บทที่9. เดินทางเข้าป่าเร้นลับชั้นใน
ที่หมู่บ้านเร้นลับกลางหุบเขา..
ท่านพ่อบ้านหวังฉีกลับมาจากการขายสมุนไพรล้ำค่าพร้อมข้าวของมากมายและถังหูลู่ให้คุณหนูตัวน้อย และเป็ไปตามคาดไว้หญ้าหยกกิเลนนั้นมีค่ามีราคาอย่างมากทั้งยังสร้างความแตกตื่นให้แก่ร้านยาสมุนไพรที่เขาเข้าไปขายอีกด้วยได้เงินค่าสมุนไพรมาถึง500ตำลึงทองเลยทีเดียว
“ถังหูลู่อร่อยหรือไม่สิบสี่”
“อย่อยเ้าค่าฉิบฉี่จินหมดแล๊ววว” เสียงสูงๆ ต่ำๆตามจังหวะการพูดบ่งบอกว่าเ้าตัวอารมณ์ดีมากเพียงใดที่ได้กินของที่อยากกิน
“กินหมดเช่นนี้ก็ไม่หิวข้าวแล้วใช่หรือไม่หื้ม” ท่านผู้เฒ่าไป๋ยังคงเอ่ยหยอกล้อหลานสาวต่อไปการได้พูดคุยกับเ้าสิบสี่ที่ยังไร้เดียงสา เป็สิ่งที่ทำให้จิตใจของปู่เช่นเขาสงบลงจากเื่ที่กังวลใจได้บ้าง
“หิวเ้าค่ะฉิบฉี่จินได้อีก”
“โฮ๊ะๆ ๆ เ้าเด็กอ้วนของปู่” ท่านผู้เฒ่าไป๋ยื่นมือลูบหัวกลมๆ ของหลานสาวอย่างเอ็นดูอดคิดถึงลูกหลานที่เหลือไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตเป็เช่นไรบ้างหากสามารถถอนพิษในกายได้ คิดว่าคงต้องออกเดินทางตามหาโดยเร็วที่สุด
“ฮิฮิ ฮิ ฉิบฉี่เป็เด็กอ้วนหยือเ้าคะ”
“โฮ๊ะๆๆอ้วนเช่นนี้ดีแล้วเ้าจะได้โตเร็วๆ อย่างไรเล่า”
“เ้าค่า”ท่านปู่ว่าเช่นไรฉิบฉี่ก็ว่าเช่นนั้น คิดแล้วก็ยิ้มหวานให้ท่านปู่ด้วย
่เย็นวันนั้นท่านพ่อบ้านหวังฉีก็เตรียมของเข้าป่าเรียบร้อยเช้าวันต่อมาทั้งสามคนมีหนึ่งเด็กน้อยวัย3หนาว สองผู้ชราก็พากันแบกตะกร้าขึ้นหลังเดินทางเข้าป่าเร้นลับชั้นใน ชาวบ้านไม่มีใครสงสัยอันใดคิดเพียงว่าทั้งสามคงเข้าไปหาของป่าและสมุนไพรกันดั่งเช่นปกติทั้งสามเดินเข้าป่ามาได้สองชั่วยามแล้วรอบกายเริ่มมืดทึบไร้แสงสาดส่องเพราะตอนนี้เดินเข้ามาสู่เขตป่าชั้นกลางแล้วอีกไม่ไกลก็จะเข้าเขตป่าชั้นใน
“เ้าสิบสี่ต้นหญ้าหยกกิเลนบอกหรือไม่ว่าต้องไปที่ใดของป่าชั้นใน”
“บอกเ้าค่ะท่านปู่ไปถ้ำๆ เ้าค่า เมล็ดสมุนไพรอยู่ในถ้ำๆ”
“ถ้ำหรือ”ท่านผู้เฒ่าไป๋ทวนสิ่งที่หลานสาวบอกพร้อมสอดส่ายสายตามองไปโดยรอบ
