บัดนี้ทั่วท้องพระโรงต่างอยู่ในความเงียบสงบ าานั้นนิ่งสงบอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หน้าของเขาถอดสีด้วยความหวาดกลัว ส่วนแพทริคนั้นไปประคองอิกนิสที่ไม่ได้สติ
เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ราชินีจึงตัดสินใจจัดการทุกอย่างแทนเอง เธอประคองตัวเองให้ลุกขึ้น สลัดไล่อาการวิงเวียนศรีษะจากการถูกดูดมานา และเลือกที่จะเดินลงไปหากลุ่มของแลนซ์
น่าแปลกที่เธอลงทุนถอนสายบัวให้แลนซ์ ก่อนจะยิ้มอย่างเป็กันเอง
“ท่านผู้กล้าแลนซ์ อาจจะช้าไปสักหน่อย แต่ข้าขอแนะนำตัวเองก่อน ข้าคือเฮนเรียตต้า บลูสกาย ราชินีแห่งอาณาจักรบลูสกายค่ะ”
“และท่านราชินีมีอะไรจะพูดกับข้า” แลนซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “ในเมื่อข้ากำลังเตรียมพร้อมจะสานต่อการต่อสู้ที่ข้าไม่ได้เป็คนเริ่ม”
“ข้าไม่้าจะสั่งการใดๆกับท่านหรอกค่ะ” ราชินีกล่าว “ข้าหวังเพียงแต่ว่าท่านจะให้อภัยในสิ่งที่พวกเราทำ และเริ่มการเจรจาอย่างสันติอีกครั้ง ข้าขอรับรองว่าจะไม่กระทำการใดๆที่เป็การท้าทายท่านอีก”
“ถ้าพูดกันแบบนี้ได้ั้แ่แรก ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้” แลนซ์กล่าว “เนื่องจากผมไม่ค่อยถนัดการเจรจาแบบสันติวิธีเท่าไหร่ ดังนั้นเชิญเจรจากับแอนนาแล้วกัน”
แอนนาทำท่างงเล็กน้อย ที่จู่ๆแลนซ์โยนทุกอย่างมาให้เธอ ก่อนที่เธอจะเห็นแววตาของแลนซ์ที่กำลังกราดเกรี้ยว
“ครอบครัวของเธอ เธอเลือกเองเถอะว่าจะให้เขารับผิดชอบยังไง” แลนซ์กล่าว “ถ้าให้ฉันจัดการคงไม่พ้นการนองเืแน่ๆ”
“ได้ค่ะ” แอนนากล่าว “ฉันจะให้พวกเขาจ่ายค่าชดเชยกับความเมตตาในครั้งนี้ของคุณค่ะ แลนซ์”
แอนนาเป็ฝ่ายมายืนด้านหน้าแทน ก่อนที่เธอจะเริ่มกล่าวด้วยเสียงกังวานและมั่นใจ ในแบบที่าาและราชินีไม่เคยได้เห็นมาก่อน
“ราชวงศ์บลูสกายโปรดฟัง พวกเรากลุ่มผู้กล้ารู้สึกเสียใจอย่างมาก กับการต้อนรับของพวกคุณในครั้งนี้ คุณได้ตั้งใจจะสังหารพวกเราอย่างโหดร้ายและไร้มนุษยธรรม แต่แน่นอน ว่าพวกเราใจกว้างพอที่จะไม่โต้กลับ แต่เราจะร้องขอการชดเชยแทนการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น หากพวกคุณไม่ชดเชยให้กับพวกเรา”
แน่นอนว่าทุกคนตั้งใจฟังและอยู่ในอาการสงบ ยกเว้นาาบลูสกายที่แสดงความไม่พอใจทันที
“แอนนา” าาเอ็กซ์ตัสะโลั่นทันที “เ้าคือบุตรสาวของข้า คือคนของบลูสกาย มีหน้าไปพูดว่าเป็คนของมันหรือ มีหน้าไปเข้าข้างพวกมันหรือ”
“ดิฉันไม่ใช่แอนนาที่ท่านรู้จักค่ะ ฝ่าา” แอนนากล่าวค้านคำพูดของาา เธอพยายามกลั้นความเสียใจและน้ำตาเมื่อต้องพูดกับพ่อตัวเอง “เ้าหญิงแอนนาแห่งบลูสกาย ได้ตายลงไปพร้อมกับการโจมตีด้วยอาวุธและเวทมนตร์เมื่อสักครู่แล้วค่ะ...ที่ยืนอยู่ตรงนี้คือคู่หมั้นของผู้กล้าแลนซ์เท่านั้น”
