“โอ๊ยลุ้ง!ไปส่งของที่ไหนไกลทำไมไม่อยู่แถวๆ นี้นะ”
มนตรายืนอยู่หน้าบ้านกรีดร้องใส่โทรศัพท์ก่อนจะรีบกดวางเธอเหงื่อไหลท่วมเต็มหน้าขณะที่รีบกดหาคนขับในแอปเรียกรถอย่างลนลาน
“ปี๊นๆๆ! มนตร์! ทำไรอยู่”
มนตราหันไปตามเสียง ปกป้องกำลังขี่รถเวสป้าสีส้มจี๊ดบาดตาชนิดที่เห็นได้ชัดแม้จะมองมาจากดาวอังคารเข้ากันกับสีหมวกกันน็อกที่เขาสวมอยู่ เขาชะลอเมื่อเข้ามาใกล้เธอ
“ป้อง!ป้องช่วยด้วย!” มนตราละล่ำละลัก
“เฮ้ยๆ เธอเป็อะไร ค่อยๆ พูด”ป้องพลอยหน้าตาตื่นใไปด้วย
มนตราชี้ไปที่ตะกร้าแมวที่วางอยู่บนพื้นแล้วอธิบายอย่างรวดเร็วว่าเธอตื่นเช้ามาก็พบแมวตัวเองนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้านแล้วปกป้องชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้ว่ามนตราเลี้ยงแมว แต่ก็รีบบอกให้เธอสวมหมวกกันน็อกสีชมพูแป๋นที่เขาใส่ไว้หน้าตะกร้ามนตราทำตามแล้วรีบคว้าตะกร้าขึ้นคร่อมรถทันทีเธอบอกทางด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกสั่นเครือ
“มนตร์ เธอใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวก็ถึงมือหมอแล้วแมวเธอต้องไม่เป็อะไร”
ปกป้องเปิดฝาครอบหมวกหันไปมองหน้าเธอขณะจอดติดไฟแดงแล้วถามพิกัดที่ชัดเจน
“โอเค!งั้นฉันจะพาเธอไปทางลัดเกาะฉันแน่นๆ ละ” ปกป้องประกาศ
“กรี๊ด!!!”
ปกป้องบิดเวสป้าคู่ใจของเขาซอกแซกเข้าซอยนั้นออกซอยนี้มนตราหลับตาปี๋พร้อมดึงชายเสื้อปกป้องไว้แน่น ปกป้องอมยิ้มชอบใจแม้จะมีตะกร้าแมววางขวางตรงกลางจนทำเขาเจ็บหลังและแอบหวาดเสียวก็ตาม
“เอ้า!ถึงแล้ว”
“ขอบใจนะป้อง” มนตรารีบลงจากรถคว้าตะกร้าแมววิ่งจนตัวปลิวเข้าคลินิกไป
ปกป้องส่ายศีรษะอมยิ้มเมื่อเขาจอดรถเรียบร้อยแล้วจึงตามเธอเข้าไป
“แมวล่ะ”ปกป้องสะกิดถามมนตราที่ยืนชะเง้ออยู่หน้าห้องตรวจ
“ไม่รู้เลย หมอกำลังตรวจอยู่...อ้าวแล้วนายไม่ไปเปิดร้านเหรอ” มนตราหันไปมองเขา
“ก็ว่าจะมาทวงหมวกกันน็อกจากเธอก่อน”
มนตรายกมือกุมหัวแล้วอุทานอย่างใปกป้องหัวเราะจนตาหยี และยิ่งหัวเราะมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นมนตราถอดหมวกกันน็อกผมของเธอกระเซิงไปคนละทิศละทางเหมือนรังนกที่เผชิญกับพายุไต้ฝุ่น ยิ่งเป็ผมสีน้ำตาลหยักศกยิ่งดูคล้ายรังนกเข้าไปใหญ่
“ฉันไม่ต้องไปเปิดร้านหรอก เดี๋ยวเอกผู้จัดการร้านจะเปิดให้”
“แหม!พ่อซีอีโอฉันลืมไปว่ามีเพื่อนผู้ร่ำรวย” มนตรากระเซ้าพลางเอาข้อศอกกระทุ้งแขนเขาเบาๆ
“แต่ยังไงก็ขอบคุณนายมากนะ อุตส่าห์มาส่งทั้งๆที่นายก็กลัวแมวนี่” มนตรามองหน้าเขา สีหน้าซาบซึ้ง
“ก็...มันอยู่ในตะกร้า คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง แล้วไม่ต้องทำซึ้งมากนักก็ได้มันเลี่ยน”
มนตราทำหน้าฮึ่มฮั่ม ปกป้องอมยิ้ม
“ว่าแต่ทำไมเธอตั้งชื่อแมวแปลกนักล่ะแมวอะไรชื่อจับฉ่าย” ปกป้องกลั้วหัวเราะ
“ก็แบบ...วันที่เจอเขา ฉันเพิ่งกินจับฉ่ายมาพอดี”มนตรานึกคำอ้างไม่ทันจนเกือบจะอึกอัก
“ก็ว่าอยู่ว่าเธอไม่ชอบกินอาหารจืดๆ นี่ไม่เหมือน...”
