ใบหน้าที่ดูซีดเซียว ผ่ายผอมของพี่ชาย ดูแล้วทำให้ระพีพรรณะเืใจเป็ที่สุด ภาพต่างๆ ของเขาเมื่อก่อนที่เธอเคยเห็นผุดขึ้นในความทรงจำได้ไม่ยาก ภาพของพี่ที่เคยไว้ผมยาวแล้วรวบมัดเอาไว้บ้าง หรือบางคราวตัดสั้น แล้วแต่อารมณ์ที่เขาจะสรรหา บางครั้งใน่ปิดเทอมเธอก็จะเห็นพี่ชายทำสีโน่นสีนี่บ้าง แต่พอใกล้จะเปิดเทอมเขาก็จะทำให้มันกลับมาเป็สีดำ
ภาพที่พี่เคยพาเธอไปเที่ยว สอนการบ้านเธอบ้างเป็บางเวลา แต่บัดนี้ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอช่างแตกต่างเหลือเกิน ผมถูกตัดให้เหี้ยนเตียน เสื้อผ้าที่เคยใส่แต่ของยี่ห้อดังและแพง กลับต้องมาใส่เครื่องแบบของนักโทษ พี่ชายที่เธอเคยได้โอบกอด หอมแก้มและขี่หลังเมื่อยามเหน็ดเหนื่อยหรืองอแง เพราะโดนพี่ชายแกล้ง กลับต้องมาถูกกางกั้นด้วยกรงเหล็กเส้นเขื่อง ตามด้วยกระจกใสๆ ที่เจาะรูเล็กๆ เอาไว้พอให้ได้ยินเสียงพูดแค่นั้น
ความเสียใจ ความสงสาร และก็ความรู้สึกที่เธอไม่สามารถบรรยายได้ถูกอีกมากมาย ได้สื่อออกมาทางน้ำตาแทน มันค่อยๆ ไหลออกมาให้ผู้เป็พี่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ไม่ยาก ระพีพงศ์เองก็รู้สึกะเืใจไม่แพ้กัน
“อะไรกัน ยัยเพลง ร้องไห้อีกแล้ว เป็ยังไงบ้างเรา แล้วคุณพ่อสบายดีหรือเปล่า”
เขาถามน้องสาว ด้วยสีหน้าและแววตาที่ไม่แตกต่างกันนัก ไม่นานน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาให้เธอเห็น ด้วยความเ็ป ความเสียดายในอิสระภาพของตัวเอง เสียดายในโอกาสที่มีครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนตัวเอง จนในที่สุดต้องมาอยู่ในสถานที่ๆ โหดร้ายที่สุดในชีวิตสำหรับเขา
“เพลงสบายดีค่ะ คุณพ่อด้วย พี่พีล่ะคะ เป็ยังไงบ้าง ทำไมพี่พีต้องเป็แบบนี้คะ ทำไมบ้านเราต้องเจอแต่เื่ร้ายๆ ด้วยคะ” เธอร่ำไห้ถามพี่ชาย
“มันก็สมควรกับการกระทำของพี่แล้วนี่เพลง ใครทำกรรมอะไรเอาไว้ เราก็ต้องชดใช้มัน พี่ทำตัวไม่ดี พี่ก็ต้องเจอแต่สิ่งที่ไม่ดีอย่างนี้ล่ะ เพลงเองก็ต้องทำตัวดีๆ นะ อยู่ข้างนอก มีอิสระเสรีอยู่ในมือแล้วอย่าใช้มันไปในทางที่ผิดๆ เดี๋ยวจะเป็เหมือนพี่” เขาบอกน้องสาวด้วยสีหน้าของคนที่เจนชีวิต เพราะเวลาอยู่ในคุกหกปีสอนอะไรต่อมิอะไรหลายๆ อย่างให้เขา
“พี่พีคะ เพลงเอาของมาฝากค่ะ ช็อคโกแลตขาวที่พี่พีชอบค่ะ” น้องยกกล่องให้พี่ชายดู หากแต่ให้ตอนนี้ไม่ได้ เพราะต้องผ่านการตรวจสอบจากเ้าหน้าที่ก่อน
“ขอบใจมากนะเพลง เอามาเยอะหรือเปล่า พี่จะเอาไปแบ่งเพื่อนๆ ข้างในด้วย นานๆ ทีพี่จะได้มีอะไรให้พวกเขากินด้วยสักที ลุงโป่งมาเยี่ยมทีก็ไม่ค่อยมีอะไรมาฝากมาก แต่ก็ยังดีที่ลุงโป่งมาเยี่ยมพี่บ่อย” เขายิ้มบางๆ ให้น้อง
