หลังจากที่ตวัดกระบี่ครั้งที่สองจางลี่แทบสิ้นสติ ลมปราณของนางถูกกระบี่โลหิตสวรรค์ดูดกลืนจนเกือบเหือดแห้ง แต่กระนั้นนางก็ยังคงยืนตระหง่านราวกับไม่กลัวตาย
ลั่วอู่หลินที่เห็นก็ถอนหายใจยาว เขาเดินเข้าไปหาจางลี่และจับมืออันเรียวงามที่ถือกระบี่ของนางเอาไว้ ทำให้จางลี่ถึงกับสะดุ้งและหันมามองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจในทันที ซึ่งไม่เพียงนางเท่านั้นแต่ผู้คนที่อยู่รอบข้างไม่ว่าจะเป็นปีศาจโลหิตหรือปีศาจมังกรก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"อย่าฝืนตัวเอง ปล่อยให้ข้าจัดการเอง"ลั่วอู่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอบอุ่นยิ่ง จางลี่ที่ได้ยินแม้จะประหลาดใจมากแต่ก็ยินยอมปล่อยกระบี่ให้กับชายหนุ่มโดยที่ไม่ได้ขัดขืนใดๆ นางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมถึงได้เชื่อใจเขาขนาดนี้
เมื่อกระบี่โลหิตสวรรค์มาอยู่ในมือของลั่วอู่หลินมันก็พลันเปลี่ยนเป็นสีทองในทันที ชายหนุ่มที่เห็นก็ถึงกับยกยิ้มเจื่อนให้ เจ้ากระบี่เล่มนี้เล่นใหญ่ไม่ต่างกันเจ้านายของมันอย่างจางฮ่าวเลยทีเดียว
"จะ จางหลิน เจ้า!!"เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ จางลี่ก็พลันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก กระบี่โลหิตสวรรค์นอกจากคู่พันธะเช่นนาง ก็จะตอบสนองเพียงแค่ผู้ถือครองสายเลือดบรรพบุรุษโลหิตเท่านั้น การที่จางหลินคนนี้ทำให้มันตอบสนองได้จะเป็นอะไรไปได้อีกนอกจากเขาคือผู้สืบทอดโลหิตบรรพบุรุษที่ทั้งตระกูลตามหา
ลั่วอู่หลินไม่ได้กล่าวอธิบาย เขาหันไปมองมังกรปีศาจอีกเก้าตนด้วยแววตาเย้ยหยัน "เจ้าคิดตระกูลมังกรปีศาจของเจ้าแข็งแกร่งปานนั้นเชียวหรือ วันนี้ข้าจะทำให้เห็นว่าใครกันแน่ที่ไม่เจียมตัว"
สิ้นเสียงของลั่วอู่หลิน ลมปราณโลหิตสีทองอร่ามก็พลันเปล่งประกายออกมา ทำให้มังกรปีศาจพากันตื่นตระหนกตกใจไปตามๆกัน เนื่องจากไอปราณสีทองเหล่านี้ทำให้สัญชาตญาณต่อสู้ของพวกมันต้องร้องเตือนว่าให้ถอยหนีไปให้ไกล
"เป็นไปไม่ได้ ตระกูลมังกรปีศาจของเราคืออันดับหนึ่งในแดนนรก แล้วจะพ่ายแพ้ให้กับตระกูลเทพมารโลหิตได้อย่างไร!!"มังกรปีศาจตนหนึ่งกล่าวก่อนที่จะเผยร่างมังกรสีดำขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาหาลั่วอู่หลินหมายจะฆ่าให้ตาย
ชายหนุ่มเมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็ลอยขึ้นท้องนภาไปและเพียงแค่ผายมือเท่านั้น มังกรขนาดใหญ่ก็พลันหยุดชะงักลงในทันที ก่อนที่จะกระชับกระบี่จนเข้ามือและฟาดฟันอย่างเรียบง่าย
"ฉับ!!"
