ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 6 บทที่ 163 แมวเทพถูกแย่ง

            กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเฟิ่งเฉี่ยนกระตุก มุมปากฉีกยิ้มแห้งๆ ออกมาจากนั้นนางยกมือขึ้นโบกให้เขา “เฮ้ ช่างบังเอิญจริง! พบกันอีกแล้ว!”

            ริมฝีปากของซือคงเซิ่งเจี๋ยสั่นระริกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวจากนั้นร่างทั้งร่างก็พลอยสั่นสะท้านไปด้วย สายตาที่จับจ้องนางเขม็งราวกับพ่นไฟออกมาได้ราวกับต้องการถลกหนังกลืนกินนางทั้งเป็น!

            “เป็นเจ้า” เสียงของเขารอดไรฟันออกมาทั้งเสียงยังสั่นด้วย

            ซือคงจวินเย่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เขาถามขึ้นอย่างแปลกใจ “อาเซิ่ง พวกเจ้ารู้จักกันหรือ”

            รวมไปถึงหานไท่ฟู่และคนอื่นๆ ต่างประหลาดใจอย่างที่สุดแต่ละคนตั้งใจฟังจนหูตั้ง

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยถลึงตาใส่เฟิ่งเฉี่ยนเป็นพัก เขาพูดขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ในร้านตัดเสื้อ เป็นนาง...เป็นสตรีคนนี้!”

            ซือคงจวินเย่กระจ่างแจ้งทันที สายตาคมปลาบนั้นกวาดผ่านมาแล้วสั่งการทันที “เด็กๆ จับตัวนางเอาไว้!”

            องครักษ์สองคนเข้ามาล้อมเฟิ่งเฉี่ยนไว้ทันทีเฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกได้ว่าไม่เข้าทีแล้ว จึงรีบห้าม “ช้าก่อน!”

            องครักษ์สองคนนั้นชะงักฝีเท้าเฟิ่งเฉี่นมองซือคงเซิ่งเจี๋ยแล้วชี้หน้าอย่างไม่พอใจ “นี่ ก็แค่ไม่ทันระวังล้มใส่เจ้าแล้วจุมพิตเจ้าไปครั้งหนึ่งถึงกับต้องสังหารกันหรือ”

            ทันทีที่สิ้นเสียง บรรยากาศรอบๆ กายดูเหมือนจะเงียบสนิท

            คนทั้งหมดมองเฟิ่งเฉี่ยนและซือคงเซิ่งเจี๋ยด้วยสายตาแปลกประหลาด

            ข่าวนี้ราวกับระเบิดที่ถูกโยนลงมา!

            เซียนหมากล้อมแห่งยุคถึงกับถูกสตรีคนหนึ่งโถมเข้าใส่จนล้มซ้ำยังถูกบังคับจุมพิตอีก

            ผู้คลั่งไคล้หมากล้อมของแคว้นเป่ยเยียนที่เพิ่งจะพ่ายแพ้การเดินหมากถึงกับรู้สึกเบิกบานใจ!

            เซียนหมากล้อมอะไร จะเย่อหยิ่งไปไหนกัน

            ยังคงถูกผู้อื่นขึ้นคร่อมอยู่นั่นเอง

            ภาพลักษณ์ของเฟิ่งเฉี่ยนในใจของแฟนๆ หมากล้อมดูยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก!

            แน่นอนว่าทุกคนเพียงแต่คิดในใจ มิได้เอ่ยออกมาเป็นวาจาหากเฟิ่งเฉี่ยนได้ยินเสียงในใจของพวกเขา รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่นางจะต้องอาเจียนเป็นเลือดแน่ๆ!

            ในใจของแฟนๆ หมากล้อม นางกลายเป็นอะไรไปแล้ว

            คนหนึ่งเขียนอักษรตัวใหญ่ว่า สตรีจอมลามก มีหรือไม่

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยได้ยินเช่นนั้น เขาโมโหจนพูดไม่ออกร่างทั้งร่างสั่นสะท้านหนักยิ่งกว่าเดิม

            ซือคงจวินเย่เดือดดาลยิ่งกว่าเขา น้องชายที่สะอาดบริสุทธิ์ในสายตาของเขาถึงกับถูกสตรีนางนี้ทำให้แปดเปื้อนไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องทนไม่ได้!

            “เจ้าเป็นสตรีน่าไม่อายคนหนึ่ง...”

            ไม่รอให้เขาพูดจบ เฟิ่งเฉี่ยนตัดบทขึ้นว่า “อย่างไรเล่าจุมพิตครั้งหนึ่งผิดกฎหมายหรือ จุมพิตครั้งหนึ่งก็ต้องสังหารคนอื่นหรือ ข้ายังไม่ได้ถือสาเลยที่เจ้าจุมพิตข้า!”

            โอ๊ะ...

