เ้าของบ้านสาวเขม้นมองรถเอสยูวีคันโตจอดอยู่หน้าบ้านอย่างสงสัยได้ไม่นานสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็มีสายเรียกเข้า
“ผมเอง รออยู่หน้าบ้าน”
ห๊ะ!
“ทำไมเป็หมอล่ะ” อัปสราเดินมาเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นอย่างไม่เื่มากเพราะทุกวันอาทิตย์่เย็นหลังจากที่ขับรถไปรับไนกี้จากโรงเรียนสอนพิเศษแล้วปั๊บและไนกี้จะมารับคุณครูสาวเพื่อไปซื้ออาหารสดเข้าบ้าน
“ปั๊บติดธุระผมเลยมาแทน”
“อ้อ แล้วหมอว่างเหรอ”
“เพิ่งเสร็จคลินิกก็มานี่แหละ”
ซะเมื่อไหร่...ปกติวันอาทิตย์เขารับจ็อบโรงพยาบาลเอกชนถึงสองทุ่มแต่เพราะวันนี้เ้าปั๊บบอกว่ามีธุระสำคัญเขาจึงต้องอ๊อฟออกมาก่อน
“ให้ผมนั่งแท็กซี่ไปกับพี่แอฟก็ได้น้าไนซ์จะไม่ต้องเสียงาน”
ไนกี้อาสา
“เราเฝ้าบ้านเถอะน้าไปเอง”
“ผมไปช่วยหิ้วกับข้าว”
“ไม่เป็ไรน้าเสร็จจากทำคนไข้จะแวะไปรับพี่แอฟเลย ไม่อยากวนรถกลับมารับเรา”
“น้าไนซ์จะไหวเหรอปกติผมกับพี่ปั๊บไปกันสองคนยังหิ้วกันจนตัวเอียง”
“ใช้รถเข็นสิจะหอบหิ้วทำไม” ชยณัฐผู้ไม่เคยไปจ่ายตลาดสงสัย
“โน! พี่แอฟไม่ได้ซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต พี่เขาไปเดินตลาดสด”
“หา!”
“น้าเปลี่ยนใจยังทันนะ”
“แล้วตอนรีทำกับข้าวให้เราเขาไปจ่ายตลาดยังไง”
“คงมีแฟนไปช่วยเหลือแหละมั้งเราแค่จ่ายตังค์เขาก็จัดการเสร็จสรรพ"
********************
อัปสรามองผู้ช่วยมือใหม่ที่กำลังรับเนื้อหมูจากแม่ค้าแล้วก็ได้แต่ยิ้มด้วยความเอ็นดูคนไม่เคยมาตลาดสด
“เหลืออีกเยอะมั้ยครับ”สองมือของชยณัฐเต็มไปด้วยของสดสำหรับทำกับข้าวตลอดทั้งสัปดาห์แล้วแต่ดูเหมือน ‘แม่บ้าน’ จะยังมีลิสต์รายการอยู่อีกไม่น้อย
“มีซื้อผักอีก4-5 อย่าง”
ถึงแม้ว่าตลาดสดแห่งนี้จะสะอาดสะอ้านและดูถูกสุขอนามัยกว่าตลาดสดแห่งอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกันแต่ก็มีเพียงหลังคาโครงเหล็กบังแดดบังฝนเท่านั้นไม่มีแอร์หรือพัดลมช่วยคลายความร้อนให้ลูกค้าผู้มาจับจ่ายใช้สอยดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่หมอหนุ่มลุคไฮโซอย่างชยณัฐจะมีเหงื่อซึมหลังจากเดินตลาดมาได้เพียงครึ่งชั่วโมง
“ทำไมไม่ซื้อในห้างล่ะ” เขาไม่ใช่คนเื่มากนะ แต่ถ้าซื้อในห้างก็ไม่ต้องทนร้อนอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ
“ที่นี่ได้ของสดกว่าและถูกกว่า”แม่บ้านมือโปรตอบขณะที่กำลังเลือกมะเขือเทศอยู่หน้าแผงขายผัก
ร้อน!
