บทที่ 2: ค่ายกลสังหารหนึ่งก้าว
ป่าหมอกครามตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศเหนือของเมือง ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงตะวันจนบรรยากาศเบื้องล่างมืดสลัวตลอดทั้งวัน หมอกสีขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่งปกคลุมพื้นดิน ส่งกลิ่นชื้นแฉะและกลิ่นคาวเืจางๆ ที่เตือนให้ผู้มาเยือนรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่เดินเล่น
เฟิงอู๋จี้เดินก้าวเท้าเข้าไปในชายป่าด้วยจังหวะการหายใจที่แปลกประหลาด
สูดเข้า... ลึกยาว... ผ่อนออก... แ่เบา...
นี่ไม่ใช่การหายใจของคนธรรมดา แต่เป็เคล็ดวิชา 'ลมหายใจเต่าั' ซึ่งเป็เทคนิคพื้นฐานในการลดการใช้พลังงานของร่างกายและอำพรางกลิ่นอายจากสัตว์อสูร ร่างกายของเขาตอนนี้อ่อนแอเกินไป หากปะทะกับสัตว์อสูรตรงๆ คงไม่ต่างจากการเอาไข่ไปกระทบหิน
"พลังปราณธรรมชาติในป่านี้หนาแน่นกว่าในเมืองเล็กน้อย..." เฟิงอู๋จี้พึมพำ พลางกวาดตามองไปรอบๆ
ในสายตาของคนทั่วไป ป่านี้เต็มไปด้วยพุ่มไม้รกทึบที่แยกแยะยาก แต่ในสายตาของอดีตราชันย์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการปรุงยา เขามองเห็น "เส้นชีพจรของผืนป่า"
พืชสมุนไพริญญามักจะเจริญเติบโตในจุดที่กระแสพลังปราณไหลมารวมกัน
เฟิงอู๋จี้เดินตรงไปยังโคนต้นไม้ใหญ่ที่ดูธรรมดาต้นหนึ่ง เขาแหวกพุ่มหญ้ารกชันออก เผยให้เห็นต้นหญ้าต้นเล็กๆ ที่มีใบสีเขียวใสราวกระจก มีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ที่ปลายใบ
'หญ้าิญญาน้ำค้าง'
"หึ... เ้าพวกคนรับใช้โง่เง่า มัวแต่ไปหาตามริมลำธาร หารู้ไม่ว่าหญ้าชนิดนี้ชอบความชื้นจาก 'ไอไม้ิญญา' มากกว่าน้ำจริงๆ เสียอีก"
เขาเก็บหญ้าิญญาน้ำค้างขึ้นมาอย่างเบามือ หากเป็เมื่อก่อน เขาคงโยนหญ้าระดับต่ำเช่นนี้ทิ้งไปโดยไม่ชายตามอง แต่ตอนนี้ มันคือตั๋วแลกชีวิตที่จะทำให้เขารอดพ้นจากโทษทัณฑ์ของตระกูลเฟิงในวันนี้
เฟิงอู๋จี้เก็บสมุนไพรไปเรื่อยๆ จนครบตามจำนวนที่้า แต่เขายังไม่คิดจะกลับ
"ร่างกายนี้้าพลังงานมหาศาลเพื่อทะลวงจุดชีพจรที่ตีบตัน ลำพังแค่หญ้าพวกนี้ไม่พอ... ข้าต้องหาบางอย่างที่มีพลังหยางรุนแรงกว่านี้"
ทันใดนั้น หูของเขากระดิก เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังตึบตับมาจากพุ่มไม้ด้านขวา พร้อมกับเสียงขู่คำรามต่ำๆ ในลำคอ
โฮก... ฟืด...
เฟิงอู๋จี้หยุดนิ่งทันที เขาค่อยๆ หันไปมอง ชายป่าด้านขวาสั่นไหว ก่อนที่ร่างมหึมาของสัตว์อสูรตัวหนึ่งจะพุ่งออกมา
มันคือ 'หมูป่าขนเหล็ก' สัตว์อสูรระดับหนึ่ง รูปร่างใหญ่โตเหมือนวัวกระทิง ขนบนหลังแข็งแกร่งดั่งเข็มเหล็ก เขี้ยวสีขาวโง้งยาวชี้ฟ้า ั์ตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่เฟิงอู๋จี้ราวกับเห็นอาหารอันโอชะ
"ระดับหนึ่งขั้นกลาง... เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่สาม"
เฟิงอู๋จี้ประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมกลางแผ่นหลัง ร่างกายปัจจุบันของเขายังไม่ได้เริ่มฝึกบ่มเพาะพลังเลยด้วยซ้ำ หากถูกมันพุ่งชนทีเดียว กระดูกคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
หมูป่าขนเหล็กตะกุยเท้าหน้า เตรียมพร้อมจะพุ่งชาร์จ
เฟิงอู๋จี้ไม่ได้หันหลังวิ่งหนี การหันหลังให้สัตว์นักล่าคือหนทางสู่ความตายที่รวดเร็วที่สุด สายตาของเขากวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปสะดุดตาที่ 'ผลไม้สีแดงสด' ลูกเล็กๆ ที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ต้นไม้ข้างทาง และก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นสองสามก้อน
"มีเวลาสามลมหายใจ..."
