เด็กสามขวบ
ใครๆ ก็เรียกแบบนั้นเด็กก็คนคนนึงแล้วมั้ยล่ะ ถ้าไม่เกรงใจคาร์ลกับชาร์มนะจะประกาศลงโซเชียลทั้งหมดเลยว่าเราอ้ะ
หลานนักบวชกับหลานนายอำเภอเมืองนี้นะเว่ย
เรามันหล่อเหมือนพ่อฉลาดเหมือนแม่นิสัยเงียบขรึมสง่างามดึงหน้าตึงๆ เข้าไว้มันจะได้ดูน่าเคารพเหมือนชาร์ม
แล้วก็ทำอะไรคล่องแคล่วว่องไวฉลาดแกมโกงเก่งรอบด้านน่ะเราก็เลียนแบบคาร์ลมา
ทำไมถึงไม่เรียกพ่อแม่ แด๊ด,มัม หรือแทนตัวเองด้วยคำน่ารักๆ?
นี่คุณ!
ผมเป็ลูกผู้มีอิทธิพลแห่งยุคนะจะมานั่งเล่นก๊อกๆ แก๊กๆ เล่นหุ่นยนต์กินขนมแล้วจะดีใจเนื้อเต้นงี้เหรอ? มันไม่เท่!!
"คิลเอาไอติมรสอะไรดี?"
"สตอว์เบอรี่! บอกไม่เคยจำ"
ถึงไหนแล้วนะ? อ้อ~ใช่อย่าไปดีใจกับของเล่นกับขนมที่ผู้ใหญ่เอามาล่อเพื่อให้เราทำอะไรที่เขาอยากให้เราทำ ต้องมีความเป็ตัวของตัวเองเข้าไว้!
"คาลเราว่าไปเล่นชิงช้ากันเถอะสไลเดอร์คนเยอะจัง~"
"นายนี่มันเื่มากชะมัดเลยตามมา!"
อ้อ~ลืมบอกนี่เบ๊ในโรงเนียนเตรียมอนุบาลของเราเองชื่อโอเล่ แมคคาเอล ไอ้เด็กหัวขาวปุ๊กลุกเดินตามผมเตาะแตะเหมือนเต่าชอบทำตัวมุ้งมิ้งเหมือนเด็กน้อย? น่ารำคาญชะมัด!
เอาเถอะจะช่วยคบๆ ให้ก็แล้วกันเห็นโดนแกล้งบ่อยหรอกนะสมเพช~
"คาลพวกพรีมมองมาทางพวกเราด้วยต้องมาแกล้งพวกเราแน่เลยไปกันเถอะเราไม่อยากโดนผลัก
"นั่งลงไปเลยกลัวอะไรกะอีแค่เด็กไม่กี่คนกระจอก! นายรู้ไหมเราลูกใคร?"
"รู้สิ~คิลีบอกตลอดนี่นา"
ในขณะที่จะอ้าปากอวดสรรพคุณบรรดาพ่อสุดเท่เด็กหน้าเหวี่ยงก็ต้องกรอกตาไปหนึ่งรอบถ้วนเมื่อได้ยินเสียงของเด็กปลากระป๋องสามแม่ครัวเข้ามาทัก
"เห้ยไอ้เตี้ยลงจากชิงช้าของเราเดี๋ยวนี้เราจองไว้และจะเล่นมันตอนนี้!"
"พ่อนายมาสร้างไว้หรือไงมีสิทธิอะไรมาสั่งเราไสหัวไปไกลๆ เลยไป!"
"ปากดีนักนะ พวกเราแกว่งชิงช้ามันแรงๆ ให้มันร่วงไปเลย!"
"เฮฮฮฮฮ~"
ว๊ากกกกกก!!!
แง๊งงงงงงงง!!!!
คุมคูค้าบบบบบ!!
กลุ่มเด็กเตรียมอนุบาลห้าคนยืนก้มหน้าก้มตากันที่ห้องฝ่ายปกครองมีเพียงเด็กชายคิลีที่ยืนเชิดหน้ากอดอกอยู่ตรงกลางด้วยท่าทางเบื่อหน่ายโดยมีเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวอยู่ทางฝั่งซ้ายยืนก้มหน้ากุมมือทั้งสองข้างไว้กลางเป้ากางเกงร้องไห้สะอึกสะอื่นจนโดนเพื่อนรักอย่างคิลีส่งเสียงจิ๊จ๊ะรำคาญใส่
อีกฝั่งเป็คู่อริที่ผลักกันจนเสื้อผ้าเปื้อนดินเปื้อนทรายยืนก้มหน้าสลดกันสภาพแต่ละคนเสื้อผ้ามอมเเมมเต็มตัวไปหมด
สักพักหนึ่งผู้ปกครองของเด็กทั้งสี่คนก็มาถึงโรงเรียนอนุบาลชั้นนำแห่งเมืองนี้ มีเพียงผู้ปกครองของเด็กชาย คาร์บอน คิลีเท่านั้นที่ยังไม่มา
"ที่โรงเรียนคัดเด็กเข้ามาเรียนจากอะไรทำไมถึงปล่อยให้ครอบครัวที่มีเด็กอันตรายแบบนี้เข้ามาเรียนกับลูกๆ ของพวกผม ท่าทางอันตพาลไม่มีสัมมาคารวะที่บ้านคงใช้ความรุนแรงเป็เื่ปกติสินะ ผู้บริหารโรงเรียนควรจะหารือกันได้แล้วนะครับว่าห้ามครอบครัวที่มีแนวโน้มไม่เหมาะสมเข้ามาเรียนที่นี่!!"
"นั่นน่ะสิคะลูกชายของดิชั้นเป็คนเรียบร้อยพูดน้อยน่ารักตลอดตอนอยู่ที่บ้าน โรงรียนกำลังจะทำให้ลูกของดิชั้นรู้สึกไม่ปลอดภัยเเละเกลียดกลัวการเข้าสังคมในโรงเรียนนะคะ"
"โอเล่ลูกหนูเจ็บตรงไหนมั้ย?"
"มัมมี้โอเล่ไม่เจ็บแต่เล่กลัวเขาแก่วงชิงช้าเร็วเกินปายฮือออออ~"
"เพื่อนก็แค่แกว่งชิงช้าให้ต้องผลักกันแรงขนาดนี้เลยหรือไงพ่อแม่นี่ต้องสอนลูกยังไงถึงเป็เด็กแบบนี้ได้"
"แล้วคุณเป็ผู้ปกครองยังไงถึงสอนให้ลูกทำอะไรที่เพื่อนไม่ชอบแบบนี้ไม่ดูเผด็จการไปหน่อยเหรอ!"
เสียงโหวกเหวกโวยวายกันในห้องปกครองของโรงเรียนเตรียมอนุบาลใจกลางเมืองแห่งหนึ่งดังอึกทึกจากการมารวมตัวกันของผู้ปกครองที่เด็กมีประเด็นทะเลาะเบาะเเว้งสัใช้ความรุนแรงกัน
ครู่หนึ่งเสียงรถสองคันที่แล่นมาด้วยความเร็วเสียงจอดรถเกิดเสียงดังสนั่นหน้าโรงเรียนแห่งนี้
เอี๊ยดดดดดดดดด!!ปึง! ปึง!
เสียงปิดประตูตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ของคนสองคนจากรถคนละคัน
คันหนึ่งเป็รถอีโคคาร์สีขาวธรรมดาอีกคันเป็รถโรลสรอยคันโตสีดำสนิท
ร่างสูงสมส่วนผมสั้นสีดำสวมหมวกและเสื้อผ้าตัวหลวมสีขาวก้าวขาเรียวยาวเข้าไปภายในโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่คุ้นเคยด้วยสายตาแน่วแน่
ตามมาติดๆ ด้วยชายหนุ่มกล้ามโตร่างสูงใหญ่ผมยาวสีควันบุหรี่ถูกมัดไว้อย่างหลวมๆ เสื้อเชิ้ตสีดำขลับไม่กลัดกระดุมครึ่งตัวเปิดเปลือยแผงอกล่ำสันชวนมอง แว่นกรอบสี่เหลี่ยมรับกับสันจมูกโด่งเป็อย่างดี กางเกงยีนรัดรูปสีดำแนบไปกับท่อนขาหนาเเกร่งภายในขายาวๆ นั่นตรงดิ่งไปที่เดียวกันกับคนชุดขาว
"ไม่ทราบว่าคิลีมีปัญหาอะไรกับใครครับ?"
คนทั้งคู่เดินมาถึงด้านในท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมองคนร่างสูงโดดเด่นคนละแบบไม่ต่างจากนายแบบนิตยาสารดังจนคุณครูต้องพูดขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าบรรดาผู้ปกครอง
"ค่ะ ..ที่เราต้องโทรหาผู้ปกครองเพราะ้าให้เข้ามาพูดคุยร่วมกันว่าบุตรของผู้ปกครองมีพฤติกรรมรุนเเรงกับเพื่อนๆ นะคะ เด็กชายคาร์บอน คิลีผลักเพื่อนทั้งสามคนที่มาแกว่งชิงช้าของตนกับเพื่อน มีการปาใบไม้ใส่เพื่อนและใช้เท้ายันก้นเพื่อนเพราะถูกล้อว่าพ่อแม่แยกทางกันค่ะ"
"ลูกทำแบบนั้นเหรอคิลี?"
"ใช่ เราทำ"
"ผู้ปกครองก็หน้าตาท่าทางดีขนาดนี้ทำไมลูกเป็แบบนี้เนอะ"
"ผู้ปกครองเป็ผู้ชายทั้งคู่เป็เด็กหลอดแก้วหรือรับเลี้ยงมาหรือเปล่าเถอะคงไม่ใช่ลูกแท้ๆ หรอก"
เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่แต่ได้ยินไปทั่วบริเวณจนคนเป็แม่อย่างชาร์มขมวดคิ้วหันหน้ามองไปยังกลุมผู้ปกครองทั้งสามเอ่ยปกป้องลูกชัดถ้อยชัดคำ
"คิลเป็ลูกแท้ๆ ของผมครับผมตั้งท้องมาด้วยตัวเอง"
"ใช่ครับพวกผมตั้งใจทำลูกคนนี้กันมากไม่งั้นคงไม่เก่งและหล่อแบบนี้เนอะลูก"
คาร์ลสัมทับภรรยาอีกเสียงพร้อมทั้งอุ้มลูกชายขึ้นมาเกี่ยวเอวคนข้างๆด้วยท่าทางกวนกลับไป
"เราอยากลับบ้านแล้วคาร์ลบอกครูที"
"ผมต้องจ่ายค่าทำขวัญอะไรให้ผู้ปกครองมั้ยครับพวกเรามีงานด่วนคงต้องขอรับลูกกลับไปพร้อมกันเลย"
"ไม่มีใครมีาแหรือได้รับาเ็นะคะแต่เสื้อผ้าจะเปื้อนหน่อยคงต้องรบกวนคุณผู้ปกครองช่วยอธิบายเื่การเข้าสังคมเพื่อนฝูงและการควบคุมอารมณ์ของน้องด้วยนะคะ"
"ได้เลยครับคุณครูสุดสวยผมต้องขอตัวก่อนนะครับ~"
ผู้ปกครองชุดดำโอบเอวคนชุดขาวอุ้มลูกชายตัวมอมแมมขึ้นมาจับแต่งทรงผมแสนหวงให้เข้าที่เข้าทางโดยตนเองเป็ฝ่ายเจรจากับครูและผู้ปกครองคนอื่น
เสียงซุบซิบเสียงดังจนเด็กชายคิลีมองตาขวางกับคำพูดที่ว่าไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่มันทำหให้เด็กน้อยกำมือแน่น
คืลีไม่ชอบคำนี้เอามากๆ เพราะพ่อแม่เขาแยกกันอยู่ทั้งที่บอกตนเองว่าไม่เป็ไรแต่จิตใจที่แสนเปราะบางของเด็กน้อยก็มีอาการทุกทีที่ได้ยินคำนั้น
"คุณจะพาลูกไปไหนวันนี้ไม่ใช่เวรคุณ?"
