ริมฝีปากของโจซื่อสั่นเล็กน้อย “นางเอาเื่แบบนี้ไปพูดทุกที่เลยหรือ ?”
ถ้าอย่างนั้นศักดิ์ศรีของตระกูลเจียงของเราก็…
หญิงผู้นั้นพูดอย่างสนุกปาก แต่กลับไม่สังเกตเห็นสีหน้าที่คร่ำครึของโจซื่อแม้แต่น้อย
“ก็ใช่น่ะสิ นางดูภูมิใจมากเลย ทั้งยังบอกกับข้าอีกว่าเด็กสาวคนนั้นไม่เอาสินสอดอะไรทั้งนั้น แล้วยังออกค่าสินสมรสเป็เงินห้าตำลึงด้วย! จุ๊ ๆ ๆ ข้าว่าในท้องของเด็กสาวคนนั้นจะต้องมีเชื้อพันธุ์ของคนอื่นอย่างแน่นอน ถึงได้ยืนตัวตรงไม่ได้อย่างไรล่ะ… แต่พูดไปพูดมา ใครจะรับประกันได้ว่าเชื้อพันธุ์ในท้องของเด็กสาวคนนั้นจะเป็ของตระกูลหม่า”
สีหน้าของโจซื่อยิ่งดูไม่ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
“พอแล้ว ถึงแล้ว” ผู้หญิงคนนั้นนำกะละมังซักผ้ามาวางบนเอว จากนั้นก็ชี้ไปที่ประตูไม้ที่เปิดออกครึ่งหนึ่ง “นู่น หลังนั้นแหละ”
โจซื่อทำหน้าเคร่งเครียดแต่ไม่ได้พูดอะไร กลับเป็เจียงป่าวชิงที่โบกมือให้ผู้หญิงคนนั้นอย่างน่ารัก “ขอบคุณเ้าค่ะ ไว้พบกันใหม่นะเ้าคะ”
หญิงผู้นั้นขานรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางกำลังจะเดินจากไป แต่กลับชำเลืองมองและพบว่าสีหน้าของโจซื่อผิดปกติไปเล็กน้อย นางจึงส่งเสียงอุทาน จากนั้นก็หยุดเดินและมองโจซื่ออย่างสังเกตทันที
โจซื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นางแค่นยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้นอย่างฝืน ๆ จากนั้นก็เดินไปที่ประตูไม้ ตอนนี้นางไม่มีแรงแสร้งทำเป็กุลสตรีต่อแล้ว
คุณนายหม่าถือกะละมังใส่อาหารหมูออกมาพอดี นางกำลังเตรียมไปให้อาหารหมูอีกครั้งใน่บ่าย ก็เห็นโจซื่อยืนอยู่ตรงทางเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มที่เสแสร้งเสียก่อน และสีหน้าของนางก็ไม่ค่อยเป็มิตรสักเท่าไหร่
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเจอหน้ากันแล้ว และเกือบทะเลาะกันเพราะเื่ที่พวกเขาจะให้เจียงต้ายาออกค่าสินสมรส
เมื่อเห็นโจซื่อ คุณนายหม่าก็คิดว่าโจซื่อเอาเงินมาให้ถึงที่ สองสามวันที่ผ่านมาคุณนายหม่าไม่สามารถพูดได้ว่าตัวเองนั้นสบายใจแค่ไหน แต่ก่อนหน้านี้นางเพิ่งถูกคุณนายจางบ้านข้าง ๆ พูดเสียดสีใส่ ทำให้นางยังคงรู้สึกหงุดหงิดใจจนถึงตอนนี้ เห็นดังนั้น นางจึงส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ
“มาแล้วหรือ ?”