“แล้วว่าแต่ตกลงเพลงจะเอายังไงเื่บ้านกับบริษัท เ้าหนี้ผ่อนผันให้ไหม เพลงไปคุยกับเขาหรือยัง” เขาห่วง เพราะเคยบอกไว้ครั้งก่อนว่าหลุดจำนองแล้ว จะรอให้ระพีพรรณกลับมาก่อน แล้วค่อยหาทางออก
“ไปมาแล้วค่ะ แต่พี่พีคะคนที่เป็เ้าหนี้เรา ไม่ใช่นายเมธีนะคะ แต่เป็อีกคน...” ระพีพรรณเล่าเื่ต่างให้พี่ชายได้รับรู้
“ไม่ได้นะเพลง ไอ้ดำมันคงจะไม่ปล่อยให้เพลงได้สบายหรอกนะ เงินตั้งเยอะแยะ อย่าไปทำเลยนะเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา มีแค่ไหนก็อยู่แค่นั้นเถอะ อยู่ข้างนอก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มันก็ยังดีกว่าอยู่ในนี้เป็ร้อยเท่า” เขาไม่เห็นด้วยกับความคิดเธอ
“เพลงแค่บอกพี่พีว่าถ้าหาเงินไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าหาได้เพลงก็ไม่ต้องไปทำงานให้เขา แต่ถึงจะทำ ถ้ามันจำเป็เพลงก็คงจะต้องทำค่ะ เพลงไม่อยากให้คุณพ่อผิดหวัง ห้าปี มันคงไม่นานเท่าไหร่ค่ะ ก็อย่างที่พี่พีบอก อยู่ข้างนอกคงจะดีกว่าที่พี่พีอยู่ในนี้ ไม่ต้องห่วงเพลงนะคะ” เธอบอก
“โธ่เพลง เพราะพี่แท้ๆ ทุกคนถึงได้มาเดือดร้อนกันแบบนี้ พี่ขอโทษๆ” เขาพร่ำบอกน้องสาว
“หมดเวลาเยี่ยมแล้ว” เ้าหน้าที่คุมขัง เดินเข้ามาให้สัญญาณ
“แล้วเพลงจะเขียนจดหมายมาเล่าให้พี่พีฟังนะคะ เพลงจะหาเวลามาเยี่ยมพี่พีใหม่” เธอรีบบอกเมื่อเ้าหน้าที่มายืนรอรับระพีพงศ์ให้เข้าไปด้านใน
“ไม่ต้องห่วงพี่นะเพลง ดูแลตัวเองดีๆ พี่ฝากพ่อด้วย”
เขาพูดได้แค่นั้น ก็ต้องหยุดแล้วก็ลุกเดินหายเข้าไปข้างใน ทิ้งให้ผู้เป็น้องมองตามพี่ชายด้วยหัวใจที่ปวดร้าวยิ่งนัก แล้วน้ำตามันก็พาลไหลออกมาอีกครั้งที่มองตามพี่ชายเดินหายลับไป โดยมีผู้คุมขังเดินประกบคู่ไปไม่ห่าง
สีหน้าของระพีพรรณที่เดินออกมาจากโทรศัพท์สาธารณที่ใช้สำหรับโทรข้ามทวีปไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ หลังจากที่ออกมาจากเยี่ยมระพีพงศ์ เธอก็ตัดสินใจโทรหาธนากรอีกครั้ง แต่ไม่มีคนรับสาย เธอได้แต่ฝากข้อความกับเครื่องตอบรับเอาไว้ และมันก็เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเธอก็ไม่อยากจะจดจำ
เธอยืนเหลียวซ้ายแลขวาอยู่ตรงมุมถนนอยู่นาน เหมือนกับไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงกับหนทางที่จะเดินต่อไป แล้วเธอก็ยิ้มให้กับจุดหมายที่เพิ่งมองเห็น นั่นคือร้านอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ระพีพรรณสาวเท้าตรงไปยังจุดหมายด้วยความมั่นใจ แต่ไม่นานเธอก็กลับออกมาพร้อมกับความผิดหวัง ไม่มีแม้แต่วี่แววจากคนที่เธอรอคอยแม้แต่น้อย หรือเขาจะไม่ว่างจนไม่มีเวลามาเช็คอีเมลย์ หรือเขาหาเงินไม่ได้