            คนทั้งหมดตาค้าง

            ความสามารถในการพูดจากลับดำเป็นขาวของแม่นางเฟิงจะเหนือชั้นเกินไปแล้ว!

            ทั้งๆ ที่เป็นนางที่โถมเข้าใส่อีกฝ่ายแล้วจุมพิตอีกฝ่าย ถึงกลับพูดเป็นว่าอีกฝ่ายจุมพิตนาง...

            สุดยอด! ช่างสุดยอดจริงๆ!

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยเติบโตมาจนป่านนี้ ยังไม่เคยเห็นสตรีเกเรเช่นนี้มาก่อนริมฝีปากสีชมพูจางๆ นั้นแทบจะถูกเขาขบจนเห็นเป็นรอยเลือด “เจ้า...”

            เฟิ่งเฉี่ยนขัดจังหวะเขาอีก นางแบมือ “ขอร้องเถิดทุกคนล้วนเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วต่อให้ไม่ระวังถูกจุมพิตสักครั้งก็ไม่มีอะไรที่ถึงกับจะเป็นจะตาย หรือเจ้ายังเป็นชายพรหมจรรย์”

            ได้ยินคำว่า “ชายพรหมจรรย์” สองคำนี้ซือคงเซิ่งเจี๋ยโกรธจนริมฝีปากกลายเป็นสีม่วง มือทั้งคู่กำเป็นหมัดแน่นใต้แขนเสื้อดวงตาหงส์แทบจะพ่นไฟออกมาได้

            เฟิ่งเฉี่ยนยกยิ้ม “เอ๊ะเจ้าคงไม่ได้เป็นชายพรหมจรรย์จริงๆ กระมัง”

            ทันทีที่สิ้นเสียง สายลมเย็นวูบหนึ่งแหวกอากาศมาตรงหน้านางภาพเบื้องหน้าของนางพร่าเลือน เงาร่างขาวราวหิมะร่างหนึ่งซัดฝ่ามือเข้าใส่นางอย่างรวดเร็ว

            ปฏิกิริยาตอบโต้ของเฟิ่งเฉี่ยนรวดเร็วเช่นกัน นางคว้ามือเปล่าออกไปกระทะหรูอี้ปรากฏอยู่ในมือ นางออกแรงตวัดออกไป!

            สายลมพัดแรง เกิดคลื่นลมบนท้องฟ้าในชั่วพริบตา

            พลังการสู้รบ 1000 เป็นพลังการทำลายล้างที่ไม่อาจมองข้ามได้!

            ทุกคนตกใจและถอยหลังออกไป

            ม่านตาทั้งคู่ของซือคงเซิ่งเจี๋ยภายใต้หน้ากากหดแคบลงเล็กน้อยเขาประหลาดใจ มือที่เตรียมจะโจมตีคอหอยของเฟิ่งเฉี่ยนถูกดึงกลับร่างในชุดขาวพลิกกลับเปลี่ยนทิศทาง เขาเดินผ่านร่างของเฟิ่งเฉี่ยนไป!

            เพิ่งจะหลบการโจมตีขั้นปลิดชีพมาได้เฟิ่งเฉี่ยนพลันรู้สึกว่ามือซ้ายของนางว่างเปล่ากรงที่อยู่ในมือซ้ายของนางถูกคนแย่งไปแล้ว สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันทีนางหมุนตัวไปแย่งกลับมา!

            “คืนกรงมาให้ข้านะ!”

            องครักษ์สองคนดึงกระบี่ออกมาขวางเอาไว้ เฟิ่งเฉี่ยนได้แต่ถอยชั่วคราว

            “รีบคืนกรงมาให้ข้า!”

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยถือกรงไว้ในมือซ้าย เขาพูดอย่างประหลาดใจ “เจ้าตื่นเต้นขนาดนี้กับกรงแค่ใบเดียว ข้ากลับอยากเห็นนักว่าในกรงใส่สิ่งใดเอาไว้”

            เฟิ่งเฉี่ยนรีบห้ามปราม “อย่าดู!”

            น่าเสียดายที่ยังคงช้าไป ซือคงเซิ่งเจี๋ยเปิดผ้าคลุมสีดำที่คลุมกรงเอาไว้ปรากฏให้เห็นแมวเทพสองหางตัวหนึ่ง!

            ทุกคนส่งเสียงฮือฮา

            “เป็นแมวสองหาง หรือเป็นแมวเทพหรือ”

            เมื่อสักครู่เฟิ่งเฉี่ยนยังไม่ทันได้ดูหน้าตาและลักษณะของแมวเทพตอนนี้เห็นแล้วนางจึงรีบสังเกตดวงตาของมัน ดวงตาข้างซ้ายของแมวเทพเป็นสีเขียวจริงๆด้วย ดวงตาด้านขวากลับเป็นสีน้ำเงิน ตรงตามที่หลิ่วต้าซือพูดทุกอย่างเป็นแมวเทพสองหางจริงๆ!

