หลังจากนั้น วันเวลาก็ล่วงเลยไปอีกหลายพันปีอย่างไร้ความปรานี
ฤดูกาลเปลี่ยนผ่าน เมืองหลวงล่มสลายและถือกำเนิดใหม่อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ูเาแม่น้ำเปลี่ยนรูปลักษณ์ตามกาลเวลา และอารยธรรมแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ในดินแดนทรินิตี้เซเว่นก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เฉกเช่นเปลวไฟที่ไม่เคยดับลง
แม้ว่าจะลุกไหม้อย่างเปราะบางอยู่ท่ามกลางลมพายุแห่งโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ
ผู้วิวัฒน์นับไม่ถ้วนที่มีพร์สูงส่งได้ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในฤดูฝน แต่ละคนต่างมีจุดมุ่งหมายของตนเอง บ้างแสวงหาความเป็ะ บ้างไล่ล่าขอบเขตแห่งเจตจำนง บ้างสรรค์สร้างอาณาจักรของตนเพื่อท้าทายความสูงส่งของเทพ
ทว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ความจริงที่ถูกฝังลึกในหน้าประวัติศาสตร์กลับไม่เคยจางหาย
ต่อให้จะไร้ซึ่งชื่อของบุรุษผู้หนึ่งที่เคยถูกลบเลือนไปจากบันทึก
แต่เงาของเขาก็ยังแฝงฝังอยู่ในทุกเส้นทางของผู้วิวัฒน์ทุกคนโดยไม่รู้ตัว เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ครั้งหนึ่งเคยทรยศหักหลังผู้ที่เป็ความหวังเพียงหนึ่งเดียวเพื่อเอาชีวิตรอดจากาศักดิ์สิทธิ์ ในที่สุดก็มาถึงวันที่ต้องชดใช้หนี้บาปแห่งอดีตที่เคยหลีกหนี
ในยุคสมัยศักดิ์สิทธิ์ที่ 10,000 ซึ่งควรจะเป็หมุดหมายแห่งการบรรลุถึงความมั่นคงขั้นสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์ ทว่ากลับกลายเป็ห้วงเวลาแห่งการล่มสลายที่แทบไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งได้
เมื่ออยู่ดีๆเผ่าพันธุ์หนึ่งร้อยอันดับแรกที่แข็งแกร่งมากที่สุดของดินแดนทรินิตี้เซเว่นได้ร่วมมือกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
โดยไม่มีคำประกาศ ไม่มีเหตุผล ไม่มีการเจรจาหรือข้อเรียกร้อง พวกเขาลงมือโดยพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมายไว้ในห้วงหฤทัยของตนแต่กำเนิด ทัพของพวกเขากระจายตัวไปยังทุกภูมิภาคที่มนุษย์ตั้งรกราก
ไม่ว่าจะเป็นครลอยฟ้า ปราการใต้พิภพ ป่าศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาทำลาย ล้างผลาญ และสังหารมนุษย์ในดินแดนทรินิตี้เซเว่นราวกับสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า แผ่นดินที่เคยเต็มไปด้วยเสียงสวดมนต์ การฝึกฝน ถูกแปรเปลี่ยนเป็ทะเลแห่งเืและเศษซากแห่งความสิ้นหวัง
ครั้งนี้มันไม่ใช่า แต่คือการกวาดล้างอย่างแท้จริง ประหนึ่งว่าทุกเผ่าพันธุ์ในทรินิตี้เซเว่นต่างมีจุดประสงค์เดียวกันคือการลบล้างมนุษย์ออกจากหน้าประวัติศาสตร์ ไม่มีผู้ใดออกมาเจรจาหรือชี้แจงความแค้น ไม่มีใครกล่าวถึงความชอบธรรม ไม่มีแม้แต่คำอธิบาย
พวกเขาเพียงแค่เดินหน้า สังหาร และขยี้ผู้วิวัฒน์ของมนุษย์ลงภายใต้ฝ่ามือและเวทมนตร์อันไร้ปรานี
เหล่าผู้ที่เคยยืนหยัดเป็เสาหลักแห่งโลกกลับล้มลงอย่างไร้เกียรติ
ผู้สืบทอดวิหารทั้งหกถูกสังหารภายในครึ่งวัน วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เป็ศูนย์กลางแห่งการควบคุมพลังพังทลายลงอย่างง่ายดาย
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์ซึ่งเคยเป็สัญลักษณ์แห่งชัยชนะกลายเป็ซากปรักหักพังที่ไร้ผู้ใดเหลือรอด