หญิงสาวรู้สึกว้าวุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ใจอยากจะคิดว่าเขาไม่สนใจจะช่วยเธออย่างที่เขารับปากเอาไว้ แต่เธอก็ไม่อยากจะสรุปอะไรเอาเองเพียงข้างเดียว ธนากรอาจจะมีปัญหาบางประการจนไม่สามารถติดต่อมาหาเธอก็ได้ นั่นคือวิธีคิดและวิธีมองคนของเธอเสมอมา แล้วหญิงสาวก็กลับมาที่รถแล้วก็ขับออกไปอย่างคนไม่มีจุดหมายปลายทางใดๆ
โป่งยืนมองเ้านายสาวที่ั้แ่บ่ายเอาแต่นั่งเหม่อ ไม่ยอมแม้แต่จะแตะข้าวปลา ซึ่งเขาเองก็เข้าใจสาเหตุดีว่าเพราะอะไร เขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า ถ้าเธอตัดสินใจเข้าไปทำงานที่บ้านของดนุพรแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“คุณเพลงดื่มน้ำส้มก่อนเถอะครับ ั้แ่เช้าคุณเพลงไม่ยอมกินอะไรเลย เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะครับ” โป่งเดินเข้าไปหา พร้อมในมือมีน้ำส้มคั้นหนึ่งแก้ว
“ขอบคุณค่ะลุงโป่ง” เธอยิ้มให้แล้วรับแก้วมาขึ้นจิปด้วยไม่อยากให้เสียน้ำใจ ที่โป่งอุตส่าห์ทำให้ แต่แท้ที่จริงแล้ว แม้แต่น้ำเธอก็แทบจะกลืนไม่ลงเอาเสียเลย
“แล้วคุณเพลงจะเอายังไงครับ เงินก็หาได้ไม่ครบ ก็เหลือแค่วิธีเดียว” โป่งถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบดี เพราะพรุ่งนี้แล้วเธอก็จะต้องไปตามกำหนด
“เพลง” เสียงโสภาร้องเรียกทันทีที่ร่างมาถึงห้องนั่งเล่น เพราะนัดกับเธอเอาไว้
“พี่โสภา เชิญค่ะ” เธอเอ่ยเชิญแขกด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่มีชีวิตเอาเสียเลย
“ตกลงเพลงจะเอายังไงดี พรุ่งนี้จะถึงกำหนดแล้วนะ” โสภาถามด้วยความร้อนใจ
“เพลงคงจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะค่ะ เราก็ช่วยกันจนสุดความสามารถแล้ว มันก็ไม่สำเร็จ จริงๆ แล้ว เพลงไม่น่าเอาเื่ปวดหัวไปให้พี่โสภากับเพื่อนๆ เลย ไหนจะอากำธรอีก เพลงว่า เพลงจะยอมไปทำงานกับเขาจะดีกว่าค่ะ เป็คนรับใช้แค่ห้าปี กับเงินตั้งห้าสิบล้านบาท ไม่เอาก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่ะพี่โสภา” เธอบอกออกไปอย่างนั้น แต่ั์ตานั้นฉายแววที่ไม่แน่ใจนักกับทางเลือกที่ตัวเองกำลังจะตัดสินใจลงไป
“แล้วก๊อปล่ะเพลง เขาช่วยได้เท่าไหร่ พี่ว่าสำหรับก๊อปไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ เขาติดต่อมาหรือยังเพลง” โสภาถามด้วยน้ำเสียงที่มีความหวัง
“เพลงติดต่อก๊อปไม่ได้ค่ะพี่โสภา ส่งอีเมล์ไปก็ไม่เห็นตอบกลับมา โทรไปห้องก็ไม่มีคนรับสาย เพลงโทรไปตั้งหลายครั้งแล้วนะคะ ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าค่ะ แล้วพี่โสภาได้ข่าวเขาจากคนอื่นๆ หรือเปล่าคะ”
เธอบอกตามความจริง และถามโสภาขึ้น เพราะรู้ดีว่าโสภาติดต่อกับเพื่อนๆ ที่ยังเรียนไม่จบอยู่เหมือนกัน
“จริงเหรอเพลง พี่ก็ไม่ค่อยได้ข่าวหรอกนะ พอดีรีบคุยเื่ของเพลงน่ะ ก็เลยไม่ทันได้คิดอะไร เพลงจะให้พี่โทรไปถามเพื่อนมั้ย”
