“ไท่เว่ย์ท่านว่าอย่างไร อาเหมย”เสียงเรียบของลี่อินเอ่ยออกถามลูกสาวที่พลุนพลันเดินเข้ามายังในจวน
“ไม่ว่ายังไงเ้าค่ะท่านพ่อ”น้ำเสียงเล็กเอ่ยตอบก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องทิ้งคำตอบไร้ความหมายไว้ให้กับลี่อินได้ขบคิด
…
ริ้วลมหอบกลิ่นสมุนไพรที่กำลังระอุอวลลอยมาแตะปลายจมูกปลุกให้คนไม่เป็อันนอนทั้งคืน ฟื้นตื่นจากห้วงนิทรา ดวงตารีเปิดเปลือกตาขึ้นจิตใต้สำนึกระลึกรู้ถึงยามอิ๋น[1]ได้ในทันทีจึงได้ถือตื่นั้แ่เวลานั้นครั้นก็ล้างหน้าล้างตาเบ็ดเสร็จแล้วหยิบชุดกระโปรงยาวสีฟ้าสดใสมาสวมใส่ลงบนเรือนร่างบอบบางในวันที่สติของนางงัวเงียราวกับท้องฟ้าสีเทาแล้วย่ำย่างเดินตามกลิ่นสมุนไพรไปยังเรือนต้มยา
“มานี่เ้าค่ะท่านพ่อข้าจะช่วยเอง”นางยื่นมือรับหูหม้อยาด้วยผ้าจับหูที่เตรียมพร้อมไว้ในมือจากลี่อิน
“ท่านพ่อจะรักษาเขาอย่างไรบ้างเ้าคะ?”เด็กสาวเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
“ฝังเข็ม ดื่มยาและเดินปราณ”ลี่อินเอ่ยตอบ พลางก็เดินไปเดินมาหยิบสมุนไพรนั่นนี่ลงวางลงบนถ้วยตวง
“ท่านพ่อจะปรุงตำรับใดเหรอเ้าคะ?”
“พ่อจะสอนให้เ้าปรุงยารักษาไท่เว่ย์สูตรยานี้เป็สูตรพิเศษที่เ้ายังไม่ได้เรียนรู้ พ่อต้องอาศัยเ้าเพราะการเดินปราณพ่ออาจอ่อนแอลง” ลี่อินพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแววตาสีฝ้าละจากสมุนไพรตรงหน้ามามองเด็กสาว
“ช่วยเท่าที่ช่วยไม่ได้เหรอเ้าคะถ้าท่านพ่อจะต้องลำบากขนาดนั้น ทำแต่พอดีไม่ได้เหรอเ้าคะ?”ในแววตาฝ้าแฝงความจริงบางอย่างเอาไว้ทำให้กงเหมยเกิดเสียงงอแงขึ้นมาในทันทีชายาุโได้แต่วางมือเหี่ยวย่นลงบนบ่าของเด็กสาวแล้วพรายยิ้มบนสีหน้า
“เ้าลืมไปแล้วหรือว่าบิดาของเ้าเป็ฟางซื่อ”ซุ่มเสียงแ่เอ่ยเนิบนาบ
“เ้าค่ะ” เด็กสาวขานรับแต่เพียงเบา ๆก่อนที่จะสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆแล้วทำตัวขะมักเขม้นร่าเริงกลบเกลื่อนความรู้สึกขึ้นมาทันที “ข้าจะช่วยท่านพ่อรักษาไท่เว่ย์อย่างเต็มกำลังเ้าค่ะ”ชายาุโพยักหน้าแต่เพียงเบา ๆ ดวงตาที่เล็กรีหรี่ปิดด้วยรอยยิ้มที่แย้มฉาย
…
สี่ชั่วยามผันผ่านกลิ่นอายสมุนไพรทั้งเผ็ดเปรี้ยว เค็ม ขม หวาน ที่ถูกเคี่ยวเข้มลอยวนคละคลุ้งห้องยาลี่อินค่อยใช้มือเหี่ยวย่นหุ้มผ้าประคองหม้อดินที่ร้อนระอุเทตัวยาลงหม้อน้ำชาอีกหม้อเพื่อแยกกากและน้ำออกจากกันพาให้สวี่กงเหมยที่เสนอตัวเป็ลูกมือคอยชะเง้อคอมองอย่างจิตใจจดจ่อ
“กลิ่นเอาเื่เลยนะเ้าคะ”เด็กสาวย่นจมูกเข้าด้วยกันเพราะความเผ็ดซ่านจากไอกรุ่นของยาตรงเข้าระคายจมูก