กระทั่งเมื่อจำนวนประชากรมนุษย์ลดลงมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งเป็จุดที่เส้นแบ่งพลังของหอคอยศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถคงเสถียรภาพได้อีกต่อไป ทางเชื่อมระหว่างหอคอยศักดิ์สิทธิ์และดินแดนที่เคยจำกัดเฉพาะให้มนุษย์เท่านั้นสามารถเดินทางเข้าออกได้ ก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
ทันทีที่เงื่อนจำกัดนั้นสิ้นสุดลง เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งเ่าั้ก็ไม่รอช้าที่จะข้ามผ่านห้วงมิติระหว่างหอคอยและบุกรุกรานเข้ามาบนผืนผิวโลกโดยตรง ความล่มสลายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในทรินิตี้เซเว่นอีกต่อไป หากแต่แผ่ขยายออกมายังบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
สิ่งมีชีวิตที่เคยถูกจำกัดให้อยู่ในมิติอื่นบัดนี้ได้เหยียบย่างเข้าสู่โลกใบเก่าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความทรงจำ
พวกมันคือฝันร้ายที่เดินได้ ร่างขนาดมหึมานับหมื่นนับแสนย่างกรายออกมาจากหอคอยศักดิ์สิทธิ์ในชั้นลึกสุด พวกมันแผดร้องเสียงคำรามที่ทำให้ท้องฟ้าแตกออก แผ่นดินสั่นะเื หิมะละลายและูเาทั้งลูกพังทลายเพียงแค่การก้าวเดิน
พวกมันฆ่ามนุษย์ราวกับเป็พืชผักในทุ่งกว้าง ไม่มีความลังเล ไม่มีเมตตา ไม่มีคำสาปแช่งหรือเสียงร่ำไห้ใดสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีก อารยธรรมมนุษย์ที่เคยแผ่ขยายอย่างรุ่งโรจน์บนผืนผิวของโลกถูกเปลี่ยนเป็สนามรบแห่งหายนะในพริบตา
เมืองทั้งเมืองล่มสลาย ตึกสูงระฟ้าที่เคยเป็ศูนย์กลางเทคโนโลยีถูกบดขยี้และจมหายลงใต้ฝ่าเท้าของสัตว์อสูรขนาดั์
สิ่งปลูกสร้างทั้งปวงไม่ว่าจะสร้างด้วยโลหะเทพหรืออักขระอาคมต่างพังทลายลงอย่างง่ายดาย
ดวงตะวันถูกบดบังด้วยหมอกดำแห่งเถ้าถ่าน ซากศพและกลิ่นคาวเืคละคลุ้งอยู่ทั่วทั้งผืนโลกที่เคยเต็มไปด้วยชีวิต
ประชากรมนุษย์มากกว่าหกพันล้านคน ได้ลดลงในอัตราที่ไม่อาจเชื่อถือได้ในตรรกะหรือการคำนวณ หลงเหลือไม่ถึงแสน ไม่สิ อาจเหลือไม่ถึงหมื่นชีวิตเลยด้วยซ้ำ เสียงหัวเราะของผู้รอดชีวิตกลับกลายเป็เสียงกรีดร้องที่เปล่าเปลี่ยวไร้คนตอบรับ
ครอบครัวพังพินาศ เมืองที่เคยจุดเทียนแห่งความหวังกลายเป็หลุมศพขนาดั์
เด็กหญิงที่เคยฝันอยากเป็จอมเวทย์ต้องสิ้นใจในอ้อมแขนของมารดาที่หมดสติ
ชายชราที่เคยปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านแห่งต้นไม้ที่ตนรัก ความหวังกลายเป็ตำนาน ความจริงกลายเป็คำสาป
ผู้วิวัฒน์ที่แข็งแกร่งมากมายต่างพยายามรวมตัวกัน พวกเขาต่อสู้ เคลื่อนไหว ปลดปล่อยเวทมนตร์ พลังยุทธ์ และอาวุธแห่งตำนานเพื่อยื้อยุดชีวิตอันไร้ที่พึ่งไว้ให้ยาวนานอีกชั่วลมหายใจ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะรวมพลังกันมากเพียงใด ทุกสิ่งกลับไร้ความหมาย ศัตรูที่มาถึงนั้นแข็งแกร่งเกินไป
นี่คือโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ โศกนาฏกรรมที่ไม่มีผู้ใดกล่าวถึงเื้ัที่แท้จริง
ไม่มีบันทึกใดเขียนถึงชื่อของโอดิน ไม่มีตำราศักดิ์สิทธิ์เล่มใดกล่าวถึงความเชื่อมโยงอันเร้นลับ
หากแต่สำหรับผู้ที่ยังคงเหลือรอดอยู่ในวันสิ้นอารยธรรม ความสำนึกเริ่มก่อตัวจากเถ้าถ่านแห่งการทรยศ พวกเขาเริ่มถามกับตนเองว่านี่หรือคือราคาที่ต้องจ่าย และหรือว่าเรากำลังชดใช้สิ่งที่ควรจะจ่ายไปั้แ่หลายพันปีก่อน