปากของคนไม่มีอะไรทำเท่านั้นแหละส่วนตัวของเขาตอนนี้ไม่ได้แคร์คำพูดของคนอื่นเลย อย่างไรก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเขาอยู่แล้ว ต่อให้คนด่า แต่ยังมีเงินใช้อยู่ดี แบบนั้นเขาจะสนใจคำคนทำไม




    ​ก๊อก ก๊อก ก๊อก




    ​เสียงเคาะประตูทำให้ปลายฝนรีบปิดมือถือของตนเองแล้วสนใจการแต่งนิยายต่อ คนสวมหูฟังเอาไว้ เปิดเพลงดังๆเพื่อแสร้งว่าไม่ได้ยิน ไม่นานก็มีเงาร่างขึ้นปรากฏขึ้น ปลายฝนเงยหน้ามองเห็นคนเป็นพี่ที่เข้ามาด้วยท่าทางไม่สบายใจก็ยกยิ้มให้เล็กน้อย




    “พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ” ปลายฝนมองดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าๆแล้ว ดังนั้นจึงเป็นช่วงที่สองพี่น้องไม่ได้ตัวติดกันเหมือนช่วงเวลาอื่นๆ




    ​ดูเหมือนว่าพี่ชายจะรู้เรื่องคอมเม้นสาดเสียเทเสียที่เกิดขึ้นและห่วงความรู้สึกของเขา ไม่อย่างนั้นจะเข้ามาจ้องเขาเช่นนี้ทำไม




    “ปลายฝน”




    “ครับ?” เด็กน้อยเอียงคอมองตาใสกระจ่าง ไม่ได้มีร่องรอยความเศร้าหรือวิตกกังวลอะไรอย่างที่คนเป็นพี่หวาดกลัวเลย




    “เปล่า คืนนี้พี่มานอนด้วยแล้วกัน”




    “หือ? ทำไมล่ะครับ หรือว่าพี่กลัวว่าวันพรุ่งนี้ผมจะกลัว? ต่อให้ผมกลัว แต่มีพี่อยู่ผมก็เลิกกลัวแล้วครับ ว่าแต่กลับบ้านใหญ่ทั้งที เรายังไม่มีของไปฝากทวดเลยนะครับ” ปลายฝนพูดเรื่องสำคัญของวันพรุ่งนี้ขึ้นมา ใบหน้าของต้นหนาวยิ่งขมวดเข้มขึ้นไปอีก




    ​เขาไม่อยากให้น้องชายออกไปไหนเลยช่วงนี้ ดูเหมือนกระแสนี้จะตีกลับอย่างรุนแรงจริงๆ เดิมทีเขาก็ไม่คิดจะใส่ใจอะไรมาก เพราะถ้าเป็นตัวของเขาเอง เขาก็ไม่ได้แคร์อะไรแบบนี้เลยแม้แต่น้อย ทว่า...ที่เขาเป็นห่วงคือน้องชาย




    ​กลัวว่าถ้าไปบ้านใหญ่แล้วคนพวกนั้นพูดจาไม่ดีใส่ หรือด่าน้องว่าคิดจะเกาะเขากินเหมือนที่น้องเคยกังวลมาก่อนล่ะก็...เขาจะทำยังไงให้น้องไม่เสียใจกันล่ะ




    “ปลายฝน”




    “ครับ?”




    “รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้เรารวยกว่าพี่อีกน่ะ”




    “หือ? พี่พูดอะไรครับ” ปลายฝนมองพี่ชายอย่างจริงจังและไม่เข้าใจ




    “ถ้ามีคนบอกว่าพี่ตามติดเราเพราะเงิน ปลายฝนคิดยังไง”




    “ฮะ ฮะ อะไรกันครับเนี่ย พี่จะมาเกาะผมทำไม พี่ก็มีเงินเยอะอยู่แล้ว มีแต่ผมนี่แหละที่ต้องไปเกาะพี่ ผมทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างถ้าไม่มีพี่” ปลายฝนพูดออกมาติดตลก แต่กลับทำให้ต้นหนาวรู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม




    “ทำไมถึงพูดออกมาแบบนั้น เรามีศักยภาพมากๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย”




    “คร้าบ คร้าบ แต่ว่าพี่จู่ๆก็มาพูดแบบนี้ทำไมครับ” คนตัวเล็กเอียงคออย่างไม่เข้าใจ มองดูใบหน้าที่จริงจังของพี่ชายก็อดที่จะบีบแก้มคนเล่นไม่ได้




    “เรารู้ใช่ไหมว่าพี่ก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเราน่ะ” ต้นหนาวพูดออกมาอีกคำ นี่ทำให้ปลายฝนที่เสแสร้งชะงักไป แต่เพียงไม่นานเท่านั้น เขาก็โปรยยิ้มหวานให้พี่ชายอีก