แลนซ์สนับสนุนความคิดของแอนนาด้วยการเดินมายืนข้างเธอ พลางจับมือเพื่อให้เธอมั่นใจ
“จากนี้ไป คู่หมั้นของเราจะเรียกร้องการชดเชยกับสิ่งที่พวกคุณทำ” แลนซ์กล่าว “าาเอ็กซ์ตัส โปรดตั้งใจฟัง และทำตามที่นางร้องขอ อย่าได้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่อย่างเดียว”
ทั้งาาและราชินีต่างพูดไม่ออก เมื่อได้ยินในสิ่งที่แอนนากล่าว และทำให้พวกเขาสำนึกได้ว่าไม่เคยให้ความสำคัญกับนางเลย จึงทำให้แอนนาในตอนนี้กลายเป็คนอื่นเรียบร้อยแล้ว
“ว่ามาเถอะ” าาเอ็กซ์ตัสกล่าวเสียงค่อย “กลุ่มของผู้กล้าเอ๋ย ถ้ามันจะทำให้ลดการสูญเสียจากการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ข้ายินดีทำ”
“มีเื่จะขอสามอย่างค่ะ” แอนนากล่าว “อย่างแรก ทางเราขอให้คนของราชวงศ์บลูสกาย และผู้เกี่ยวข้อง ไม่มารบกวนหรือข้องแวะใดๆกับพวกเราอีก และราชวงศ์บลูสกาย จะต้องจ่ายค่าทำขวัญพวกเราหนึ่งพันเหรียญทอง โดยโอนเข้าบัญชีของวาเนสซ่า อย่างที่สอง เพื่อป้องกันผู้โชคร้ายที่จะถูกอัญเชิญมาอีก เราจะขอทำลายแท่นอัญเชิญผู้กล้าค่ะ”
“หรือจะให้เรายึดดาบเฮคาตรอนเอาไว้แทนก็ได้นะ” แลนซ์กล่าวพลางชูดาบในมือขึ้นมา “เลือกเอาสิ”
“ตกลง” าากล่าวเสียงขุ่น “โปรดรู้ไว้เถอะ ถึงจะทำลายแท่นอัญเชิญ อีกไม่นานเราก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก็ตาม”
“แนะนำว่าท่านอาจไม่โชคดีแบบคราวนี้ หากคิดจะอัญเชิญผู้กล้า” แลนซ์กล่าว “คนที่อัญเชิญออกมาจากโลกอื่นคิดว่าเขาจะต้องเชื่อฟังและเคารพคุณหรือไง บางทีเขาอาจเลือกจะเป็าาเอง หรือบ้าคลั่งเข่นฆ่าทุกคนที่พบหน้าก็เป็ได้...และถ้าเป็อย่างหลัง ผมต้องเสียเวลามาตามเก็บกวาดความผิดพลาดของพวกคุณอีก ที่เตือนก็เพราะแบบนี้แหละ”
“จริงอย่างที่ท่านว่าคะ ผู้กล้าแลนซ์” ราชินีกล่าว “เราจะไม่อัญเชิญผู้กล้าอีก เพราะเห็นท่านเป็กรณีตัวอย่างแล้ว แต่ว่าถ้าเราไม่มีผู้กล้า แล้วใครจะกำจัดหายนะสีดำให้ทวีปของเราคะ”
“พวกฉันก็ทำอยู่นะ” แลนซ์กล่าว “ทุกวันนี้ฉันกับแอนนาก็ช่วยกันกำจัดหายนะสีดำอยู่ แต่แน่นอน ว่าไม่มีใครรู้หรือว่าสังเกตุเห็น เพราะเราไปจัดการมันถึงรัง ก่อนที่มันจะได้ทันออกมาอาละวาดล่ะนะ”
แอนนาหยิบถุงที่เก็บเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะออกมา ก่อนที่เธอจะเทเมล็ดพันธุ์หลายเมล็ดลงในมือของเธอให้ทุกคนเห็น
“พวกท่านรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน และชิงลงมือก่อนหรือ” าานิเฮนเรียตต้าถามด้วยความสนใจ “ถ้าเป็แบบนี้มันจะเป็ประโยชน์อย่างมหาศาลต่อมนุษยชาติเลยนะคะ”
“และพวกหายนะสีดำ จะปรากฏในทวีปไกอาอีกเมื่อไหร่” าาเอ็กซ์ตัสเอ่ยถาม “ข้าขอจ้างพวกเ้าให้จัดการพวกมัน และแน่นอนว่าข้ายินดีจ่ายเงินให้ย้อนหลังกับสิ่งที่พวกเ้าทำด้วย”
“น่าเสียดายนะ ที่พวกหายนะสีดำจะไม่ปรากฏตัวออกมาอีกแล้ว” แลนซ์กล่าว “ตัวสุดท้ายของทวีปไกอา เราลงมือฆ่ามันไปแล้วล่ะ”
“ด้วยเหตุนี้เราจะเดินทางออกจากทวีปไกอาทันที เมื่อได้รับค่าทำขวัญ” แอนนากล่าวเสริมคำพูดของแลนซ์ เพื่อตอกย้ำว่าพวกเขาไม่คิดจะอยู่ที่นี่แล้ว “แน่นอนว่าเราไม่คิดจะยกเมล็ดพันธ์แห่งหายนะให้พวกคุณหรอกนะคะ ดังนั้นไม่ต้องให้ค่าจ้างเราค่ะ”
“แอนนา เ้าจะไปจากบ้านจริงๆหรือ” แพทริคเอ่ยถาม “ที่นี่คือบ้านของเ้านะ”
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านของหม่อมฉันเพคะ องค์ชายแพทริค” แอนนากล่าวพลางยิ้มให้ “บ้านของหม่อมฉันคือที่ๆมีผู้กล้าอยู่ค่ะ”
“แอนนา และคำขอข้อที่สามของเธอล่ะ” แลนซ์เอ่ยถาม เผื่อแอนนาจะลืมคำพูดของเธอ แอนนาทำท่าลำบากใจ ก่อนจะกล่าวออกมา
“คำขอข้อสุดท้าย” แอนนากล่าวเสียงเศร้า พลางก้มหน้าลง “เพื่อป้องกันพวกท่านใช้ประโยชน์จากเราในอนาคต ข้าจะขอให้าาแห่งบลูสกายจัดงานศพให้กับเ้าหญิงแอนนาค่ะ...เพื่อยืนยันว่านางได้ตายไปแล้ว และท่านจะต้องออกฏีกาประกาศไปทั่วว่าเ้าหญิงนั้นไม่มีตัวตนอีกต่อไป เพื่อป้องกันคนอื่นทวงสิทธิ หรือแอบอ้างในยศตำแหน่งนี้”
“ได้สิ” าากล่าวเสียงเรียบ “เป็ประโยชน์ต่อเราเช่นกัน เพื่อป้องกันเชื้อสายของเ้ากับผู้กล้าในอนาคตมีสิทธิในบัลลังค์ หรือผลประโยชน์ของบลูสกาย”
“ทางนี้ก็ได้ประโยชน์ค่ะ ฝ่าา” แอนนากล่าว “หากไม่ได้รับการรับรองจากพระองค์ ข้าก็จะยังถือว่าเป็สมาชิกราชวงศ์อยู่ และมีสิทธิจะถูกหมายเรียกตัวกลับไปอยู่ดี จนไม่อาจใช้ชีวิตอย่างที่หวังได้”
“คิดดีแล้วหรือแอนนา” แพทริคกล่าว “เ้ากำลังทำให้ตัวเองไม่มีที่ให้กลับนะ”
แอนนาไม่ตอบอะไร เธอเพียงยิ้มให้ ก่อนจะถอยไปข้างหลังแลนซ์ เพื่อพูดคุยกับวาเนสซ่าที่ยืนดูสถาณการณ์อยู่
ระหว่างที่กลุ่มของแลนซ์กำลังรอเงินชดเชยอยู่นั้น จู่ๆราชเลขาก็เข้ามาที่ท้องพระโรง พร้อมกับกระซิบที่หูของราชินี ราชินีจึงปรบมือหนึ่งครั้งเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน ก่อนที่เธอจะเริ่มกล่าว
“ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะทุกท่าน แต่อันที่จริงแล้วเรามีการเตรียมอาหารไว้ต้อนรับผู้กล้าที่จะเดินทางมาถึง เราเสียใจที่มันเกิดเื่แบบนี้ขึ้น และเราหวังว่าท่านจะยินดีร่วมรับประทานอาหารกับเรา ระหว่างรอเงินชดเชยนะคะ”
“ไม่จำเป็หรอก” แลนซ์กล่าว “ข้ารู้นิสัยนักปกครองอย่างท่านดี ท่านกำลังค่อยๆจะสร้างความสัมพันธ์ด้านบวกกับเราอย่างช้าๆสินะ แต่ว่ามันสายไปแล้วล่ะ”
“หากไม่สะดวกจะให้เงินค่าทำขวัญวันนี้” แอนนากล่าว “ก็ไม่เป็ไรค่ะ เราจะขอยึดดาบเฮคาตรอนเอาไว้จนกว่าพวกท่านจะนำเงินมาไถ่นะคะ”
“เดี๋ยวก่อน” าารีบะโก้องทันที เมื่อกลุ่มของแลนซ์ทำท่าจะเดินออกไป “รอสักครู่ ข้าจะรีบไปเตรียมเงินมาเดี๋ยวนี้แหละ”
