เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 84 ข้าไม่อยากให้เจ้าตาย

            “ไป๋เซี่ยเหอ!”

            ทันทีที่ฮั่วเยี่ยนไหวมาถึงก็เห็นไป๋เซี่ยเหอวิ่งตรงไปที่หน้าผา

            “เจ้าอย่าได้ทำเรื่องโง่เง่าเป็นอันขาด!”

            เมื่อพุ่งเข้าไปใกล้เขาก็พบว่ามีดบินสายหนึ่งกำลังตรงไปยังร่างที่นอนอยู่บนพื้น

            ทว่าไป๋เซี่ยเหอกำลังไล่ตามไปคว้ามีดบิน

            “อย่าทำเช่นนั้นมันอันตราย”

            ใบหูของไป๋เซี่ยเหอขยับเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของฮั่วเยี่ยนไหวถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้ชะงักฝีเท้าแม้แต่น้อย

            เด็กคือผู้บริสุทธิ์!

            นางขบฟันแล้วเพิ่มความเร็วขึ้นอีก

            ใกล้แล้ว!

            นางแซงหน้ามีดบินแล้ว

            นางถือเกาทัณฑ์แขนเสื้อไว้ในมือจากนั้นก็ออกแรงเหวี่ยงมันไปด้านหลังอย่างแรง

            หนึ่งมีดบิน หนึ่งอาวุธ

            ทั้งสองอย่างกระทบกันกลางอากาศนึกไม่ถึงว่าจะก่อให้เกิดประกายไฟขึ้นมา

            มีดบินถูกเกาทัณฑ์แขนเสื้อของนางปัดออกไปแล้ว

            ทว่าเบื้องหลังของนางคือหน้าผาสูงหมื่นจั้ง

            “ไป๋เซี่ยเหอ!”

            ฮั่วเยี่ยนไหวชักกระบี่ยาวที่พกติดตัวแทงไปที่คนชุดดำ

            เขาพุ่งตัวออกไปร่างกายแผ่ไอสังหารเช่นเดียวกับตอนที่สังหารกองทหารนับพันนับหมื่นในสนามรบ สายตาราวกับมองเห็นโลหิตหลั่งไหลไปไกลนับพันลี้อารมณ์แปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกทันที

            กระบี่ยาวตวัดออกไปอย่างดุดัน

            คนชุดดำไม่อาจปัดป้องได้แม้แต่น้อย

            วรยุทธ์ของเขารุดหน้าขึ้นอีกขั้นแล้ว

            คนชุดดำหลบกระบี่ยาวของฮั่วเยี่ยนไหวไม่ทันจึงใช้วิธีเบี่ยงตัวหลบแทน กระบี่ยาวจึงแทงทะลุแขน เจ็บปวดเสียจนเผลอแยกเขี้ยวยิงฟันจากนั้นเขาก็หิ้วตัวคนชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเอาไว้ก่อนจะหมุนกายหนีไป

            คนชุดดำผู้เป็นหัวหน้ามองไปทางหน้าผาด้วยแววตาซับซ้อนก่อนจะเบือนหน้าหนี

            ‘แคว่ก’

            เสียงผ้าฉีกขาดดังขึ้นในหูของไป๋เซี่ยเหอ

            ทว่าวินาทีต่อมา นางก็ต้องเบิกตากว้างทันที

            ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งเมตรบุรุษผู้มีหน้าตาหล่อเหลาไร้ที่ติปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านาง

            “เหตุใดท่านถึงได้กระโดดลงมา?”

            “ช่วยเจ้า”

            บรรยากาศเงียบสนิททันที

            “ทำเช่นนี้ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้”

            แววตาของฮั่วเยี่ยนไหวมืดครึ้มลงเล็กน้อย“ข้ารู้”

            เขาเข้าใจอุปนิสัยของนางที่เป็นคนรักแรงเกลียดแรงทั้งยังเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นด้วย

            วันนั้นเขาทำให้นางผิดหวังเขาหักหลังความเชื่อใจที่นางมีต่อเขา

            “เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงกระโดดลงมา?”

            “ข้าไม่อยากให้เจ้าตาย”

            ความเร็วในการร่วงลงมานับว่ารวดเร็วยิ่งสายลมปะทะเข้ากับใบหน้าจนรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ในหูเต็มไปด้วยเสียงหวีดหวิวของสายลม ทำให้นางไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

            “ท่านว่าอะไรนะ?”