“สมุนไพรใช้ขับพิษต้องโดดเด่นด้วยรสเผ็ดเปรี้ยวและเค็ม เพื่อขับเหงื่อ สร้างน้ำเลี้ยงในร่างกาย และช่วยระบายของเหลว”ลี่อินสาธยายคล้ายจะสอนให้กงเหมยได้เรียนรู้ไปในตัว
“ท่าจะดื่มยากนักนะเ้าคะยิ่งคนที่ไม่เคยดื่มลูกว่าจะต้องสำลักเป็แน่เ้าค่ะ” เด็กสาวออกความเห็น ทั้งที่ตนคุ้นเคยกับกลิ่นสมุนไพรเหล่านี้ั้แ่เล็กจนโตเพียงแค่ได้กลิ่นก็พานให้อยากจะจามออกมานับสิบที แต่ดีที่นางใช้นิ้วกดปลายจมูกเอาไว้ได้ทันอาการอยากจามจึงได้สงบลง
“รู้อย่างนี้ก็ดีแล้วพ่อจะได้ไม่ต้องชี้แจงกับเ้าให้ยืดยาว เ้าจงนำยาหม้อนี้ไปส่งให้ไท่เว่ย์กำกับดูให้ท่านดื่มจนหมดทั้งสามจอก แล้วจึงนำหม้อนี้กลับมาคืนข้า”ลี่อินพูดพลางยกหม้อยาวางลงบนโต๊ะ
เด็กสาวพยักหน้าอย่างเต็มใจกระวีกระวาดนำหม้อยาใส่ลงในตะกร้าสานอย่างระมัดระวัง
“ถ้าไท่เว่ย์ดื่มไม่หมดล่ะ เ้าคะ”
“นั่นแหละจึงให้เป็หน้าที่ของเ้า” เด็กสาวอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำสั่งของลี่อินนางจะเคี่ยวเข็ญให้คนตัวโตเท่าั์ดื่มยาตำรับพิเศษกลิ่นพิลึกนี้ได้อย่างไร
“จ จะ เ้าค่ะ”ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าจะทำให้ไท่เว่ย์ดื่มยาได้หมดหรือไม่แต่นี่คือภารกิจของนางที่ลี่อินผู้เป็บิดามอบหมายให้
“เดินดี ๆ ล่ะ”ลี่อินกำชับพลางก็ยกชายแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อ ส่งสายตามองสวี่กงเหมยด้วยความหวังถึงแม้ว่านางจะกระโดกกระเดกกว่าเด็กผู้ชายแต่นางก็มีความรับผิดชอบมากพอที่จะนำยาไปถึงที่หมายได้
“เ้าค่ะ ท่านพ่อ”เด็กสาวตอบกลับทั้งรอยยิ้ม
…
เด็กสาวเดินไกลออกมาจากเรือนต้มยาเพียงไม่ถึงสองก้านธูปดีก็มาถึงหน้าจวนร้างหลังจวนใหญ่ที่นางพาสองชายร่างั์มาทิ้งไว้เมื่อเย็นวานแล้วก็ต้องเบิกตาโพลงให้กับสิ่งที่ปรากฏต่อตาตรงหน้าด้วยสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปราวกับเนรมิต เครือเถาที่ห้อยระย้าลงมาปรกหลังคาถูกดึงออกไปจนหมดสิ้นทั้งพื้นและทางเดินก็ถูกถางให้เดินเข้าออกไปสะดวก
“ไท่เว่ย์ ท่านเสิ่นเฉิงข้าสวี่กงเหมย ท่านพ่อให้นำยามาให้ท่านเ้าค่ะ”น้ำเสียงสดใสชัดถ้อยคำพาให้คนข้างในเดินออกมาปลดดานเปิดประตูพลัน
“แม่นางเชิญเข้ามาก่อน” เด็กสาวเดินก้าวเข้าไปยังจวนตามคำเชื้อเชิญพลางสายตาก็กวาดไปรอบจวน คิดในใจว่าชายทั้งสองนี่บ้าพลังยิ่งนักหนึ่งองครักษ์ที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางหนึ่งเ้านายที่ระบบโลหิตไหลเวียนไปด้วยพิษพวกเขาจัดการกับความรกชัฏของทั้งจวนในคืนเดียวได้อย่างไรกัน
[1]03.00-04.59 น.