    “เพราะพี่หลงเสน่ห์ผมแล้วใช่ไหมครับ ผมเป็นเด็กดีขนาดนี้ พี่จะเสียผมไปได้ไง” เด็กน้อยออดอ้อน เอนกายเข้ามากอดเอวพี่ชายที่ยืนซ้อนหลังอยู่ ทำให้คนตัวสูงยืนเกร็งเล็กน้อย น้องชายที่ขาก็ค่อยๆตื่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้




    “อืม รู้แบบนั้นแล้วก็ดี ถ้ายังมีใครพูดว่าเรามาเกาะพี่อีก รู้แล้วใช่ไหมว่าต้องทำยังไง” ต้นหนาวพูดประโยคที่อยากจะพูดอีกครั้ง ปลายฝนที่ซบอยู่ที่อกมุดหน้าเข้าไปหาพี่ชายเหมือนต้องการหาที่พึ่ง




    “ไม่รู้” เด็กน้อยส่ายหน้า พอพูดถึงว่าถ้าตนเองถูกต่อว่าแบบนั้น เขาก็ไปไม่เป็นเสียแล้ว




    “มองตาพี่ก่อน” ต้นหนาวดันร่างเล็กที่แม้ว่าอยากจะกอดแค่ไหนออกเพื่อที่จะได้กำชับอีกฝ่ายให้มั่น




    “งื้อ” เด็กน้อยหันหน้าหนี แต่ก็ถูกจับมาอยู่ที่เดิม มือสองข้างของต้นหนาวจับแก้มนุ่มไว้ไม่ให้ขยับไปไหนอีก ทำให้ทั้งสองคนต้องจ้องตากันอยู่อย่างนั้น




    “พี่จะบอกว่าต้องบอกคนพวกนั้นว่ายังไง”




    “ว่ายังไงครับ” ปลายฝนพูดด้วยหน้ายู่ยี่เป็นผลจากการที่พยายามจะหนีพี่ชายไป




    “พูดว่าปลายฝนใกล้จะเป็นเมียพี่แล้ว ดังนั้นสามีจะเลี้ยงดูภรรยาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เข้าใจไหมครับ” ต้นหนาวกำชับเด็กน้อยตรงหน้า แต่ดวงตาของปลายฝนกลับเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ แก้มของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงหู เด็กน้อยพยายามจะหนีรุนแรงกว่าเดิม ทว่าต้นหนาวไม่ยอม




    “มองตาพี่แล้วบอกว่าเข้าใจไหมก่อน” คนอายุมากกว่าดูเหมือนจะชอบปฎิกริยานี้เหลือเกิน เขาพูดแกมข่มขู่ว่าถ้าน้องไม่ยอมรับเป็นเมียของเขา เขาก็จะไม่ปล่อยให้เป็นอิสระเด็ดขาด




    “แต่ตามกฎหมาย ผะ ผมจะต้องอายุ 18 ก่อน” ปลายฝนพูดด้วยความเขินอาย




    “อีก 2 เดือนเอง” คนตัวสูงกว่าที่แทบจะนับวันรอพูดสวนกลับมาทันที นี่ทำให้ปลายฝนเขินหนักกว่าเดิมอีก




    “ปะ ปล่อยผมนะ! ผมไม่อยากคุยกับพี่แล้ว” เด็กน้อยดิ้นอย่างแรง แต่แรงเท่ามดดิ้นนี้ไม่ได้ทำให้เขาหลุดจากพันธนาการนี้เลย




    “บอกพี่ก่อนว่าต้องพูดยังไง”




    “งื้อออ ไม่เอา ไม่พูด ผมเขินนะ!” ปลายฝนดื้อดึงไม่ปล่อย เห็นท่าทางน่ารักของน้องชาย ต้นหนาวก็หัวเราะออกมาในที่สุด




    “เอาล่ะ นอนได้แล้ว...อย่าลืมที่พี่บอกด้วยล่ะ แล้วก็...อีก 2 เดือนกับ 4 วัน เตรียมพร้อมเป็นเมียพี่ด้วยล่ะ” แม้ว่าเด็กน้อยจะหนีมุดเข้าไปในผ้าห่มแล้ว ทว่าต้นหนาวก็ยังคงพูดแซวต่ออีกประโยค




    ​ตู้ม!




    ​ราวกับเสียงระเบิดในหัว ปลายฝนผู้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะถูกหยอกล้อแบบนี้จากพี่ชายหน้าตายคนนั้นก็เขินอายอย่างจริงจัง เขากำลังจะบ้าตายกับความหื่นกามของพี่ชายคนนี้แล้ว!!




    ​ไหน คนในอดีตที่เงียบขรึม?




    ​ทำไมเขาเจอแค่คนลามกที่นับวันจะจับเขากินกันล่ะ!!




    ............................................



    นิยายแนะนำ

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801