เสียงคาร์ลเอ่ยท้วงเมื่อคนตัวขาวยื่นมือมาขออุ้มลูกแต่เดินขึ้นรถคันขาวของตัวเองไป
"ฉันอยากพาลูกไปอาบน้ำหาอะไรอร่อยๆ กิน"
คนเป็แม่พูดเสียงเรียบตอบออกมาแต่คาร์ลก็ยื่นข้อเสนอให้อยู่ด้วยกัน
"ก็ไปห้องผมไง"
"แต่ผมไม่อยากไปห้องคุณ!"
"คาร์ล ชาร์ม พอได้แล้ว ถ้าเราเป็ปัญหาขนาดนั้นก็เอาเราไว้โรงเรียนประจำดีไหมจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน!"
"..คิลี.. คิลี"
เด็กสามขวบในอ้อมกอดของผู้ปกครองตัวขาวพูดเสียงแจ๋วขึ้นมาท่ามกลางคนสองคนจนชายร่างสูงใหญ่ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรู้สึกผิด
ั้แ่คิลีสามขวบพวกเขาต้องมาโรงเรียนด้วยการถูกโทรตามจากครูผู้ดูแลของลูกชายเพื่อมาไกล่เกลี่ยกับผู้ปกครองที่ลูกชายไปทำตัวเกเรใส่แม้จะเป็การทะเลาะกันเสมอ
แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะค่อนข้างหนักเเละเป็ครั้งแรกที่ทั้งคู่มาพร้อมกันจนเกิดเป็เหตุการณ์คุกรุ่นดังกล่าว ทำให้ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วขี่รถตามกันเข้ามาในคอนโดราคาแพงห้องหนึ่งของคาร์ลคุณพ่อชุดดำเพราะอาทิตย์นี้เป็เวรดูแลลูกของเขา
ผู้ชายตัวโตทั้งคู่มองร่างเล็กจ้อยที่ขอเข้าไปอาบน้ำลำพังในอ่างกับตุ๊กตาหมีสีดำตัวโปรดที่ซื้อมาเป็คู่สีขาวอีกตัวอยู่ในห้องของชาร์มมันถูกแยกกันเหมือนกับผู้ปกครองของเด็กน้อยไม่มีผิด
"คุณว่าลูกโตเร็วไปไหม"?"
"ครั้งนี้คิลีเค้าซีเรียสจริงๆ เราจะทำยังไงกันดี"
"จะยังไงล่ะลูกอยากอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาผมน่ะไม่ยากหรอกแต่คุณน่ะติดอะไรนักหนาจะมีพ่อใหม่ให้ลูกหรือไง?"
คาร์ลมองแม่ของลูกด้วยท่าทางสงสัยปกติก็ดูธรรมะธรรมโมไม่เอาใครนอกจากลูกจะมีผัวใหม่ก็ดูผิดแปลกไปหน่อย
"..."
"ว่าไงทำไมเงียบไปคิดอะไรอยู่?"
"หรือว่าเรา.. จะลองมาอยู่ด้วยกันสามคนมั้ย?"
ชาร์มเอ่ยออกมาเเผวเบาเหมือนคนละเมอดูท่าจะคิดเยอะจนไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมาเพราะความคิดที่จะอยู่ด้วยกันไม่มีในหัวของคนคนนี้เลย
"เอาดิ~ ห้องใครคุณหรือผม?"
คาร์สวนกลับไปทันควันไม่ต้องคิดให้มากความ
"ต้องหาเช่าบ้านแล้วล่ะที่คอนโดมีแค่ห้องนอนกับห้องลูกไม่ค่อยสะดวกหาที่มีหลายห้องหน่อยจะได้อยู่กันคนละห้องได้"
"จะแยกทำไมอยู่ไหนก็ต้องเจอกันอยู่ดี"
...
#พ่อผมเป็นักฆ่า
ตึงทุกที่ก็คุณคิลีนี่แหละ