เวลาผ่านไปหลายเดือนั้แ่วันนั้น เหตุการณ์นั้นได้กลายเป็จุดเริ่มต้นของมิตรภาพของพวกเขาสามคนทุกวันนี้ ความทรงจำที่เคยทำให้เขินอายกลายเป็สิ่งที่นึกถึงด้วยรอยยิ้ม ทั้งสามคน—พีทมีนา และอันนา—กลายเป็กลุ่มที่แทบจะแยกจากกันไม่ออก
มีนายังคงเป็คนที่สดใสร่าเริง และพูดคุยได้กับทุกคนในห้องอย่างไม่มีความเขินอาย ส่วนอันนาแม้จะยังคงเงียบและสุขุม แต่เมื่ออยู่กันแค่สามคน เธอก็พูดคุยมากขึ้นจนแทบจะกลายเป็คนละคนและเมื่อเธอเริ่มพูดก็แทบจะไม่มีใครสามารถหยุดเธอได้เลย ไม่ว่าจะเป็ทั้งเื่เล็กหรือเื่ใหญ่ก็ตาม
สำหรับพีทการปรับตัวเป็เื่ที่ต้องค่อยเป็ค่อยไป การที่จะตามทันพลังของพวกเธอเป็สิ่งที่ท้าทายในตอนแรกแต่พวกเธอก็ไม่เคยปล่อยให้เขารู้สึกเหมือนถูกทิ้งเลย พวกเธอจะดึงพีทเข้ามาร่วมสนทนาอยู่เสมอบางครั้งก็หยอกล้อเขาเวลาเผลอเหม่อลอย
การที่มีกันและกันกลายเป็กิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคยรอพบกันที่หน้าประตูโรงเรียนในตอนเช้า เดินไปห้องเรียนด้วยกัน และนั่งโต๊ะเดียวกันที่โรงอาหารทุกวัน
วันนี้ก็ไม่ต่างกันพวกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ มีนากำลังเขี่ยอาหารกลางวันไปมาอย่างไร้จุดหมายขณะที่อันนาก้มหน้าก้มตาอ่านโน้ตการเรียน บทสนทนาของทั้งสามก็หมุนรอบเื่เดียวกันกับที่ใครๆ ก็พูดถึง่นี้—การสอบปลายภาคที่ใกล้เข้ามา
“หลังสอบเสร็จพวกเธอมีแผนจะทำอะไรไหม?” อันนาถามขณะเงยหน้าขึ้นจากสมุดโน้ตของเธอ
มีนาถอนหายใจหมุนตะเกียบในมือ “พ่อฉันอยากให้ไปเยี่ยมญาติที่กรุงเทพฯ” เธอตอบน้ำเสียงบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้ตื่นเต้นกับแผนนี้เลย
“แล้วนายล่ะ?” อันนาหันไปถามพีท
“ฉันยังไม่มีแผนเลย” พีทตอบพลางรู้สึกหนักอึ้งขึ้นในใจเมื่อคิดถึงการไม่ได้เจอพวกเธอไปอีกสองเดือนใน่ปิดเทอม“แล้วเธอล่ะ?” พีทถามกลับหวังจะเบี่ยงเบนความสนใจ
“ฉันคงไม่ได้ไปไหนหรอก”อันนาตอบพร้อมยักไหล่ “คงแค่ช่วยงานที่ร้าน” เธอเว้น่ น้ำเสียงนุ่มลงเล็กน้อย“เราคงไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
คำพูดของเธอทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงทันทีความจริงของการปิดเทอมที่กำลังจะมาถึงเหมือนเงามืดที่เริ่มปกคลุม
“งั้นเราไปเที่ยวด้วยกันก่อนปิดเทอมดีไหม!” มีนาลุกขึ้น ใบหน้าสว่างไสวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอพูด
“ไปไหนดีล่ะ?” อันนาถาม สีหน้าของเธอดูสงสัยแต่ก็เริ่มสนใจ
“สวนน้ำไง!”มีนาเสนออย่างกระตือรือร้น ดวงตาเธอเป็ประกาย “ฉันเห็นโฆษณามันเมื่อวานนี้เพิ่งเปิดใหม่ตรงชานเมือง น่าสนุกดีนะ!”
อันนาลังเลเล็กน้อยแต่ไม่นานเธอก็พยักหน้า “โอเค” เธอตอบ ตกลงอย่างง่ายดายจนน่าแปลกใจ
มีนาหันไปทางพีทรอยยิ้มของเธอกว้างขึ้น “แล้วนายล่ะ? ไปด้วยใช่มั้ย?”
“ไปสิ” พีทตอบไปโดยมีเสียงที่ออกมาดูร่าเริงเกินจริง
“เยี่ยม!” มีนาปรบมืออย่างตื่นเต้นก่อนจะเริ่มวางแผนทันที
ในขณะที่พวกเธอพูดคุยถึงรายละเอียดวิธีการเดินทาง ค่าตั๋ว และสิ่งที่ต้องเตรียม พีทนั่งฟังอยู่เงียบ ๆพยายามซ่อนความกังวลที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
“ฉันจะทำยังไงดี?” พีทคิด หัวใจทรุดลงไปอยู่ตาตุ่มทุกครั้งที่พวกเธอพูดถึงสไลเดอร์น้ำหรือสระคลื่น โดยที่ในใจเขาอยากะโว่า“ฉันว่ายน้ำไม่เป็!”
มีนากำลังเล่าถึงสไลเดอร์ที่สูงที่สุดในสวนน้ำด้วยมือที่กวัดแกว่งไปมาอย่างมีชีวิตชีวาอันนาตั้งใจฟังอย่างจดจ่อและถามคำถามเื่ระยะการเดินทาง ขณะที่พีทนั้นพยายามนั่งนิ่งๆ และพยักหน้าตาม พวกเธอดูตื่นเต้นมาก และพีทเองก็ไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ
ใน่เวลานั้นพีทแอบมองไปที่มีนา รอยยิ้มกว้างของเธอและพลังงานที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้แม้แต่อันนา ผู้ที่ไม่ค่อยแสดงความตื่นเต้น ก็ยังยิ้มดูตื่นเต้นเอามาก ๆ เลย
เพราะพวกเธอ พีทตัดสินใจว่าจะหาทางออกให้ได้ไม่ว่าจะว่ายน้ำเป็หรือไม่ เขาจะไม่ปล่อยให้ความกลัวของตัวเองทำลายวันของพวกเขา
แต่เมื่อมีนาเริ่มพูดถึงสระคลื่นเทียมและห่วงยางที่ลอยในน้ำภาพความโกลาหลในหัวของเขากลับมาชัดเจนอีกครั้ง
“นี่ฉันเพิ่งตกลงอะไรไปเนี่ย?”