ตอนที่ 13 ร้อยอันดับแรก
แม้ว่าทักษะดาบจะร้ายกาจ แต่ถ้าตนเองไม่มีทักษะอย่างอื่นควบคู่ จะกลายเป็เื่ยากลำบากอย่างมากในเวลาต่อสู้ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเจอคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันหรือแข็งแกร่งกว่า
หากมีทักษะอันหลากหลายและไม่ใช่มีเพียงทักษะดาบอย่างเดียว ก็จะสามารถพลิกแพลงการต่อสู้ได้ตามสถานการณ์ แล้วจะทำให้คู่ต่อสู้จับทางลำบากอีกด้วย
ทำให้ซูเวยไม่ละทิ้งการฝึกฝนทักษะอย่างอื่นไป ไม่เช่นนั้นหากเพิ่งพาทักษะใดทักษะหนึ่งมากจนเกินไป จะกลายเป็การผูกมัดตนเองและอาจหยุดการก้าวหน้าได้
ทักษะบางอย่างแม้จะเป็ทักษะระดับต่ำแต่ถ้าเอามาประยุกต์ใช้และประสานกับทักษะอื่นก็จะเกิดอานุภาพยิ่งกว่าระดับเดิม หรือแม้แต่ตัวทักษะก็เกิดการยกระดับขึ้นได้ด้วยตัวผู้ใช้เองเช่นกัน บางครั้งทักษะระดับต่ำก็กลายเป็ทักษะระดับสุดยอดได้
ถ้าผู้ใช้ทักษะมีความสามารถมากและเข้าใจทักษะได้อย่างถ่องแท้สมบูรณ์แบบ
ซูเวยรู้สึกว่าตอนนี้ตนได้เข้าสู่ระดับผู้ยอดยุทธแล้ว แต่หากต้องเจอกับผู้ชำนาญยุทธก็มีโอกาสเอาตัวรอดได้
ในเวลาหนึ่งเดือนซูเวยได้ฝึกฝนทักษะทั้งหมดจนสมบูรณ์หมดแล้ว จนรู้สึกว่าเริ่มมาถึงคอขวดเรียบร้อย แม้จะฝึกฝนต่อไปก็ยากจะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วอีก
ทำให้ถึงเวลาแล้วที่ต้องออกไปข้างนอก
"ท่อง์, ์พลิกกลับ, ไอ์, เมฆาม่วง, ทลาย์, พิชิต์, เปิด์, ์จุติ, ์สาดแสง, รวม์, ฑัณฑ์์"
เจียจิงกำลังฝึกฝนทักษะพร้อมกับะโชื่อทักษะออกมาจากปากตลอดเวลา
ซูเวยมองดูสักพักและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจที่เห็นศิษย์ร่วมชายคาเดียวมีความขยันหมั่นเพียรด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่ายังคงเทียบการฝึกฝนของซูเวยไม่ได้
ซูเวยมีความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะลึกซึ้งมากกว่าเจียจิง จึงไม่ใช่เพียงแค่การฝึกฝนตามท่วงท่าเท่านั้น แต่ยังต้องมีความเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งในท่วงท่าเ่าั้ด้วย
มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยสำหรับการทำความเข้าใจทักษะได้อย่างถ่องแท้ ซึ่งการใช้ทักษะออกมาตามสิ่งที่เห็นมันก็ไม่แตกต่างกับการออกกำลังกายดีๆนี้เอง แต่จะไม่มีประโยชน์อะไรมากนักในการต่อสู้จริง
หลังจากเจียจิงฝึกฝนเสร็จแล้ว ซูเวยเดินเข้าไปแนะนําให้เห็นถึงข้อบกพร่องของการฝึกฝนและแนะแนวเพิ่มเติมออกมา
ซูเวยเห็นเจียจิงมีอายุสิบสามปีจึงมองเห็นเป็น้องชายคนหนึ่ง ดังนั้นจึงตัดสินใจช่วยเหลือโดยการชี้แนะอีกฝ่าย
"ตอนนี้สำนักมีเหตุการณ์อะไรบ้างไหม?"