“ในป่าชั้นในนี้มีถ้ำอยู่หลายแห่งนะขอรับและหากเป็ถ้ำใหญ่ๆ บ่าวเคยได้ยินมาว่าอาจมีสัตว์อสูรเฝ้าปากถ้ำอยู่ด้วยนะขอรับ”ท่านพ่อบ้านหวังฉีเอ่ยสิ่งที่เคยได้ยินมาจากในคนหมู่บ้านเมื่อนานมาแล้ว
“อืมอันตรายเกินไปจริงๆ”
“ฉิบฉี่จะไปถามพี่ต้นไม้ให้นะเ้าคะ”ว่าแล้วก็เดินไปแปะมือน้อยของตนเข้าที่ลำต้นใหญ่โตของต้นไม้ที่อยู่ด้านข้าง
‘ชาหวัดดีเ้าค่ะพี่ต้นไม้ ฉิบฉี่ขอถามได้ยึเป่าเ้าคะ’
‘เด็กน้อยเ้าพูดกับต้นไม้เช่นข้าได้หรือ’
‘ได้เ้าค่ะ ฉิบฉี่คุยกับพี่ต้นไม้ได้ทุกต้นเยยย ฉิบฉี่เก่งมาก’
‘เด็กน้อยเ้าเก่งยิ่งนัก แล้วมีเื่ใดจะถามข้าหรือ’
‘ฉิบฉี่มาตามหาเมล็ดว่านวารีโยหิตเ้าค่ะ พี่ต้นหญ้าหยกกิเยนบอกมา’
‘อ้อมาตามหาเมล็ดว่านวารีโลหิตเพราะต้นหญ้าหยกกิเลนแนะนำมาเช่นนี้นี่เองเอาเถิดเช่นนั้นเมื่อเ้าเข้าสู่เขตป่าชั้นในแล้ว ให้เดินไปยังทางทิศตะวันออกราว ๆสิบลี้เ้าจะเจอถ้ำขนาดใหญ่ ที่หน้าถ้ำจะมีต้นผิงกั่วขึ้นอยู่สามต้น หาไม่ยากที่ถ้ำนั้นเมื่อหลายสิบปีก่อนเคยมีสมุนไพรที่เ้าตามหาอยู่แต่มันก็ไม่ยอมงอกออกมานานแล้วล่ะ เพราะข้าไม่เคยได้กลิ่นอายของมันมานานมากแล้วหากกลัวหลงทางเ้าก็ถามต้นไม้ต้นนั้นต้นนี้ไประหว่างทางได้เดี๋ยวข้าจะส่งข่าวบอกต่อๆ ไปให้พวกเหล่าต้นไม้รู้เื่ของเ้าด้วยก็แล้วกันนะ’
“ขอบคุณพี่ต้นไม้มากๆเยยเ้าค่า ฮิ ฮิ”
เมื่อได้ความแล้วสิบสี่ตัวน้อยก็รีบมาบอกท่านปู่ทันทีเมื่อได้รับฟังสิ่งที่หลานสาวได้พูดคุยกับเหล่าต้นไม้แล้วท่านผู้เฒ่าไป๋ยิ่งมั่นใจมากขึ้นในเื่ของพลังปราณธาตุของหลานสาวว่าต้องเป็ปราณธาตุพฤกษาเป็แน่สร้างความยินดีให้แก่คนเป็ปู่เช่นเขาเป็อย่างมาก
ระหว่างที่เดินทางไม่พบเจอสัตว์อสูรตนใดโผล่ออกมาเลยสักตนอาจจะเพราะทั้งสามเดินทางโดยถามทางจากเหล่าต้นไม้และได้รับการชี้แนะเส้นทางที่หลีกเลี่ยงอันตรายจากสัตว์อสูรได้นั้นเองเดินมาตามทิศทางตะวันออกของป่าชั้นได้หนึ่งชั่วยามก็พบถ้ำที่มีต้นผิงกั่วยืนต้นอยู่หน้าถ้ำสามต้น
“คิดว่าเป็ที่นี่นะขอรับนายท่าน”ท่านพ่อบ้านหวังฉีเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดกันอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำแล้ว
