4 ฟองจันทร์: กิจกรรมนอกเวลาเรียน
โรงอาหารมีอาหารแบบบุฟเฟต์ตั้งเรียงราย มีอาหารไทย อาหารฝรั่ง สลัดบาร์พร้อมผลไม้ ของหวาน และมุมก๋วยเตี๋ยว ดูเหมือนวันนี้จะมีข้าวซอยให้กิน แต่เนื่องด้วยผู้เล่นไม่จำเป็นต้องทานอาหารจึงไม่มีใครสนใจอัศวินกับโอปอลนั่งประจันหน้ากันในมุมเงียบๆ ห่างจากผู้เล่นคนอื่น“ล้างแค้น?” โอปอลที่ปกติไม่สนเรื่องชาวบ้านเกิดสนใจ สาเหตุคงเป็นเพราะอัศวินที่ดูสบายๆ มาตลอดแม้เจอสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในดันเจี้ยนด้วยกันเกิดจริงจังขึ้นมา...จริงจังจนคนที่ชินกับการวิวาทอย่างเขายังไม่อยากเข้าใกล้“นายคงรู้แหละว่าบริษัทสตาร์ดัสต์ที่ทำเกมนี้เป็นเจ้าเดียวกับที่ทำเกม<สตาร์ดัสต์ เรล์ม ออนไลน์> ที่พวกเราเล่นกันอยู่” แม้ปากจะยิ้ม แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วยสักนิด “ฉันอยากรู้ว่าไอ้บริษัทเกมปาหี่นี่มันแบ็คเทพมาจากไหน ถึงได้สร้างเกมที่อันตรายวอนตีนสังคมตั้งสองเกม”“ไม่ว่าแบ็คมันจะเป็นใคร นายก็เป็นแค่เด็กนักเรียน ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน” โอปอลพูดเสียงเรียบ“ฉันรู้! แต่เพื่อนของฉันคนหนึ่งเป็นเหยื่อ <คืนพระจันทร์สีเลือด> ของ สตาร์ดัสต์ เรล์ม... ตอนนี้เข้าบำบัดแต่ยังกลับมาใช้ชีวิตปกติไม่ได้ ส่วนน้องคนหนึ่ง...มันอายุแค่ 13 แต่โกงอายุมาเล่นเกมนี้ มันเกิดไปปลดล็อกฉากรุมสกรัมในรูทเลย์ลา... มึงเข้าใจไหมโอปอล? เด็กอยู่ม.1คนหนึ่งโดนพวกพี่ม.5ม.6รุมกระทืบแถมจับแก้ผ้า มัด แล้วเตะไปรอบๆ น่ะ? ตอนนั้นมันกลัวจนลืมล็อกเอาต์จากเกมไปสนิท ก็จนแม่มันมากดสวิตช์ฉุกเฉินที่คอนโซลนั่นแหละมันถึงรอด จนบัดนี้มันยังไม่กลับมาเรียนเลยนะเว้ย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลประสาทไม่เว้นแต่ละวัน... มันอายุแค่ 13 นะเว้ย...”“...”“ฉะนั้นฉันจะฉีกหน้ากากไอ้บริษัทสตาร์ดัสต์เวรนั่นให้ได้ ความลับที่พวกมันซ่อนไว้ในเกมคืออะไร? อะไรทำให้มันกล้าทำอะไรวอนตีนสังคมต่อเนื่องขนาดนี้? และทำไม? มันรอดจากบอร์ดคณะกรรมการตรวจสอบเนื้อหาเกมเสมือนจริงมาได้ยังไง? แล้ว—”“พูดในเกมแบบนี้ไม่เป็นไรแน่เหรอ?” โอปอลแทรกกลางประโยค“ฉันไม่สนน่ะสิ เรียกว่าประกาศสงครามกันที่นี่ยังได้” อัศวินยักไหล่“นายคิดว่าตัวละครลับจะเป็นอาวุธสำหรับโต้กลับ” โอปอลพูดต่อ “ขอเตือนหน่อยว่าสมองนายเชื่อมกับไอ้เกมปาหี่นี่อยู่ และตอนนี้เกมที่ว่าก็กำลังยิงคลื่นไฟฟ้าเข้าไปในสมองนาย”“ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วง แต่นี่เป็นการต่อสู้ของฉัน