บทที่ 16 ความรู้เหนือชั้น
ภายในป่ารกทึบบรรยากาศเยือกเย็นกู้หลินที่เดินนำหน้าหัวใจเต้นตึกตักเมื่อััได้ถึงอาการสั่นของกำไลหยกบนข้อมือเล็ก
ในขณะที่ทุกเดินตามกู้หลิน หลี่เหว่ยที่เดินอยู่ด้านหน้าก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดอยู่กับที่เมื่อชาวบ้านมองเห็นก็ชะงักฝีเท้าและปิดปากสนิท ภาย ในใจเกิดความหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า
อาจารย์หลี่กับหลี่เหว่ยก้มลงเอาหูแนบไปกับพื้นดินอยู่ชั่วขณะจากนั้นดวงตาของทั้งสองวาบขึ้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยินจากพื้นดินเสียงชัดเจน
“มีเสียงน้ำไหลอยู่ข้างหน้า ข้าคิดว่าน่าจะเป็น้ำตกพวกเราเดินต่อไปอย่าส่งเสียงรบกวนสัตว์ป่า”
ชาวบ้านได้ยินเสียงบอกจากอาจารย์หลี่ก็หันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจและสาวเท้าตามเขาไปอย่างระมัดระวัง
เสียงน้ำตกจากที่สูงดังขึ้นเรื่อย ๆบรรยากาศรอบบริเวณคล้ายหมอกขาวปกคลุมหนาแน่นไปทั่วบริเวณ
กำไลหยกในข้อมือของกู้หลินส่งแสงประกาย เจิดจ้าพุ่งตรงไปที่บริเวณป่าไม้หนาแน่นหญิงสาวรีบวิ่งตามแสงสีเขียวอย่างรวดเร็ว พอพ้นจากป่ารกที่มีต้นไม้ใหญ่โอบล้อมกู้หลินก็เบิกตากว้าง
“ข้าเจอน้ำตกแล้ว....ข้าเจอน้ำตกแล้ว”
เสียงของกู้หลินเรียกหลี่เหว่ยและทุกคนที่กำลังวิ่งตามเร่งฝีเท้าตามเสียงของเธอไป
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าของทุกคนสะกดสายตาของพวกเขาให้เบิกกว้าง
น้ำตกขนาดใหญ่ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูงชัน สายน้ำสีขาวโพลน ตัดกับสีเขียวชะอุ่มของป่า ละอองน้ำกระจายไปทั่วบริเวณสร้างความสดชื่นและเย็นสบาย แสงแดดที่ส่องกระทบกับละอองน้ำทำให้เกิดเป็สายรุ้งสวยงามราวกับสรวง์
ชาวบ้านต่างส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจ และความดีใจ พวกเขาวิ่งกรูเข้าไปใกล้น้ำตกเพื่อััความเย็นฉ่ำของสายน้ำ บางคนล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำตก บางคนนั่งพักผ่อนชื่นชมความงามของธรรมชาติ
“น้ำตกจริงๆ ด้วย ความฝันของคุณหนูกู้ช่างแม่นยำราวกับเทพเซียนมาบอก”
เสียงเซ็งแซ่ด้วยความดีใจสรรพนามที่เรียกคนตระกูลกู้ก็เปลี่ยนไปกลายเป็คุณหนูไปแล้ว
อาจารย์หลี่ หลี่เหว่ย และกู้เฉินเผยรอยยิ้มกว้างเมื่อจุดหมายปลายทางถูกค้นพบแล้ว ทั้งสามหันไปมอง กู้หลินที่ยืนมองน้ำตกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แววตาของเธอฉายความภาคภูมิใจที่ความฝันของเธอเป็จริงแล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมกับน้ำตกชาวบ้านคนหนึ่งก็ชูบางสิ่งขึ้นมา
“นี่มันอะไรกัน เหมือนหอยแต่ผิวลื่นมันวาวงดงามข้าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
