คิมหันต์นั่งรอการกลับมาของเหมันต์อย่างใจจดใจจ่อที่ห้องรับแขกภายในบ้าน เพราะเขาอยากรู้ว่าถึงเหตุผลที่เหมันต์พูดจาทำร้ายจิตใจออยเฟ่ย์วันนี้ รวมไปถึงการกระทำต่างๆ ของเหมันต์ที่ดูเหมือนจะห่วงใยเซร่าค่อนข้างมากเกินกว่าปกติ
ชายหนุ่มแทบจะนั่งนับวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกา เนื่องจากว่าเหมันต์ซึ่งได้รับเชิญให้ทานอาหารเย็นร่วมกับท่านทูตและคุณหญิงเป็เวลานาน ทำให้กลับถึงบ้านค่อนข้างดึก
เมื่อเหมันต์ลงจากรถของสถานทูต เขากล่าวขอบคุณกับคนขับรถประจำตำแหน่งท่านทูตอย่างสุภาพ ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านด้วยใบหน้าอิดโรย
ชายหนุ่มเห็นไฟภายในห้องรับแขกเปิดอยู่ รวมทั้งเห็นน้องชาย เท้าที่เดินก็หยุดนิ่ง พอจะคาดเดาได้ว่า ชายหนุ่มรอเขาเพราะเหตุใด
“ทำไมนายกลับมาดึกนัก?”
“ทานข้าวอยู่น่ะ”
เหมันต์ตอบคิมหันต์เสียงเรียบ และเอากระเป๋านักเรียนไปวางไว้บนโต๊ะในห้องรับแขก ก่อนจะเดินไปยังตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำที่อยู่ภายในเหยือกออกมารินใส่แก้ว แล้วดื่มแก้กระหาย
“ทานข้าว? ทานอะไรนักหนาถึงได้นานแบบนี้?”
คิมหันต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะจากเวลาที่เหมันต์พาเซร่าไปหาหมอ ก็ไม่น่าจะกลับถึงบ้านในเวลา 23.00 น. แบบนี้
“ช่างฉันเถอะ..... ว่าแต่นายมีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า? ถ้าไม่มีฉันจะได้เข้านอน พรุ่งนี้ฉันมีประชุมตอนเช้า” เหมันต์ตัดบท
“ฉัน้าคุยกับนายเื่ออยเฟ่ย์
“ฉันอยากรู้ว่า นายจะทำอะไรกันแน่? ทำไมวันนี้นายต้องพูดจาทำร้ายจิตใจออยเฟ่ย์ด้วย?”
“ถ้าจะถามถึงเื่เมื่อวาน...ใช่!! ฉันจูบออยเฟ่ย์ แต่หล่อนไม่ได้เต็มใจสักนิด ฉันบังคับจูบหล่อนเองต่างหาก”
คิมหันต์บอกเหมันต์ถึงเหตุการณ์เมื่อวานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ดังนั้น นายควรโกรธฉันมากกว่า ไม่ใช่ ออยเฟ่ย์!!!!!!”
คิมหันต์ะโใส่เหมันต์ด้วยน้ำเสียงที่เหลืออด เมื่อเห็นชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉยกับสิ่งที่เขาบอก
ภายในใจคิมหันต์นั้น แท้จริงเขารู้สึกดีใจหากออยเฟ่ย์กับเหมันต์คบกันไปไม่รอด แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น แล้วทำให้ออยเฟ่ย์ต้องเสียใจ คิมหันต์ยอมเป็คนเสียใจเองมากกว่าที่จะให้ผู้หญิงที่เขาหลงรักต้องเสียใจ
เหมันต์ยืนมองคิมหันต์นิ่งเฉย แม้กระทั่งคิมหันต์ซึ่งเป็น้องชายของเขาแท้ๆ ก็ไม่สามารถอ่านใจของเหมันต์ออกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ภายในใจ
ชายหนุ่มกำลังต่อสู้กับจิตใจของตนเองอยู่ เขายอมรับว่าเขาชอบออยเฟ่ย์เกินกว่าเพื่อนสนิทกันธรรมดา
แต่เมื่อเขาได้รับรู้ว่า น้องชายแท้ๆ ของเขาก็หลงชอบผู้หญิงคนเดียวกับเขา เขารู้สึกว่าในเมื่อเขาเป็พี่ชาย เขาควรจะสละให้กับน้อง หรือว่าควรทำตามหัวใจของตัวเองดีกว่ากันแน่
“ฉันขอยืนยันคำเดิมว่า นายกับออยเฟ่ย์จะจูบกัน หรือจะคบกัน มันก็เป็สิทธิ์ของพวกนาย ฉันไม่เกี่ยว!”
เหมันต์ซึ่งนิ่งเงียบอยู่นาน ตัดสินใจพูดออกมาแบบไร้เยื่อใย
“นาย!!!!!!!”
คิมหันต์ตกตะลึงกับสิ่งที่เหมันต์พูด เพราะเขาเคยคิดว่าพี่ชายของเขาก็คงชอบออยเฟ่ย์ไม่แพ้กัน ดังนั้นเขาจึงยอมหลีกทางให้กับเหมันต์เพื่อความสุขของออยเฟ่ย์เอง แต่เขากลับ............
“หมดธุระแล้วใช่มั้ย? ฉันขอตัวนะ”
“นายทำแบบนั้นไม่ได้นะ!!!!!!!!!!!”
คิมหันต์ซึ่งหายจากการตะลึง พุ่งพรวดตามเหมันต์ที่เดินออกจากห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว และคว้าบ่าของชายหนุ่มให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา
“ออยเฟ่ย์ชอบนาย!!! นายจะทิ้งหล่อนไม่ได้!!!!!!!!”
สองคนพี่น้องยืนจ้องมองกันอย่างไม่ลดละ แม้ความตั้งใจของทั้งคู่จะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทั้งสองคนต่างยืนกรานในความคิดของตัวเอง
ขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนจ้องหน้ากันนั้น รถยนต์ของพ่อและแม่ทั้งคู่ซึ่งไปงานเลี้ยงฉลองของบริษัท ก็ตรงกลับถึงบ้านพอดี และทั้งคู่ก็กำลังเดินเพื่อเข้าบ้าน
“ฉันไม่สนใจ มีอะไรมั้ย?”
เหมันต์หลังจากยืนเผชิญหน้ากับคิมหันต์อย่างนิ่งเงียบ ค่อยๆ พูดเน้นออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำให้คิมหันต์เดือดสุดขีด สติขาดผึง
ผัวะ!!!!!!
“ว๊าย!!!”
“นี่สำหรับคำพูดที่ไร้ความรับผิดชอบของนาย!!!!!!!”
คิมหันต์ชกเข้าที่ใบหน้าของเหมันต์เต็มแรง ส่งผลให้ชายหนุ่มเซถลาไปพิงกำแพงและทรุดลงนั่งกับพื้น หากสายตาก็ยังจ้องมองคิมหันต์อย่างเดิม ประจวบเหมาะกับที่พ่อกับแม่ของทั้งคู่เดินเข้ามาภายในบ้าน ทำให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม่ของทั้งคู่จึงหวีดร้องขึ้นอย่างใ
“ไอ้คิม!!!!!!! แกทำอะไรเหมห๊า!!!!!!!!!”
มาร์คัสตวาดคิมหันต์เสียงดังลั่น ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาเหมันต์ลูกชายสุดที่รักของเขา ซึ่งนั่งอยู่กับพื้นเืไหลออกมาซิบๆ มุมปาก ทำให้มาร์คัสฉุนขาด ลุกพรวดตรงเข้าหาคิมหันต์อย่างรวดเร็วและเงื้อฝ่ามือขึ้น
“แก!!!”
“อย่าค่ะ!!!”
เผียะ!!!!
คิมหันต์หน้าหันไปตามแรงตบของมาร์คัสพ่อของเขา แต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนนิ่งสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยซักนิด
“หยุดนะ!!!!!!!”
แม่ของคิมหันต์และเหมันต์กรีดร้องออกมาก่อนจะรีบเดินตรงเข้าไปขวางกลางระหว่างมาร์คัสและคิมหันต์ เพื่อป้องกันไม่ให้คิมหันต์ต้องโดนมาร์คัสทำร้ายอีกครั้ง เมื่อเห็นสามีของเธอเงื้อมืออีกครั้ง
“นี่มันอะไรกัน! อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!!!!”
แม่ของสองพี่น้องกรีดเสียงดังอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นพี่กับน้องต่อยกัน และยิ่งไม่พอใจมากที่สามีทำร้ายลูกชายสุดที่รักของเธอ
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน!!! ทำไมแกต้องต่อยเหมห๊า!!!!! เ้าคิม!!!”
มาร์คัสตวาดเสียงดังลั่นใส่คิมหันต์ที่ยืนมองพ่อของเขาด้วยแววตาน้อยใจ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พ่อมักเป็ห่วงเหมันต์ก่อนเขาเสมอ
“คิม! บอกแม่สิลูก!! ลูกต่อยพี่ทำไมกัน?”
แม่ของคิมหันต์จับหน้าของคิมหันต์ให้มองตรงมายังเธอและสอบถามอย่างร้อนรน ชายหนุ่มยืนนิ่งเงียบไม่พูดใดๆ ทั้งสิ้น
“ไอ้คิม!!!!”
“พ่อครับ! พอเถอะครับ! เป็ความผิดของผมเอง”
เหมันต์ยันตัวลุกขึ้นยืน และบอกมาร์คัสให้หยุดต่อว่าคิมหันต์
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่า แกจะผิดน่ะ เ้าเหม!”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่!!!!!!!!!”
มาร์คัสตวาดใส่เหมันต์ทันที เมื่อเห็นเขาจะอธิบาย ทำให้ชายหนุ่มซึ่งเคยชินกับการฟังคำสั่งพ่อของเขาหยุดชะงัก และยืนนิ่งเงียบไม่พูดจาใดๆ
“แก! เ้าคิม!! ฉันจะตัดค่าขนมแกเป็เวลา 4 อาทิตย์ โทษฐานที่ต่อยเ้าเหม!! เข้าใจมั้ย!!”
มาร์คัสลงโทษคิมหันต์โดยการงดจ่ายเงินสำหรับไปโรงเรียนของคิมหันต์ ทำให้ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น และจ้องมองมาร์คัสอย่างไม่พอใจ
“ถ้าเข้าใจแล้ว ก็ไสหัวไปสิ!!!!!!” มาร์คัสตวาดไล่คิมหันต์ที่ยืนจ้องมองเขา
คิมหันต์ที่มองพ่อเขาอย่างน้อยใจ ก่อนจะสูดลมหายใจอย่างมีทิฐิก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจฟังเสียงแม่ของเขาที่เรียกตามด้านหลัง
คิมหันต์เดินตรงกลับเข้าห้องของตัวเอง และพยายามสงบสติอารมณ์ความโกรธที่พุ่งพล่าน
ชายหนุ่มจ้องมองเงาของตัวเองที่หน้ากระจก ใบหน้าซีกขวาของเขายังคงมีความชาหลงเหลืออยู่ และคงเป็รอยแดงในไม่ช้า เสียงของพ่อกับแม่ที่ทะเลาะกันอยู่ด้านล่างดังขึ้นมาจนถึง้า ซึ่งยังถกเถียงกันด้วยเื่เดิมๆ ก็คือเื่ของเขาและเหมันต์
คิมหันต์ชาชินกับความรักที่พ่อของเขาให้กับเหมันต์มากกว่าเขามาแต่ไหนแต่ไร ที่เขารู้สึกสงสารก็คือแม่ของเขา ซึ่งมักจะคอยออกมาปกป้องเขา
ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นอะไรเหมันต์ เพียงแต่เขารู้สึกอิจฉาเท่านั้น ที่ได้รับความรักจากคนที่เขาหวังและอยากได้รับความรักตอบแทนเสมอ เพียงเท่านั้นจริงๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นเซร่าตื่นนอนแต่เช้า เพื่อเตรียมตัวจะไปโรงเรียน แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า ขาของเธอยังไม่หายดี หญิงสาวจึงทิ้งตัวลงนอนกับที่นอนอย่างเซ็งๆ เพราะเธออยากไปโรงเรียนมากกว่าที่จะต้องนอนจับเจ่าอยู่แต่ภายในสถานทูตแห่งนี้
เฮ้อ......ขาหนอ ไม่น่าเจ็บเล้ย....
