"ฉู่อี้! แกมัวยืนบื้ออยู่ทำไม!รีบช่วยฉันสิ! ฉันปวดท้องจะคลอดลูกของแกจนจะตายอยู่แล้ว"จ้าวเฟยเฟยกรีดร้องเสียงแหลม "ถ้าฉันตาย แกก็ไม่ได้ดีไปกว่าฆาตกรหรอก!"
จริงสินะ!คำว่าฆาตกรมันสามารถทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่งล่มจมได้ง่าย ๆ เลยล่ะ
คำว่า ‘ฆาตกร’ ที่เอ่ยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากปากของจ้าวเฟยเฟยมันสะกิดใจอันฉู่อี้ไปจังหวะหนึ่งทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า จะปล่อยให้หล่อนตายในคืนนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะหากคนในคอมมูนรู้ว่า เขาจงใจปล่อยให้หล่อนนอนตายทั้งกลมอยู่ที่นี่คนเดียวคนในคอมมูนจะต้องเอาเื่นี้ไปแจ้งต่อทางการ
สุดท้ายแล้วเขาก็จะโดนประกาศจับฐานความผิดเจตนาละเลยคนเจ็บกระทั่งปล่อยให้คนตายโดยไม่ให้ความช่วยเหลืออันฉู่อี้ไม่ได้ห่วงเมีย ไม่ได้กลัวเมียตาย แต่เขากลัวมีความผิดติดตัวต่างหาก
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวเหยียดอย่างหงุดหงิดใจ
"หุบปากซะ!"เขากระชากผ้าห่มผืนเก่า ๆ อีกผืนที่พาดอยู่ข้างก้อนฟางโยนลงไปคลุมร่างให้เธอแบบลวกๆ แล้วเดินหายไปโดยไม่พูดอะไรต่ออีก
สักพักหนึ่งเขาก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ตัดสายสะดือเด็กและผ้าห่อตัวสำหรับเด็กในตะกร้าหนึ่งใบ ใบหน้าของเขาดูบูดบึ้งเหมือนตูดลิงดูก็รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำลงไปล้วนจำใจทำทั้งสิ้นอันฉู่อี้วางตะกร้าสานใบนั้นลงบนเตียงเตาข้างกายเธอจนเกิดเสียงดัง ‘ปึก!’
"เอ้านี่!อุปกรณ์ก็หามาให้แล้ว ที่เหลือก็จัดการเองแล้วกัน”
“ช่วยผูกผ้าบนคานให้ฉันจับเบ่งคลอดหน่อย”จ้าวเฟยเฟยร้องขอเสียงสั่นเครือ
“อันโน้นก็จะเอา อันนี้ก็อยากได้ก็แค่เบ่งคลอด อะไรมันจะยุ่งยากขนาดนั้นวะ เฟยเฟย! เธอเป็ผู้หญิงไม่ใช่เหรอเื่คลอดลูกเป็หน้าที่ของผู้หญิง ทำไมต้องมาลำบากฉันด้วยถ้าแค่นี้คลอดเองไม่ได้ งั้นก็ตาย ๆ ไปซะ จะได้สิ้นเื่!!!"
นอกจากไม่ช่วยหาเชือกมาผูกขื่อให้ภรรยาเบ่งคลอดชายหนุ่มยังพ่นคำพูดสุนัขไม่รับประทานออกมาพรืดยาว ๆซึ่งสร้างความเคียดแค้นใจให้จ้าวเฟยเฟยเป็อย่างมาก
“อันฉู่อี้!ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว ไอ้สวะสารเลว” จ้าวเฟยเฟยกัดฟันพูดดวงตาของหล่อนที่จ้องมองเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเ็ปแค้นใจ
อันฉู่อี้เดินกลับไปนั่งที่มุมห้องมุมเดิมเขาเลือกหันหลังให้ภรรยา สองมือยกขึ้นปิดหูไม่ขอรับรู้เสียงร้องครวญครางอย่างเ็ปทรมารของหล่อน
จ้าวเฟยเฟยสิ้นหวังถึงขีดสุดความเ็ปทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจวินาทีนี้เธอตระหนักได้แล้วว่า ผู้ชายคนนี้เืเย็นยิ่งกว่าเดรัจฉานเสียอีก
‘คำก็แช่งให้ตายสองคำก็แช่งให้ตาย ได้! ถ้าแกไม่ช่วย ฉันจะรอดให้ดู คนอย่างฉันไม่ยอมตายง่าย ๆหรอก ฉันจะคลอดเด็กนี่ออกมา แล้วฉันจะหนีไปให้ไกลที่สุด!’
ด้วยแรงอาฆาตและสัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้จ้าวเฟยเฟยรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเืในปากเธอออกแรงเบ่งอย่างสุดชีวิต นิ้วมือทั้งสิบรวบกำผ้าห่มเน่า ๆแน่นจนข้อนิ้วมือขึ้นสีซีดจาง
ความรู้สึกตอนต้องคลอดลูกคนเดียวมีสามีก็เหมือนไม่มีมันช่างเป็สถานการณ์ที่โหดร้ายและโดดเดี่ยวเหลือเกินสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆอย่างหล่อน!
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...
เปรี้ยง!
ขณะที่จ้าวเฟยเฟยกำลังเบ่งคลอดอย่างทุกข์ทรมานจู่ ๆ ก็มีเสียงสายฟ้าฟาดดังมาจากด้านนอก ทั้งที่ไม่มีพายุฝนมีเพียงลมพายุหิมะเท่านั้น
“ฮึก! อื้ออออออ!”เสียงเบ่งคลอดของจ้าวเฟยเฟยดังแข่งกับเสียงสายฟ้าฟาดด้านนอกไม่นานเสียงเบ่งคลอดของหญิงสาวก็เปลี่ยนเป็เสียงกรีดร้องที่สะท้อนถึงความเ็ปอย่างแสนสาหัส
เปรี้ยง! เปรี้ยง!เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันสามครั้งราวกับเป็เสียงคำรามของทวยเทพที่กำลังจะบอกใบ้อะไรบางอย่างกับหล่อนแต่ทว่าจ้าวเฟยเฟยไม่มีเวลาและไม่มีสติสัมปชัญญะมากพอให้แบ่งสมองมาฉุกคิดเื่นี้นานนัก
หล่อนเอาแต่กัดฟันแน่นฝืนออกแรงเบ่งเฮือกสุดท้ายจนตัวโยน และแล้วทันใดนั้นเสียงร้องจ้าของทารกน้อยก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันที่มีแสงไฟเพียงริบหรี่
"อุแว้!อุแว้!"
ทารกน้อยตัวแดง ๆทั่วร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืและคราบน้ำคร่ำตอนนี้เด็กน้อยได้ไหลออกมาสู่โลกภายนอกไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
จ้าวเฟยเฟยที่อ่อนระโหยโรยแรงไปทั้งร่างค่อย ๆ ก้มลงมองตรงหว่างขาของตัวเองด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาหล่อนเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์บางอย่างที่สามีชั่วนำมาวางทิ้งไว้ให้จากนั้นกลั้นใจตัดสายสะดือด้วยมือของหล่อนเอง
จ้าวเฟยเฟยพอจะมีความรู้เื่ทำคลอดอยู่บ้างเพราะ่ก่อนที่จะมาคบหากับอันฉู่อี้เธอเคยไปทำงานเป็ลูกมือของหมอตำแยคนหนึ่งมาก่อน จึงสามารถทำคลอดเองได้หากเป็ผู้หญิงคนอื่นทำคลอดเอง ป่านนี้คงตายเป็ผีไปแล้ว
แม้ตอนนี้จ้าวเฟยเฟยจะอ่อนแรงขนาดไหนแต่หล่อนก็จำต้องหอบสังขารลุกขึ้นมาจัดการกับทารกน้อยที่อ้าปากร้องไห้ไม่หยุดคนนี้ให้เรียบร้อยซะก่อนไม่อย่างนั้นคืนนี้ทั้งคืนหล่อนคงนอนหลับไม่ได้แน่
“ไอ้สวะฉู่อี้เอ้ย!”จ้าวเฟยเฟยก่นด่าไปด้วยง่วนอยู่กับการจัดแจงเช็ดคราบเืและเช็ดคราบน้ำคร่ำออกให้ลูกสาวตัวน้อยแบบลวก ๆไปด้วย จากนั้นหล่อนก็จับเด็กน้อยใส่ห่อผ้าเน่า ๆ เพื่อให้มันเสร็จ ๆ ไป