โสภาเสนอ แต่ก็พอจะเดาว่าอะไรเป็อะไรได้ไม่ยากเลย สำหรับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย ย่อมรู้ดีว่าสาเหตุที่คนรักของเพื่อนหายหน้าไป ก็คงจะไม่ใช่อะไรหรอกนอกจาก ความเห็นแก่ตัวเห็นแก่เงินของมนุษย์บางกลุ่ม มันทำให้โสภารู้สึกโล่งใจที่ธนากรออกลายมาให้เพื่อนรักเห็นในเวลานี้
เพราะมันก็จะทำให้ระพีพรรณได้เห็นในสิ่งที่โสภาเห็นไปด้วย แต่โสภาก็ไม่แน่ใจนักว่าเธอจะคิดเหมือนกับที่ตัวเองคิดหรือไม่ เพราะด้วยความที่มีมุมมองคนที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง โลกของโสภานั้นเต็มไปด้วยความเป็จริง ความดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด มุมมองในการมองอะไรนั้นจะมีทั้งสองมุมนั่นคือทั้งบวกและลบ
ส่วนโลกของระพีพรรณนั้นจะอยู่ในโลกแห่งความสุขสบาย ความเพียบพร้อม จึงทำให้ระพีพีพรรณมีมุมมองที่ค่อนข้างจะเป็บวกมากกว่าลบ การมองโลกและคนรอบข้างของเธอจะมองแต่ในแง่ดี หรือจะมีในทางร้ายบ้าง แต่ระพีพรรณก็จะหาเหตุผลต่างๆ นานา มาหักล้างออกให้มันเป็บวกมาให้ได้ ดังเช่นที่เธอมองธนากรในเวลานี้นั่นเอง
โสภารู้ดีว่าธนากรแค่คบกับระพีพรรณด้วยฐานะทางด้านการเงิน ฐานะทางสังคม ที่เท่าเทียมกับเขาและครอบครัวทางบ้านเท่านั้นเอง และเมื่อเขาได้รับรู้ว่าผู้หญิงที่เขาหมายปองนั้น กำลังมีปัญหาและ้าความช่วยเหลือเป็ที่สุด เขาจึงตีตัวออกห่างเสียั้แ่ต้น
“อย่าเลยค่ะพี่โสภา เพลงไม่อยากเอาปัญหาส่วนตัวไปสร้างความกังวลให้คนอื่น ถ้ามันไม่มีหนทางอื่นเพลงก็คงจะต้องเลือกทางออกอีกทางที่เขาให้เพลงมาค่ะ” เธอตอบไปตามความคิดที่มีในใจ
“คุณเพลงครับ คุณเพลงแน่ใจแล้วเหรอครับ ลุงไม่อยากให้คุณเพลงทำแบบนี้เลย” โป่งบอกด้วยความห่วงใย
“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะลุงโป่ง สัญญาตามที่เขาร่างให้เอามาอ่านก็ดูรัดกุมนี่คะ คงจะไม่มีอะไรมั้งคะ แต่ถึงจะมีเพลงก็ไม่มีทางเลือกแล้วนะคะ”
“เพลง! งานที่เขาให้ทำมันดูจะไม่มีอะไรก็จริงนะ แต่มันทำเกือบทุกอย่างเลย แล้วไหนจะทำตามที่เขาสั่งอีก แล้วถ้าเกิดนายนั่นสั่งให้เพลงไปปีนเขาลงห้วย เรามิต้องทำไปด้วยเหรอ” โสภาไม่วายที่จะห่วง เพราะเคยได้อ่านร่างสัญญาแล้ว
“แต่สัญญาก็บอกว่างานที่เขาจะให้ทำ จะไม่เป็อันตรายต่อร่างกาย และชีวิตนี่คะ แต่ไม่ว่ายังไงเพลงก็จะทำค่ะ เพราะมันเป็วิธีเดียวที่เพลงจะได้ทุกอย่างกลับมา” เธอยืนยันคำเดิม
“แต่ถ้าคุณท่านรู้ คุณท่านจะต้องไม่ยอมแน่ๆ เลยครับคุณเพลง” โป่งกังวล
“ลุงโป่งต้องปิดคุณพ่อนะคะ แค่บอกว่าเพลงไปทำงานใช้หนี้ก็พอ แต่ไม่ต้องบอกว่าไปทำให้ใคร แล้วเพลงจะกลับมาเยี่ยมบ้านทุกอาทิตย์ เพลงคงจะต้องฝากคุณพ่อไว้กับลุงโป่งอีกครั้งนะคะ ถ้าเราได้ทุกอย่างคืนแล้ว เพลงจะไม่ให้ลุงโป่งทำอะไรอีกเลย” เธอไม่ลืมที่จะกำชับ