            ไป๋เซี่ยเหอเห็นเพียงว่าเขาขยับริมฝีปากเล็กน้อยทว่าฟังไม่ชัดว่าเขาพูดอะไร

            “ไม่มีอะไรยื่นมือมาให้ข้า”

            ไป๋เซี่ยเหอเม้มปากแล้วยื่นมือออกไปฝ่ามืออันเย็นเยียบของเขากอบกุมมือของนางเอาไว้

            นางยื่นเกาทัณฑ์แขนเสื้อให้ฮั่วเยี่ยนไหวเขาเข้าใจเจตนาของนางทันที เขารับเกาทัณฑ์แขนเสื้อไปแล้วแทงมันลงบนหน้าผา เพื่อชะลอความเร็วที่ทั้งสองคนตกลงไป

            เกาทัณฑ์แขนเสื้อครูดกับหน้าผาอย่างรวดเร็วจนทิ้งประกายไฟสายหนึ่งเอาไว้

            ไม่รู้ว่าทั้งคู่ร่วงลงมานานเพียงใดแล้วจู่ๆ หูก็พลันได้ยินเสียงน้ำไหล

            “รอดแล้ว!”

            ประกายความดีใจในแววตาของนางแทบจะทำให้ดวงตาของฮั่วเยี่ยนไหวพร่ามัว

            “ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเช่นนี้”

            มุมปากของไป๋เซี่ยเหอสั่นไหวนางมองตามสายตาของฮั่วเยี่ยนไหวไป

            ที่แท้หัวธนูอันแหลมคมของเกาทัณฑ์แขนเสื้อได้เสียดสีกับหน้าผาจนทู่หากยังไม่ถึงเบื้องล่างอีก มันก็จะเสียดสีจนถึงด้าม

            หัวใจของไป๋เซี่ยเหอค่อยๆจมดิ่งลง

            เกาทัณฑ์แขนเสื้อถูกเสียดสีจนเรียบมนใช้ประโยชน์อันใดไม่ได้แล้ว

            ฮั่วเยี่ยนไหวโยนเกาทัณฑ์แขนเสื้อในมือทิ้งไปจากนั้นก็กระชับร่างของไป๋เซี่ยเหอเข้ามาในอ้อมแขนด้วยท่อนแขนอันแข็งแกร่ง

            “ท่านจะบาดเจ็บเอาได้”

            ไป๋เซี่ยเหอดิ้นรนสองสามรอบก็ไม่อาจหลุดพ้น

            ในด้านพละกำลังเดิมทีสตรีก็บอบบางอยู่แล้ว นี่คือข้อเท็จจริงทางสรีระที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

            “ไม่เป็นไร”

            ‘ปั้ก!’

            ร่างกายกระแทกกับพื้นจนเกิดเสียงดัง

            ไป๋เซี่ยเหอได้ยินเพียงเสียงฮึดฮัดของฮั่วเยี่ยนไหวก่อนที่นางจะสลบไปก่อนสลบนางรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่แผ่นหลัง ส่วนชุดกระโปรงก็เปียกโชก

            เป็นเพราะบาดแผลบริเวณหลังปริแตก

            แสงสายัณห์ราวกับโลหิต

            ความมืดค่อยๆ กลืนกินแสงสุดท้ายกลิ่นคาวเลือดไม่ได้ลดลงเลยเมื่อความมืดปกคลุมก็ยิ่งดูเหมือนนรกบนดินอย่างไรอย่างนั้น

            เงียบสงัดไร้ซึ่งสรรพเสียง

            “ฮั่วเยี่ยนไหว...” เมื่อไป๋เซี่ยเหอฟื้นขึ้นนางรู้สึกว่าลำคอของตนเองแห้งผาก เสียงที่เปล่งออกมาจึงฟังดูแหบแห้งระคายหู

            ไป๋เซี่ยเหอพยายามใช้มือคลำในความมืดเพื่อตรวจสอบตำแหน่งของตนเองนึกไม่ถึงว่าจะนางจะอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ข้างๆ นางมีกองไฟที่เปล่งแสงริบหรี่เห็นได้ชัดว่าฟืนเพิ่งถูกดับไปได้ไม่นาน

            เลือดที่แผ่นหลังหยุดไหลแล้วนั่นหมายความว่ามีคนพันแผลให้นาง

            นางรู้ทันทีว่าเป็นผู้ใด

            ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกสับสนแม้ว่านางจะไม่ใช่สตรีในยุคนี้ที่มีความเป็นอนุรักษ์นิยมทว่านางที่ไม่เคยแม้แต่จะชอบพอผู้ใด กลับถูกบุรุษผู้หนึ่งเอาใจใส่จึงเกิดความรู้สึกปรับตัวไม่ทันขึ้นมา

            นอกจากนี้ บุรุษผู้นั้นยังเป็นคู่หมั้นของนางอีก

            ไป๋เซี่ยเหอลุกขึ้นยืนก่อนจะออกตามหาฮั่วเยี่ยนไหว

            นางเดินไปได้ไม่ไกลก็พบเงาร่างสีดำสายหนึ่งอยู่บริเวณริมลำธารสายเล็กๆ

            “ฮั่วเยี่ยนไหว!”

            ไป๋เซี่ยเหอเดินเข้าไปใกล้เห็นเพียงว่าริมฝีปากของฮั่วเยี่ยนไหวหมองคล้ำใบหน้าของเขาเป็นสีเขียวอย่างน่าประหลาด

            เห็นได้ชัดว่าเป็นอาการของผู้ที่ถูกพิษ

            ทว่าตอนนั้นเขาไม่ได้เป็นอะไรไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงได้ถูกพิษหลังตกลงมาที่ก้นหน้าผาเล่า?