ยังไม่ทันที่ปกป้องจะพูดจบ ผู้ช่วยสัตวแพทย์ก็เลื่อนประตูบานเลื่อนออกมาเรียกให้เข้าไปเยี่ยมเ้าเหมียวในห้องตรวจได้
มนตราชวนปกป้องให้เข้าไปด้วยกัน เขาจึงตามเข้าไปด้วยสัตวแพทย์หนุ่มมองทั้งสองคนแล้วชะงักเล็กน้อย มนตรารีบแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกันทั้งคู่พยักหน้าให้กันเร็วๆ สีหน้าเจือแววสงสัย
“ตอนนี้พี่เจาะเืเขาไปแล้วครับเบื้องต้นเท่าที่ฟังปอด หัวใจ คลำกระเพาะปัสสาวะ แล้วก็อัลตราซาวนด์ดู่ท้องก็ยังปกติดีทุกอย่างพรุ่งนี้ผลเืจะออก คงได้ทราบอย่างชัดเจนขึ้น ระหว่างนี้พี่จะให้แอดมิทเพื่อให้สารอาหารสักหน่อยนะครับ”
“เขาเหมือนแค่หลับเฉยๆ เลยนะคะไม่น่าเชื่อเลยว่าจะป่วย” มนตราหน้าเครียด เธอลูบไล้ขนของเขาเบาๆ
ความจริงแล้วขนของเ้าเหมียวก็ไม่ได้ดูดีนัก มันหยาบกร้านแถมบางจุดเหนียวจับตัวเป็เทือก สภาพของเขาเหมือนแมวไม่เคยเลียขน (ซึ่งก็จริงมนตราไม่เคยเห็นเขาทำความสะอาดตัวเองเลยสักครั้ง)มนตรานึกเสียดายที่ไม่เคยเช็ดตัวให้เขา
“อ้อ! พี่ส่องดูรูม่านตาแล้ว เหมือนเขาแค่หลับเฉยๆอย่างที่มนตราว่าจริงๆ ครับ ม่านตาเขาตอบสนองต่อแสง แถมเขายังกลอกตาไปมาซึ่งหมายความว่าสมองเขายังทำงานอยู่และเขาน่าจะฝันอยู่ด้วยนะครับ”
“แมวฝันได้ด้วยเหรอครับ เพิ่งรู้นะครับเนี่ย”ปกป้องถามด้วยความประหลาดใจ
“ปัจจุบันเชื่อว่าแมวมี่หลับฝันหรือ REM Sleep เหมือนมนุษย์เลยครับ ใน่นี้สมองของแมวจะทำงานใกล้เคียงกับตอนตื่นซึ่งแมวจะนึกถึง่วันที่เก็บไว้ในหน่วยความจำครับ เช่นอาจฝันว่ากำลังล่าเหยื่อหรือเล่นกับเ้าของก็ได้” บาสอธิบาย
“หน่วยความจำอย่างนั้นเหรอ” มนตราครุ่นคิดอย่างนั้นก็หมายความว่าเ้าเหมียวอาจกำลังเห็นความทรงจำในอดีตของตนเองเหมือนตอนที่สลบไปครั้งที่แล้วก็ได้
เ้าเหมียวหน้ากระตุก หนวดขยับดุกดิกอุ้งเท้าหน้าทั้งสองกำและคลายสลับไปมา หางสีส้มยาวนั้นส่ายแส่
“โอ้โห! เ้าเหมียวนี่ท่าทางจะฝันว่ากำลังผจญภัยแน่ๆเลย”
ปกป้องขำ เขาตั้งใจจะถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างจากเ้าเหมียวแต่แล้วกลับสะดุดขาตัวเองจนหน้าคะมำ มือปัดไปโดนหางที่ส่ายไปมานั้น
ทันใดนั้นเ้าเหมียวะโตัวลอยขึ้นสูงจากโต๊ะโดยพลันมนตราร้องวี้ดใ สองหนุ่มก็สะดุ้งใไม่แพ้กันโดยเฉพาะปกป้องที่เผลอร้องว้ากออกมา
เ้าเหมียวสปริงตัวกลับมายืนบนโต๊ะอย่างสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาสอดส่ายสายตามองไปมาอย่างงุนงง ราวกับไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนแต่แล้วเขาก็หยุดสายตาอยู่ที่ปกป้องและร้องออกมา
“หือ?”
“หื๊อ!!” มนุษย์ทั้งสามประสานเสียงร้องพร้อมกัน
มนตราจ้องเ้าเหมียวตาเบิกโพลงเ้าเหมียวเองเมื่อเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างเช่นกัน
“เมี้ยว!”
“เฮ้อ!”มนตราเอามือทาบอกและเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เอ่อๆ แต่เมื่อกี้นี้ผมได้ยินมันร้อง ‘หือ’ นะ เสียงเหมือนคนเลย ใช่ไหมๆทุกคนก็ได้ยินเหมือนกันใช่ไหม” ปกป้องชี้มือชี้ไม้วุ่นวายไปทางเ้าเหมียว
“ป้าบ!”
“โอ๊ย! มนตร์ เธอจะตีฉันทำไมเนี่ย” ปกป้องโวยวาย
“ก็แมวที่ไหนจะร้องเสียงเหมือนคนเล่า นายหูฝาดไปเองไม่ก็...ก็ร้องเหมียวแหละ แต่มันเพิ่งฟื้นไง เสียงเลยอาจจะเพี้ยนไปหน่อย แล้วเราก็เลยได้ยินกันไปแบบนั้นใช่ไหม...ใช่ไหมคะพี่หมอบาส” มนตราแก้ต่างพัลวัน
“อะ...อื้อ...ใช่...ใช่แหละ ที่มนตร์ว่ามาก็มีเหตุผลต้องใช่แหละ” บาสถอนหายใจเหมือนโล่งอกแล้วดันแว่นที่สันจมูกที่เคลื่อนตกลงมา
ปกป้องตั้งท่าจะอ้าปากเถียงขึ้นมาอีกมนตราหยิกหลังเขา ปกป้องเม้มปากจนหน้าแดง
“เอ่อ...เขาก็ดูไม่น่าจะเป็อะไรมากถ้าอย่างนั้นมนตร์พาเขากลับเลยดีไหมคะ” มนตรารีบเปลี่ยนเื่
“อืม แต่พี่ว่าน่าจะแอดมิทดูอาการสักคืนนะครับเผื่อเขาจะมีอาการนอนหลับไม่ตื่นอีก เอาอย่างนี้ดีไหมครับ พรุ่งนี้พอผลเืออกถ้าไม่มีความผิดปกติอะไร พี่จะพาเขาไปส่งให้ที่บ้านมนตร์เอง”
“เอ่อผมว่าไม่ต้องหรอกครับ ผมสะดวกพามนตร์มารับครับคลินิกก็ไม่ได้ไกลอะไร” ปกป้องรีบขวาง
เกิดความเงียบขึ้นอึดใจ ปกป้องกับบาสจ้องตากันมนตรากับเ้าเหมียวมองทั้งสองหนุ่มซ้ายทีขวาทีมนตราตัดสินใจทำลายบรรยากาศคุกรุ่นนั้น
“ขอไม่รบกวนทั้งคู่นะคะ มนตร์มารับเองได้ค่าสบายมาก”
เ้าเหมียวหันขวับไปมองมนตราเหมือนประท้วงว่า“ข้าอยากกลับบ้าน!!” มนตรายิ้มแหยๆ พลางพยายามแก้ตัวกับเ้าเหมียวเนียนๆ