ชยณัฐพ่นลมออกจากปาก
เอาวะ...แค่เดินตลาดสดคนอื่นทำได้เขาก็ต้องทำได้สิ
“อยากกินยำหมูยอ” หมอหนุ่มรีเควสต์เมื่อเห็นเธอหยิบหอมหัวใหญ่ใส่ตะกร้าด้วย
“หมูยอที่ตลาดไม่อร่อยนะ แป้งเยอะ”
“มันไม่เหมือนกันเหรอ”
“ต่างกันสิถ้าเป็หมูยออุบลหรือมาจากอีสานจะไม่ค่อยผสมแป้ง”
“ผมเคยกินที่แม่ไอ้ไวน์ฝากมาจากสระบุรีอร่อยดี”
“ไม่งั้นหมอก็ต้องไปกินที่ร้านอาหารเวียดนามหมูยออร่อยเหมือนกัน”
“อยากกินเย็นนี้”
เอาแต่ใจชะมัดนี่เธอเป็คนแม่ครัวส่วนตัวของเขาั้แ่เมื่อไหร่
“พี่แค่มาช่วยจ่ายตลาดนะไม่ได้กลับด้วย วันนี้ไม่มีติว”
“อ้าว” คนอยากกินยำหน้าเหวอลืมไปว่าวันนี้หลานชายไม่มีตารางเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ
“อยากกิน ไปทำให้กินหน่อยสิ นะ...นะ...”หมอหนุ่มเริ่มใช้น้ำเสียงอ้อน
“ก็ไม่มีหมูยออยู่ดี”
“เคยเห็นมีขายในซูเปอร์มาร์เก็ตน่าจะพอได้”
“เราต้องขับรถวนเข้าห้างอีก”
“ไม่เป็ไร พี่มีธุระต่อเหรอ”
“มีนัดติวออนไลน์ตอนหนึ่งทุ่ม” คนงกทำงานแบบไม่มีวันหยุด
“ตอนนี้เพิ่งห้าโมงเย็น น่าจะพอมีเวลา”
นี่กะจะใช้งานเธอชนิดไม่ให้มีเวลาหายใจหายคอกันบ้างเลยรึไง
“พี่ทำกับข้าวให้พวกผมก็ประหยัดมื้อเย็นไปอีกนะ”
พูดอีกก็ถูกอีก
“ขากลับเดี๋ยวผมก็มาส่ง”
“ก็ได้ งั้นไปห้างกัน”
หกโมงเศษๆ สองหนุ่มสาวกลับถึงหมู่บ้านนิมมานต์ ท่าอิฐ เจอไนกี้กำลังนั่งเล่นเกมอยู่ในห้องรับแขกเพียงลำพังส่วนผู้พันกับคุณนายสัปดาห์นี้ไม่ได้แวะมาค้างที่บ้านจังหวัดนนท์ เพราะทั้งคู่มีไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด
“หมอไม่ต้องจัดเข้าตู้เย็นเดี๋ยวพี่ทำเอง”อัปสราร้องห้ามเมื่อเห็นหมอหนุ่มจับเนื้อและผักยัดเข้าตู้เย็นแบบไม่แยกประเภท
“พี่จะต้องเตรียมสอนแล้วหมอหั่นผักสำหรับทำกับข้าวไว้รอได้มั้ย อีกชั่วโมงเดี๋ยวพี่มาทำ”
“หั่นอะไรบ้าง”
“นอกจากยำแล้วหมออยากกินอะไร”
“ไก่ทอด”
ฮื้อ!ทั้งยำ ทั้งไก่ทอด นี่มันกับแกล้มในวงเหล้าชัดๆ
“หมอหั่นหมูยอพริก หอมใหญ่ แล้วก็ผักที่พี่วางไว้ตรงนี้นะ” เธอสั่งขณะแยกผักเพื่อทำยำไว้บนโต๊ะก่อนจะหันมาถามชายหนุ่มเพื่อความมั่นใจ
“หั่นเป็รึเปล่า”
“ไม่น่าจะยากเดี๋ยวเปิดยูทูบ”
ติวเตอร์สาวใช้เวลาสอนเพียงหนึ่งชั่วโมงก็กลับเข้ามาปรุงอาหารในห้องครัวแว่บแรกที่เห็นผักที่หั่นวางไว้ในถาดอย่างเป็ระเบียบก็อมยิ้มอย่างพอใจฝีมือหั่นผักของชายหนุ่มพอใช้ได้แม้จะไม่ได้ดูสวยงามอย่างมืออาชีพแต่ก็นับว่าทำได้ดีสำหรับมือใหม่
“หมอหุงข้าวเป็มั้ย”
“เคยทำสมัยเข้าค่ายลูกเสือ”
“โหั้แ่เบบี๋เลย งั้นไม่ต้องเดี๋ยวพี่ทำเองดีกว่า” อัปสราเทข้าวสารใส่หม้อหุงข้าวแล้วเติมน้ำเสียบปลั๊กก็เป็อันเสร็จเรียบร้อย
“อยากกินอะไรอีกจะได้ทำเพิ่ม”
“ต้มยำกุ้งทำได้มั้ย”
“ได้แต่หมอต้องแกะเปลือกกุ้งนะ”
“ลองดู”หมอหนุ่มรับคำเป็ลูกมือไม่เกี่ยงงอน
เธอสังเกตว่าเขาเป็คนที่มีสายตากับมือสัมพันธ์กันดีมากไม่ว่าจะปอกหั่นหรือหยิบจับอะไรก็ดูคล่องแคล่วไปเสียหมด
“หมอเข้าครัวบ่อยรึเปล่า”
“ไม่นะ นานๆครั้งเคยช่วยคุณนายทำกับข้าวบ้าง” ชยณัฐและพี่ชายเรียกมารดาว่าคุณนายตามความเคยชิน
“หมอใช้มีดคล่องมาก”
“เป็หมอฟันนอกจากใช้หน้าตาทำมาหากินแล้วก็ต้องใช้มือเป็หลัก”
“ไม่รู้ว่าเป็หมอต้องใช้หน้าตาด้วย”หญิงสาวหลุดขำคนอะไรยอตัวเองก็ได้
“สมัยก่อนสอบเอ็นทรานซ์ใช้สมองสมัยนี้ส่งพอร์ตโฟลิโอแนบรูปถ่ายก็เหมือนส่งใบสมัครเป็นายแบบนั่นแหละ”
มิน่าล่ะปัจจุบันถึงมีทั้งแฮชแท็กหมอสุดคิวท์ หมอหล่อบอกต่อด้วยเต็มไปหมด
“ถ้าไม่ติดว่าต้องเป็หมอฟันผมก็กะจะชวนไอ้ไวน์ไปเป็ดาราอยู่นะนี่”
“ต้องขอลายเซ็นไว้แล้ว”
“งั้นสิรีบเลย”
อยากจะแหมไปถึงดาวอังคารไม่มีถ่อมตัวกันบ้างเลยพี่คู้นนน
ภายในห้องรับประทานอาหารประกอบด้วยอัปสราหมอไนซ์ และไนกี้ ส่วนปั๊บยังไม่กลับ
ไนกี้มองหน้าน้าชายที่วันนี้อยู่รับประทานอาหารเย็นด้วยกันด้วยสีหน้าแช่มชื่นแล้วก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ
ไปจ่ายตลาดมันมีความสุขตรงไหนน้าไนซ์ถึงได้มีหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลาแถมยังอารมณ์ดีไปช่วยพี่แอฟทำกับข้าวอีก
“พี่แอฟทำไมวันนี้ยำมันหวานผิดปกติ”ไนกี้เอ่ยขึ้นเมื่อตักอาหารเข้าปากคำแรก
“จริงเหรอไม่นะปกติ หมอไนซ์ก็ชิมแล้ว”
“กินไปอย่าติ”หมอไนซ์ทำเสียงเข้ม
“ก็มันหวาน”
พอไนกี้ยันยืนอีกครั้งหญิงสาวก็ตักยำเข้าปาก
“หวานเหรอ”
“ต้มยำก็ด้วยหวานนน โอ๊ย!” ไนกี้ร้องเสียงหลงเมื่อถูกน้าชายเตะขาใต้โต๊ะ
“หวานอ่ะ หวานมาก” เด็กหนุ่มพึมพำเบาๆ คนเดียว
“ยังอีก”
“ปกติวันนี้น้าไนซ์มีทำคลินิกนี่ทำไมวันนี้ว่าง”
“มีปัญหาอะไร”หมอฟันที่ไม่ค่อยว่างถือช้อนค้าง มองหน้าหลานชายเขม็ง
“เปล่าครับใครจะกล้า”
ปากบอกอย่างนั้นแต่สายตาบอกว่ายังมีปัญหา
“หุบปากให้สนิท”ชยณัฐชี้หน้าเมื่อหลานชายวัยรุ่นทำหน้าล้อเลียน
“เื่นี้ต้องถึงพ่อแม่ผมแล้ว”
“ไนกี้!”หมอหนุ่มหน้าแดงหูแดง ในขณะที่อัปสราทำหน้างง
น้าหลานเขาคุยอะไรกัน!