“นังมารหัวขน แกชื่ออันเจียหลินก็แล้วกัน”จ้าวเฟยเฟยบ่นพึมพำกับเด็กน้อยในห่อผ้าแววตาของหล่อนที่จ้องมองใบหน้าของเด็กทารกแรกเกิดเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าและว่างเปล่าไม่มีความรู้สึกยินดีผสมปนเปอยู่ในนั้นเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว
ตอนนี้ทารกน้อยลืมตาขึ้นมาจ้องมองสบตากับคนเป็แม่ดวงตาดำขลับกลมโตคู่นั้นไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนเด็กแรกเกิดทั่วไป มันลึกล้ำสงบนิ่ง และเต็มไปด้วยความรู้แจ้งของผู้ที่บำเพ็ญเพียรมานานนับพันปี
อันเจียหลิน หรืออดีตเทพธิดาแห่งดอกเถาฮวา นาม หวังเปาเป่า แห่ง์เก้าชั้นฟ้าได้มาจุติแล้ว ััแรกที่เธอได้รับคือความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงแกนกระดูกและกลิ่นเหม็นสาบของมูลสัตว์ที่ชวนอาเจียน
นี่น่ะหรือคือโลกมนุษย์ที่เง็กเซียนฮ่องเต้ส่งเธอมาเกิด?
อันเจียหลินน้อยขยับแขนขาเล็กจิ๋วอย่างยากลำบากความทรงจำในอดีตชาติยังคงชัดเจนแจ่มแจ้งดั่งเพิ่งถูกถีบลงมาจาก์เมื่อครู่นี้เอง
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆห้องนอนที่มืดสลัว เห็นชายหนุ่มที่นั่งกอดอกด้วยท่าทางเมินเฉยสายตาของเขาที่มองมาหาหล่อนมันเต็มไปด้วยพลังงานของความเกลียดชัง
นั่นคือบิดาของเธอ? ผู้ชายที่คิดจะทิ้งลูกเมียเพื่อเอาตัวรอด!
อันเจียหลินเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งผ่อนลมหายใจรวยรินหลังจากคลอดเสร็จและต้องลุกขึ้นมาจัดการกับทารกเพศหญิงอีก
นั่นคือมารดาของเธอ? ผู้หญิงที่คิดจะทิ้งเธอไว้แล้วหนีตามผู้ชายอื่นไปอย่างหน้าตาเฉย
‘ช่างเป็วาสนาที่บัดซบจริงๆ’ อันเจียหลินคิดในใจ‘เง็กเซียนฮ่องเต้ท่านช่างสรรหาบิดามารดาให้ข้าได้เลวทรามสมคำคุยจริง ๆ’
ตอนนี้ทารกน้อยไม่ได้ส่งเสียงร้องไห้อีกแล้วความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องนอนขนาดเล็ก อันฉู่อี้และจ้าวเฟยเฟยต่างจ้องมองสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่เพิ่งเกิดมาด้วยความรู้สึกที่เหมือนๆ กัน
ในสายตาและในความรู้สึกของทั้งคู่ไม่มีความรักเจือปนอยู่เลย!
อันเจียหลินถอนหายใจในร่างทารกเธอรู้ดีว่าหากเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง คืนนี้อาจเป็คืนสุดท้ายของเธอในโลกมนุษย์ถึงเวลาที่จะต้องใช้ ‘พร์’ที่์มอบให้ให้เป็ประโยชน์เสียแล้ว
อันเจียหลินในร่างของทารกน้อยเมื่อใคร่ครวญคิดจนแตกฉานแล้ว ก็ไม่มัวรอช้าอยู่อีก เธอขยับเปลือกตาเบา ๆเพื่อปรับม่านตาให้มองเห็นภาพฉากตรงหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทารกน้อยไม่ได้ส่งเสียงร้องไห้โยเยเหมือนเด็กทั่วไปดวงตากลมโตดำขลับคู่นั้นกลับจ้องมองบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเขม็งช่างเหมือนกำลังเพ่งมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิติญญามนุษย์