"คุณอาสุดหล่อมารับน้องอีกแล้ว...สวัสดีค่ะ" ทันทีที่น้องมะนาวเดินออกมาจากอาคารอนุบาล สายตาแรกเธอเห็นนักรบยืนเคียงข้างผู้เป็แม่เพื่อรอรับอยู่ด้านหน้า ทักทายเขาเป็คนแรกเดินผ่านแม่มาหน้าตาเฉย อย่างกับแม่ไม่มีตัวตน
"ใช่ครับ อามารับลูกหนี้ที่รักให้ไปทำงานชดใช้" นักรบย่อตัวให้เสมอเด็กหญิง แล้วตอบเธอด้วยความจริงตามที่ตั้งใจ ก็ในเมื่อคนเป็แม่พยายามหลีกหนี เขาจึงต้องรีบประชิดตัวลูกสาวดักทาง ไม่ให้น้ำส้มปลีกตัวออกห่างไปอย่างง่ายดาย...ก็เขาอยากได้!
"โห...วันนี้เลยเหรอคะ" เด็กหญิงมะนาวโอดครวญ เมื่อนักรบเร่งรัดเธอ แม้มันจะเป็อะไรที่แสนง่ายดาย แต่สำหรับเด็กน้อยวัยกำลังเล่น ก็คงสบถออกมาตามประสา
"ครับผม" นักรบตอบเด็กหญิง
"แต่น้องยังไม่พร้อมเลยนี่นา...แต่ไปทำงานก็ได้ค่ะยืมเงินแล้วก็ต้องคืนครูเรย์สอนน้องแบบนั้น" น้องมะนาวบอกเล่าให้เขาฟัง ทว่าเธอก็ยินยอมทำตาม เมื่อคำของคุณครูที่โรงเรียนมันวิ่งแจ้นเข้ามาในหัว ตามที่ได้จดจำมาเลยตกลงอย่างว่าง่าย ภายใต้ความงุนงงของน้ำส้มที่ยืนฟังเงียบ ๆ
"เก่งเวอร์ ๆ เลยครับ...ไม่เหมือนบางคนที่เข้าใจยากมาก" นักรบชมเด็กหญิง จากนั้นจึงถากถางน้ำส้มในถัดมา ทำเอาเธอแทบอยากจะบีบคอเขาให้ตายคามือ
"ใครเหรอคะ ไม่น่ารักเลยเนอะคุณอา" เด็กหญิงถามโดยไม่รู้เลยว่าสายตาของนักรบเบนมองแม่ของเธอ
"มะนาวแม่อยู่ตรงนี้ค่ะ หนูไม่ทักแม่เลยนะ" น้ำส้มทักท้วงขึ้น เมื่อลูกสาวเอาแต่เจื้อยแจ้วกับนักรบจนไม่ทักทายเธอเหมือนอย่างเช่นทุกครั้งที่มารับ
"น้องเห็นแล้วค่ะ ก็เจอคุณแม่ทุกวันเลย แต่คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ เพิ่งเจอนี่คะ" เด็กหญิงมะนาวตอบแม่ ทำเอาน้ำส้มถึงกับกลอกตามองบนอย่างหน่ายใจกับการตอบโต้ของลูกสาวตัวกลมที่แสนรักของเธอ
"คนที่คุณอานักรบบอกไม่น่ารักเลย" เด็กหญิงหันมาพูดกับนักรบต่อในสิ่งที่ยังค้างคากัน
"ใช่ครับไม่น่ารักเลย แต่สวย...ไปขึ้นรถกันดีกว่า" นักรบตอบรับเด็กหญิงเขาจับมือน้องมะนาวแล้วหยุดยืนข้างน้ำส้ม ตั้งใจให้เธอได้ยินคำชมก่อนจะเดินจากไป สร้างความอายจนพวงแก้มเห่อร้อนแก่น้ำส้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ไปค่ะ" เด็กหญิงมะนาวทำตามอย่างว่าง่าย เธอเดินจับมือนักรบไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่
แม้ว่าการมาทันกะทันหัน เขาไม่รอให้น้ำส้มได้ไหวตัว รีบกระโจนขึ้นรถเธอมาจนน้ำส้มนั้นยากจะห้าม เพราะระอาเต็มทีกับผู้ชายคนนี้ที่แสนยียวน สุดท้ายเขาเลยได้มารับลูกสาวกับเธอเช่นนี้ และเธอก็ถูกลูกเมินอย่างไม่เป็ท่า สองคนต่างวัยก็ช่างเข้าขากันเสียเหลือเกิน
"อีตาบ้า! " เธอสบถเสียงเข้มในลำคอ มองตามหลังนักรบพลางจับแก้มของตัวเองเบา ๆ
"ยืนยิ้มสวยอะไรครับ รีบมาขึ้นรถเร็วผมหิวข้าว" เขาะโเรียกเธอ เขาถือวิสาสะนั่งตรงคนขับโดยที่น้ำส้มไม่ได้อนุญาตแต่อย่างใด บอกแล้วเขามันสายมึนและตีเนียน
"น้องก็หิวค่ะ" ตามด้วยร้องมะนาวที่สำทับ จนน้ำส้มต้องเดินไปขึ้นรถยนต์พร้อมพวงแก้มที่แดงระเรื่อดั่งลูกตำลึง
"ลูกหนี้ที่รักของอาหิวเหรอ" นักรบถามน้องมะนาวเมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น
"ใช่ค่ะของกินที่โรงเรียนไม่อร่อยเลยวันนี้ น้องเลยกินไปแค่จิดเดียว(นิดเดียว)" เด็กหญิงตอบอย่างฉะฉาน พลางทำมือบ่งชี้ความน้อยนิดให้ชัดเจน จนนักรบต้องเผลอยิ้มในท่าทีของเด็กน้อยที่มันแสนจะน่ารัก พวกเขาแทบไม่สนใจน้ำส้มที่ขึ้นมานั่งด้านหน้าคนขับ เอาแต่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานอย่างกับผู้เป็แม่ของเด็กเสมือนลมที่ลอยผ่านเท่านั้น
"อะเริ่มงานแรก" นักรบที่รู้ถึงข้อตกลงเกี่ยวกับงานการชดใช้หนี้ เขายื่นนมกล่องให้กับมะนาว พร้อมบอกกล่าวถึงการเริ่มต้น
"โอเคค่ะ" น้องมะนาวรับนมกล่องหนึ่งมา จากนั้นจึงเจาะหลอดดูดกิน สิ่งที่เห็นทำเอาน้ำส้มถึงกับงุนงง เธอไม่รู้เื่ราวสิ่งที่สองคนต่างวัยตกลงกันไว้ ก็ได้แต่มองหน้าพวกเขาสลับกันไปมา
"เดี๋ยวนะ นี่เหรอคืองาน คุณเอาอะไรคิด คุณรวยถึงขนาดเอาเงินมาทำแบบนี้หรอคุณนักรบ" น้ำส้มเอ่ยถามชักน้ำเสียงอย่างไม่พอใจ กับการที่เขาทำอะไรแบบนี้อย่างกับคนสิ้นคิด จริงอยู่ที่เขารวยเป็เ้าของธุรกิจและนั่นก็เงินของเขาที่จะทำอะไรก็ได้ แต่อดไม่ได้จริง ๆ ที่เธอต้องทักท้วง
"ผมก็..."
"คุณอาก็ต้องเอาหัวใหญ่ ๆ ของคุณอาคิดสิคะ คุณแม่ขาก็ถามแปลก ๆ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
นักรบที่กำลังจะอ้าปากตอบคำถาม เขาต้องหยุดกะทันหัน เมื่อเสียงแหลมของน้องมะนาวตอบแทน มันเป็คำตอบที่ทำให้นักรบสุดจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ได้ เขาปล่อยออกมาเกือบสุดเสียง จนน้ำส้มต้องหยิกแขนของเขายับยั้งความอาย ที่ลูกสาวเหมือนหลอกด่าเอาไม้หน้าสามแสกหน้าเธอต่อหน้าเขา ทำเอาน้ำส้มถึงกับพูดต่อไม่ถูก ได้แต่เขม็งตาใส่คนทั้งสองที่ต่างวัย แต่กับน้องมะนาวเธอไม่ได้สนใจมองหน้าแม่แม้แต่น้อย เอาแต่ตั้งใจดูดนมในกล่องอย่างกับหิวโหย
"อ่าอร่อยจังเลย เอิ้ก!" เด็กหญิงมะนาวที่กินจนอิ่ม เธอพูดออกมาด้วยความสดใสและเดียงสา พร้อมมีปฏิกิริยาที่แสนน่ารักหลังจากกินเสร็จ จนน้ำส้มและนักรบหันหลังกลับมามอง ด้วยเสียงเรอที่ดังก้องรถยนต์
"คงอร่อยน่าดู" นักรบแซวขึ้น นับวันเขาก็ยิ่งเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้ แม้จะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เหมือนว่าเขาผูกพันกับสองแม่ลูกมาแรมปี นี่คงจะเป็พรหมลิขิตละมั้ง
"นมคุณอาอร่อยเวอร์ ๆ เลย อืมคุณแม่ขาคุณแม่วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนน้องหัวเราะจนฟันหลุดด้วยค่ะ" เด็กหญิงเอ่ยชมนมของนักรบ จากนั้นเธอจึงพูดถึงเหตุการณ์ในห้องเรียนที่เกิดขึ้นวันนี้เล่าสู่แม่ฟัง เธอทำแบบนี้ทุกวันบอกกล่าวความเคลื่อนไหว หรือเล่าเื่ราวที่พบเจอให้แม่ฟังเสมอจนเคยชิน
“หัวเราะยังไงคะจนฟันหลุด” สิ่งที่ลูกบอกทำให้น้ำส้มต้องย้อนถามด้วยความไม่เข้าใจ
“หัวเราะเสียงดังเวอร์ ๆ แล้วหลับตาค่ะ” น้องมะนาวเล่าต่อ
“แม่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าฟันหลุดยังไง แค่หัวเราะเองนะ”
“ก็เพื่อนน้องขำมากขำจนหลับตาหัวเราะ แล้วไปชนประตูฟันหลุดเลยค่ะ”
(((ฮ่าฮ่าฮ่า)))
การเล่าเื่ของน้องมะนาวทำเอาคนในรถยนต์ต้องปล่อยเสียงหัวเราะลั่น เื่ราวที่มันเกินคำบรรยายทำให้เกิดเสียงหัวเราะแห่งสุข น้องมะนาวเธอสามารถแก้สถานการณ์จากตึงเครียดให้มีรอยยิ้มได้เสมอ แม้จะอยู่ในวัยเดียงสา ทว่าเธอช่างรู้เกินวัยปัจจุบัน มีความฉลาดช่างพูดจนคนที่ได้ชิดใกล้หลงรักหัวปักหัวปำ