นายแค่ช่วยฉันหาข้อมูลของตัวละครลับก็พอ”โอปอลส่ายหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นธุระกงการของอัศวิน เขาแค่ยื่นมือช่วยเหลือแลกค่าตอบแทนเท่านั้น“ทุ่มทุนใส่เนื้อหารุนแรงเข้ามาแบบไม่มีเหตุผล... พวกนั้นเป็นแค่คนบ้าที่มีเงินล้นเหลือ มันก็เท่านั้น”“ฉันชอบที่นายพูดว่ะโอปอล อ้อ บอกไว้ก่อนว่าถ้านายอยากเก็บแต้มกับสาวช่วงพักกลางวัน ให้อยู่ในห้องเรียนไม่ก็ไปดูที่สวนด้านหลังหรือร้านสวัสดิการของโรงเรียน เดี๋ยวพวกเธอจะชวนไปกินข้าวแล้วนายก็ไม่ต้องมาเจอหน้าฉันแบบนี้”“อือ” เด็กหนุ่มลอบถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายกลับไปเป็นอัศวินคนเดิม แรงกดดันของเขาน่ากลัว... โอปอลจำเอาไว้ว่าตัวเองไม่ควรเป็นศัตรูกับผู้ชายคนนี้ คนที่ถนัดแต่เรื่องต่อยตีอย่างตัวเองอาจสู้คนที่ต่อกรด้วยการชักใยแบบอัศวินไม่ได้“แล้วเงินที่มีอยู่ในบัตรนักเรียน นายสามารถหาเพิ่มได้จากการทำงานพิเศษตอนกลับบ้าน ไม่ก็แบมือขอพ่อแม่เอา แบบนั้นก็ได้เหมือนกัน”“เข้าใจแล้ว”“แล้ว? เป็นไง? เล็งใครไว้รึเปล่า? เมื่อเช้าโดนเลย์ลาหอมแก้มแล้วอย่าบอกนะว่านายไม่ได้แอบหวั่นไหวน่ะ”“แค่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์คนเดียวบนโลกที่มีแต่ตุ๊กตากลวงเปล่าก็สยองจะแย่ ถ้าไม่ใช่เกมจีบสาวจะนึกว่าเป็นเกมสยองขวัญแนวจิตวิทยา”“คิดมาก!” อัศวินตบบ่าเขาอีกครั้ง“ตัวละครลับที่ว่า” โอปอลดึงเพื่อนกลับเข้าเรื่อง “ไม่รู้วิธีปลดล็อกจริงๆ เหรอ? ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องพระจันทร์ใช่ไหม?”“นายนี่สุดยอดเลยนะ ฉันเองก็เดาเรื่องนั้นไว้เหมือนกันเพราะมันอยู่ในชื่อเกมพอดี ขนาดไปเทียบปฏิทินข้างขึ้นข้างแรมเลย... แต่ไม่หรอก เธอโผล่มาแบบแรนด้อม เรื่องนั้นฉันแน่ใจ”“เหรอ”“เอ้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วนายก็กลับไปเล่นต่อซะ ฉันเองก็มีงานอื่นต้องทำเหมือนกัน คงต้องขอตัว”อัศวินออกจากเกมไป โอปอลจึงเดินออกไปด้านนอก เขาไม่สนใจจะทำแต้มกับสาวที่ไหนเลยได้แต่รอเวลา ตอนนั้นเองก็มีสาวอีกคนเดินมาชนไหล่เขา“ฮึ” เธอชายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนเดินจากไปอย่างสง่า นักเรียนรอบตัวหยุดมองเธอเป็นตาเดียว หัวใจสีชมพูขึ้นตรงขอบวิสัยทัศน์แสดงว่าคนนี้ก็จีบได้แต่เด็กหนุ่มไม่คิดจะจีบเธอ เด็กสาวผมยาวสีดำไฮไลต์ทองท่าทางลูกคุณหนูเดินไปโน่นแล้ว คงไปหยุดรอที่ไหนสักแห่งจนกว่าเขาจะทำเควสเข้ารูทเธอ โอปอลเกิดนึกสนุกขึ้นมาเลยเดินกึ่งวิ่งไปกระชากไหล่อีกฝ่าย“ชนกันแล้วไม่คิดจะขอโทษเหรอ?”