“ฉิบฉี่ไปถามเองเ้าค่า”ร่างน้อยที่ขี่หลังท่านปู่อยู่ค่อยๆกระดึ๊บลงจากหลังของท่านปู่ช้าๆเดินเข้าไปหาพร้อมทำเช่นเดิมคือเอามือแปะลงไปที่ลำต้นของต้นไม้ที่้าสื่อสารด้วย
‘ชาหวัดดีเ้าค่าพี่ต้นไม้’
‘เด็กน้อยที่เหล่าต้นไม้ส่งข่าวต่อๆ กันมาใช่หรือไม่’ เสียงเหมือนสตรีใจดีเอ่ยถามขึ้น
‘เ้าค่ะเป็ฉิบฉี่เองหรือจะเรียกจิ่วจิวก็ได้เ้าค่ะ’
‘ได้ๆ เ้าจิ่วจิวน้อย ข้ารู้แล้วว่าเ้ามาตามหาว่านวารีโลหิตเช่นนั้นก็รีบเข้าไปเก็บเถิด รีบไปแล้วก็รีบออกพื้นที่ใกล้ๆนี่มีพยัคฆ์ขาวอยู่มันหวงพื้นที่อาณาเขตมากนัก’ เสียงต้นผิงกั่วเอ่ยบอกอย่างหวังดี
“ท่านปู่วววพี่ต้นไม้บอกว่าให้รีบไปเก็บเมล็ดสมุนไพรแล้วรีบกลับเ้าค่ะเพราะที่มีนี่มีั์ขาว”
“ั์ขาว?”
“เป็ตัวอะไยเ้าคะ”ใบหน้ากลมน่ารักนั้นเอียงไปมายามเอ่ยถามอย่างสงสัย
“หากั์ขาวที่คุณหนูว่านั้นหมายถึงพยัคฆ์ขาวนั้นก็คือเสือขอรับคุณหนูสิบสี่ เช่นนั้นบ่าวคิดว่าเราคงต้องรีบกันแล้วนะขอรับ”ท่านพ่อบ้านหวังฉีกล่าวออกมาตามความคาดเดาของตนเอง
“อืมรีบไปเถิด” ท่านผู้เฒ่าไป๋ส่งเสียงในลำคอพร้อมพยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นท่านผู้เฒ่าไป๋ก็อุ้มร่างเล็กๆ ของหลานสาวไว้ในอ้อมแขนทันทีก่อนเดินเข้าไปในถ้ำก็ให้ท่านพ่อบ้านหวังฉีจุดคบเพลิงเพื่อเพิ่มความสว่าง
“ฟึดฟึด ฟืดดดด ได้กลิ่นๆ ฉิบฉี่ได้กลิ่นหอมเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นกลิ่นหอมมาจากทางใดเล่าเ้าสิบสี่”
“อืมมมฟืดดด ทางนั้นเ้าค่ะท่านปู่” นิ้วน้อยชี้ไปตามทิศทางที่ได้กลิ่นหอมโชยมาอ่อนๆ
“บ่าวเดินนำเองนะขอรับนายท่าน”ท่านพ่อบ้านหวังเดินนำพร้อมถือคบเพลิงวาดไปทุกทิศทางส่องไปด้านหน้าและที่พื้นรวมถึงรอบข้างกายด้วยแม้ถ้ำนี้ไม่มืดมากนักแต่ก็ไม่อาจประมาทได้
เมื่อเดินเข้ามาเรื่อยๆ ด้านในถ้ำเป็โถงกว้างที่ตรงกลาง้าเป็รูมีแสงสาดส่องเข้ามาได้ขนาดใหญ่และยังมีแอ่งน้ำขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ด้วยสองแอ่งและที่ข้างแอ่งน้ำนั้นมีต้นไม้ออกผลคล้ายลูกท้อลูกโตน่ากินมากแต่ผลของมันถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดน้ำแข็งส่งไอเย็นออกมาอยู่ตลอดและมีอยู่เต็มต้นไปหมดเลยทีเดียว...