            นางคิดไม่ออกและไม่มีเวลาให้คิดแล้ว

            ไป๋เซี่ยเหอหยิบยาลูกกลอนสีดำเม็ดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าข้างเอว

            มันคือยาลูกกลอนที่ทำจากเลือดจิ้งจอกเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของผู้คนเวลาต้องการถอนพิษในสถานการณ์คับขัน

            ถึงอย่างไรนางก็ไม่สามารถเสียเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้คนได้ตลอดนอกจากนี้ เลือดของนางก็ไม่ใช่ว่าจะมีไม่จำกัด

            ครึ่งชั่วยามผ่านไป

            ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นยังคงดูราวกับไร้พลังชีวิตใบหน้าและริมฝีปากหมองคล้ำ ไม่จางลงแม้แต่น้อย

            นอกจากนี้ เส้นเลือดดำที่ขมับทั้งสองข้างของฮั่วเยี่ยนไหวยังบวมปูดออกมาบริเวณหน้าผากมีเม็ดเหงื่อขนาดเท่าถั่วเขียวผุดขึ้นอย่างเนืองแน่น

            เขากำหมัดทั้งสองข้างแน่นราวกับกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดอันรุนแรงอยู่

            เขาเปล่งเสียงฮึดฮัดออกมาจากลำคอตัวของเขาสั่นด้วยความเจ็บปวดเป็นครั้งคราว

            “ฮั่วเยี่ยนไหวท่านเป็นอะไรไป?”

            ราวกับว่าฮั่วเยี่ยนไหวไม่ได้ยินเสียงใด

            ร่างกายสูงโปร่งของเขาขดตัวเหงื่อกาฬทำให้อาภรณ์ของเขาเปียกโชก

            ความเจ็บปวดราวกับจะยังไม่ลดลง

            “อา...”

            น้ำเสียงเย็นเยียบแปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่าท่าทีของเขาดูราวกับกำลังหงุดหงิด เดือดดาล และเจ็บปวด

            นี่มันเรื่องอะไรกัน?

            ใช่แล้ว ชีพจร...

            ไป๋เซี่ยเหอคว้ามือของเขามาจับชีพจร

            น่าแปลก

            เห็นได้ชัดว่าชีพจรไม่มีปัญหาใดๆ

            ทว่าใบหน้าและริมฝีปากของเขากลับยังคงหมองคล้ำ

            จู่ๆ เงาร่างของใครบางคนก็ซ้อนทับกับร่างของฮั่วเยี่ยนไหวในตอนนี้

            หรือว่า...

            รูม่านตาของไป๋เซี่ยเหอขยายออกทันทีดวงตาสีดำขลับเป็นประกาย

            นางกำเกาทัณฑ์แขนเสื้อเอาไว้ในมือก่อนจะกรีดลงไปที่ข้อมืออย่างรวดเร็วโลหิตสดๆ ถูกกรอกเข้าไปในปากของฮั่วเยี่ยนไหว

            ผ่านไปครึ่งถ้วยชา

            สภาพของฮั่วเยี่ยนไหวยังคงไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ

            ไป๋เซี่ยเหอแทบจะแน่ใจในการคาดเดาของตนเองแล้ว

            ทว่าตอนนี้นางจำต้องออกห่างจากเขาหน่อย

            นางเสียเลือดไปไม่น้อย น่าจะกลายร่างเป็นจิ้งจอกในไม่ช้านางต้องหาข้ออ้างดีๆ สักข้อ...

            หนังตาของนางปิดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่อาจควบคุมได้

            ร่างของไป๋เซี่ยเหออยู่ไม่ไกลจากร่างของฮั่วเยี่ยนไหว

            รุ่งเช้า แสงริบหรี่ของดวงอาทิตย์แยงตาฮั่วเยี่ยนไหวจึงยกมือขึ้นบัง

            หืม?

            ฮั่วเยี่ยนไหวพลิกตัวพลางยกมือขึ้นเพื่อสำรวจสภาพร่างกายของตนเอง

            เห็นอยู่ชัดๆ ว่าในเวลานี้ของทุกปีเขาจะต้องเจ็บปวดเจียนตายเป็นเวลาสามวัน

            เหตุใดครั้งนี้ถึง...

            ใช่แล้ว ไป๋เซี่ยเหอ!

            “ไป๋เซี่ยเหอ!”

            ลำคอของเขาแห้งผากเนื่องจากขาดน้ำ

            เมื่อไม่ได้ยินเสียงขานรับฮั่วเยี่ยนไหวก็ลุกขึ้นยืนแล้วออกตามหาทันที

            ยังเดินไปได้ไม่ไกลนักก็เห็นร่างของไป๋เซี่ยเหอ

            นางล้มคว่ำอยู่บนพื้น สีหน้าของนางซีดเซียว

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774