กู้หลินขยับเข้าไปใกล้ทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของชายคนนั้นตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความยินดี
“นี่คือหอยกาบน้ำจืดหรือเรียกว่าหอยมุกน้ำจืด ข้าจะนำไปประดับเครื่องเรือนที่จะขายให้เถ้าแก่มู่ขอให้พวกท่านช่วยกันเก็บใส่ตะกร้าคนละนิดละหน่อย ไม่ต้องเอาไปมากที่เหลือปล่อยให้พวกมันขยายพันธ์ต่อไป”
อาจารย์หลี่ได้ยินลูกศิษย์เอ่ยถึงหอยมุกน้ำจืดเขาก็หยิบขึ้นมาดู สายตาของเขามองเปลือกหอยที่วาววับ ล่อตา แล้วพูดกับกู้หลิน
“เปลือกหอยพวกนี้สวยมากหากสามารถนำไปทำเครื่องประดับ คงจะเป็ที่นิยมไม่น้อย”
กู้หลินยกยิ้มในความคิดของอาจารย์หลี่ที่เขาช่างมองทุกอย่างลึกล้ำ จึงเอ่ยสนับสนุนความคิดของเขาทั้ง ๆที่เธอเตรียมจะทำสิ่งนี้อยู่แล้ว
“จริงของอาจารย์ถ้างั้นข้าจะลองคิดหาวิธีทำดูถ้าหากทำได้ต่อไปหมู่บ้านของเราจะต้องเจริญรุ่งเรืองแน่นอน”
อาจารย์หลี่สะดุดหูคำว่า“เจริญรุ่งเรือง” ของ กู้หลินซึ่งหมายถึงว่าความเจริญจะต้องมาพร้อมกับจำนวนคนมากที่จะเข้ามาในหมู่บ้านจนอาจมีใครบางคนเข้ามาพบเขาที่นี่
“ให้มันเป็เื่ของอนาคตเถิดตอนนี้ดูแลปากท้องของชาวบ้านที่นี่ก่อน”
อาจารย์หลี่ปัดความคิดในหัวทิ้งโดยไม่รู้ว่า หลี่เหว่ยแอบสังเกตุเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปชั่วขณะของบิดา
ชาวบ้านเมื่อได้ยินกู้หลินบอกก็ต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น แล้วรีบลงไปเก็บหอยมุกด้วยความระมัดระวัง พวกเขาเลือกเก็บเฉพาะหอยมุกที่สมบูรณ์และปล่อยหอยขนาดเล็กไว้ให้เติบโตต่อไป
ในระหว่างที่ชาวบ้านกำลังเก็บหอยมุกกู้หลินแสร้งทำเป็เหนื่อยและถอยหลังไปนั่งที่ริมฝั่งแล้วหลับตาคล้ายกับเหนื่อยล้าแต่ในความเป็จริงเมื่อนางเห็นน้ำตกขนาดใหญ่ ก็คิดหาวิธีจะนำน้ำไปใช้ในหมู่บ้านหุบเขาแต่เพราะน้ำตกอยู่ไกลจากหมู่บ้านต่อให้ใช้เครื่องมือทันสมัยในโลกปัจจุบันก็ยังต้องใช้เวลาและกำลังทรัพย์มหาศาลหญิงสาวจึงลองเสี่ยงระลึกถึงชายชรา และเอ่ยขอความช่วยเหลือต่อกำไลหยก
“ไม่ว่าท่านผู้เฒ่าจะเป็ใครเป็เทพเซียนหรือเทวดาอย่างที่ทุกคนเรียกขาน ข้า “อัจฉรา”ผู้ข้ามมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงในโลกโบราณแห่งนี้มีใจบริสุทธิ์อยากช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้านให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปีให้ชาวบ้านมีน้ำไว้สำหรับเพาะปลูกพืช และใช้เลี้ยงสัตว์เพื่อให้พวกเขามีอาหารประทังชีวิตขอให้ท่านได้โปรดช่วยเบิกทางน้ำตกนี้ ให้ไหลลงไปถึงหมู่บ้านด้วยเถิด”
เมื่อลืมตาขึ้นกู้หลินก็รู้สึกถึงความสั่นะเืของกำไลหยกจึงก้มลงมองแล้วก็เห็นแสงชี้ทางไปที่ปลาย ลำธาร
กู้หลินรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปหาพี่ชายอาจารย์หลี่และหลี่เหว่ยซึ่งนั่งพักรอชาวบ้านเก็บหอยในลำธาร
“อาจารย์พวกเราเดินไปสำรวจปลายทางของ ลำธารดีหรือไม่ บางทีอาจจะพบเส้นทางไหลของน้ำ ที่ทอดยาวไปถึงตีนเขาในหมู่บ้านเราก็ได้”
อาจารย์หลี่รีบลุกขึ้นยืนในทันทีภายในใจรู้สึกละอายใจที่ตนเองเป็ถึงอาจารย์แต่กลับไม่เคยคิดหาทางช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้าน
“ไปสิ”
หลี่เหว่ยรีบเดินนำหน้ากู้หลินเพราะไม่อยากให้นางเผชิญกับอันตรายซึ่งหญิงสาวเมื่อมองเห็นก็อดที่จะเอ็นดูหนุ่มน้อยไม่ได้
ทั้งสี่เดินไปตามลำธารจนถึงแอ่งน้ำขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งมองดูคล้ายกับน้ำตกจะไหลมารวมที่นี่และสิ้นสุดสายธารที่นี่แต่เมื่อกู้หลินมองเห็นแสงสีเขียวมรกตที่ชี้ไปยังต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มพาดอยู่เบื้องหน้ามาหลายปีจนตะกอนทับถมกลายเป็สันเขื่อนที่ขวางไม่ให้น้ำไหลต่อไปก็ได้แต่นิ่วหน้าอย่างไม่ชอบใจ
“นี่มันเขื่อนธรรมชาติบนูเานี่นามิน่าล่ะน้ำตกถึงไม่ไหลลงไปข้างล่าง เพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทางมานานแล้วนี่เองแล้วจะทำยังไงดีล่ะท่านเซียน”
กู้หลินคิดอย่างไม่ชอบใจโดยไม่รู้ว่าหลี่เหว่ยมองใบหน้าที่ดูหงุดหงิดของนางอยู่
“เ้าอยากทำอะไรที่ตัวเองทำไม่ได้อย่างนั้นหรือถึงทำหน้าแบบนั้น”
น้องสาวของกู้เฉินหันมามองอีกฝ่ายที่ถามราวกับ้าช่วยเหลือก่อนจะถอนหายใจแล้วตอบอย่างหมดหนทาง
“ท่านเห็นสันกั้นน้ำขนาดใหญ่นั่นไหมข้าคิดว่าเป็เพราะสันแห่งนั้นกั้นน้ำบนูเาไม่ให้ไหลลงไปที่หมู่บ้านทำให้แหล่งน้ำในหมู่บ้านแห้งขอด และไม่มีน้ำกินน้ำใช้มาหลายปีแต่ถ้าหากสามารถทำลายสันกั้นน้ำนั้นได้ต่อไปหมู่บ้านของเราก็จะไม่แห้งแล้งอีกต่อไป แต่ใครจะมีความสามารถเช่นนั้นเล่าและจะต้องใช้เวลานานเท่าใดถึงจะสำเร็จ”
เสียงท้อแท้ของกู้หลินเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าของหลี่เหว่ยภายในใจคิดอยากโชว์ความสามารถให้ หญิงสาวได้เห็นสักครั้งจึงถอยหลังไปหาบิดาที่ยืนฟังอยู่ด้านหลัง
“ท่านพ่อ”
เพียงเสียงเรียกขานอาจารย์หลี่ก็รู้ว่าลูกชายนอกไส้ของเขาคนนี้้าแสดงความสามารถให้กู้หลินเห็นและขอความเห็นจากเขาอาจารย์หลี่จึงมองไปที่สันเขื่อนขนาดใหญ่ก็รู้สึกลังเลว่าจะเกินความสามารถของหลี่เหว่ยหรือไม่แต่ก็พยักหน้าอนุญาต ก่อนจะเดินไปหากู้หลิน
“อาหลินเ้าก็รู้ว่าอาเหว่ยมีวรยุทธ์เ้าจะลองให้เขาใช้กำลังภายในทลายเขื่อนนี้ดูหรือไม่”
กู้หลินหันขวับไปมอง
“โอ้...ท่านอาจารย์ข้าช่างโง่เขลานัก ข้าลืมไปสนิทเลยว่าท่านอาจารย์กับพี่เหว่ยมีวรยุทธ์เพียงเขื่อนนี้คงไม่เป็ปัญหาสำหรับพวกท่าน ถ้างั้นเชิญพี่เหว่ยเลยเ้าค่ะชาวบ้านเก็บหอยเสร็จขึ้นฝั่งหมดแล้ว”
กู้หลินหันไปมองชาวบ้านก็เห็นว่าขึ้นฝั่งหมดแล้วก็หันไปยิ้มกว้างให้หลี่เหว่ยอย่างประจบประแจง
ทุกคนถอยขึ้นริมตลิ่งหลี่เหว่ยยืนอยู่ด้านหน้าแล้วรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือก่อนจะซัดไปที่สันเขื่อน
“ตูม”