บทที่ 22 นายทุนเนี่ยเฉิน
เนี่ยเฉินเม้มปาก ไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำพูดของต้าจ้วง
ในสายตาของเขา เวิงชิวฉานเกลียดตนแล้ว และตอนนี้ก็อาจจะเกลียดเข้ากระดูกดำ
แต่ก็ช่างเถอะ เขาจะพิชิตใจนางให้ได้
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านซ่างจวง
ต้าจ้วงแนะนำด้วยรอยยิ้ม
"แม้หมู่บ้านซ่างจวงแห่งนี้จะมีขนาดเล็ก แต่จำนวนคนที่อาศัยอยู่ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว มีมากถึงพันกว่าคน หากไม่นับคนแก่ เด็ก และสตรีแล้ว ก็ยังมีคนหนุ่มสาวที่แข็งแรงอีกห้าถึงหกร้อยคน การเดินทางมาในครั้งนี้พวกเราจะต้องหาคนงานได้มากแน่
เพราะนอกจากการทำนาแล้ว ในยามว่างพวกเขาก็ทำได้เพียงล่าสัตว์เพื่อยังชีพ รายได้ไม่แน่นอน และต้องอยู่อย่างอดมื้อกินมื้อ
จริงสิ ที่หมู่บ้านซ่างจวงมีคนที่ไม่ธรรมดา *[1]อยู่คนหนึ่ง"
"คนจากแคว้นฉีเหรอ? เหตุใดคนจากแคว้นฉีจึงรอนแรมมาถึงที่นี่ได้?"
เนี่ยเฉินเกิดความสงสัยจึงเอ่ยถาม
“ข้าหมายถึงคนที่ไม่ธรรมดาต่างหาก!”
ต้าจ้วงถลึงตาใส่
“ท่านผู้นี้เป็ถึงหมอเทวดาที่โด่งดังไปทั่วอำเภอชิงสุ่ย เขาไปรักษาคนใหญ่คนโตกับเศรษฐีในเมืองอยู่บ่อย ๆ อีกทั้งยังรักษาหายทุกโรค เป็หมอเทวดาที่เก่งกาจมาก แม้แต่พวกข้าก็ยังต้องสุภาพกับเขา”
“โอ้ เช่นนั้นก็ต้องไปคารวะหน่อยแล้ว”
ระหว่างที่สนทนากัน พวกเขาก็มาถึงในหมู่บ้านแล้ว ชาวบ้านต่างพากันมามุงดู
ผู้าุโคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน เขายกมือคารวะต้าจ้วงพลางกล่าวว่า
“นี่ไม่ใช่ท่านต้าจ้วงแห่งค่ายชิงเฟิงหรือ ปีนี้ยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ไฉนจึงมาเร็วนักล่ะ?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน ่ที่ไม่เจอกันท่านดูแข็งแรงขึ้นนะขอรับ”
ต้าจ้วงยิ้มทักทาย
ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างพากันมองมาที่พวกเขาด้วยความสงสัย ในมือไร้อาวุธ แววตาปราศจากเจตนาร้าย พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวกลุ่มโจรเลยแม้แต่น้อย
เนี่ยเฉินทราบดีว่าเหตุใดจึงเป็เช่นนั้น นั่นเพราะหัวหน้าใหญ่ของพวกเขายึดมั่นในคุณธรรม แม้พวกเขาจะเก็บเกี่ยวเสบียงอาหารจากชาวบ้านเช่นโจรทั่วไป แต่ก็ไม่เคยขูดรีดหรือรังแกชาวบ้าน
และถ้ามีโจรกลุ่มอื่นมาสร้างความวุ่นวาย ค่ายชิงเฟิงก็จะคุ้มครองพวกเขา หรือหากพบเหตุการณ์อันตราย เช่น มีเสือมาทำร้ายชาวบ้าน ค่ายชิงเฟิงก็จะรวมกลุ่มกันออกล่ากำจัดสัตว์ร้าย เพื่อปกป้องความปลอดภัยให้แก่ชาวบ้าน
เมื่อเวลาผ่านไป ชาวบ้านต่างก็รู้ว่าค่ายชิงเฟิงนั้นมีคุณธรรม พวกเขาจึงไม่หวาดกลัวอีกต่อไป
กระทั่งถึงกับหวังว่าค่ายชิงเฟิงจะคงอยู่ตลอดไป เพราะหากค่ายชิงเฟิงล่มสลาย ก็อาจมีโจรกลุ่มอื่นเข้ามายึดครอง และเมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาคงจะถูกกดขี่อย่างไม่ต้องสงสัย
"หัวหน้าหมู่บ้านชุย พวกข้ามาในวันนี้ไม่ใช่เพื่อเก็บเกี่ยวเสบียงอาหาร แต่มามอบงานที่จะสร้างรายได้ให้แก่พวกเ้า"
"งานสร้างรายได้งั้นหรือ ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชาวบ้านต่างก็พากันสนใจยิ่งขึ้น พวกเขามุ่งหน้าเข้ามาใกล้ ทว่าในแววตายังคงมีข้อกังขา
"พวกข้าค้นพบเหมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งบนูเาชิงเฟิง แต่กำลังคนของพวกข้ามีไม่เพียงพอ การขุดจึงล่าช้า ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนพวกเ้าไปร่วมขุดเหมืองด้วยกัน"
"ข้าขอให้คำมั่นตรงนี้เลยว่า ค่าจ้างจะจ่ายเป็รายวัน ทุกคนที่ไปทำงานจะได้รับค่าจ้างวันละสิบอีแปะ แล้วยังมีอาหารเลี้ยงจนอิ่มหนำสำราญอีกด้วย"
“จริงหรือ? วันละสิบเหรียญแล้วยังมีข้าวให้กินอีก!?”