สมองของราชันย์ประมวลผลเร็วจี๋ เขาก้มลงหยิบก้อนหินขึ้นมา กัดนิ้วหัวแม่มือจนเืไหลอีกครั้ง แล้ววาดลวดลายอักขระสีแดงฉานลงบนก้อนหินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
อักขระตัวนี้ซับซ้อนกว่าครั้งก่อน มันคือ 'อักขระมายาเสียง'
ตึง!
หมูป่าขนเหล็กพุ่งเข้ามาแล้ว! ความเร็วของมันน่ากลัวดั่งรถศึกที่บ้าคลั่ง ต้นไม้ต้นเล็กที่ขวางทางถูกชนจนหักโค่น
เฟิงอู๋จี้ดีดตัวกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างทุลักทุเล ร่างกายที่อ่อนแอทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้า เขาหลบพ้นคมเขี้ยวไปได้อย่างเฉียดฉิว แต่แรงลมจากการพุ่งชนก็กระแทกเขาจนเซถลาไปชนต้นไม้
"อึก..." เขาสำลักเืออกมา แต่แววตายังคงแน่วแน่
ในจังหวะที่หมูป่ากำลังกลับตัวเพื่อจะพุ่งชนซ้ำ เฟิงอู๋จี้ขว้างก้อนหินที่เขียนอักขระเืเสร็จแล้วออกไปทางด้านซ้าย กระทบกับต้นไม้ใหญ่
เพี๊ยะ!
ทันทีที่ก้อนหินกระทบไม้ อักขระทำงาน! มันไม่ได้ะเิ แต่ส่งเสียงร้องแหลมสูงคล้ายเสียงลูกหมูป่าที่าเ็
วี๊ดดดด!
หมูป่าขนเหล็กชะงักกึก มันหันขวับไปตามเสียงสัญชาตญาณสัตว์ป่าถูกรบกวน จังหวะที่มันเสียสมาธินี้เอง คือโอกาสเดียวของเฟิงอู๋จี้
เขาไม่ได้ใช้โอกาสนี้หนี แต่พุ่งตัวเข้าไปหา 'ผลอัคคีแดง' ที่ร่วงอยู่บนพื้น ผลไม้นี้มีพิษร้อนแรง ปกติสัตว์อสูรจะไม่กิน แต่ถ้า... มันถูกเปลี่ยนสภาพล่ะ?
เฟิงอู๋จี้คว้าผลไม้นั้นขึ้นมา ใช้เืที่เปื้อนมือป้ายลงไปพร้อมถ่ายเทพลังจิติญญาเฮือกสุดท้าย วาด 'อักขระกระตุ้นธาตุ' ลงบนเปลือกผลไม้
"กินนี่ซะ! ไอ้เดรัจฉาน!"
เขาขว้างผลอัคคีแดงเข้าไปในปากของหมูป่าที่กำลังอ้าปากคำรามใส่ต้นไม้ต้นนั้น
ผลไม้ลูกเล็กพุ่งเข้าไปในลำคอของมันอย่างแม่นยำ
อึก!
หมูป่ากลืนมันลงไปโดยสัญชาตญาณ จากนั้น... ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ
วินาทีต่อมา หมูป่าขนเหล็กแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง!
"กี๊ซซซซซ!"
อักขระกระตุ้นธาตุที่เฟิงอู๋จี้เขียนลงไป ไม่ได้ทำหน้าที่โจมตี แต่มันไปเร่งปฏิกิริยาของ 'ผลอัคคีแดง' ในกระเพาะอาหาร ให้ปลดปล่อยฤทธิ์ร้อนแรงออกมาพร้อมกันในเสี้ยววินาที เหมือนโยนถ่านไฟร้อนๆ ลงในถังน้ำมัน
ท้องของหมูป่าบวมเป่งขึ้น ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากจมูกและปาก มันดิ้นทุรนทุราย ชนต้นไม้ไปทั่วอย่างไม่รู้ทิศทาง อวัยวะภายในของมันกำลังถูกเผาไหม้จากข้างใน
เฟิงอู๋จี้ยืนพิงต้นไม้มองดูวาระสุดท้ายของมันด้วยสายตาเรียบเฉย หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
ไม่นานนัก ร่างมหึมาของหมูป่าขนเหล็กก็ล้มตึงลงแน่นิ่งไป
เด็กหนุ่มพยุงร่างที่บอบช้ำเดินเข้าไปหาซากสัตว์อสูร เขาชักมีดสั้นสนิมเขรอะที่พกติดเอวออกมา กรีดลงไปที่คอหอยของหมูป่า เืสีแดงเข้มที่ยังอุ่นระอุไหลทะลักออกมา
"เืสัตว์อสูรธาตุไฟ... นี่แหละคือสิ่งที่ข้า้า"
เฟิงอู๋จี้ไม่รอช้า เขานั่งขัดสมาธิลงข้างซากศพ ใช้นิ้วจุ่มเืสัตว์อสูร แล้ววาดวงแหวนอักขระล้อมรอบตัวเองและซากหมูป่า
"ค่ายกลโลหิตกลั่นิญญา!"
นี่คือวิธีการฝึกตนของมาร? ไม่ใช่... นี่คือวิถีแห่งราชันย์โอสถอักขระ ผู้ไม่เกี่ยงงอนวิธีการ ขอเพียงผลลัพธ์ที่้า เขาจะเปลี่ยนเืของสัตว์อสูรตัวนี้ ให้กลายเป็ 'โอสถเหลว' เพื่อชำระล้างเส้นลมปราณขยะในร่างนี้ให้สิ้นซาก!