            ครั้งนี้ หานไท่ฟู่ไม่ได้หลอกนาง แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือแมวเทพกลับตกไปอยู่ในมือของซือคงเซิ่งเจี๋ย

            “ที่แท้เป็นสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง!” ซือคงเซิ่งเจี๋ยมีท่าทีรังเกียจ

            เฟิ่งเฉี่ยนเห็นเขาไม่สนใจ จึงรีบพูดขึ้นว่า “เป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานตัวเล็กๆตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเจ้า”

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยช้อนตาขึ้นตวัดสายตามาทางนางปราดหนึ่งแล้วแค่นหัวเราะเสียงเย็น“ต่อให้มันไม่มีประโยชน์สำหรับข้าข้าก็ไม่มีทางคืนมันให้กับเจ้า!”

            เขาพลันมอบกรงใบนั้นให้กับองครักษ์ที่อยู่ด้านข้าง “ไปนำมันไปตุ๋นซะ คืนนี้ข้าจะดื่มน้ำแกงแมวเทพ!”

            องครักษ์รับมา “พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายสาม”

            เฟิ่งเฉี่ยนหนังตากระตุก นางรีบห้าม “ช้าก่อน! เจ้าจะฆ่ามันไม่ได้!”

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยหัวเราะเสียงเย็น “ข้าอยากทำอะไรก็จะทำอาศัยอะไรต้องฟังเจ้า”

            เฟิ่งเฉี่ยนปวดหัว “เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ อย่างมาก...อย่างมากข้ายอมขาดทุนเล็กน้อยให้เจ้าจุมพิตคืนก็ได้!

            ทุกคนหัวเราะขึ้นมา

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยถลึงตาใส่นาง “หากเจ้ายังกล้าเอ่ยถึงเรื่องนั้นอีกข้าจะสังหารเจ้าเดี๋ยวนี้!”

            พูดแล้วผิวพรรณที่อยู่นอกหน้ากากสีเงินกลายเป็นสีแดงระเรื่อเขาโมโหจนตัวสั่น

            เฟิ่งเฉี่ยนหงุดหงิดเช่นกัน ฝ่ายตรงข้ามมีคนมากกว่า นางสู้พวกเขาไม่ได้มีเพียงการเจรจาเงื่อนไขกับพวกเขา “เช่นนั้นท่านคิดจะทำอย่างไรกันแน่จึงจะยอมคืนแมวเทพให้กับข้า”

            ซือคงเซิ่งเจี๋ยหัวเราะเสียงดัง เขาใช้หางตาเหลือบมองนาง “เมื่อสักครู่พวกเขามิใช่พูดหรือว่าฝีมือการเดินหมากของเจ้าร้ายกาจนัก หากเจ้าเอาชนะการเดินหมากข้าได้ข้าจะคืนแมวเทพให้กับเจ้า หาไม่แล้ว เจ้าก็รอเก็บซากศพแมวเทพได้เลย!”

            เฟิ่งเฉี่ยนคิดไม่ถึงว่าเขาจะเสนอเงื่อนไขเช่นนี้ ที่จริงแล้วประลองกับเขานางยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย แต่ดูเหมือนนี่เป็นเพียงวิธีเดียวนางไม่มีทางเลือกอื่น!

            แต่หากนางพ่ายแพ้เล่า

            ยังไม่ทันรอให้นางได้ใคร่ครวญให้ดี คนที่อยู่รอบๆ ก็เอะอะเสียงดัง

            “แม่นางเฟิง ประลองกับเขาเลย!”

            “แม่นางเฟิง รับคำท้าประลองของเขา”

            “แม่นางเฟิง จะต้องทำเพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรีของพวกเรา!”

            หานไท่ฟู่ใจร้อนกว่านั้น เขาพูดแทนนางว่า “นางประลองนางจะประลองกับเขาแน่! แต่วันนี้ได้ประลองมาติดๆหกกระดาน สูญเสียเรี่ยวแรงไปมาก หากชนะพวกเราก็ชนะอย่างไม่ขาวสะอาด! ตามความเห็นของข้า พรุ่งนี้ค่อยมาประลองกันต่อจะดีกว่า!”

            เขาช่วยพูดอีกแรงหนึ่ง!

            ทั้งๆ ที่ผู้อื่นชนะรวดหกกระดาน อำนาจบารมีกำลังพุ่งแรงส่วนแม่นางเฟิงนั้นเพิ่งจะประลองกับซือคงเซิ่งเจี๋ยเป็นครั้งแรก ไม่มีประสบการณ์ดังนั้นเขาจึงถ่วงเวลาให้ฟางเสียทั้งหกคนถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนางจะได้รู้แนวทางของคู่ต่อสู้

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน