เก็บพริกขาย
เช้าวันจันทร์ลูกจันทร์ต้องไปโรงเรียนตามปกติ เธอตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนที่แม่หวานรีดไว้ให้บนราว วันนี้มีพ่อแสนเดินไปส่งตามเคย พอถึงทางแยกในหมู่บ้านเธอก็เดินต่อไปเองคนเดียว พ่อแสนที่หิ้วหม้อแบตมาด้วยจะไปร้านขายของป้าแดงที่อยู่อีกทางเพื่อเอาหม้อแบตไปเสียบน้ำกลั่นไว้ ตกเย็นจึงจะมารับ
ครูเวรหน้าเสาร์ธงไม่ได้พูดอะไรมากเพราะเห็นเด็กนักเรียนร้อนก็รีบปล่อยแถวขึ้นห้องตามลำดับ
วิชาแรกใน่เช้าเป็วิชาพุทธศาสนา มีครูเหมียวที่สอนควบกับวิชาสังคมเป็ผู้รับผิดชอบ สมัยนี้ครูคนเดียวสามารถสอนได้หลายวิชาเป็เื่ปกติ
นักเรียนชั้นปอห้าหลับตานั่งสมาธิก่อนเริ่มบทเรียน ครูเหมียวที่กำลังหาเด็กนักเรียนไปแข่งท่องสรภัญญะก็เริ่มสอบถามเด็กๆที่มีแววในห้อง ใบเตยเองก็เป็หนึ่งในคนที่ถูกเลือกไปแข่งด้วยเช่นเดียวกัน ลูกจันทร์รู้ว่าเพื่อนของเธอชื่นชอบการร้องเพลงและเป็คนที่มีน้ำเสียงไพเราะ ครูเหมียวจึงให้ใบเตยไปแข่งขันรวมกับพี่ๆปอหกที่เลือกไว้แล้ว
เด็กสาวสองคนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปแข่งขันพร้อมกันในอำเภอ ครูเหมียวนัดแนะเด็กหญิงให้มาซ้อมกับพี่ๆหลังเลิกเรียนในวันพรุ่งนี้จนกว่าจะถึงวันเเข่ง ซึ่งใบเตยต้องแจ้งทางผู้ปกครองให้เรียบร้อยในวันนี้
จบคาบวิชาพุทธศาสนาที่ไม่ได้เรียนเนื้อหาใดๆ ก็ต่อด้วยคาบวิชาภาษาไทย เช่นเดียวกับวิชาก่อนหน้า ครูประจำวิชาเริ่มหาเด็กที่มีความสามารถไปแข่งขันทักษะวิชาการ เด็กปอห้าหลายคนก็ถูกเลือกเช่นกัน แต่คนที่ทำให้ลูกจันทร์ต้องแปลกใจก็คือเด็กชายไม้ที่นั่งข้างๆ เขาถูกเลือกให้ไปแข่งขันวิชาภาษาไทย ในการแข่งคัดลายมือ อย่าคิดว่าเขาจะเป็เด็กเกเรตัวแสบประจำห้องอย่างเดียวเด็ดขาด ลายมือเขาสวยยิ่งกว่าลูกจันทร์เสียอีก
เรียนต่ออีกหนึ่งคาบก็หมดเวลา่เช้า เสียงกริ่งพักเที่ยงดังขึ้นครูผู้สอนก็ทยอยปล่อยเด็กๆไปกินข้าวทีละห้องเพื่อไม่ให้ลงไปต่อแถวกันนาน
ลูกจันทร์พร้อมเพื่อนๆสะพายกระติบข้าวเหนียวและถือชามลงไปที่โรงอาหารเพื่อต่อแถวรับแกง
วันนี้เด็กสาวลองซื้อไก่ทอดชิ้นเท่ากำปั้นเด็กมากินหลังจากปฏิเสธการซื้อของใน่พักเที่ยงมาหลายวัน ไก่ทอดกับน้ำจิ้มหวานอร่อยเข้ากันจนต้องซื้อเพิ่มอีกชิ้น ลูกจันทร์ที่มีเงินซื้อแบ่งให้ใบเตยกับเพื่อนๆกินด้วย ต่างเลียนิ้วเสียงจ๊อบแจ๊บอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะพากันขึ้นห้องเรียนรอเข้าวิชาถัดไปตอนบ่าย
ตกเย็นหลังเรียนครูปราณีก็มาเรียกให้เธอไปพบที่ห้องพักครู เด็กสาวจะต้องฝึกซ่อมการพูดสุนทรพจน์เป็ภาษาอังกฤษจนถึงสี่โมงเย็น การแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษในเด็กชั้นประถมไม่ได้ยาก เป็คำศัพท์และประโยคใจความเดียวง่ายๆ ซึ่งครูปราณีช่วยแต่งให้ตามหัวข้อที่ทางคณะกรรมการกำหนดมา ลูกจันทร์จะต้องฝึกซ้อมให้คล่องแคล่วและเป็ธรรมชาติ
การแข่งขันพูดสุนทรพจน์จะต้องเตรียมตอบคำถามจากคณะกรรมการไว้ด้วย หลังจากพูดบนเวทีเสร็จ คณะกรรมการสามท่านจะเริ่มตั้งคำถามให้ผู้เข้าแข่งขันตอบ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องตอบเป็ภาษาอังกฤษเท่านั้น แม้เป็คำถามง่ายๆแต่เด็กหลายคนก็เคยประหม่าจนลืมคำศัพท์ คะแนนในส่วนนี้จึงหายไป
ลูกจันทร์ที่ใช้ภาษาอังกฤษเหมือนภาษาแม่ไม่ได้มีปัญหาอะไร เธอแค่แกล้งทำเป็ออกเสียงไม่ถูกเวลาเจอคำศัพท์ยากเพื่อไม่ให้ครูปราณีสงสัย แต่โดยรวมแล้วการฝึกฝนครั้งนี้เป็ไปด้วยดี ได้รับคำชมจากครูปราณีและครูท่านอื่นไม่น้อย
เดินออกจากโรงเรียนในเวลาสี่โมงนิดๆก็เห็นพ่อแสนสะพายสายหม้อแบตยืนรออยู่ด้านหน้าประตู ในมือมีถุงไข่และขนมสองสามห่อ เมื่อเห็นลูกสาวเดินออกมาก็ยิ้มรับ
ลูกจันทร์บอกพ่อกับแม่ไว้แล้วว่า่นี้จะต้องเลิกค่ำหน่อยเพราะต้องฝึกซ้อม พ่อแสนกับแม่หวานก็ไม่ได้ว่าอะไร มารอรับตามเวลาที่ลูกสาวเลิกซ้อมแทน
“หิวไหมลูก พ่อซื้อนมกับขนมไว้ให้หนูรองท้อง”
พ่อแสนส่งขนมกับนมในถุงส่งให้ลูกสาว แม้โรงเรียนจะแจกนม แต่นั่นก็แจกั้แ่บ่ายสองโมง ลูกจันทร์ที่หิวนิดๆรับมาพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเสียงหวาน แน่นอนว่าพ่อแสนที่เป็ทาสลูกสาวก็ยิ้มหน้าบาน สองพ่อลูกรีบเดินกลับบ้านเพื่อพักผ่อน
ลูกจันทร์กับพ่อมาถึงบ้านก็เห็นแม่หวานกำลังหาบถังน้ำไปรดผักในสวน แม้จะบอกว่าให้ลูกจันทร์รดน้ำผักที่ปลูกด้วยตัวเอง แต่แม่หวานที่เห็นลูกต้องไปเรียนแต่เช้า หลังเลิกเรียนก็ต้องฝึกซ้อมการแข่งขันจนเย็น กลับมาถึงบ้านก็มืดค่ำคงไม่มีเวลาหาบน้ำมารดผักแน่ๆ เธอจึงช่วยหาบน้ำมารดให้ ครั้งเห็นผักบุ้งที่งอกขึ้นมาจนทะลุฝางที่กลบไว้ก็ต้องแปลกใจ
ผักที่ลูกจันทร์ปลูกทำไมโตเร็วขนาดนี้
แม่หวานเอาฝางที่กลบหน้าดินออกจากแปลงผักเพื่อตรวจดูอย่างละเอียด ผักทั้งสามแปลงเติบโตเป็ต้นกล้าแข็งแรงแล้ว โดยเฉพาะผักคะน้าที่ต้องย้ายแปลงเพื่อไม่ให้ขึ้นจนแย่งสารอาหารกัน
ลูกจันทร์เห็นว่าผักของตนถูกเปิดเผยก็ยิ้มแห้งๆ เธอตัดสินใจเรียกพ่อกับแม่มานั่งคุยอย่างจริงจังบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน
เด็กสาวเล่าเื่มิติฟาร์มส่วนตัวของตนให้พ่อกับเเม่ฟังอย่างละเอียด ที่ควรเล่าก็เล่า ที่ควรเลี่ยงก็เลี่ยง พ่อแสนกับแม่หวานเผยสีหน้าตื่นตะลึงไม่อยากจะเชื่อ แต่พอเห็นเด็กสาวหยิบแตงโตออกมาจากความว่างเปล่าต่อหน้าก็ยอมเชื่อในที่สุด
เื่มหัศจรรยพันลึกแบบนี้ั้แ่เกิดมาพ่อแสนกับแม่หวานก็ไม่เคยเจอ พอลูกสาวเล่าจบก็ไม่รู้จะมีปฏิกิริยาอย่างไร อารมณ์ของแม่หวานปั่นป่วนทั้งดีใจและหวาดกลัวไปพร้อมกัน หากมีคนรู้เื่มิติฟาร์มของลูกสาว ลูกของเธอจะต้องถูกจับไปทดลองอะไรแปลกๆแน่ๆ แม่หวานปากคอลั่นระริกจับมือลูกสาวแน่น
“ลูกสัญญากับพ่อแม่ได้ไหมว่าจะไม่เปิดเผยเื่นี้กับใคร”
พ่อแสนเองก็ขมวดคิ้ว เขาพูดกับลูกจันทร์ด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็ครั้งแรก หากเื่นี้ถูกเปิดเผยออกไปก็ไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าลูกของเขาจะไม่ตกเป็เป้าของคนไม่ประสงค์ดี ดังนั้นเื่นี้ต้องเก็บเป็ความลับสุดยอด ห้ามเปิดเผยทุกกรณี
ลูกจันทร์เห็นพ่อกับแม่เป็ห่วงแบบนั้นก็ซาบซึ่งจนน้ำตาคลอ เธอมีพ่อแม่ที่ดีจริงๆ หากเป็คนอื่นบ้างทีอาจจะตาลุกวาบกับผลประโยชน์ไปแล้วก็ได้ แต่สิ่งที่พ่อกับแม่ให้ความสำคัญเป็สิ่งแรกคือความปลอดภัยของเธอ
แม้พ่อแสนจะไม่พูด เด็กสาวก็คิดเอาไว้แล้วว่านอกจากพ่อกับแม่จะไม่เปิดเผยให้ใครรู้เื่มิติฟาร์มของตน
“หนูรับปากพ่อกับแม่จ้ะ”
เด็กสาวพยักหน้าหนักแน่นให้สองคนคลายกังวลใจ แม่หวานปาดน้ำตาพร้อมดึงร่างเล็กของลูกสาวเข้ามากอด
“แม่อย่าร้องไห้เลยจ้ะ เป็เื่ดี ต่อไปครอบครัวของเราก็มีแต่จะร่ำรวยขึ้น”ลูกจันทร์กอดร่างผอมของแม่พร้อมกับเอ่ยปลอบโยนไปด้วย แม่หวานของเธอเติบโตมาในชนบท ถูกสั่งสอนให้ทำงานและใช้ชีวิตจากตายาย ไม่เคยออกไปเห็นโลกภายนอก ความสงบสุขคือความมั่นคง ครั้งเจอเื่กระทบจริงใจจึงมีน้ำตากันบ้าง
“ใช่ ลูกพูดถูกแล้ว เป็เื่ดี แม่อย่าทำให้ลูกใจเสียเลยนะ”
พ่อแสนลูบแผ่นหลังภรรยา น้ำเสียงเจือรอยยินดีเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ พ่อแสนเป็ผู้ชายจิตใจย่อมมั่นคงกว่าแม่หวาน ไม่นานก็ยอมรับความเปลี่ยนแปลงและกลับมาเป็ผู้นำอีกครั้ง
“จ้ะ แม่ไม่ร้องแล้ว”
แม่หวานผละออกก่อนจะลูบหน้าลูบตา ใบหน้าพลันมีรอยยิ้มแต่งแต้ม เธอจะต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องลูก หากมีคนมาทำอันตรายครอบครัวของเธอ เธอจะมัวแต่ร้องไห้ไม่ได้
“แม่หวานของหนูเก่งที่สุด มาสิจ๊ะ หนูจะให้ดูผักในมิติฟาร์ม”
เด็กสาวยิ้มแย้มก่อนจะหยิบผักในคลังออกมาวางบนแคร่ไม้ มิติฟาร์มของเธอไม่สามารถนำสิ่งมีชีวิตเข้าไปได้ พ่อกับแม่จึงไม่มีโอกาสเข้าไปเห็นแปลงผักที่เธอปลูกไว้
“นี่คือข้าวโพดหรือ ทำไมมันฝักใหญ่ขนาดนี้ละ”แม่หวานเห็นผักและข้าวโพดน้ำนมที่ลูกสาวเอาออกมาก็ต้องร้องอุทาน ผักกะหล่ำปลีหัวหนึ่งน่าจะหนักถึงสามกิโลกรัม ข้าวโพดก็ใหญ่เท่าท่อนแขนผู้ใหญ่ เม็ดสีขาวน้ำนมเรียงกันสวยงาม แม้แต่ใบก็ไม่มีรอยรอยของแมลงหนอนกัดกินเลย
“ใช่จ้ะแม่ ที่มิติฟาร์มเป็แหล่งเพาะปลูกชั้นเยี่ยม ลมฟ้าอากาศและดินเหมาะสำหรับการดูแลผักและเลี้ยงสัตว์ ตอนนี้หนูกำลังเลี้ยงไก่ไข่ วันเสาร์เราจะได้ขนไปขายที่ตลาดเช้าด้วย”
เด็กสาวเริ่มไล่ถึงแผนการของตนที่วางเอาไว้ให้พ่อกับแม่ฟัง สินค้าในมิติฟาร์มบางส่วนเธอจะแบ่งออกมาขายเพื่อหาเงิน ไม่ได้ขายให้ร้านค้าในระบบทั้งหมดเหมือนเดิม
สิ่งที่สามารถเอาไปขายได้ตอนนี้มีผัก ข้าวโพด แตงโมและไข่ไก่ นอกจากตลาดเช้าในหมู่บ้านเธอจะเอาไปขายในอำเภอด้วย
สามพ่อแม่ลูกเริ่มวางแผนทำเล้าไก่เพื่อซื้อไก่ไข่มาขายเพื่อบังหน้า ส่วนผักพวกเธอไม่ห่วงนักเพราะลูกสาวทำไปบ้างแล้ว หากคนถามก็สามารถบอกได้เต็มปากว่าปลูกเองเลี้ยงเอง
พ่อแสนเป็ห่วงภรรยากับลูกสาว บ้านของพวกเขาอยู่ท้ายหมู่บ้านห่างไกลจากชาวบ้านคนอื่นก็จริง แต่รั้วรอบขอบชิดไม่ได้ปิดบังภายในเลย การทำรั้วสูงจากอิฐบล็อกจึงเพิ่มขึ้นมาอย่างเร่งด่วนหลังจากขายผักและไข่รอบแรก
พริกในสวนและข้าวในนาที่ลูกจันทร์โรยปุ๋ยเร่งโตลงไปก็เริ่มโตขึ้นจากเดิมมาก พ่อแสนที่กำลังกังวลกับแปลงนาคลายใจลงได้เสียที กอข้าวสวยแข็งแรงรองรับรวงข้าวที่กำลังตั้งท้อง พวกแมลงหนอนที่เคยมาเจาะก็หายเกลี้ยง ไม่นานน่าจะเริ่มเหลือง พ่อแสนอาจจะต้องเก็บเกี่ยวก่อนชาวบ้านคนอื่น
แม่หวานเร่งเก็บพริกขี้หนูในสวนเพื่อนำไปขายในตลาดตามที่ลูกสาวบอก หลังจากลูกจันทร์ใส่ปุ๋ยเร่งโตแบบเจือจางลงไป ผลผลิตในรอบนี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้เกือบสิบตะกร้าเลยทีเดียว พริกแต่ละเม็ดมีขนาดใหญ่ ขั้วเขียว แตกต่างจากพริกที่ปลูกทั่วไปอย่างชัดเจน
พริกขี้หนูถูกบรรจุลงในถุงหิวจนเกือบเต็ม แม่ของเธอจะขายในราคาถุงเล็กห้าบาท ถุงใหญ่สิบบาท เป็ราคาปกติที่ขายกันในตลาดอยู่แล้ว กะว่าหากเหลือจากขายจะนำมาตากแห้งเก็บไว้ไม่เสียหายอะไร
ข้าวโพดน้ำนมฝักใหญ่จะขายแบบทั้งต้มแล้วและยังเป็ฝักสดๆสำหรับคนที่อยากซื้อไปแทะกินเลยและคนที่อยากนำไปทำขนม ด้วยฝักที่ใหญ่เท่ากับแขนของผู้ชายทำให้ได้ปริมาณมากกว่าข้าวโพดที่ปลูกทั่วไป แม่หวานจึงขายข้าวโพดที่ต้มแล้วสองฝักในราคาสิบบาท หากหักข้าวโพดหนึ่งฝักเป็ท่อนจะได้ปริมาณเท่ากับข้าวโพดทั่วไปสองฝัก เท่ากับว่าข้าวโพดที่แม่หวานขายแค่สองฝักปริมาณได้เยอะกว่าสี่ฝักที่ขายแบบทั่วไปอีก
ส่วนแบบที่ยังไม่ได้ต้มก็ใส่ถุงหูหิ้วจำนวนห้าหกฝักต่อถุง ขายในราคายี่สิบบาท ลูกค้าที่ซื้อไปต้องแบกกลับจนหลังแอ่น
ผักอื่นๆห่อด้วยใบตองและมัดด้วยตอกเป็กำๆ กำเล็กห้าบาท กำใหญ่สิบบาท อย่านำผักของเธอมาเทียบกับผักที่ปลูกทั่วไปด้านนอก ผักจากมิติฟาร์มต้นใหญ่ ใบเขียว ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ด้วยปริมาณผักกำเล็กห้าบาทที่ขายก็ได้เท่ากับผักทั่วไปที่ขายสิบบาท ส่วนกำใหญ่สิบบาทปริมาณเกือบครึ่งกิโลกรัม