น่าแปลกที่พอเป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆ เขากลับปากกล้า หากเธอเป็นผู้หญิงตัวเป็นๆ เขาคงยักไหล่เดินไปตรงอื่นแล้ว“ทำไมยะ?” เธอปัดมือเขาออกเหมือนเดาได้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น“ก็เปล่า ไปละ” เห็นการตอบโต้ตามสูตรสำเร็จแบบนั้นโอปอลก็หมดความสนใจ คงต้องหาวิธีข้ามเวลาไปคาบบ่ายแล้ว ยังดีที่เด็กสาวคู่กรณีไม่ได้ตามมาเอาเรื่อง ไม่อย่างนั้นคงปวดหัวแย่ ------------------- คาบบ่ายเป็นวิชาพละสาวๆ ในห้องใส่กางเกงพละที่ขาสั้นจนน่าสงสัยว่าผิดระเบียบหรือเปล่า ไอ้ความที่เหมือนจะเห็นแต่ก็ไม่เห็นนี่ค่อนข้างกวนใจเขา แต่พวกเธอจะแต่งอะไรก็เป็นสิทธิ์ของพวกเธอ เขาเองก็ต้องมีมารยาทไม่ทำให้พวกเธอรู้สึกแย่เหมือนกัน(ถึงเป็นแค่ตัวละครเกมก็เถอะ)เลย์ลาเล่นวอลเลย์ เธอเป็นตัวตบมาหลายทีจนโอปอลสังเกตว่าเธอไม่เคยเปลี่ยนตำแหน่งเลยแม้ทีมจะได้แต้ม ท่าทางฉากนี้คงมีไว้ให้ผู้เล่นเห็นความน่ารักสดใสของเจ้าตัวขณะตบลูกยาง รอยยิ้มสนุกสนานและเสียงหัวเราะสดใสของเธอน่ารักจริง เรื่องนี้เขาต้องยอมรับมองไปที่ตึกเรียนก็เห็นหญ้าหวานเดินอยู่ตรงระเบียงในชุดพละตัวเดิม เธอยังมะงุมมะงาหราตามหาชุดนักเรียนต่อไป ดูเหมือนจะเข้าเรียนไม่ได้เพราะครูไม่อนุญาตหากเขาทำเควสตามหาชุดนักเรียนให้คงไม่แคล้วต้องยุ่งกับพวกที่รังแกเธอ ซึ่งเรื่องนั้นเขาขอบายลิลิกำลังวิ่งรอบสนาม ผมแกละเด้งดึ๋งๆ แล้วอยู่ดีๆ เธอก็สะดุดล้มเข่าถลอกทำท่าจะร้องไห้ ครูประกาศให้ใครสักคนช่วยพาเธอไปห้องพยาบาล ทว่าโอปอลยังนอนสบายอยู่บนสแตนด์ข้างสนามบาสไม่ได้สนใจสักนิดครูพละไม่ได้หันมาใส่ใจเขาสักเท่าไหร่ โอปอลไม่ได้เปลี่ยนชุดด้วยซ้ำ เขาเดินเข้าตึกเรียนหาวิธีผลาญเวลาอย่างอื่นตอนนั้นก็เดินผ่านห้องเรียนคหกรรมซึ่งอยู่ใกล้โรงอาหาร เห็นเด็กสาวร่างเล็กคนหนึ่งง่วนอยู่ระหว่างสูตรในมือถือกับเครื่องปรุงตรงหน้า หัวใจสีชมพูเด้งขึ้นอีกรอบ ท่าทางคนนี้จะเป็นสาวแว่นที่อัศวินพยายามจีบแต่ไม่สำเร็จเสียทีดูเหมือนเด็กสาวคนนี้จะเป็นรุ่นน้อง เธอถักเปียตะขาบติดริบบิ้นสีขาว ใส่ผ้ากันเปื้อนลายหมีสีน้ำตาลด้วยเหตุใดก็ตาม โอปอลผลักประตูเข้าไปเธอสะดุ้งเฮือกทำอะไรไม่ถูก“จะทำอะไร?”“คะ?!” เธอเกือบทำมือถือตกเพราะนึกว่ากำลังทำอะไรที่ไม่ควรอยู่“เอาสูตรมา”“เอ่อ ค่ะ!”เธอส่งมือถือให้โอปอลด้วยมือสั่นๆ เขาเลื่อนดูสูตรสลับกับของบนโต๊ะก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกมนี้มีทำอาหารด้วย แถมยังให้อบขนมปัง บ้ารึเปล่า ถึงอยากช่วยเธอคนนี้แค่ไหนใครจะทำเป็น“เอาน้ำไปอุ่น แล้วเนยอยู่ไหน? ไข่ล่ะ? ไข่ต้องใช้อุณหภูมิห้อง”“คะ คะ ค่ะ!!!” เธอวิ่งไปที่ตู้เย็นจนสะดุดสายไฟล้มคะมำ “ฮือ ขอโทษค่ะ...