ทุกคนต่างชะงักงัน ไม่เข้าใจว่าเขากำลังจะทำอะไร?
จางอวิ๋นเดินนวดนาดไปเลือกอาวุธที่ชั้นวางอย่างสบายใจเฉิบ ก่อนจะหยิบกริชทองคำเล่มหนึ่งออกมา ควงเล่นในมือแล้วกวักเรียกสวีิ
สวีิเดินเข้าไปหาด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับผูกติดด้วยตะกั่ว
บทสนทนาระหว่างจางอวิ๋นกับเมิ่งจงเมื่อครู่ เขาได้ยินทั้งหมด
ประลองกับเนี่ยจื้อ?
ถ้าเป็ตอนที่ยังไม่โดนชิงรากิญญา เขาคงไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้... เขาเป็แค่คนพิการที่ระดับพลังตกลงมาเหลือเพียงขั้นเริ่มต้น
เมื่อมองรอยดาบขนาดใหญ่ที่เนี่ยจื้อฝากไว้บนศิลาทดสอบยุทธ์ สวีิก็รู้สึกขมขื่นในใจจนรสฝาดเฝื่อนกระจายเต็มปาก
ด้วยสภาพร่างกายตอนนี้ อย่าว่าแต่รอยแตกใหญ่ขนาดนั้นเลย แม้แต่รอยดาบตื้นๆ เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า
เพิ่งจะกราบอาจารย์... ก็จะต้องเป็ต้นเหตุให้อาจารย์โดนไล่ออกแล้วงั้นหรือ?
ความสิ้นหวังดำดิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของสวีิ ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
"เงยหน้าขึ้น!"
เสียงทรงอำนาจดังขึ้นข้างหู เขาเผลอเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ
เห็นเพียงจางอวิ๋นจ้องมองลงมาด้วยแววตาคมกริบ "ทำไม? คิดว่าเ้าสู้เนี่ยจื้อไม่ได้รึ?"
"ศิษย์..."
สวีิอ้าปากค้าง น้ำเสียงสั่นเครือ ไม่รู้จะตอบอย่างไร
"เ้าโง่!"
จางอวิ๋นตะคอกใส่อย่างไม่เกรงใจ ราวกับสายฟ้าฟาด
"คนอื่นจะมองเ้ายังไงมันก็เื่ของคนอื่น แต่ถ้าแม้แต่ตัวเ้าเองยังดูถูกตัวเอง ถอดใจยอมแพ้ั้แ่ยังไม่เริ่ม... งั้นเ้าก็เกินเยียวยาแล้ว!!"
คำพูดนั้นกระแทกใจสวีิอย่างจัง ราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบทำลายกำแพงแห่งความกลัว
ใช่สิ... ถ้าตัวเขาเองยังยอมแพ้ แล้วจะไปชนะใครได้?
เขามองไปที่เนี่ยจื้อที่กำลังเชิดหน้าอย่างมั่นใจอยู่ไม่ไกล กัดฟันแน่นจนกรามปูนโปน แล้วเงยหน้ามองจางอวิ๋นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว!
"ท่านอาจารย์... ศิษย์สู้ได้ขอรับ!"
"ดี! งั้นก็แสดงความมุ่งมั่นของเ้าให้ข้าเห็น!"
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ มุมปากยกยิ้มพอใจ
พรืด!
เมิ่งจงที่อยู่บนแท่นสูงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา
"จางอวิ๋น ข้าก็นึกว่าเ้าจะมีวิธีดีเด่อะไร ที่แท้ก็แค่ใช้ปากปลุกใจ? คิดว่าพูดน้ำท่วมทุ่งไม่กี่คำ จะทำให้ขยะเปียกกลายเป็อัจฉริยะได้งั้นรึ?"
จางอวิ๋นปรายตามองอีกฝ่ายด้วยหางตา แล้วสวนกลับอย่างเจ็บแสบ
"หุบปากเน่าๆ ของเ้า แล้วแหกตาดูเงียบๆ ไปซะ!"
โดนด่าเข้าให้ เมิ่งจงก็หน้าตึง เส้นเืปูดโปน "ฮึ่ม! ข้าจะคอยดู... ว่าเ้าจะมีน้ำยาแค่ไหน!"
จางอวิ๋นไม่สนใจเสียงนกเสียงกา หันกลับมาจ้องตาสวีิ
"เชื่อใจข้าไหม?"
"เชื่อขอรับ!"
สวีิพยักหน้าหนักแน่น แววตาไม่สั่นคลอนอีกต่อไป
"ดี..."