ทันใดนั้นก็มีชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างใ
แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ พวกเขาต่างลังเลและไม่กล้าล้ำเส้น
เพราะคำพูดพวกนี้ออกมาจากปากของโจรป่า โจรป่าล้วนเป็พวกที่ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา
แม้จะเป็โจรป่าที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็โจรป่าอยู่วันยังค่ำ
ความน่าเชื่อถือของเื่นี้ยังต้องรอการพิสูจน์
ชาวบ้านทุกคนต่างหันไปมองหัวหน้าหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านเป็คนที่มีศีลธรรมสูงส่ง และได้รับความเคารพนับถือ เื่ราวน้อยใหญ่ในหมู่บ้านล้วนต้องให้เขาเป็คนตัดสินใจ
หัวหน้าหมู่บ้านมองต้าจ้วงอย่างลำบากใจ กล่าวว่า
“ท่านต้าจ้วง ไม่ใช่พวกข้าไม่เชื่อท่าน พวกข้าอาศัยอยู่ที่นี่มารุ่นต่อรุ่น แต่กลับไม่เคยได้ยินว่ามีเหมืองอะไร ท่าน... พวกท่านคงไม่คิดจะพาพวกข้าขึ้นเขาไปเป็โจรกระมัง?”
เนี่ยเฉินก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าว กล่าวว่า
"หัวหน้าหมู่บ้านคิดมากเกินไปแล้ว พวกท่านล้วนเป็ชาวบ้านที่ดี พวกข้าจะบังอาจให้ท่านละทิ้งถิ่นฐานไปเป็โจรได้อย่างไร?
ขอยืนยันคำเดิม เหมืองแห่งนี้มิได้ใหญ่โต กำลังคนที่้าจึงไม่มากนัก ตำแหน่งมีจำกัด ค่าจ้างจ่ายเป็รายวัน และมีข้าวให้กินจนอิ่มหนำสำราญ เื่นี้ข้าขอใช้เกียรติของค่ายชิงเฟิงเป็ประกัน
แต่หากพวกท่านในหมู่บ้านซ่างจวงไม่ประสงค์จะไป พวกข้าก็ไม่ได้บังคับ รบกวนหัวหน้าหมู่บ้านโปรดหลีกทางให้ด้วย พวกข้าจะไปเยือนหมู่บ้านเซี่ยจวง พวกเขาเองก็มีผู้คนที่อดอยากไม่น้อยเช่นกัน"
"โอ๊ย ๆ ๆ! อย่าเลย ๆ ๆ!..."
ทันใดนั้นก็มีชาวบ้านหลายคนเข้ามาห้ามปราม
ล้อเล่นหรืออย่างไร? หมู่บ้านซ่างจวงกับหมู่บ้านเซี่ยจวงตั้งอยู่ติดกัน ทั้งสองหมู่บ้านต่างมีเื่บาดหมางและความร้าวฉานต่อกันไม่น้อย บ่อยครั้งที่ต้องต่อสู้แย่งชิงแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกจนหัวร้างข้างแตก ในเมื่อตอนนี้มีเื่ดี ๆ เช่นนี้ พวกเขาจะยอมปล่อยให้หลุดมือ และไปตกอยู่ในมือของชาวบ้านเซี่ยจวงได้อย่างไร?