ซูเวยถามข่าวสารของสำนักกับเจียจิงที่ปกติตนเองจะอยู่แต่ในที่พัก ส่วนอีกฝ่ายจะใช้เวลาพักผ่อนออกไปเดินเล่นด้านนอก
เจียจิงก้มหน้าคิดสักพักและเงยหน้าตอบ "มีสนามฝึกแห่งใหม่เปิดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการแข่งขันเกิดขึ้นแม้แต่ศิษย์หนึ่งร้อยอันดับแรกก็ปรากฏตัวขึ้นที่นั้น"
"หนึ่งร้อยอันดับแรก" ดวงตาซูเวยเต็มไปด้วยประกายและมีสีหน้ายิ้มแย้มออกมา
"พี่ชายเวย ข้าคิดท่านมีความสามารถมากกว่าพวกนั้น"
"ข้าเชื่อว่าหากพี่ชายได้ลงแข่งขันต้องติดร้อยอันดับแรกได้อย่างไม่ยากเย็น"
เจียจิงเห็นการฝึกฝนที่ผ่านมา จึงเกิดความรู้สึกว่าบางอย่างกับชายตรงหน้าว่าต้องมีความสามารถไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"เ้าเชื่อมั่นข้าขนาดนั้นเลย...!!!" ซูเวยยิ้มและหัวเราะออกมา ไม่นึกว่าน้องชายที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานจะเชื่อมั่นตนมากขนาดนี้
"งั้นลองไปทดสอบดูกัน"
ซูเวยไม่คิดจะห้ามความคิดของเจียจิงที่มีต่อตนเองแบบนั้น เพราะซูเวยก็มั่นใจมากว่าด้วยความสามารถของตนในตอนนี้สามารถติดหนึ่งในร้อยอันดับแรกได้
ทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปที่สนามทันที
ตอนนี้ซูเวยมีแผน้าสร้างความตื่นตาตื่นใจในการประลองเพื่อกลายเป็ศิษย์ที่ชื่อเสียงและโอกาสไต่ระดับให้สูงขึ้นอีก
วิธีการเลือกศิษย์หลักนั้น คือ การคัดเลือกจากศิษย์สายในที่มีคุณภาพและศักยภาพสูง โดยเฉพาะการติดหนึ่งในร้อยอันดับแรกโอกาสจะได้กลายเป็ศิษย์หลักนั้นมีสูงมากกว่าคนอื่น ยิ่งอันดับอยู่สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสมากกว่าคนอื่นเท่านั้น
ทำให้ศิษย์เกิดการแข่งขันขึ้นทุกวี่ทุกวัน เพื่อ้าเข้าสู่หนึ่งร้อยอันดับแรกให้ได้ และยิ่งครองอันดับได้นานเท่าไหร่โอกาสได้รับเลือกเป็ศิษย์หลักก็มีสูงมากขึ้น
ซูเวยมาถึงสนามเดินไปที่ตำแหน่งสุดท้ายของสนาม ซึ่งสนามแห่งนี้มีศิษย์อันดับหนึ่งร้อยได้อยู่
แน่นอนว่าศิษย์อันดับหนึ่งร้อยมีใบหน้าเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเล็กน้อย
ศิษย์อันดับหนึ่งร้อยคนนี้ มีนามว่า เฉาปาง เป็เด็กอายุประมาณสิบสี่ปีมองซูเวยทันที
ด้วยตำแหน่งของเขาซึ่งได้เข้ามาอยู่ท้ายสุดของศิษย์หนึ่งร้อยอันดับแรก จึงมีคนจำนวนมากมาท้าประลองมากที่สุด เพื่อโอกาสได้เข้าไปเป็ศิษย์อันดับหนึ่งร้อย