จางอวิ๋นพูดพลางกระชับกริชทองคำในมือ แววตาฉายประกายอำมหิตชั่ววูบ
ฉึก!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เขาแทงกริชทองคำเข้าไปที่ไหล่ซ้ายของสวีิเต็มแรง!
โลหิตสดๆ สาดกระเซ็น!
ทั่วทั้งลานหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก!
"จางอวิ๋น! เ้าบ้าไปแล้วเหรอ?"
"เ้าทำอะไรของเ้าน่ะ จางอวิ๋น? รีบหยุดเดี๋ยวนี้!!"
……
ท่านเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโต่างใจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ บางคนถึงกับเตรียมพุ่งตัวลงไปห้าม
แค่การประลอง... ผู้าุโเก้าถึงกับลงมือทำร้ายศิษย์ใหม่ต่อหน้าธารกำนัล? ข่าวนี้หลุดออกไปชื่อเสียงสำนักป่นปี้แน่!
"อะ... อาจารย์??"
สวีิผู้เป็เหยื่อก็ยืนงงจนลืมความเจ็บที่ไหล่ซ้าย ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสับสน
อาจารย์ที่เพิ่งกราบกราน... จะฆ่าเขาแล้วเหรอ?
"หลับตาลง! ใช้ใจััร่างกายของเ้า!"
แต่ในวินาทีถัดมา เสียงสั่งการอันเด็ดขาดของจางอวิ๋นก็ดังก้อง
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของจางอวิ๋น แม้จะเจ็บไหล่เจียนตาย แต่สวีิก็กัดฟันข่มความเ็ป แล้วหลับตาลงตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
จางอวิ๋นมองภาพนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดุจเซียนผู้ไร้กิเลส แต่ในใจกลับเต้นรัวเร็วราวกับกลองรบ
เนตร์... อย่าแกงกันนะเว้ย!
ใช้วัตถุธาตุทองแทรกซึมเข้าสู่เืเนื้อเพื่อกระตุ้น 'รากิญญาัทองโลหิตกลายพันธุ์' ... นี่คือวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดที่เขาคิดออกแล้ว
"ััร่างกาย?"
ทุกคนในที่นั้นได้ยินคำพูดของจางอวิ๋น ต่างก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
นี่คือการชี้แนะงั้นเหรอ? เอามีดแทงเนี่ยนะ?
หนึ่งวินาที... สองวินาที... สามวินาที...
สิบวินาทีผ่านไป สวีิยังคงนิ่งเงียบไร้ปฏิกิริยา มีเพียงเืที่ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
"จางอวิ๋น..."
เมิ่งจงทนไม่ไหว เตรียมจะเอ่ยปากด่าประณาม
"หุบปาก!!"
จางอวิ๋นตวาดสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องหันไปมอง
"แก!!"
เมิ่งจงโกรธจัดจนตัวสั่น แต่เห็นว่าคนอื่นๆ ยังเงียบอยู่ เขาจึงได้แต่แค่นเสียงฮึดฮัดแล้วเงียบไป รอคอยจังหวะซ้ำเติม
แต่เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งนาที เืสดๆ เริ่มย้อมชุดคลุมของสวีิจนแดงฉานน่ากลัว...
"พอได้แล้ว จางอวิ๋น!"
เหล่าผู้าุโบนแท่นสูงเริ่มทนดูไม่ได้
แม้จะดูออกว่าจางอวิ๋นไม่ได้แทงลึกถึงจุดตาย แต่ร่างกายของสวีิอ่อนแอมาก ขืนปล่อยให้เืไหลแบบนี้ต่อไป อาจจะช็อกตายได้ ถ้ามีคนตายในงานนี้ เื่ใหญ่แน่!
วิ้งงง...
แต่ในตอนนั้นเอง ร่างของสวีิก็กระตุกเฮือก!
าแที่ถูกกริชทองคำแทง จู่ๆ ก็มีแสงสีทองเปล่งประกายออกมาจางๆ
ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัว...
"โฮก!!"
สวีิเงยหน้าคำรามก้องฟ้า!
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์... แต่มันดังกังวานกึกก้องราวกับเสียง 'ัคำราม'!!
จากแสงสีทองเพียงจุดเล็กๆ บัดนี้ได้ะเิตูมออกกลายเป็คลื่นแสงสีทองเจิดจ้า พร้อมกับกลิ่นอายัาอันทรงพลังที่แผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วทั้งสำนักหลิงเซียน!
ภายในสิบเก้ายอดเขาของสำนัก สัตว์อสูรน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนต่างพากันตัวสั่นงันงก หมอบราบคาบแก้วด้วยความหวาดกลัวต่อราชันย์แห่งสรรพสัตว์
"นี่... นี่มัน!!"