หัวหน้าหมู่บ้านจึงรีบกล่าวขึ้น
"คุณชาย ท่านมีเื่อันใดก็ค่อย ๆ หารือกันเถิด ทว่าท่านดูไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย"
"ข้าคือรองหัวหน้าของค่ายชิงเฟิง"
"อ้อ ที่แท้ก็คือท่านรองหัวหน้านั่นเอง ข้าตาบอดจนมองท่านไม่ออกเสียแล้ว"
“ไม่ใช่เื่ใหญ่หรอก แต่หลีกทางให้พวกข้าก่อนเถิด พวกข้าจะไปยังหมู่บ้านเซี่ยจวง…”
“โอ้ ๆ ๆ ช้าก่อน ช้าก่อน พวกข้ายินดีไป ไม่ทราบว่าค่ายของท่าน้าคนจำนวนเท่าใดหรือขอรับ”
เพียงเอ่ยถึงหมู่บ้านเซี่ยจวง ชาวบ้านก็พากันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
ตอนแรกที่พวกเขามา ต้าจ้วงยังอดกังวลว่าชาวบ้านจะไม่ยอมเชื่อพวกเขาไม่ได้ แต่ดูตอนนี้สิ เนี่ยเฉินเป็นักต่อรองที่มีฝีมือไม่น้อยเลย
เดิมทีค่ายชิงเฟิงเป็ผู้จ่ายเงิน ส่วนชาวบ้านเป็ผู้้าเงิน พวกเขาอุตส่าห์มีน้ำใจมอบงาน อาหาร และค่าแรงให้ ไฉนจะต้องไปร้องขอพวกเขาอีกล่ะ
หากค่ายชิงเฟิงหาคนที่นี่ไม่ได้ เช่นนั้นก็แค่ไปหาที่อื่น แต่ถ้าชาวบ้านเหล่านี้ไม่ได้กินอิ่มท้อง ก็คงไม่มีหนทางใดอีกแล้ว
เนี่ยเฉินมองไปทางหัวหน้าหมู่บ้านด้วยสีหน้าลำบากใจ และเอ่ยถามว่า
“หมู่บ้านของท่านสามารถส่งคนมาได้เท่าใด”
“ห้าร้อยคน คนหนุ่มยังพอมีอยู่”
“ห้าร้อยคน? มากมายขนาดนั้นเลยหรือ”
หลังเห็นเนี่ยเฉินแสดงท่าทีลำบากใจ เหล่าชายหนุ่มต่างมองมาด้วยแววตาอ้อนวอน ครอบครัวของพวกเขาล้วนขาดแคลนอาหาร ไม่มีใครอยากเสียโอกาสนี้ให้ผู้อื่น
เนี่ยเฉินแสร้งทำเป็ลำบากใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า
"แต่ที่เหมืองก็รับคนมากขนาดนั้นไม่ได้"
"เช่นนั้นรับได้เท่าใดเล่า"
ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านถามอย่างใจจดใจจ่อ
"เอ่อ... หนึ่งร้อยคน?"
"รองหัวหน้า ท่านดูเด็ก ๆ ในหมู่บ้านของเราสิ พวกเขาล้วนอดอยากและผอมจนไม่มีแรง โปรดเมตตาด้วยเถอะ รับเพิ่มอีกสักหน่อยได้หรือไม่ ข้ารับรองว่าพวกเขาจะทำงานอย่างแข็งขัน และหากผู้ใดกล้าเกียจคร้านก็เพียงขับไล่ออกไป อย่าให้ครอบครัวของมันได้กินข้าว!"
ได้ยินเช่นนั้นเนี่ยเฉินก็กัดฟันแน่นและเอ่ยว่า
"เฮ้อ ก็ได้ พวกเ้าไปกันให้หมดเถิด หากเหมืองไม่้าคน ก็ยังไปสร้างบ้าน ตีเหล็ก หรือไสไม้ก็ได้"
ต้าจ้วงเข้าใจท่าทางของอีกฝ่าย จึงรีบดึงเนี่ยเฉินไว้พลางเอ่ยด้วยความร้อนใจว่า
"รองหัวหน้า ท่านไม่จำเป็ต้องใช้คนมากขนาดนั้นหรอก!"
"พอเถอะ อย่าพูดอีกเลย แค่นี้แหละ เห็นเด็ก ๆ พวกนั้นผอมแห้งจนไม่มีแรง ข้าก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน!"
"โอ้!"
ต้าจ้วงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
ชาวบ้านขอบคุณนับพันนับหมื่นครั้ง และเกือบจะคุกเข่าคำนับแล้ว
ทั้งสองคนสบตากันแวบหนึ่ง เรียบร้อย
ต้าจ้วงคิดเอาไว้ั้แ่แรกว่าในหมู่บ้านหนึ่งคงมีคนอยากทำงานไม่กี่คน พวกเขาต้องวิ่งไปหลายหมู่บ้านถึงจะหาคนได้พอ แต่ไม่คิดว่าเพียงเนี่ยเฉินจะแสดงละครชุดหนึ่ง พวกเขาก็สามารถหาคนได้พอในหมู่บ้านเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ชาวบ้านยังซาบซึ้งในบุญคุณ ถือว่าพวกเขาเป็ผู้มีพระคุณเลยทีเดียว
ท้ายที่สุดแล้ว ความ้าของชาวบ้านนั้นก็มากกว่าความ้าของค่ายโจรมากนัก
นายทุนสุนัขอย่างเนี่ยเฉินใช้กลยุทธ์หนึ่งชุด ทำให้ชาวบ้านทั้งหมดยอมจำนนและเชื่อฟัง
[1] ไม่ธรรมดา คำว่า ไม่ธรรมดา ในภาษาจีนออกเสียงว่า 奇 (qí) และพ้องเสียงกับคำว่า 齐 (qí) ที่แปลว่า คนจากแคว้นฉี ด้วยเหตุนี้เนี่ยเฉินจึงตอบต้าจ้วงอย่างในบทสนทนาข้างต้น