ตอนที่ 1 อุบัติเหตุ
ณบริษัทแห่งหนึ่งที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในที่ประชุมเื่ผลกำไรและรายรับรายจ่ายของบริษัทวาระการประชุมในวันนี้กำลังคุยกันถึงเื่การปันผลเงินโบนัทก้อนใหญ่ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนตามความเหมาะสมแต่! ปีนี้มันกลับไม่ง่ายเหมือนปีก่อนๆที่ผ่านมาเพราะอานนท์ลูกชายคนโต แต่เขาเป็ลูกเมียน้อยของคุณพ่อได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้บริหาร เพราะเขาเก่งและมีความสามารถมาก จนผู้เป็บิดาเห็นถึงความสามารถที่อานนท์มีซึ่งปีนี้เป็ปีแรกที่เขาได้นั่งเก้าอี้ผู้บริหาร แต่เขากลับทำกำไรให้กับบริษัทมากกว่าที่เคยได้อย่างมหาศาลและเขาก็มีความคิดที่อยากจะเพิ่มเงินโบนัทให้กับพนักงานของเขาทุกคนโดยเฉลี่ยกันไปตามความเหมาะสมแต่ลูกอีกคนของคุณพ่อที่ถือหุ้นอยู่ในบริษัทด้วยกลับไม่ยอม
“พี่นนท์ครับผมคิดว่าโบนัทที่เราให้พวกเขาทุกปีมันก็มากพออยู่แล้วนะครับ” เกล้าลูกชายคนที่สองได้เอ่ยคัดค้านขึ้น เกล้าเป็ลูกเมียแต่งของคุณมานะคุณพ่อของอานนท์ ก็ถือได้ว่าเกล้าเป็น้องชายของอานนท์นั่นเองเกล้าไม่เห็นด้วยกับความคิดของอานนท์เพราะเขาเห็นว่าไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเอาเงินจำนวนมหาศาลไปแบ่งให้พนักงานพวกนั้น
“แต่ปีนี้บริษัทของเราทำรายได้มหาศาลเราก็ควรจะแบ่งให้พวกเขาตามความเหมาะสมนะครับคุณเกล้า” ถึงอานนท์จะเป็พี่แต่อานนท์ก็ไม่ใช่ลูกเมียแต่งของคุณพ่อทุกคำพูดของอานนท์จึงให้เกียรติเกล้าที่เป็น้องชายเสมอ โดยการเรียกเกล้าว่าคุณเกล้า มีแต่พริ้งลูกสาวคนเล็ก ที่เกิดจากท้องของคุณหนึ่งฤทัยคุณแม่ของอานนท์พริ้งจะเรียกพี่ๆ ของเธอทั้งสองคนว่าพี่เสมอ
บ้านนี้มีลูกทั้งหมดสามคน ชายสองหญิงหนึ่งอานนท์กับพริ้งเกิดจากแม่คนเดียวกันก็คือคุณหนึ่งฤทัยที่ไม่ใช่เมียแต่งและเกล้าที่เกิดจากท้องของคุณรพีภรณ์เป็เมียแต่งของคุณมานะแต่คนเป็เมียน้อยกลับมาก่อน คนที่เป็เมียแต่งกลับมาทีหลัง แต่นั่นมันก็เป็เื่ของผู้ใหญ่ที่มันผ่านมานานแล้วส่วนคุณมานะท่านพยายามดูแลลูกกับเมียทั้งสองอย่างเท่าเทียมกันเสมอทำให้คุณแม่ทั้งสองคนไม่เคยมีปัญหากัน ต่างคนต่างอยู่กันคนละบ้านแล้วก็ช่วยกันทำมาหากิน
“หยุดเถียงกันก่อนนะคะ เรามาหาเสียงข้างมากกันดีกว่าค่ะพริ้งเห็นด้วยกับพี่นนท์ค่ะ” พริ้งเอ่ยห้ามพี่ชายของเธอทั้งสองคนที่ตอนนี้กำลังมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่สำหรับเธอ เธอเห็นด้วยกับพี่นนท์ของเธอ
“พี่น้องกันก็ย่อมเข้าข้างกันอยู่แล้ว”เกล้าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมามากนัก
“แต่พริ้งก็เป็น้องพี่เกล้าเหมือนกันนะคะ”เธอรักพี่ชายของเธอทุกคนด้วยความจริงใจเท่าๆ กันนั่นแหละถึงเธอกับพี่เกล้าจะไม่ได้มีคุณแม่คนเดียวกันก็ตาม
“เอาอย่างนี้ให้ทุกคนในห้องประชุมกลับไปตัดสินใจ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาประชุมเื่นี้กันใหม่ ผมขอตัวก่อนนะครับ”เกล้าพูดขึ้น พร้อมกับรีบร้อนลุกออกไปจากห้องประชุมทันทีถึงเขาจะไม่พอใจแต่เกล้าก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา ยังคงสงวนท่าทีได้ดี
จากนั้นทุกคนก็ลุกออกจากเก้าอี้ของตัวเองออกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ เหลือก็แต่พี่ชายกับน้องสาวสองคนเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ด้วยกันต่อ
“พี่นนท์ค่ะพริ้งว่าพี่เกล้าเขาดูไม่ค่อยพอใจเลยนะคะ”
“แต่ที่พี่ทำไปก็เพราะความถูกต้องพนักงานพวกนั้น ถ้าเรารักเขา เขาก็รักเรา พริ้งเข้าใจพี่ใช่ไหม” อานนท์เป็คนจิตใจดี มีความยุติธรรมกับทุกคนเสมอเขาพยายามบริหารงานบริหารเงินในส่วนที่เขาควรจะทำ ก็เพื่อทุกคนไม่เว้นแม้แต่พนักงานตัวเล็กๆที่มีจำนวนมหาศาล และพนักงานตัวเล็กๆพวกนี้นี่แหละที่ทำเงินให้กับเขาได้เป็อย่างดี
“พริ้งเข้าใจพี่นนท์อยู่แล้วค่ะแต่พริ้งก็อยากให้ทุกคนเข้าใจพี่นนท์เหมือนที่พริ้งเข้าใจด้วยแล้วดูเหมือนว่าคณะกรรมการแต่ละคนก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะคะ”
“แต่พี่ว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับพี่นะ” อานนท์มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่มีความเห็นเหมือนกันกับเขา
“ค่า...ค่ายังไงก็ขออย่าให้มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ” พริ้งพูดอย่างเหนื่อยๆใจพี่ชายของเธอทั้งสองคนไม่ค่อยลงรอยกัน มีความคิดที่ไม่ค่อยตรงกันแบบนี้เสมอ
“ตอนบ่ายมีนัดไม่ใช่เหรอ จะไปก็รีบไปซิ”อานนท์เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันน้องสาว
“เอ๊ะ! พี่ชายพริ้งรู้ได้ยังไงนะแสนรู้…(จริงๆ เลย)” พริ้งยังพูดไม่ทันจบอานนท์พี่ชายของเธอก็ร้องขัดขึ้นมาเสียงดังซะก่อน
“หยุดเลยนะยัยพริ้ง ไอ้กรมันเป็เพื่อนพี่ก่อนที่มันจะพาน้องสาวของพี่ไปไหนต่อไหน มันก็ต้องโทรมาขออนุญาตพี่ชายอย่างพี่ก่อนสิจริงไหม” อานนท์ยกคิ้วให้น้องสาวอย่างขี้เล่นอานนท์เป็พี่ชายที่น่ารักและอบอุ่นสำหรับพริ้งเสมอ
“แฮ่ๆ ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่กรจะรอ” พริ้งยิ้มหวานให้พี่ชายของเธอ ก็แฟนของเธอกับพี่ชายของเธอดันเป็เพื่อนกันเสียได้มีเื่อะไรพี่ชายของเธอก็รู้หมด
“เออจะไปก็รีบไป” จากนั้นอานนท์ก็กลับไปนั่งทำงานต่อที่ห้องทำงานส่วนตัวของเขาคิดหาตลาดใหม่ๆ เพื่อที่จะขยายธุรกิจการส่งออกอาหารแปรรูป อยู่ๆก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามา
“สวัสดีครับ” อานนท์หยิบมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งถอยมาใหม่ขึ้นมารับสายเพราะสายที่โทรเข้ามาเป็สายของเกล้าน้องชายของอานนท์นั่นเอง
“พี่นนท์ครับอีกหนึ่งชั่วโมงผมมีนัดคุยกับลูกค้าเื่ออเดอร์ปีหน้าพี่นนท์ช่วยไปแทนผมหน่อยได้ไหมครับ พอดีผมมีนัดชนกับลูกค้าอีกเ้า เลขาของผมไม่รู้ทำงานยังไง” เกล้าขอให้พี่ชายไปพบลูกค้าแทน เพราะเขาต้องไปพบลูกค้าอีกเ้า แล้วก็บ่นๆเลขาของตัวเองให้พี่ชายฟัง
“เอาเถอะครับ คุณเกล้านัดไว้ที่ไหนเดี๋ยวผมไปแทนให้ก็ได้ครับ”
“ขอบคุณพี่นนท์มากนะครับ” น้ำเสียงของเกล้าทำให้คนเป็พี่ถึงกับอมยิ้ม อย่างน้อยเราสามคนพี่น้องก็รักกันถึงจะเป็ลูกคนละแม่แต่อานนท์ก็ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยถึงคุณแม่ของเขาจะมาก่อนแต่ก็ได้เป็แค่เมียน้อยและที่เขาต้องมานั่งเก้าอี้ผู้บริหารก็เพราะความสามารถที่ผู้เป็บิดาขอร้องให้ช่วยกันดูแลธุรกิจของครอบครัวอานนท์ไม่ได้อยากนั่งเก้าอี้นี้คนที่ควรจะนั่งน่าจะเป็เกล้าที่เป็ลูกเมียแต่งมากกว่าแต่คำพูดของคุณพ่อทำให้อานนท์ยอมนั่งเก้าอี้ตัวนี้ อีกอย่างทุกคนก็เห็นด้วยและไม่มีใครคัดค้านแม้แต่เกล้าเอง
อานนท์ขับรถออกมาคนเดียว ตรงไปสถานที่ที่น้องชายคนละแม่บอกทันทีเวลาเหลือน้อย ทำให้อานนท์เหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นอีกเพราะกลัวว่าจะไปไม่ตรงเวลาเพราะเวลานั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด อานนท์จะให้ความสำคัญกับเื่เวลามากเป็พิเศษเพราะถ้านัดคุยยังมาไม่ตรงเวลา แล้วเขาจะผลิตงานส่งให้อย่างมีคุณภาพและตรงเวลาให้ลูกค้าได้อย่างไร นี่เป็สิ่งหนึ่งที่อานนท์ให้ความสำคัญมาก
“เฮ๊ย!!” อยู่ๆก็มีรถขับมาปาดหน้ารถของอานนท์อย่างกะทันหันทำให้อานนท์เหยียบเบรค
“เอี๊ยก!!!…โครม!!!”