“คุณเพลงไม่ต้องห่วงครับ ลุงจะดูแลคุณท่านอย่างดี คุณเพลงทำงานให้สบายใจเถอะนะครับ ระวังๆ ตัวด้วยก็แล้วกันนะลุงเป็ห่วง” โป่งให้ความมั่นใจ
“พี่ก็จะมาช่วยดูคุณลุงให้อีกแรงนะเพลงไม่ต้องห่วง แล้วพรุ่งนี้พี่จะไปด้วยนะ จะได้ไปเป็พยานให้ตามที่นายคนนั้นสั่งไว้ งั้นพรุ่งนี้พี่กับภคินจะมารับสิบโมงนะ เขาให้เราไปบ่ายโมงตรงไม่ใช่เหรอ เผื่อเวลาไว้เยอะๆ แล้วกัน เกิดนายคนนั้นเล่นแง่กับเราอีก” โสภาย้ำกับเธอ
“ค่ะพี่โสภา ขอบคุณมากๆ ค่ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะ เพลงจะไปส่งหน้าบ้านค่ะ” เธอบอก
“ไม่ต้องหรอกจ๊ะเพลง พักผ่อนเถอะ แล้วเจอกัน” สิ้นเสียงไม่นานสักเท่าไหร่ร่างโสภาก็หายไปจากห้องนั่งเล่นเอาดื้อๆ ด้วยความเคยชินกับบ้านเธอเป็อย่างดี ถึงแม้จะมาเพียงไม่กี่ครั้งก็ตาม
“คุณเพลงครับ เอ่อ! ลุงได้ยินมาว่านายดำนี่ ไม่เบานะครับ รอบตัวทีเดียว ไม่อย่างนั้นเขาจะสร้างตัวจนร่ำรวยได้เร็วเหรอครับ” โป่งบอกอีกครั้งเมื่อโสภากลับออกไปจากบ้านแล้ว
“ยังไงเพลงก็จะอดทนค่ะ เขาเป็ไฟมา เพลงก็จะเป็น้ำกลับ ก็เราไม่มีทางเลือกนี่คะ และอีกอย่าง ถ้าคิดๆ ไปถึงเื่ที่คุณพ่อกับพี่พีทำกับครอบครัวของเขาไว้ มันก็ไม่น้อยนะคะลุงโป่ง เพลงคิดว่าเพลงพอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาค่ะ” เธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
“คุณเพลงเป็คนมองโลกในแง่ดีเสมอ คงจะพอเอาชนะนายดำได้กระมังครับ งั้นลุงขอตัวก่อนนะ วันนี้ปวดหลังจังเลย สงสัยเพราะไปถางหญ้าหลังบ้านแน่ๆ เลย คุณเพลงก็พักผ่อนนะครับ”
“ค่ะลุงโป่ง เพลงก็จะไปดูคุณพ่อก่อน” แล้วทั้งสองก็แยกย้ายกัน
“เพลงเหรอลูก” เสียงกำพลเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกว่ามีมือมาัักับใบหน้าเขา ทั้งๆ ที่ดวงตายังคงปิดสนิทอยู่
“ค่ะคุณพ่อ วันนี้เป็ยังไงบ้างคะ ได้ย้ายมาอยู่ข้างล่างแล้ว ต่อไปต้องให้ลุงโป่งพาไปนั่งรถดูอะไรๆ ข้างนอกบ้างนะคะ อยู่แต่ในห้องมันอุดอู้ค่ะ” เธอบอกเมื่อทำการย้ายที่หลับนอนของเขาลงมาที่ห้องข้างล่าง เมื่อวันก่อน
“จะไปไหนมาไหนมันก็ลำบากเ้าโป่งมัน ไหนจะไปไหว้วานเพื่อนบ้านอีกล่ะ ไม่เอาหรอก พ่อขออยู่อย่างนี้ก็แล้วกันนะเพลง ถ้ามันจะตายก็ให้มันตายอยู่ในนี้ก็แล้วกัน”
กำพลไม่วายที่จะตัดพ้อ เพราะการที่เขาจะเคลื่อนย้ายตัวเอง ที่เป็อัมพาตั้แ่่เอวลงไปนั้น เป็เื่ที่ลำบากไม่น้อยเวลาจะโยกย้ายตัวเองไปไหนแต่ละที เพราะต้องใช้คนที่แข็งแรงไม่น้อยกว่าสองคน ช่วยกันยกตัวเขา ให้ไปนั่งที่รถเข็น
“ไม่ลำบากหรอกค่ะคุณพ่อ เพลงบอกลุงโป่งไว้แล้ว เพื่อนบ้านเราก็เต็มใจมาช่วยนะคะ คุณพ่ออย่าพูดแบบนี้อีกนะ มันทำให้เพลงฟังแล้วหมดกำลังใจค่ะ” เธอบอกพ่อด้วยใบหน้าที่ยิ้มจางๆ
+++++
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