คลื่นกระบี่สีทองที่ทรงพลานุภาพตัดผ่านตัวของมังกรปีศาจอย่างง่ายดาย อีกทั้งมันยังไม่หยุดแต่อย่างใดและพุ่งไปตัดภูเขาใหญ่จนขาดเป็นสองท่อน สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับทุกตระกูลที่อยู่ใกล้เคียง
"หนี ต้องหนีเท่านั้น!"มังกรปีศาจตนอื่นๆตะโกนก้องและหันหลังบินหนีไป แต่ทว่าลั่วอู่หลินจะยอมให้เป็นเช่นนั้นจริงๆหรือ คำตอบคือ ไม่! ด้วยอำนาจบงการโลหิตขั้นสูงของเขาจะยอมให้อีกฝ่ายหนีได้อย่างไร เพียงแค่เอ่ยปากเบาๆว่า 'หยุด' เท่านั้นเหล่ามังกรปีศาจที่กำลังบินหนีเมื่อครู่ก็หยุดชะงักกลางอากาศมิอาจที่จะขยับได้อีกต่อไป
ลั่วอู่หลินไม่อยากเสวนา กระบี่โลหิตถูกฟาดฟันออกไปแปดครั้งแปดคราไม่มีพลาดเป้า เหล่าปีศาจมังกรแปดตนที่เหลือตัวขาดครึ่งไม่มีชิ้นดี
"เจ้าหนูเปิดเผยสถานะเช่นนี้มันจะดีหรือ ไม่กลัวถูกจับแต่งงานแล้วหรือไง"หลังจากที่สังหารศัตรูทั้งหมด ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวถามด้วยความแปลกใจ
ลั่วอู่หลินยกยิ้ม "นี่เพราะข้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะจากพิภพปีศาจไปในไม่ช้า ดังนั้นข้าก็เลยอยากจะมอบของขวัญให้คู่พันธะโลหิตแห่งโชคชะตาของข้าเสียหน่อยก่อนจะจากไป อีกทั้งข้าได้สร้างม่านพลังจากจิตสำนึกแห่งพระเจ้าเอาไว้แล้วดังนั้นพวกประมุขตระกูลด้านนอกจึงไม่อาจรับรู้ได้"
กล่าวจบลั่วอู่หลินก็บินลงมาเบื้องหน้าของจางลี่อีกครั้ง ใบหน้าของชายหนุ่มประดับไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นอยู่ตลอดเวลาผิดกับจางลี่ที่ตอนนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหลากหลาย
"แปลกใจหรือเปล่าที่ข้าเป็นชายแห่งโชคชะตาคนนั้น"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม จางลี่ที่ได้ยินก็ยังไม่กล่าวตอบใดๆ
"ช่างเถอะๆที่ข้าจะบอกก็คือ หากท่านไม่อยากแต่งงานกับข้าก็ไม่ต้องแต่งก็ได้ เพราะข้าเองก็กำลังจะออกเดินทางตามหาเป้าหมายของข้าเช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่ข้าจะไปนั้นข้าเองก็มีของขวัญจะมอบให้กับท่านด้วย"ลั่วอู่หลินกล่าว
เขาจับมือนางจากนั้นก็ทำการมอบสิทธิในการบงการโลหิตบรรพบุรุษให้ สิ่งนี้เหมือนกับตัวแทนของผู้ถือครองโลหิตบรรพบุรุษเลยก็ว่าได้ หรือก็คือนางสามารถที่จะควบคุมปีศาจโลหิตตนอื่นๆได้เหมือนกับผู้ถือครองโลหิตบรรพบุรุษ เพียงแค่สร้างกฏเกณฑ์ในสายเลือดไม่ได้ก็เท่านั้น
แสงสว่างสีทองเกิดขึ้นวาบหนึ่งก่อนที่มันจะหายไป สัญลักษณ์กระบี่โลหิตที่หลังมือของจางลี่มีสัญลักษณ์มงกฏสีทองเพิ่มขึ้นมา
ลั่วอู่หลินยกยิ้มและอธิบายให้นางได้ฟัง"แม้ข้าจะไม่สามารถมอบโลหิตบรรพบุรุษให้ท่านได้ แต่สิ่งนี้ก็เหมือนกับเป็นตัวแทนของข้า ท่านสามารถควบคุมทุกคนในตระกูลได้เหมือนกับสายเลือดบรรพบุรุษโลหิต มีอำนาจเป็นรองเพียงข้าเท่านั้น"
กล่าวมาถึงตรงนี้ลั่วอู่หลินก็นำกระบี่โลหิตสวรรค์วางเอาไว้ที่มือของนาง แต่ในครั้งนี้มันกลับแตกต่างกันออกไปเนื่องจากกระบี่โลหิตสวรรค์ไม่กลับเป็นสีแดงแต่ยังคงเป็นสีทองเช่นเดิม
"นี่คือ???"เสียงสาวที่ยังคงต้องใจก็พลันอุทาน
ลั่วอู่หลินกล่าวอธิบายอีกครั้ง "ในเมื่อท่านเป็นตัวแทนของข้าแล้วนับจากนี้กระบี่โลหิตสวรรค์ก็จะยอมรับท่านด้วยเช่นเดียวกัน อีกเดี๋ยวข้าจะเขียนกฏเกณฑ์ในสายเลือดเอาไว้ว่า นับจากนี้ไปคุณหนูจางลี่จะเป็นธิดาโลหิตสวรรค์ มีสิทธิ์ออกเสียงเทียบเท่ากับผู้นำตระกูล แบบนี้แล้วท่านก็จะสามารถพัฒนาตระกูลเทพมารโลหิตตามที่ต้องการได้"
"เอาล่ะพูดคุยกับมานาน ข้าเองก็ต้องจากไปเสียที เอาข้าจะกลับมาดูการพัฒนาตระกูลของท่านในอนาคตก็แล้วกัน"กล่าวจบลั่วอู่หลินก็หันหลังเดินจากไป ทว่าจางลี่ที่ตั้งสติได้ก็พลันตะโกนขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มต้องหันมองอีกครั้ง
"เดี๋ยว!!"
"หืม มีอะไรหรือเปล่า??"
"ขะ ข้าจะบอกว่าข้าจะไม่แต่งงานกับผู้ใด เพราะสามีของข้าคือผู้ถือครองโลหิตบรรพบุรุษเท่านั้น นี่คือคำสัตย์ของข้าที่จะไม่แปรเปลี่ยนไป......แล้วก็ขอให้เดินทางปลอดภัย ข้าจะรอวันที่เจ้ากลับมา"จางลี่รวบรวมความกล้าและกล่าวออกไป
ลั่วอู่หลินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าให้นางและเดินจากไป แต่ใครจะรู้ว่าภายในใจของเขานั้นหว้าวุ่นเป็นอย่างมาก เพราะหากนางรู้ความจริงเขาเป็นใคร คำสัตย์นี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว
'ช่างเถอะๆปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตก็แล้วกัน'ลั่วอู่หลินกล่าวในใจ การกระทำของเขาทั้งหมดนี้กล่าวให้ถูกก็คือมีจางลี่เพียงคนเดียวที่จำได้ ส่วนคนอื่นๆนั้นเขาใช้ความสามารถในการบงการสายเลือดลบความทรงจำไปจนหมดสิ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้นำตระกูลทั้งหลายที่ถูกจิตสำนึกแห่งพระเจ้าของเขาบดบังสายตาและสัมผัสเอาไว้ จึงไม่มีทางตรวจสอบเขาได้อย่างแน่นอน
"ก่อนไปข้าควรจัดการตระกูลอื่นๆให้หมดเสียก่อนและใช้จิตสำนึกแห่งพระเจ้าบดบังตัวเองไว้"ลั่วอู่หลินกล่าว ก่อนที่จะบินไปกลางท้องนภาจนกลายเป็นเส้นเเสงสีทองหาตระกูลอื่นยกเว้นเทพมารโลหิตและปีศาจจันทรา
จากนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอ เขาเพียงพุ่งทะยานผ่านตระกูลเหล่านั้นไปก็ทำให้อีกฝ่ายสิ้นสภาพอย่างง่ายดายแต่หาได้สังหารไม่ ลั่วอู่หลินทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนพื้นที่ว่างเปล่าเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของตระกูลใหญ่ทั้งหลาย
เมื่อจัดการจนเสร็จสิ้นครบแปดตระกูล ลั่วอู่หลินก็ทำการเร้นกายอยู่ใต้ดินนั่งเขียนกฏเกณฑ์โลหิตบรรพบุรุษระหว่างที่รอผู้นำตระกูลทั้งสิบเปิดผนึกดินแดนรกร้าง เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะได้ออกจากพิภพปีศาจเสียที