กะหล่ำปลีนั้นขายหัวละยี่สิบบาท แม้จะดูเหมือนว่าแพงไปหน่อย แต่กะหล่ำปลีจากมิติฟาร์มหนึ่งหัวหนักถึงสามกิโลกรัม ในขณะที่กำหล่ำปลีทั่วไปหนักไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ
ไข่ไก่ที่ได้รอบนี้ลูกจันทร์ไม่อยากนำมาขายเยอะ เธอแบ่งมาเพียงห้าแผง แบ่งขายเป็ถุงให้คนที่ไม่อยากซื้อยกแผงด้วย สมัยนี้ไข่เป็ดไข่ไก่ราคาถูกมาก ไม่ค่อยได้กำไร เก็บเอาไว้แปรรูปอย่างอื่นดีกว่า
แม้บ้านของเธอจะไม่มีรถจักรยาน แต่มีรถล้อไม้ไว้ใส่ข้าวไปสีในหมู่บ้าน พ่อจึงขนข้าวของที่จะนำไปขายลงบนรถเข็นให้
ตลาดเช้าในหมู่บ้านจะเริ่มตั้งแผงั้แ่ตีห้า เป็ตลาดขนาดใหญ่ในตำบล ไม่ใช่แค่พ่อค้าแม่ค้าในหมู่บ้านอย่างเดียว ยังมีพ่อค้าแม่ค้าจากหมู่บ้านอื่นๆขับรถเอาของมาขายด้วย พ่อแสนต้องไปติดต่อคนดูแลตลาดไว้แต่วันศุกร์เพื่อเตรียมแผงตั้งขายของให้เมียกับลูก
ตลาดเช้าจะตั้งโต๊ะวางขายเป็แถวยาว โชคดีที่พ่อแสนได้ตรงร่มไม้มา พอสายหน่อยจะได้ไม่ร้อนเพราะที่บ้านยังไม่มีร่มใหญ่บังแดด
เช้าวันเสาร์ประมาณตีสี่ครึ่งแม่หวานกับพ่อก็เริ่มเตรียมตัวเพื่อเข็นรถไปตั้งแผงที่ตลาดให้ทันคนอื่น แน่นอนว่าการค้าขายครั้งแรกลูกจันทร์จะต้องไปด้วย เธอรีบตื่นมาล้างหน้าแปลงฟัน สวมเสื้อกันหนาวอีกชั้นเพราะกลัวลมเย็นตอนเช้าตรู่ จากนั้นก็เดินตามพ่อกับแม่ไป
แม้จะใกล้เช้าแล้วแต่ก็ยังมืดมองไม่เห็นทาง พ่อแสนใช้ไฟฉายส่องให้แสงสว่างก่อนจะค่อยๆเข็นรถไปตามทางลูกรังจนถึงตลาด
มาถึงตลาดก็เห็นรถยนต์หลายคันจอดเรียงรายเป็แถว บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเริ่มตั้งแผงกันแล้ว ลูกจันทร์เองก็ไม่รอช้า พวกเธอสามคนจึงช่วยกันวางผักและไข่บนโต๊ะที่เอามา
ตีห้ากว่าๆเสียงลูกค้าจากในและนอกหมู่บ้านก็เริ่มทยอยกันมา ลูกจันทร์กับแม่จึงเตรียมตัวรับลูกค้า ส่วนพ่อแสนกลับบ้านไปก่อน พอสายๆจะมาช่วยเก็บของ
“เอ๊ะ แม่เ้าลูกจันทร์ เธอก็มาขายของกับเขาด้วยหรือ”ลูกค้าแรกรายเดินเข้ามาตรงแผงผัก เมื่อเห็นว่าเป็แม่หวานของเธอก็ร้องทักทายเสียงดัง เป็ยายมอญที่อยู่บ้านใกล้ๆกับตายายของลูกจันทร์
“ใช้จ๊ะยายมอญ หาเงินเอาไว้ให้เ้าลูกจันทร์มัน ยิ่งโตก็ยิ่งใช้เงินทั้งนั้น ยายมอญได้อะไรบ้างแล้ว”
แม่หวานที่รู้จักกับยายมอญพูดคุยอย่างไม่เคอะเขินเพราะเป็คนรู้จักกัน
“โอย ฉันเพิ่งมา ยังไม่รู้จะซื้ออะไร กะมาหาพริกไว้กิน นี่ถุงเท่าไรละ มีแต่สวยๆทั้งนั้น”ยายมอญหยิบพริกในถุงขึ้นมาดู ครั้งเห็นพริกเม็ดใหญ่ใส่เกือบเต็มถุงก็สนใจ พอรู้ราคาว่าแค่สิบบาทก็ไม่ลังเลที่จะหยิบใส่ตะกร้าที่ตนกำลังถือ เห็นผักอย่างอื่นก็อุดหนุนไปหลายถุง รวมถึงไข่ไก่ด้วย
พอมีคนยืนหน้าร้าน ลูกค้าคนอื่นๆก็เริ่มเข้ามารุมตามธรรมชาติ เมื่อเห็นผักและข้าวโพดก็หยิบกันคนละถุงสองถุง ยิ่งผักราคาถูกคนก็ยิ่งชอบ