“มนตร์เห็นด้วยค่ะว่าจับฉ่ายอาจยังอาการไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นถ้าพี่บาสจะให้มารับกี่โมงก็โทรบอกนะคะ”
เ้าเหมียวร้องเสียงดังประท้วงคราวนี้เขาหันไปมองปกป้องเหมือนหาพวก ปกป้องสะดุ้งโหยง ยังหวาดระแวงไม่หายกับเสียง“หืม” ที่เหมือนคนของเ้าเหมียวส่วนบาสจับเ้าเหมียวมาใกล้ มือลูบขนอย่างพินิจพิจารณาจนเ้าเหมียวใจคอไม่ดีกลัวว่าความลับเื่ที่ตนพูดได้จะแตก
“พี่ว่าถ้าตรวจดูอาการแล้วจับฉ่ายปกติดีพี่จะฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ และหยอดยากำจัดเห็บหมัดให้ด้วยเลยและสักเดือนหน้าพี่ว่ามนตร์พาเขามาทำหมันด้วยก็จะดีกับสุขภาพเขามากกว่านะครับ”
“ม้าว!!!”เ้าเหมียวกรีดร้อง
มนตราอึ้งได้แต่หัวเราะแหะๆ และรับคำเธอแทบไม่กล้ามองหน้าเ้าเหมียวที่ยังร้องดังไม่หยุดจนสัตวแพทย์หนุ่มงงจึงจับพลิกซ้ายพลิกขวาหาสาเหตุ
“งั้นวันนี้มนตร์ไปจ่ายเงินแล้วขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวค่อยจ่ายวันมารับก็ได้ครับว่าแต่มนตร์พอจะมีเวลาไหม พี่อยากชวนไปทานข้า...”
“หมอไม่ต้องรักษาต่อเหรอครับ”ปกป้องรีบแทรก
“ยังไม่มีเคสด่วนผมมอบหมายให้คุณหมออีกท่านจัดการได้ครับ”
เกิดความเครียดชวนอึดอัดขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดูจะเข้มข้นกว่าเดิมสองหนุ่มจ้องหน้ากันเขม็ง มนตรามองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกราวกับเห็นไฟช็อตเปรี๊ยะๆเหมือนในแอนิเมะ
“ไปกินร้านอาหารใต้กันนะครับมนตร์ชอบกินแกงเหลืองปลากะพงกับใบเหลียงผัดไข่ พี่จำได้” บาสเสียงแข็ง
“มนตร์เธอชอบกินน้ำตกคอหมูย่าง คอหมูติดมันเยอะๆ กับตำหอยดองใส่น้ำปลาร้าไม่ใช่เหรอ”ปกป้องเสียงแข็งกว่า
“โอเคค่ะ!ไปกันหมดนี่แหละ ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันนะคะ มนตร์อยากกินขนมถ้วย” มนตราปรบมือ
ถ้ามีใครสังเกตสักหน่อยคงประหลาดใจที่เห็นเ้าเหมียวมองสามหนุ่มสาวตรงหน้าไปมาราวกับเข้าใจภาษามนุษย์มิหนำซ้ำยังดูเหมือนเ้าเหมียวกำลังอมยิ้มด้วย!
จากผู้เขียน...
โอ๊ย! เลือกไม่ถูกแล้วค่ะว่าจะกินใบเหลียงผัดไข่หรือตำหอยดองสรุปยัยมนตร์เราจัดก๋วยเตี๋ยวเรือไปเลยจ้า จบๆ