บทที่ 5 เมื่ออิ่มถึงจะมีพลัง
หมู่บ้านที่ตระกูลเหวินอาศัยอยู่เรียกว่าหมู่บ้านซานชา เดิมเป็หมู่บ้านเล็ก ๆ ธรรมดาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งชื่อตามทางสามแยกบนถนนในหมู่บ้าน
ใน่ต้นทศวรรษที่ห้าสิบ ฐานทัพบางแห่งถูกสร้างขึ้นในหุบเขาห่างจากหมู่บ้านซานชาหลายสิบกิโลเมตร
ใน่ต้นทศวรรษที่เจ็ดสิบ มีที่อยู่อาศัยและค่ายเกิดขึ้นใกล้ฐานทัพห่างจากหมู่บ้านซานชาประมาณห้ากิโลเมตร ทําให้หมู่บ้านที่ยากจนแห่งนี้เริ่มคึกคักขึ้น
ลู่จินฉวนผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยและการรักษาความลับในฐานนี้
โรงงานปูนซีเมนต์ที่ลู่กัวจื่อทำงานอยู่เป็เพียงโรงงานส่วนนอกฐานทัพ สามารถรับสมัครคนงานจากภายนอกเข้ามาทำงานได้ และหากพวกเขาทํางานได้ดีพวกเขาสามารถเป็คนงานประจําของรัฐ
เหตุผลที่เหวินเฟิงฉีพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เหวินหน่วนแต่งงานกับลู่กัวจื่อ
ข้อแรก เพื่อให้เหวินเชี่ยงเข้าไปทำงานในโรงงานปูนซีเมนต์ และข้อสอง เพื่อให้เขาได้เป็พ่อตาของคนใหญ่คนโต
เหวินหน่วนไม่อยากแต่งงานกับลู่กัวจื่อเธอจึงต้องหาคนมาช่วยเธอ
คนที่เธอพูดถึงคนนี้เป็หัวหน้าหมู่บ้านซานชา เป็ลุงคนที่สามของเหวินเฟิงฉี ชื่อเหวินโหยวฟู่ เขาเป็คนเดียวในหมู่บ้านนี้ที่สามารถหยุดเหวินเฟิงฉีได้
ดูเหมือนเหวินโหยวฟู่จะรู้เื่ของเหวินหน่วนแล้ว
"ฉันได้ยินเื่เธอแล้ว" เหวินโหยวฟู่ชี้ไปที่เก้าอี้เพื่อให้หญิงสาวนั่งลง "ปู่สามไม่สามารถช่วยเธอได้ เธอก็รู้ว่าพ่อของเธออารมณ์ร้ายแค่ไหน"
"ยิ่งไปกว่านั้น ลู่กัวจื่อเป็คนมีความสามารถ แม้จะเคยแต่งงานมาแล้ว แต่เขาก็เป็ผู้อำนวยการั้แ่อายุยังน้อย ถ้าเธอแต่งงานกับเขา อย่างน้อยเธอก็จะมีชีวิตที่ดีกว่าตอนนี้"
ถ้าเธอไม่ได้เกิดใหม่ เธอคงรู้สึกแบบนั้น ลู่กัวจื่อมีความสามารถมาก การแต่งงานกับเขาอาจช่วยยกระดับตัวเองและครอบครัวให้สูงขึ้น
แต่ในความเป็จริง ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าว่าลู่กัวจื่อสารเลวแค่ไหน?
เขาเป็ผู้อำนวยการได้เพราะบารมีของลู่จินฉวน เขาไม่มีความสามารถอะไรเลย แถมยังหลอกเอาเงินที่เธอลำบากหามาไป และยังใช้ความรุนแรงกับเธอที่เป็ครอบครัวเดียวกัน
ตบตีเธอต่อหน้าลูกทั้งสองคน แม่สามีของเธอในชีวิตก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ห้ามปราม หนำซ้ำยังยืนดูลูกชายก่อความรุนแรง คอยยุยงและส่งเสริมเพิ่มอีกต่างหาก
ในตอนนั้น เหวินหน่วน้าหย่าร้าง แต่เหวินเฟิงฉีและภรรยาใหม่ของเขาเอาแต่บอกให้เธออดทนและบอกเธออยู่เสมอว่าผู้หญิงที่หย่าร้างจะใช้ชีวิตลำบาก
นอกจากนี้ น้องชายของเธอยังต้องพึ่งพาตระกูลลู่
เมื่อเธออดทนต่อความรุนแรงและการนอกใจนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยิ่งทําให้ลู่กัวจื่อหยิ่งผยองมากขึ้น
สุดท้ายเธอก็ได้แก้แค้น
แม้ว่าลู่กัวจื่อจะยังมีชีวิตอยู่แต่ก็ถูกเธอแทงเข้าที่ตาและหู ถ้าเขาไม่ตายเขาก็จะเป็คนพิการไปตลอดชีวิต
ส่วนโจวย่าหนี เธอทําให้อีกฝ่ายเสียโฉม ซึ่งนั่นร้ายแรงกว่าการเอาชีวิตของอีกฝ่ายเสียอีก
"เชื่อคำพูดของปู่สามเถอะ" จู้ซือภรรยาของเหวินโหยวฟู่กล่าว "เธอจะพลาดการแต่งงานนี้ได้อย่างไร? เธอจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย เมื่อแม่สามีตายและเธอกลายเป็แม่สามีเสียเอง วันนั้นชีวิตของเธอจะดีขึ้นมาก"
เธอยิ้มให้กับเหวินหน่วน
หลอกลวงกันหรือเปล่า?