“ฉันเอาคะน้าสองกำ กะหล่ำปลีสองหัว พริกหนึ่งถุงนะแม่เ้าลูกจันทร์ อ๋อ ข้าวโพดต้มให้เ้าโชคด้วย”
ลูกค้าในหมู่บ้านมาช่วยซื้อกันหลายคน ต่างหยิบจับผักที่ตนชอบลงตะกร้าอย่างตื่นเต้น ผักพวกนี้สดมาก ต้นใหญ่ ใบเขียวสวยไม่มีรอยกัดกินของพวกหนอนแมลง น้ำหนักก็เยอะกว่าผักทั่วไป แม่บ้านที่เห็นจึงไม่รู้สึกว่าผักแพงไปแต่อย่างใด หากเทียบกับร้านอื่นแล้ว ผักแม่เ้าลูกจันทร์ราคาสิบบาทให้เยอะเท่ากับซื้อผักกำละห้าบาทสองกำจากร้านอื่น แถมไม่รู้จะสวยเท่านี้ไหม
แม่บ้านที่ออกมาจับจ่ายต่างหยิบของที่ตนชอบใส่ถุง สมัยนี้มีตู้เย็นกันแล้ว จะซื้อไปไว้ทำกินเยอะหน่อยก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเน่าเสียไว
ลูกจันทร์ที่ทำหน้าที่คิดเงินเอ่ยขอบคุณแทบไม่หวาดไม่ไหว แต่เห็นผักที่ตนขนมาเริ่มหายไปถึงครึ่งก็ใจชื้น เธอคิดเงินและทอนเงินอย่างคล่องแคล่ว แน่นอนว่าเธอต้องเสนอขายสินค้าอย่างอื่นเพิ่มด้วย ลูกค้าที่ถูกบริการอย่างดีก็เพิ่มโน่นเพิ่มนี่ตามที่แม่ค้าตัวน้อยเสนออย่างเต็มใจ ใครๆก็ชอบคนพูดดีพูดเพราะทั้งนั้น ยิ่งเป็เด็กสาวตัวน้อยพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ป้าๆก็แทบจะซื้อทุกอย่าง
“ขายดีเลยนะเ้าลูกจันทร์”
น้าพุดซ้อนที่ถือตะกร้ามาพร้อมกับเด็กๆทักทายเสียงใส เห็นเพื่อนกับหลานสาวขายของไม่ได้พักก็เข้ามาช่วย
“โชคดีที่ขายได้จ้ะน้าพุดซ้อน”
ลูกจันทร์ดื่มน้ำที่กรอกใส่ขวดติดมาด้วย เธอปาดเหงื่อเบาๆ ผักและพริกเหลือไม่กี่ถุงเท่านั้น ส่วนไข่ไก่กับข้าวโพดหมดไปตั้งนานแล้ว เรียกได้ว่าไม่พอต่อความ้าด้วยซ้ำ
“ดีๆ แล้วเหลืออะไรให้น้าบ้าง ได้ยินเด็กๆคุยกันเป็คุ้งว่าข้าวโพดฝักใหญ่หวานมาก เสียดายมาไม่ทันหมดก่อน”
“เหลือพริกกับผักจ้ะ ข้าวโพดวันนี้ต้มมาแค่ยี่สิบถุง แต่เดี๋ยวหนูเอาไปให้ใบเตยกับน้องภูผากินที่บ้านนะจ๊ะ”
ข้าวโพดของเธอขายดีมาก วางแปปเดียวก็หมด มีหลายคนที่มาไม่ทันก็บ่นเสียดาย
“ได้สิ เอามาให้น้าสักสามถุงนะจ้ะ”
ได้ยินว่าสามารถสั่งข้าวโพดน้ำนมฝักใหญ่ได้ คนที่อยู่รอบๆก็สั่งบ้าง ลูกจันทร์จดรายการสั่งซื้อไว้อย่างละเอียด สายๆตลาดเลิกเธอจะเอาไปส่งให้ที่บ้าน
ยืนขายกันไม่ถึงสิบนาทีผักและพริกที่เหลือก็ขายออกจนหมด นอกจากคนในหมู่บ้านแล้วยังมีคนหมู่บ้านใกล้เคียงอื่นๆด้วย ผักของเธอก็เลยขายหมดไว
พ่อแสนเดินมาถึงตลาดก็เห็นสองแม่ลูกเก็บของจนเสร็จแล้ว แม่หวานเดินตลาดซื้อของไปรอบหนึ่ง ได้ลูกชิ้นกับไก่ย่างมากิน
สามคนเข็นรถกลับบ้าน กินข้าวเช้าเสร็จแม่หวานจะต้มข้าวโพดใส่ถุงไปส่งตามบ้านที่สั่งไว้
ลูกจันทร์ที่ทำหน้าที่เก็บเงินเริ่มหยิบแบงค์และเหรียญในกระเป๋าออกมานับ พริกยี่สิบกิโลกรัม ข้าวโพดต้มยี่สิบถุง ข้าวโพดดิบสามสิบกิโลกรัม กะหล่ำปลีสิบกว่าหัว ผักอื่นๆรวมกันสี่สิบกำ ไข่ไก่สามแผง นับเงินที่ขายได้ทั้งหมดหนึ่งพันหกร้อยกว่าบาท
พ่อแสนกับแม่หวานตื่นเต้นดีใจที่สามารถขายของได้เงินเยอะขนาดนี้ นี่ต้องยกความดีให้กับผักในมิติฟาร์มของลูกจันทร์ที่ทั้งอวบทั้งใหญ่ ลูกค้าก็เลยชอบต่างซื้อไปกันคนละหลายถุง แถมยังแนะนำคนอื่นมาซื้อเพิ่ม มีหลายรายที่สั่งผักไว้วันเสาร์หน้าจะมาเอา
ลูกจันทร์เอาไข่ออกมาจากมิติฟาร์ม เธอจะเอาไปฝากน้าพุดซ้อนพร้อมกับข้าวโพด บางส่วนก็เอาใส่รถลากไปด้วยเผื่อขายได้เพิ่ม
สองแม่ลูกเข็นรถเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อส่งข้าวโพดตามรายการที่สั่ง ส่วนพ่อแสนนั่งผสมรำข้าวเพื่อนำไปให้ไก่ในเล้าที่เลี้ยงไว้ ่นี้ข้าวตั้งท้องเร็วกว่าปกติพ่อแสนต้องไปตัดไม้ไผ่มาทำตอกไว้มัดข้าวด้วย บ้างครั้งก็ต้องไปถางหญ้าเพื่อเตรียมไว้ทำลานตีข้าว ปกติแล้วพวกลานตีข้าวจะเตรียมประมาณเดือนพฤศจิกายน แต่เพราะปุ๋ยเร่งโตของลูกจันทร์จึงทำให้ข้าวสุกเร็วกว่าที่เคย พ่อแสนก็เลยต้องรีบจัดการไว้เพื่อให้ทันเกี่ยวข้าว
สมาชิกในบ้านต่างวุ่นวายกับธุระของตนแทบไม่ได้พัก พอตกเย็นก็นั่งล้อมวงกินข้าวก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน พ่อแสนบอกว่าพรุ่งนี้จะพาเข้าเมืองแต่เช้า
ลูกจันทร์ที่ไม่เคยเข้าไปในตัวอำเภอเลยั้แ่มาอยู่ที่นี่แอบรอคอยเล็กๆ เธอเริ่มโหยหาถนนและรถราขึ้นมาบ้างแล้ว
แม่หวานที่ได้ยินว่าสามีจะพาเข้าอำเภอพรุ่งนี้ก็วางแผนจะทอดเนื้อกับนึ่งข้าวเหนียวไปไว้กินด้วย เอาข้าวไปกินเองประหยัดกว่าไปซื้อเขา โดยเฉพาะข้าวของในอำเภอที่ราคาค่อนข้างแพงกว่าในหมู่บ้าน แม่หวานทำใจซื้อกินไม่ลง
ลูกจันทร์กับพ่อได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้แม่จัดการของเเม่ไป หากอยากกินอย่างอื่นก็ค่อยซื้อเพิ่มเอาทีหลัง
เช้าหกโมงตรงลูกจันทร์และพ่อกับแม่ก็มายืนรอรถโดยสารอยู่ที่หน้าร้านป้าแดง รถโดยสารจะผ่านเส้นนี้เข้าเมือง คนที่จะเดินทางสามารถมานั่งรอได้ รอบรถจะมีสามเที่ยวใน่เช้า และมีอีกที่เย็นนักเรียนเลิก
ป้าแดงเห็นสามคนพ่อแม่ลูกมายืนรอรถแต่เช้าก็ถามไถ่ตามปกติ
ปกติแล้วบ้านของลูกจันทร์ไม่ค่อยเข้าเมืองบ่อยนัก นานๆทีจะเข้าไปทำธุระเป็บางครั้ง น้อยมากที่จะไปทั้งพ่อแม่ลูกแบบนี้
"จะพาเ้าลูกจันทร์ไปเที่ยวในเมืองหน่อยจ้ะ บ่นว่าอยากไปเที่ยวนานแล้ว ไม่เคยพาไปสักที"แม่หวานตอบยิ้มๆ ป้าแดงเป็ญาติของครอบครัวเธอ เป็ลูกพี่ลูกน้องของแม่หวานเพราะพ่อของป้าแดงเป็พี่น้องกับตาของลูกจันทร์ ป้าแดงแต่งงานกับลุงเมศที่เป็ตำรวจมีลูกชายลูกสาวสองคน ต่างอายุมากกว่าลูกจันทร์สามปี คนที่ให้แม่หวานยืมเงินมาทำบ้านก็เป็ป้าแดงนี่แหละ วันไหนที่ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกจันทร์กิน ป้าแดงก็ไม่รังเกียจที่จะให้หยิบยืม บางครั้งยังให้หลานไปฟรีๆด้วย
"อ้าว รถมาพอดี เที่ยวให้สนุกนะเ้าลูกจันทร์"รถโดยสารสีน้ำเงินวิ่งมาจอดหน้าร้านเพื่อรับผู้โดยสารที่นั่งรอ บนรถมีผู้โดยสารหกถึงเจ็ดคนแล้ว พ่อพาลูกจันทร์และแม่ขึ้นไปนั่งบนรถ รถจะวนเข้าอีกหนึ่งหมู่บ้านก่อนจะเข้าเมืองไปจอดที่ตลาด ผู้โดยสารที่จะไปทำธุระต้องเร่งทำเวลาเพื่อกลับมาให้ทันรอบรถ่บ่าย
พ่อแสนพาพวกเธอเดินเข้าตลาดก่อนเป็อันดับแรก ลูกจันทร์้าขายไข่ไก่และผักผลไม้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เธอจึงให้พ่อกับแม่พาเดินไปถามว่ามีร้านไหน้ารับขายไข่ไก่หรือผักบ้างไหม นี่เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้เพราะลูกจันทร์อายุแค่สิบปี การทำการค้าบางครั้งต้องอาศัยความน่าเชื่อถือ มีพ่อกับแม่มาด้วยเธอจึงไม่ห่วงอะไรมาก
หลังจากเดินอยู่ครึ่งชั่วโมงก็มีสองสามเ้าในตลาดที่รับไข่ไก่ของเธอไว้เนื่องจากเห็นว่าฟองใหญ่ราคาไม่แพง เธอจึงขายไข่ไก่ให้ร้านละสิบแผงก่อน สมัยนี้ไข่ไก่ราคาไม่แพง ยิ่งเธอขายในราคาต่ำกว่าทุนก็ได้ไม่กี่บาทเท่านั้น แต่เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะตอนนี้มิติฟาร์มของเธอยังปลดล็อคได้แค่ไก่ไข่ ลูกจันทร์จึงเริ่มหาวิธีเพิ่มมูลค่าของสินค้าในคลัง
เด็กสาวชวนแม่ไปซื้อหม้อและซึ้งนึ่งขนมแบบอลูมิเนียมตราจระเข้ขนาดสี่สิบเิเซึ่งเป็ขนาดใหญ่มาก มีไม้พายและกะละมังเหล็กอีกสามสี่ใบ จากนั้นก็ไปสั่งแป้งและน้ำตาลทำขนมอย่างละสิบกิโลกรัม ภายในร้านมีอุปกรณ์ทำขนมอย่างอื่นอีกเยอะ ลูกจันทร์เห็นว่าน่าสนใจจึงซื้อมาไว้หลายอย่าง ซึ่งแม่หวานก็ไม่ได้ว่าอะไร ในเมื่อลูกสาวอยากได้เธอก็พร้อมจ่ายเงิน
ส่วนพ่อแสนนั้นแยกไปที่ร้านขายรถจักรยาน เงินจากการขายผักทำให้ครอบครัวตัดสินใจซื้อรถมาไว้ใช้ อย่างไรก็ดีกว่าให้ลูกเดินไปโรงเรียนตลอด อีกอย่างก็สะดวกกับการขายผักด้วย
จ่ายเงินเสร็จสองแม่ลูกก็พากันไปที่ร้านขายเสื้อ งานบุญเข้าพรรษาใกล้เข้ามาแล้วแม่ของเธอควรมีเสื้อใหม่สวยๆไว้ไปวัดสักตัว
ลูกจันทร์เองก็ได้กางเกงขาสั้นสองตัวและขายาวหนึ่งตัว แม่หวานยังเลือกเสื้อสีขาวไว้ให้พ่ออีกสองตัว เมื่อออกจากร้านก็เห็นพ่อแสนขี่จักรยานเข้ามา จักรยานคันใหม่สีฟ้าดูแข็งแรงทนทาน เด็กสาวจึงให้พ่อซื้อสูบและที่ปะยางไปพร้อมด้วยเลย ถนนชนบทขรุขระอาจทำให้ยางรั่วซึมได้ง่าย การปะปางรถจักรยานก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร
เมื่อได้ข้าวของที่้าครบแล้วก็นำมากองรวมกันไว้ตรงจุดรอรถ บ่ายสามโมงจะมีรถรอบแรกวิ่งเข้าในหมู่บ้าน ลูกจันทร์จึงต้องมารอเร็วหน่อย
โปรดติดตามตอนต่อไป