บนแท่นสูง ท่านเ้าสำนักผุดลุกขึ้นยืนพรวด จ้องมองสวีิด้านล่างด้วยความตกตะลึงจนลืมภาพลักษณ์
"เกิด... เกิดอะไรขึ้น!?"
ทุกคนในที่นั้นต่างได้สติ มองแสงสีทองที่สว่างวาบไปทั่วและััได้ถึงแรงกดดันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้อยากจะก้มลงกราบกราน ต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
"พลัง... พลังของข้ากลับมาแล้ว!!"
สวีิลืมตาขึ้น ั์ตาส่องประกายสีทองอำพัน ะโร้องด้วยความปิติยินดีสุดขีด
จางอวิ๋นยิ้มมุมปาก ชี้มือไปที่ศิลาทดสอบยุทธ์ข้างๆ อย่างท้าทาย
"ไปซะ! แสดงให้พวกมันเห็นของจริง!"
"ขอรับ ท่านอาจารย์!"
สวีิที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่ต้องใช้อาวุธใดๆ ง้างหมัดขวาที่มีปราณัสีทองหมุนวนหุ้มอยู่ แล้วชกตูมใส่ศิลาทดสอบยุทธ์เต็มแรง!
ตูม!!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว!
ศิลาทดสอบยุทธ์ขนาดหนึ่งเมตร... ไม่ใช่แค่แตก ไม่ใช่แค่ร้าว แต่มัน 'ะเิ' ละเอียดเป็ฝุ่นผงปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ!
ทั่วทั้งลานตกอยู่ในความเงียบสงัด... เงียบจนน่าขนลุก
ทุกคนจ้องมองภาพตรงหน้าตาค้าง ปากอ้ากว้างเป็รูปตัว 'O' โดยพร้อมเพรียง
แตก?
ศิลาทดสอบยุทธ์ที่แข็งแกร่ง... กลายเป็ฝุ่นไปแล้ว??
"เป... เป็ไปไม่ได้!!"
เสียงร้องโหยหวนอย่างไม่อยากจะเชื่อของเมิ่งจง ดึงสติทุกคนกลับมาจากความช็อก
สายตาที่พวกเขามองไปที่จางอวิ๋น เต็มไปด้วยความทึ่งและเหลือเชื่อ
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
คนพิการที่ทุกคนดูถูก... แค่โดนจางอวิ๋นเอากริชจิ้มทีเดียว ก็กลายเป็ปีศาจไปแล้ว?
มองดูสวีิที่มีแสงสีทองจางๆ ห่อหุ้มร่างกาย และแผ่กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
ทุกคนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
สวัสดิการผู้ข้ามมิติ... ไม่หลอกลวงจริงๆ ด้วย!
ปฏิกิริยาของทุกคนทำให้จางอวิ๋นยิ้มกริ่ม เขาหันไปมองเมิ่งจงบนแท่นสูงด้วยสายตาเรียบเฉยและเ็า
"ท่านผู้าุโสิบ... ศิษย์ของท่านทำได้แค่ 'รอยร้าว' แต่ศิษย์ของข้า 'ป่น' ศิลาจนละเอียดเป็ผง..."
"การประลองครั้งนี้... ข้าชนะ!"
"โกง! เ้าโกง!!"
เมิ่งจงได้สติ รีบะโเสียงหลง ชี้หน้าจางอวิ๋นด้วยนิ้วที่สั่นเทา "สวีิคนนี้มีกายาพิเศษอยู่แล้ว! เ้าก็แค่ไปกระตุ้นมันขึ้นมาเท่านั้น! นี่มันไม่ใช่การชี้แนะ มันคือการโกงชัดๆ!!"
ในฐานะผู้าุโ เขาย่อมมีสายตาเฉียบคมพอที่จะดูออกว่าสวีิมีกายาพิเศษที่ถูกปลุกขึ้นมา
"โกง?"
จางอวิ๋นเลิกคิ้ว แสยะยิ้มเยาะเย้ย "ท่านผู้าุโสิบ ข้าขอถามคำเดียว... ก่อนหน้านี้ใครกันที่เรียกศิษย์ข้าว่า 'ไอ้ขยะ' เต็มปากเต็มคำ? ใครกันที่บอกว่าเขาเป็ 'คนพิการ'?"
"ข้า... ข้า..."
เมิ่งจงอึกอัก เถียงไม่ออก หน้าแดงสลับซีด
"ข้ากับผีสิ!"
จางอวิ๋นด่าสวนอย่างไม่ไว้หน้า เสียงดังฟังชัด
"เ้ามันก็แค่พวก 'ตาถั่ว' มองเพชรเป็กรวด มองัเป็งูดิน! ดีแต่พล่ามไร้สาระ พอสู้ไม่ได้ก็มาหาว่าคนอื่นโกง?"
"มีผู้าุโหน้าด้านไร้ยางอายแบบเ้าอยู่ในสำนัก... ข้ารู้สึกอับอายขายขี้หน้าบรรพบุรุษจริงๆ!"
"แก!!"
เมิ่งจงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง แทบจะกระอักเืออกมาจริงๆ
"พอได้แล้ว!"
ท่านเ้าสำนักทนดูไม่ไหว เอ่ยขัดขึ้นเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ
"การประลองครั้งนี้... ผู้าุโเก้าชนะ!"
สิ้นคำตัดสินดั่งประกาศิต เมิ่งจงหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้มที่ถูกถอนขนจนเกลี้ยง
"หนึ่งหมื่นหินิญญา... จ่ายมา!"
จางอวิ๋นเดินอาดๆ กลับขึ้นไปบนแท่นสูง แบมือทวงหนี้ตรงหน้าเมิ่งจงอย่างไม่เกรงใจ
"ข้า..."
เมิ่งจงกัดฟันกรอด อยากจะบิดพลิ้ว แต่เมื่อเจอสายตากดดันจากท่านเ้าสำนักและรอบข้าง ก็จำใจต้องล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ควักแหวนมิติวงหนึ่งออกมา แล้วกระแทกใส่ในมือจางอวิ๋นด้วยความเคียดแค้น
"เอาไป!!"
จางอวิ๋นรับมา ส่งจิตเข้าไปตรวจสอบหินิญญาที่อัดแน่นอยู่ข้างในแล้วยิ้มกว้างจนแก้มปริ
"ขอบคุณท่านผู้าุโสิบสำหรับของขวัญชิ้นงาม~ ไว้โอกาสหน้ามาแจกเงินข้าใหม่นะ!"
"ไอ้สารเลว!"
เมิ่งจงสบถเบาๆ หัวใจเ็ปราวกับโดนกรีดเืเนื้อ หนึ่งหมื่นหินิญญา... ทรัพย์สินที่เขาสะสมมาหลายปี หายวับไปกับตา!
จางอวิ๋นเก็บแหวนมิติเข้าอกเสื้อ รู้สึกสะใจสุดๆ
โดยเฉพาะเมื่อััได้ถึงสายตาของเหล่าศิษย์ด้านล่างที่มองมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง... จากดูถูกกลายเป็ยำเกรง
คนในที่นี้ไม่ได้โง่
แม้จางอวิ๋นจะทำแค่เอากริชจิ้มสวีิ แต่การที่เขามองขาดว่าเด็กคนนี้มีกายาพิเศษซ่อนอยู่ และรู้วิธีกระตุ้นมันขึ้นมาได้ในพริบตาเดียว นั่นก็พิสูจน์ได้แล้วว่า...
ผู้าุโเก้าคนนี้... ตาถึงขั้นเทพ!
แม้แต่ท่านเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโคนอื่นๆ ยังมองจางอวิ๋นด้วยสายตาทึ่งๆ
ต้องรู้ก่อนว่า พวกเขาเองก็ดูไม่ออกเลยว่า 'คนพิการ' อย่างสวีิจะมีของดีซ่อนอยู่ จางอวิ๋นมองออกได้ยังไง?
ท่านเ้าสำนักสงสัยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจ
โชคดีที่จางอวิ๋นมองขาด ไม่งั้นถ้าปล่อยหลุดมือไป สำนักหลิงเซียนคงเสียดายแย่ที่พลาดศิษย์ระดับปีศาจแบบนี้ไป!
สายตาที่มองจางอวิ๋นจึงดูเป็มิตรขึ้นมาทันตา
บางที... ข้อเสนอเื่การปลดตำแหน่งในอีกสามเดือนข้างหน้า อาจจะต้องพิจารณากันใหม่...
"ท่านอาจารย์! โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วย!"
ในตอนนั้นเอง สวีิที่อยู่ด้านล่างก็คุกเข่าลงโขกศีรษะให้จางอวิ๋น เสียงดัง ตึง! ด้วยความเคารพเทิดทูนจากก้นบึ้งของหัวใจ
และในวินาทีนั้นเอง...
【ติ๊ง!】
【ท่านได้รับการยอมรับจากศิษย์ 'สวีิ' อย่างแท้จริง... การรับศิษย์สำเร็จ!】
ยังไม่ทันที่จางอวิ๋นจะทันได้คิดอะไร เสียงอันไพเราะราวกับเสียง์ก็ดังขึ้นข้างหู
【โลกปรมาจารย์เซียน... เปิดใช้งานครั้งที่สอง!】
……