ไม่มีทาง เธอไม่ยอมเสียเวลาใช้ชิวติวัยสาวที่สวยงามของเธอให้แก่ลู่กัวจื่อ
"ขอบคุณปู่สามและย่าสาม แต่ฉันเคยเห็นธาตุแท้ของคน ๆ นั้นมาก่อน" เหวินหน่วนพูดพลางก้มศีรษะลงและกำมุมเสื้อผ้าของเธออย่างประหม่า "เขาเป็คนอารมณ์ร้าย เขาเหมือนพ่อของฉันเวลาที่เขาโกรธ "
"ทำร้ายร่างกาย? นั่นเป็ไปไม่ได้” เมื่อจู้ซือได้ยินเช่นนั้นก็รีบโบกมือ
เธอได้ยินมาตลอดว่าเหวินหน่วนมีความประพฤติที่ดีและเชื่อฟังมาโดยตลอด แต่ทำไมคราวนี้เหวินหน่วนถึงปฏิเสธหัวชนฝาแบบนี้?
"อืม” เหวินหน่วนพยักหน้าเบา ๆ "ปู่สาม ย่าสาม ฉันกลัว ฉันไม่อยากเป็เหมือนแม่ของฉัน"
ทั้งคู่มองหน้ากัน
ทําไมคนอื่นเขาถึงเรียกเหวินเฟิงฉีว่าคนคลั่ง? นั่นเป็เพราะเขาชอบทุบตีเมียและลูก ๆ อย่างแรง เขาใช้สิ่งของใกล้ตัวทุบตีอยู่เสมอ
โดยเฉพาะหวังเซียนฮัวแม่ของเธอ เขาแทบจะฆ่าอีกฝ่ายอยู่หลายรอบ
พวกเขาไม่แปลกใจเลยที่ครั้งนี้เหวินหน่วนต่อต้านหัวชนฝา
"เด็กดี” เหวินโหยวฟู่ ถอนหายใจ
"ฉันมาที่นี่เพื่อถามปู่สามว่าฉันขอเช่าบ้านเก่าของหัวหน้าหมู่บ้านได้ไหม?” เหวินหน่วนถามด้วยความประหม่าเล็กน้อย
"ทําไมเธอถึงอยากเช่าบ้านหลังนั้น?” จู้ซือถามว่า "ไม่รู้เหรอว่ามันเป็บ้านผีสิง"
"ฉันไม่อยากแต่งงาน" เหวินหน่วนถอนหายใจ "พ่อของฉันต้องโกรธจนไล่ฉันออกจากบ้านแน่ ๆ ฉัน้าที่พัก”
นั่นก็เป็เื่จริงเช่นกัน
"ได้สิ ถ้าเหวินเฟิงฉีไล่เธอออกจากบ้าน ให้มาหาปู่” เหวินโหยวฟู่กล่าวต่อว่า "ปู่จะให้เช่าบ้านหลังนั้น”
"ขอบคุณค่ะปู่สาม” เหวินหน่วนยืนขึ้นและโค้งคํานับ
"เด็กน้อย..." จู้ซือถอนหายใจ "ชีวิตช่างขมขื่นจริง ๆ"
"ปู่ช่วยละเว้นค่าเช่าให้ฉันสักพักได้ไหม เมื่อไหร่ที่ฉันได้งานและได้รับเงินค่าจ้าง ฉันจะจ่ายให้ทันที" เหวินหน่วนกล่าว
เหวินโหยวฟู่โบกมือ "ฉันมีเงินเยอะแยะอยู่แล้ว บ้านหลังนั้นก็ไม่มีใครอยู่ด้วย อย่าคิดมาก"
เขาไม่ได้คิดมากเื่เงิน
หลังจากที่เหวินหน่วนจากไป จู้ซือถามเหวินโหยวฟู่ด้วยความเป็ห่วงว่า "คุณให้สัญญากับเหวินหน่วนแบบนี้ แล้วถ้าคนคลั่งมาหาคุณล่ะ"
"แล้วไง?” เหวินโหยวฟู่เหลือบมองเธอและพูดว่า "เขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอก"
อีกอย่าง บ้านหลังนั้นคือบ้านผีสิง เหวินหน่วนจะอยู่ที่นั่นได้นานสักเท่าไหร่กัน?