เมื่อโจซื่อเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของคุณนายหม่า นางก็รู้สึกหายใจไม่สะดวกเล็กน้อย รอยยิ้มเสแสร้งก็เริ่มจะรักษาต่อไปไม่ไหวแล้ว นางพูดขึ้นเสียงสูง “เ้า…”
ทว่ากลับถูกเจียงป่าวชิงดึงแขนเสื้อไว้เสียก่อน ทำให้คำพูดของนางถูกตัดตอน “ท่านอา... เราขวางทางเข้าบ้านเขาอยู่นะเ้าคะ”
โจซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็มองผู้หญิงด้านข้างที่ั์ตาของนางเป็ประกาย และกำลังถือเสื้อผ้าเพื่อรอดูเื่สนุก ๆ อยู่ นี่ทำให้โจซื่อนึกถึงคำพูดน่าเกลียดเมื่อสักครู่ที่ผู้หญิงคนนั้นเพิ่งพูดในระหว่างเดินมา คิดได้ดังนั้นสีหน้าของโจซื่อก็ยิ่งแย่ลง แต่นางกลับไม่ได้พูดเื่นี้ตรงทางเข้า
โจซื่อแค่นยิ้มเล็กน้อย “สะใภ้ตระกูลหม่า เราเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”
คุณนายหม่ามองผู้หญิงคนที่กำลังรอดูเื่สนุกเล็กน้อย นางไม่ยอมให้คุณนายจางบ้านข้าง ๆ เห็นเื่สนุกของบ้านตัวเองหรอก
นางเบะปากเล็กน้อย “เข้ามาสิ” พูดเสร็จนางก็นำอาหารหมูไปวางไว้ในลานบ้าน จากนั้นก็หมุนตัวเดินเข้าไปในบ้าน
โจซื่อกับเจียงป่าวชิงก็ตามเข้าไปด้วยเช่นกัน
คุณนายจางที่กำลังรอดูเื่สนุกอยู่สบถออกมา นางหยิกตัวเอง หมุนตัวถือเสื้อผ้าขึ้นมาและกลับไปที่บ้านของตัวเองทันที
เมื่อเข้ามาในห้องก็พบเด็กผู้หญิงวัยสิบสี่สิบห้าปีคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่บนเตียงอิฐข้างหน้าต่าง ตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นเห็นแม่ของตัวเองพาคนนอกเข้ามา นางก็ชะงักไปเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร แม่ของนางก็เรียกชื่อนาง
“เฉิงหง ไปต้มน้ำ”
หม่าเฉิงหงไม่ได้พูดอะไร นางขานรับ จากนั้นก็รีบลงจากเตียงอิฐเพื่อจะใส่รองเท้าเดินออกไป
โจซื่อนำลูกกวาดที่ด้อยคุณภาพในมือไปวางบนโต๊ะ จากนั้นก็พูดขึ้นเสียงสูง “ไม่ต้องหรอกสะใภ้หม่า ข้าพูดไม่กี่ประโยคก็จะกลับแล้ว”
คุณนายหม่าไม่คิดว่าโจซื่อจะยังมีความมั่นใจและพูดกับนางเช่นนี้ได้ นางจึงชะงักไปทันที
โจซื่อเป็คนที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีของตัวเองมาก ต่อให้ในใจจะโกรธถึงขนาดอยากฉีกหน้าคุณนายหม่าเพียงใด บนใบหน้าของนางก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง “สะใภ้หม่า นี่มันอะไรกัน ลูกชายของเ้าทำเื่เลวร้ายไว้ ทำไมเ้าถึงยังเอาไปพูดทุกที่เช่นนี้ ? ไม่กลัวถูกคนในหมู่บ้านนินทาลับหลังเลยรึ ?”
คุณนายหม่าไม่คิดว่าโจซื่อจะถามเื่นี้กับตัวเอง นางโมโหและถากถางกลับทันที “ไอ้โย! ดูเ้าพูดเข้าสิ ลูกสาวเ้าหน้าไม่อายเอง ยังไม่แต่งงานก็กล้าไปมีอะไรกับผู้ชายแล้ว ทั้งยังทิ้งเชื้อพันธุ์ไว้อีกต่างหาก ลูกสาวเ้าทำบัดสีได้ ทำไมข้าจะพูดไม่ได้ ?”
โจซื่อโมโหจนหน้าแดงลามไปถึงใบหู นางโกรธจนพูดไม่ออก ใช้แขนสะกิดเจียงป่าวชิงเพื่อบอกใบ้ให้เจียงป่าวชิงที่มีฝีปากดีพูดแทนนาง
เจียงป่าวชิงมีความแค้นกับตระกูลเจียงอยู่แล้ว แน่นอนว่านางจะไม่ใช้โอกาสนี้ซ้ำเติมคนอื่น เพราะนางรู้ตัวว่านี่เป็แบบอย่างเล็ก ๆ ทางศีลธรรม ในเมื่อเป็แบบนี้ แล้วใครจะยอมออกปากช่วยกันล่ะ ?
เจียงป่าวชิงก้มหน้าลง แสร้งทำท่าทางขี้ขลาดตาขาวและไม่ช่วยพูดให้โจซื่อ
ปากเหมือนพลุแตกเมื่ออยู่ต่อหน้าคนในบ้าน ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนนอกกลับทำมาเป็กลัว โจซื่อถ่มน้ำลายใส่เจียงป่าวชิงในใจ ถุย! ถ้ารู้ว่านางกล้าพาลเพียงแค่ในบ้านแบบนี้ ก็คงจะไม่พานางออกมาแต่แรก
คุณนายหม่าเห็นโจซื่อไม่พูดอะไรจึงยิ้มเยือกเย็น “พอได้แล้ว เ้าอย่าทำเป็โสเภณีที่้าตั้งซุ้มประตูไปหน่อยเลย เงินห้าตำลึงค่าสินสมรสน่ะเตรียมหรือยัง ? ข้าบอกก่อนว่ายังไม่แน่ใจว่าเชื้อพันธุ์ในท้องลูกสาวเ้าเป็ของใคร ถึงตอนนั้นถ้าคลอดออกมาแล้วหน้าตาไม่เหมือนเฉิงหยวนของเรา ข้าจะเอาเชื้อพันธุ์ผสมนั่นกดลงไปในโถฉี่และเอาให้มันตาย!”
โจซื่อโมโหจนกลอกตาไปมา นางเกือบเป็ลมไปแล้วแต่ก็พยายามอดกลั้นเอาไว้และพูดออกมาอย่างโเี้ว่า “ข้าไม่มีเงินห้าตำลึง ลูกชายบ้านเ้าอยากแต่งหรือไม่ก็ตามใจเ้าเลย”
คุณนายหม่ากลอกตาไปมาทันที “ไม่มีเงินห้าตำลึงเ้ายังอยากให้ลูกชายของข้าแต่งกับลูกสาวของเ้าที่เป็เหมือนรองเท้าชำรุดนั่นอีกเรอะ ?! ถุย! ฝันไปเถอะ”
สีหน้าของโจซื่อเปลี่ยนจากสีม่วงเป็สีเขียว นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็หยิกตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้ใจเย็นลง นางมองคุณนายหม่าอย่างโเี้ ปากก็ยังกัดไม่ปล่อย “ได้! เ้าอย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน ลูกชายเ้าทำลูกสาวข้าท้อง ยังมีหน้าอยากได้สินสมรสเป็เงินห้าตำลึงจากพวกข้าอีก ข้าจะบอกเ้าให้ว่าลูกสาวข้าจะไม่แต่งกับลูกชายเ้าแล้ว! ข้าจะให้นางแต่งเข้าไปในป่าลึกแทน ถึงแม้ว่าจะต้องส่งนางไปเป็วัวเป็ม้าให้กับคนล่าสัตว์ก็ตาม แต่ข้าจะไม่ให้นางแต่งเข้าบ้านเ้าเด็ดขาด! คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าหม่าเฉิงหยวนของพวกเ้าน่ะเป็คนเสเพลที่วัน ๆ ไม่หยิบจับทำการใด ๆ แล้วยังมีหน้าทำเป็เหมือนมีค่าอีก ถุย! เ้าก็ฝันไปเถอะ”
คุณนายหม่าโกรธมากจนนางแทบจะเป็ลมเพราะคำพูดดูถูกของโจซื่อ
ทั้งสองคนจ้องหน้ากันทั้งแบบนั้น สุดท้ายคุณนายหม่าก็ชี้ไปที่ประตูบ้าน “พวกเ้าสองคนไสหัวออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้!”
นี่คือการฉีกหน้าอย่างถึงที่สุด โจซื่อเองก็ไม่สามารถอดกลั้นแสดงสีหน้าปกติได้อีกต่อไป นางถ่มน้ำลายลงพื้น
“ถุ๊ยยย! ข้าบอกเ้าไว้เลยว่าการแต่งงานของครอบครัวเราสองคนยกเลิก เราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ถ้าหากข้ารู้ว่าพวกเ้านินทาอะไรออกไปในภายหลัง ก็จงรู้ไว้ด้วยว่าพี่น้องที่บ้านแม่ข้าทำงานรับส่งคนในหมู่บ้าน ถึงตอนนั้นข้าจะให้เขาพูดไปทั่วว่าลูกชายของเ้าทำลูกสาวของข้าท้อง” พูดจบโจซื่อก็ชี้ไปที่หม่าเฉิงหงที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
อย่าว่าแต่คุณนายหม่ากับหม่าเฉิงหงเลย เจียงป่าวชิงเองก็ตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน วิธีนี้ของโจซื่อถือได้ว่าโเี้มากทีเดียว…
คนขี้ขลาดกลัวคนกล้าหาญ และคนกล้าหาญกลัวคนโเี้ คำกล่าวนี้มันก็ถูกต้องแล้วจริง ๆ
คุณนายหม่าโมโหจนแทบจะหยุดหายใจ ลูกสาวของคุณนายหม่าเองก็ใจนหน้าซีดไปหมด
โจซื่อทำหน้าเคร่งขรึม จากนั้นก็เดินออกไป เจียงป่าวชิงเองก็เดินตามหลังไปเช่นกัน
ทางที่จะกลับไปยังชีหลี่โวล้วนเป็ทางูเา โจซื่อสูดหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นนางก็กลับมายิ้มอย่างเสแสร้งตามเดิม และได้พูดกำชับเจียงป่าวชิงเล็กน้อย “ป่าวชิง เื่นี้ตระกูลหม่าทำเกินไปจริง ๆ เ้าอย่าเอาไปพูดที่ไหนล่ะ”
เจียงป่าวชิงหัวเราะในใจ จากนั้นก็ตอบรับโจซื่อแต่โดยดี
โจซื่อเห็นเจียงป่าวชิงมีท่าทีเชื่อฟัง ทำให้นางนึกถึงตอนอยู่ที่บ้านตระกูลหม่าเมื่อสักครู่ ซึ่งเจียงป่าวชิงแทบจะไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลยด้วยซ้ำ นางถ่มน้ำลายในใจและคิดว่าตัวเองพาเ้าปัญญาอ่อนนี่ออกมาเสียเที่ยวแล้ว
โจซื่อตีหน้าขรึมมาตลอดทาง จนกระทั่งเข้ามาในชีหลี่โว นางจึงยิ้มแย้มตามเดิม
.
.
.