ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกทาด้วยสีเทาทั่วทั้งห้องถึงแม้จะเป็สีที่อึมครึมไปหน่อย หากแต่ผ้าม่านที่ไหวสะบัดเพราะแรงลมกลับสดใสดูแล้วสบายตายิ่งนักตรงกลางห้องมีเตียงนอนขนาดคิงไซซ์จัดวางเอาไว้ผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มอ่อนยวบลงด้วยฝีมือของเ้าของห้องที่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างคนหมดแรงแถมใบหน้าคมที่เคยประดับรอยยิ้มก่อนหน้านี้ ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็คนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักจนเห็นได้ชัดจะไม่ให้เครียดได้ยังไงกัน ในเมื่อเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลยรู้ก็เพียงแต่ชื่อเท่านั้น มือเรียวยาวยกขึ้นก่ายหน้าผาก แต่สักพักใหญ่ๆ ผ่านไปร่างสูงใหญ่ก็กระเด้งตัวขึ้นมาเมื่อเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
‘ใช่!!เขาลืมไอ้เพื่อนรักสุดติ่งหนึ่งเดียวของโลกไปได้ไงกัน’ไวเท่าความคิดรีบคว้าโทรศัพท์คู่ใจโทรหาเพื่อนรักตามด้วยเสียงกวนประสาทของอีกฝ่ายดังตามสายมาเหมือนทุกๆ ครั้ง
“ฮัลโหล ว่าไงคร้าบ คุณกฤษณะรึว่าคิดถึงหล่อ แหมะ!! เมื่อเช้าก็พึ่งจะเจอหน้ากันไปหยกๆ”
คิดเอาไว้ไม่มีผิดแต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมาเล่นด้วย “ฉันมีเื่จะรบกวนแกหน่อยน่ะไอ้รักษ์”บอกเสียงเครียดจนอนุรักษ์รับรู้ได้เลยว่าตอนนี้ปลายสายกำลังอยู่อารมณ์ไหนและอีกอย่างถ้าไม่มีเื่เดือดเนื้อร้อนใจจริงๆมันไม่มีวันเอ่ยปากขอร้องใครง่ายๆหรอก แต่ทว่าถึงจะสงสัยแต่ก็ยังมิวายกวนประสาทกลับไปอยู่ดี
“เื่อะไรวะทำไมทำเสียงเครียดยังกับว่าแกไปฉุดกระชากลากถูลูกสาวบ้านไหนมาแล้วทำเธอท้องต้องมาสละโสดรับผิดชอบเธอเร็วๆ นี้อย่างงั้นแหละไอ้กฤษ”
กฤษณะที่ได้แต่ยืนอึ้งทึ่งในความคิดของมันเสียจริงๆ ที่พูดเกือบจะถูกหมดจะผิดก็ตรงที่เธอไม่ได้ท้องและเขาเองก็ไม่ได้ไปฉุดกระชากลากถูเธอมาแต่งานนี้กลับมีแม่หามาประเคนให้เขาแทน แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เครียดได้ไงกันและประเด็นคราวนี้ กูรูเพื่อนรักแสนรู้ก็น่าจะช่วยเขาได้
“ฉันอยากได้ประวัติของสถาปนิกสาวที่ออกแบบรีสอร์ตให้ฉันสักหน่อย”
“แล้วแกจะเอาประวัติเธอไปทำไมวะ”
กฤษณะเงียบไปสักพักหนึ่งนั่นสินะจะให้เขาบอกว่าไงดีล่ะและเมื่อคิดหาเหตุผลดีๆออกมาไม่ได้จึงบอกออกไปอย่างตัดความรำคาญ
“ฉันมีเหตุจำเป็ก็แล้วกัน แกเอามาเถอะน่า”
‘พูดแบบนี้มันน่าช่วยดีไหมเนี่ย’
“หึถ้าแกไม่ยอมบอกเหตุผล เื่อะไรฉันจะให้ไปล่ะ ยิ่งคุณอริสเธอสวยน่ารักอยู่ด้วยเกิดแกบ้าขึ้นมาแล้วไปดักปล้ำฉันจะทำไงวะ”
พูดแล้วก็ต้องยิ้มออกมากับความคิดบ้าๆ ของตนเองหากเป็เช่นนั้นจริงคงจะมีข่าวหน้าหนึ่งข้ามปีเป็แน่ว่าเ้าของกิจการโรงแรมชื่อดัง ซึ่งเป็ที่หมายตาของบรรดาสาวๆ และไม่เคยขาดสาวข้างกายต้องไปฉุดปล้ำหญิงสาวที่ไม่เต็มใจด้วยมาทำเป็เมีย
ใบหน้าคมเข้มของกฤษณะนิ่งอย่างคนคิดหนักเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมให้ความช่วยเหลือง่ายๆอย่างที่คิด จึงตัดสินใจเล่าความจริงออกไปด้วยความจำยอมแต่เมื่อบอกไปแล้วมันกลับไม่ยอมช่วยอยู่ดี แถมยังเยาะเย้ยอีกต่างหาก
“โอ้วววว!! โถหมากยายเกือบะเิแตก”อนุรักษ์แสดงอาการใอย่างสุดซึ้ง หลังจากรับฟังเหตุผล เพราะที่เขาพูดเล่นๆ ไปก่อนหน้านี้ช่างแม่นอย่างตาเห็น...ว่าแล้วก็เริ่มสวมบทบาทเพื่อนรักอย่างว่องไว
“งั้นก็โชคดีนะไอ้เพื่อนรักคงไม่ยากเกินความสามารถของแกหรอก แค่นี้นะพอดีหล่อมีนัดไม่ว่างมาเคลียร์ปัญหาให้ว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า บ๊ายบาย จ๊วบๆ” หัวเราะกวนทีนดังๆเพื่อเพิ่มความน่าหมั่นไส้ใบหน้าคมเข้มของกฤษณะตึงขึ้นมาด้วยความหัวเสียหลังจากอีกฝ่ายกดตัดสายทิ้งไปไม่คิดจะให้ความช่วยเหลือ
“อย่าให้ฉันเจอนะไอ้รักษ์จะตบกบาลให้”
ในขณะเดียวกันทางด้านนางกรองแก้วหลังจากที่ลูกชายเดินขึ้นบันไดไปก็ไม่พลาดที่จะเรียกให้คนสนิทของเขามาพบ เพื่อจะได้สืบสาวราวเื่จากคนทั้งสอง
“เรียกพวกผมมา มีอะไรรึเปล่าครับคุณผู้หญิง” เสียงภูวิทย์เอ่ยถามประมุขของบ้านพร้อมทั้งก้มหน้าลงเพื่อทำความเคารพ
“ฉันอยากจะรู้ว่าตอนนี้ตากฤษกำลังคบหาหรือชอบพออยู่กับใครรึเปล่า”
“..........”อาการมึนงงมาเยือนในบัดดล ทั้งสองคนพร้อมใจหันมองหน้ากัน กับประโยคคำถามที่ได้ยินจากประมุขของบ้าน
“เอ่อ!! พวกผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับที่ผ่านมาก็ไม่เห็นว่านายจะมีใคร นอกจากคุณซาซ่าที่พักนี้ชอบมาหานายอยู่บ่อยๆ”เขาบอกตามความจริง แต่คำตอบที่ได้รับทำให้นางกรองแก้วไม่พอใจเป็อย่างมากเพราะถ้าเ้าหล่อนเป็คนรักของลูกชายนางจริงนางก็จะต้องจัดการอะไรสักหน่อยเสียแล้ว ไม่งั้นมีหวังได้แม่นางแบบนั่นมาเป็ลูกสะใภ้แน่ซึ่งงานนี้จะต้องสืบให้แน่ใจเสียก่อนว่าเป็จริงอย่างที่คิดไหม
แต่แล้วสายตาก็พลันไปสะดุดเข้ากับกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ และด้วยความสงสัย นางกรองแก้วจึงหยิบขึ้นมาดูก่อนจะรู้ว่าเป็แบบรีสอร์ตของลูกชายที่ยิ่งดูก็ยิ่งทำให้นางชื่นชอบใครกันนะที่เป็คนออกแบบ หันไปถามสองหนุ่มที่ยืนอยู่
“รู้ไหม ว่าใครเป็คนออกแบบงานนี้”เตชิตกับภูวิทย์ที่ได้ยินประโยคคำถามอีกครั้งก็ต้องหันมามองหน้ากันเป็ครั้งที่สอง พร้อมทั้งส่ายหัวยิกๆ เชิงบอกว่าต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้เช่นกัน
“พวกผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับรู้แต่ว่านายได้ให้คุณรักษ์จัดการเื่แบบรีสอร์ตให้ บางทีคุณหล่อ เอ่อ คุณรักษ์น่ะครับอาจจะออกแบบเองก็ได้” เตชิตตอบออกไปเท่าที่พอจะระลึกได้
ฝ่ายนางกรองแก้วเมื่อเห็นว่าได้รับคำตอบไม่ชัดเจนนักจึงเลิกคิดที่จะสนใจ แต่ทว่าสายตาก็พลันสังเกตเห็นตัวอักษรเล็กๆ ตรงมุมขวาล่างนางจึงหยิบขึ้นมาดูอีกครั้งและเมื่อลองเพ่งดูดีๆ ก็ต้องยิ้มจนเผลอหัวเราะออกมา
หึหึหึ!!!‘ถ้าเป็อย่างที่คิดจริง ลูกชายนางก็ตาถึงไม่เบาเหมือนกันแฮะที่ไม่หยิบยกเอาแม่นางแบบนั่นมาทำเมีย หึ!!งานนี้มีเฮแน่’ คนเ้าแผนการคิดอย่างมีหวัง
“ม่ะ...มีอะไรรึเปล่าครับคุณผู้หญิง”ได้ยินเสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงกลัวของคุณผู้หญิงทั้งสองถึงกับขนลุกไปตามๆ กัน
“ออ!! อะแฮ่มเปล่า มีอะไรทำก็ไปทำกันเถอะ” คนอารมณ์ดีบอกก่อนจะวางแบบรีสอร์ตไว้บนโต๊ะดังเดิม
‘น้อยใจไยเ้าลืมรัก...ตัดเรา แถมเอาไปโยนเผาไฟ...’
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาก่อนที่ทั้งสองคนจะได้เดินออกไปเตชิตจึงหันกลับไปมองนางกรองแก้วอีกครั้งแล้วรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายอย่างไวโดยไม่ลืมที่จะเปิดลำโพงให้ได้ยินด้วยกันทั้งคู่เหมือนทุกๆ ครั้ง
“ครับนาย”
“ฉันมีงานให้พวกแกสองคนไปทำ”
“งานอะไรหรอครับ” ถามกลับอย่างกระตือรือร้น
“ไปสืบหาประวัติของสถาปนิกสาวที่ชื่อ ‘อริสา ภัทรพิบูรณ์เอามาให้ฉันพรุ่งนี้เช้า ฉัน้าทั้งที่อยู่และรูปถ่ายของเธอ”
กฤษณะเอ่ยบอก ฝ่ายได้รับมอบหมายงานพร้อมความกระตือรือร้นที่เริ่มจะติดลบถึงกับเครียดไปตามๆ กันงานที่ให้ไปทำนั้นช่างยากเย็นยิ่งนัก ไม่ใช่ว่ายากเพราะสิ่งที่ให้ไปทำหรอกแต่ยากตรงเวลาซะมากกว่า ขนาดนักสืบมืออาชีพยังต้องใช้เวลาสองสามวันเลยแล้วนี่ภายในเวลาชั่วข้ามคืน แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้ แถมถ้างานนี้ทำไม่สำเร็จมีหวังโบนัสงามๆ ล่องลอยกลายเป็ไออีกแน่
“จะเอาไงดีวะไอ้ภู”
“ก็ต้องรีบไปสืบดิรึว่าแกอยากจะอดโบนัสเดือนนี้กัน” พูดเสียงเรียบตามแบบฉบับเดิม
“เฮ้ยไม่เอาหรอก เดี๋ยวไม่มีเงินไปเลี้ยงข้าวสาวๆ ข้างทาง” ในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากันอยู่นั้นเองข้อมูลอันสำคัญของกฤษณะก็ได้กระจายส่งถึงนางกรองแก้วเป็ที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
“มีอะไรกันหรอ”แกล้งถามออกไปทั้งที่รู้จากการแอบเนียนฟังอยู่เต็มสองหู
“อะ เอ่อ!! ขอโทษครับคุณผู้หญิงพอดีว่ามีงานด่วนเข้ามาพวกผมขอตัวก่อนนะครับ”
“อ่องั้นก็โชคดีน้า” อวยพรเสียอย่างจริงใจพร้อมกับส่งยิ้มตามหลังให้กับคนสนิทของลูกชาย
‘ฉันััได้ถึงพลังอะไรบางอย่างว่ะไอ้ภู’
‘อื้ม!!อย่าใไปฉันก็รู้สึกเหมือนกัน’ ทั้งสองกระซิบกันในขณะที่เดินไปขึ้นรถก่อนจะขับออกไปด้วยความรวดเร็ว
................................................................................................................................................................