หากเธออาศัยอยู่ในบ้านผีสิงได้จริง ๆ เขาค่อยคิดอีกทีว่าจะต้องทำอย่างไรต่อก็ยังไม่สาย
แล้วนี่ก็เป็การทดสอบเหวินหน่วน
เพียงแต่ว่าเขาไม่สามารถบอกจู้ซือได้
จู้ซือถอนหายใจ "เหวินหน่วนเป็ลูกสาวของคนคลั่ง แม้ว่าเธอจะย้ายออกไป แต่เธอก็ไม่สามารถหนีคำว่าความกตัญญูได้"
ช่างน่าสงสาร!
......
เมื่อออกมาจากบ้านของเหวินโหยวฟู่ เหวินหน่วนก็เดินช้าลง
เธอเปิดประตูลานบ้านเข้าไป เห็นครอบครัวกำลังทานอาหารกันอยู่ เมื่อหวังเซียนฮัวเห็นเธอกลับมาก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า "เหวินหน่วน ลูกกลับมาแล้วรีบมานั่งกินข้าวเร็ว"
เหวินหน่วนนั่งลงและกินข้าวอย่างไม่สุภาพนัก
เหวินเจวียนและเหวินเชี่ยงมองหน้ากัน ก่อนจะก้มศีรษะลงและไม่กล้าพูดอะไร
ในยุคนี้อาหารไม่ได้อุดมสมบูรณ์นัก อาหารของหวังเซียนฮัวไม่อร่อยเลย เหวินหน่วนกลืนอาหารแทบไม่ลง แต่เธอยังคงบังคับตัวเองให้กินอยู่หลายคำเพื่อให้อิ่มท้อง
เมื่ออิ่มแล้วเธอก็จะมีพลังที่จะทําอย่างอื่น
เธอเช็ดปากและกลับไปที่ห้อง ทิ้งคนอื่น ๆ ให้นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความงุนงง
เหวินเฟิงฉีโยนตะเกียบของเขาลงบนโต๊ะและจ้องมองไปที่หวังเซียนฮัว "ดูลูกสาวแสนดีที่คุณเลี้ยงดูมาสิ!"
หวังเซียนฮัวขยับปาก ก่อนพูดด้วยเสียงเบา ๆ ว่า "ฉัน...ฉันจะสอนเธอให้ดี"
เหวินเจวียนและเหวินเชี่ยงก้มศีรษะลงและรีบกินข้าว พวกเขากลัวว่าเหวินเฟิงฉีจะทุ่มโต๊ะด้วยความโมโห และทำให้อาหารทั้งหมดเสียหาย
เหวินหน่วนกําลังนอนอยู่บนเตียง เธอคิดว่าพรุ่งนี้เธอต้องไปที่โรงอาหารของฐานทัพ เธอจําได้ว่า่เวลานี้ในชีวิตก่อนหน้านี้ โรงอาหารของฐานทัพกำลังรับสมัครคนงานชั่วคราว
แบบทดสอบรับสมัครงานคือการทำมันฝรั่งเส้นทอด
ในชีวิตก่อนหน้านี้ โจวย่าหนีอยากได้งานทำที่นั่น เธอจึงขอร้องให้เหวินหน่วนไปกับเธอและแอบเปลี่ยนอาหารของตัวเองกับเหวินหน่วนเพื่อให้ผ่านการทดสอบ
‘เมื่อเธอแต่งงานกับผู้อำนวยการลู่ เธอก็จะเป็ภรรยาของผู้อำนวยการ เธอยัง้างานอะไรอีก?’ โจวย่าหนีขอเหวินหน่วน ‘เราเป็เหมือนพี่น้องกัน งานนี้เป็โอกาสเดียวของฉัน’
การที่เธอแต่งงานกับลู่กัวจื่อก็เพื่อให้เขาหางานให้น้องชายเธอเท่านั้น
เธอโง่มากในตอนนั้น ทันทีที่เธอเห็นโจวย่าหนีร้องไห้ เธอก็ตกลงทุกอย่าง
ไม่นานหลังจากนั้น ในหมู่บ้านก็มีประกาศจากมหาวิทยาลัยกรรมกร ชาวนา และทหาร เหวินหน่วนมีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งอายุและองค์ประกอบทางครอบครัว
ทว่าคู่แม่ลูกกัวอันฉินและโจวย่าหนีนำสิ่งของมาให้มากมายพร้อมกับร้องไห้ขอร้องให้เหวินหน่วนมอบตำแหน่งนี้ให้กับโจวย่าหนี
องค์ประกอบทางครอบครัวของโจวย่าหนีไม่ค่อยดีนัก แต่โจวย่าหนีมีประสบการณ์การทํางานในโรงอาหารของฐานทัพ จึงลงทะเบียนผ่านไปได้
เหวินหน่วนจะไม่ยอมพลาดโอกาสที่เธอเคยเสียไปในชีวิตก่อนหน้านี้ เมื่อไม่มีงานทํา โจวย่าหนีจะยังสามารถไปเรียนที่วิทยาลัยได้อีกเหรอในชีวิตนี้?
เธอจะยังเป็ครูโจวผู้สูงส่งในหัวใจลูกเนรคุณทั้งสองตัวนั้นได้หรือไม่!
วันรุ่งขึ้น เหวินหน่วนอาบน้ำและออกไปจากบ้าน