ทั้งแอนนาและแลนซ์ต่างยิ้มเยาะทันที เมื่อเห็นท่าทีเร่งรีบของาา เงินพันเหรียญทองไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับอาณาจักร ที่พวกเขาชักช้าเพราะ้าพยายามจะถ่วงเวลาเพื่อพูดคุยเท่านั้น
สุดท้ายแลนซ์ก็รับถุงเหรียญทองถุงใหญ่มาจากเ้าชายอิกนิส พร้อมๆกับที่แลนซ์ส่งดาบเฮคาตรอนคืนกลับไป แน่นอนว่าราชินีพยายามจะชักชวนให้เขามาที่วังอีก โดยสัญญาว่าจะจัดการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนแอนนาเ้าชายแพทริคก็พยายามจะรั้งเธอเอาไว้ โดยขอให้นึกถึงความสัมพันธ์ของครอบครัว
แน่นอนว่ากลุ่มของแลนซ์ปฏิเสธทุกๆอย่าง แม้กระทั่งการไปส่งที่ท่าเรือ เมื่อทั้งสามเดินออกมาตรงลานพระราชวัง พวกขุนนางบางคนก็อาจหาญเข้ามาทักทายเพื่อแนะนำตัว แต่แน่นอนว่ากลุ่มของแลนซ์เมินเฉย จนพวกเขาสามารถออกนอกประตูวังได้ในที่สุด
“เริ่มหิวแล้วสิ แวะหาอะไรกินกันก่อนแล้วกันนะ” แลนซ์กล่าวกับแอนนาและวาเนสซ่า เมื่อพวกเขาอยู่ในเขตตัวเมืองของเมืองหลวงแล้ว
“เอาเป็ร้านกระต่ายทองดีมั้ยคะ” แอนนากล่าว “สมัยที่พวกเราออกล่าหายนะสีดำด้วยกัน พวกเราชอบร้านนั้นกันมากนี่”
“ก็ได้” แลนซ์กล่าว “พวกเราสามคนกินข้าวกันก่อนเถอะ”
“แต่ก่อนหน้านั้นเอาเงินไปฝากที่ธนาคารดีไหมคะ ท่านแลนซ์ ท่านแอนนา” วาเนสซ่ากล่าว “แน่นอนว่าฉันจะเปิดบัญชีอีกอันหนึ่งแยกเอาไว้ให้ ไม่เอามาปนกับบัญชีส่วนตัวของฉัน”
“ก็ได้” แลนซ์กล่าวก่อนจะหยิบเหรียญทองออกมาสิบเหรียญ แล้วแบ่งแอนนากันคนละห้า เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายยิบย่อย “ที่เหลือฝากเธอเอาเข้าบัญชีทีนะ”
ถึงแม้จะบอกว่ายิบย่อย แต่ตอนนี้แอนนาและแลนซ์มีเงินติดตัวกันคนละห้าล้านเหรียญหินแล้ว มากพอจะซื้อบ้านพร้อมที่ดินในเมืองหลวงสักหลังอยู่กันได้ทันที
หลังจากนั้นทั้งสามก็ไปธนาคารด้วยกัน เพื่อฝากเงินและเปิดบัญชี ก่อนที่ทั้งสามจะกลับมากินอาหารที่ร้านกระต่ายทองด้วยกัน เพื่อเตรียมพร้อมออกเดินทางสู่ทวีปใหม่
“ในที่สุดเราก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กันจริงๆเสียทีนะ” แลนซ์กล่าวกับแอนนา
“นั่นสิคะ” แอนนากล่าว “คราวนี้เราไม่ต้องกังวลอะไรกับบลูสกายอีกแล้ว เราหมดสิ้นภาระผูกพันธ์กับพวกเขาทุกๆอย่าง เป็โอกาสที่ดีที่จะไดสร้างครอบครัวนะคะ”
แอนนาและแลนซ์กอดกันกลมด้วยความดีใจ แต่ทว่าการกระทำของทั้งสองนั้นมีคนรู้สึกขัดตาอยู่
วาเนสซ่ากระแอมเบาๆทันที ก่อนที่เธอจะเดินมาแยกแลนซ์และแอนนาให้ห่างออกจากกัน
“ทั้งสองยังเป็เด็กเป็เล็กนะคะ” วาเนสซ่ากล่าว “ยังเป็ได้แค่เพื่อนกันค่ะ ดิฉันขอสั่งในฐานะผู้ปกครอง”
ทั้งสองทำหน้าจ๋อย ก่อนที่วาเนสซ่าจะยิ้ม และจูงมือทั้งสองคนเข้าร้านอาหารกระต่ายทอง