ขอโทษค่ะ...”โอปอลดึงแขนเธอให้ลุกด้วยเหตุผลบางอย่าง น้องแว่นคนนี้ชวนให้เขานึกถึงเพื่อนบ้านโอปอลเป็นลูกคนเดียว แต่มีเพื่อนบ้านเป็นเด็กหญิงที่อ่อนกว่าเขาสองสามปี สมัยเด็กพ่อแม่อีกฝ่ายก็มักพามาฝากไว้ให้เล่นกับเขา จนกระทั่งเขามีเรื่องชกต่อยจึงไม่ได้พบกันอีกเธอชอบทำขนมมากถึงทำไม่อร่อยเลยสักอย่างก็เถอะ แถมนิสัยยังเป็นม้าดีดกะโหลกต่างจากน้องแว่นคนนี้ราวฟ้ากับเหวพอนึกถึงเธอ โอปอลก็สงสัยว่าเหตุใดเขาถึงกลายเป็นพวกชอบอยู่คนเดียว หรือเป็นเพราะว่าหลังเขาไปมีเรื่องครั้งแรก เธอจะวิ่งเข้าบ้านทุกครั้งที่บังเอิญเจอกันและไม่ยอมพูดกับเขาอีกเลย?“คือว่า...พี่คะ...”เสียงเล็กๆ ของน้องแว่นทำให้เขาได้สติ เธอไปหยิบเนยกับน้ำอุ่นมาแล้ว และพยายามทำให้ไข่อยู่ที่อุณหภูมิห้องโดยการกำมันไว้ในมือโอปอลไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาช่วยเด็กในเกมทำขนมปังด้วย แต่ก็ทำไปแล้ว และดูเหมือนเดินออกตอนนี้คงสายเกินไป“เอาน้ำตาลละลายน้ำ เข้ากันดีแล้วเทยีสต์ใส่ตามสูตร คนแล้วทิ้งไว้สิบนาที ระหว่างนั้นก็ตวงแป้ง” เขาสั่งโดยไม่ต้องดูมือถือ เธอพยักหน้าทำตามอย่างแข็งขัน กลายเป็นว่าจากที่ปกติอบขนมปังต้องใช้เวลาสองสามชั่วโมง สิบนาทีให้หลังก็มีก้อนแป้งเข้าไปในเตาอบแล้ว เกมจีบสาวนี่สุดยอดเหลือเกินทั้งสองนั่งรอขนมปังสุก“คือว่า... ขอบคุณนะคะ”“ช่างเหอะ เธอคงโดนผู้เล่นคนอื่นทำขนมปังพังมาเยอะสิท่า”“เอ๊ะ?”“เปล่า พูดคนเดียว”“คือว่า ขอบคุณนะคะ หนู...หนูชื่อฟองจันทร์ค่ะ เรียกว่าฟองก็ได้”โอปอลพยักหน้า“พี่ชื่อโอปอลสินะคะ? เห็นเมื่อเช้าเป็นคนเชิญธงชาติ... คือว่า ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้พี่มาช่วย หนูคงไม่ได้ออกจากห้องนี้แน่ๆ... ขนมปังเป็นงานส่งครูน่ะค่ะ แต่ทำเท่าไหร่ก็พังทุกที” ฟองจันทร์สูดน้ำมูก หันไปก็เห็นว่าเธอถอดแว่นร้องไห้เสียแล้ว “ขอบคุณนะคะ...”“ช่างมันเถอะ” โอปอลหมุนไปมาบนเก้าอี้กลม พอเขานึกอยากยื่นมือลูบหัวเธอขึ้นมา มือมันก็ไปเองฟองจันทร์มองเขาด้วยดวงตาเหมือนลูกกวางแล้วก็หัวเราะ พวงแก้มเป็นสีชมพูเรื่อ“พี่โอปอลทำขนมเก่งมากเลยค่ะ ได้กลิ่นแล้วหิวเลย วันหลัง...ช่วยสอนอีกได้ไหมคะ? หนูเรียนเก่งอย่างเดียวแต่ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยสักนิด”ชั่วขณะหนึ่ง โอปอลเผลอคิดไปว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็นมนุษย์จริงๆ