ดูซิ อดไปโรงเรียนกันพอดี....
ฮื้อ...ป่านนี้แล้วฮิเดกิคงไปโรงเรียนแล้วแน่ๆ เลย...
เบื่อจริงๆ เลยนะเนี่ย........
เซร่านอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเผลอหลับไปอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นเมื่อป้าแมรี่เปิดประตูเข้ามาเพื่อทำความสะอาดห้องของหญิงสาวตามปกติ จึงหยุดชะงักและค่อยๆ ปิดประตูถอยหลังออกไปอย่างเงียบๆ เพื่อให้เธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
ยามเช้าของตระกูลฟรานซ์เซียสมักจะรับประทานอาหารร่วมกัน หากแต่วันนี้บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความตึงเครียดไร้การพูดจาต่อกัน
มาร์คัสนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ภาคธุรกิจไปพลางดื่มกาแฟไปพลาง
คิมหันต์กับเหมันต์นั่งทานอาหารเช้าตรงข้ามกัน แต่ไม่สบตาหรือพูดจาใดๆ เลยทั้งสิ้น
หม่อมหลวงกญิดาแม่ของทั้งคู่เหลือบมองคิมหันต์เป็ระยะด้วยความเป็ห่วงในลูกชายคนเล็ก
“ขอตัวก่อนนะครับ ผมมีประชุม”
เหมันต์รวบช้อนส้อมและบอกพ่อของเขาสั้นๆ มาร์คัสพยักหน้าเป็เชิงรับรู้
“คิม อิ่มแล้วรึลูก”
“ผมมีซ้อมตอนเช้าครับ”
คิมหันต์ตอบแม่ของเขา ก่อนจะลุกตาม มาร์คัสเหลือบมองด้วยหางตาอย่างเฉยเมย ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไปอย่างไม่สนใจ
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความน้อยใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไปด้วยทิฐิ
“คิมจ๊ะ”
หม่อมหลวงกญิดาร้องเรียกตามหลัง เมื่อเห็นเขากำลังจะเดินออกจากบ้าน
ชายหนุ่มหันมามองและหยุดยืนรออยู่ด้านหน้าของประตู โดยปล่อยให้เหมันต์เดินออกไปก่อนหน้าเล็กน้อย
“ค่าขนมจ้ะ”
“แต่ว่า....”
“รับเงินแล้วไปโรงเรียนซะ”
แม่ของเขาเอ่ยปากห้ามเสียงแข็งทันทีที่เห็นเขาตั้งท่าจะแย้ง เพราะเธอรู้นิสัยของลูกชายเธอดีว่า เขามักทำตามคำสั่งของพ่อเสมอ
“ครับ” คิมหันต์รับคำเสียงอ่อน
เมื่อสองพี่น้องตระกูลฟรานซ์เซียสถึงยังโรงเรียน ต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน
เหมันต์ตรงไปยังห้องประชุมของคณะกรรมการนักเรียน เพราะเขาต้องเตรียมเื่ที่จะเข้าประชุมเกี่ยวกับงานประจำโรงเรียนปีนี้
คิมหันต์ตรงไปยังห้องพักนักกีฬาเพื่อเปลี่ยนเสื้อลงซ้อมบาสเกตบอล่เช้า
ออยเฟ่ย์ที่มาถึงโรงเรียนแต่เช้าและกำลังจะเดินไปยังโรงยิม บังเอิญเดินมาเจอกับเหมันต์พอดี
ทั้งสองคนหยุดชะงักมองหน้ากันด้วยความคาดไม่ถึง เพราะั้แ่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น ทั้งคู่เพิ่งได้มาเจอหน้ากันตามลำพัง
“สวัสดี กำลังจะไปโรงยิมรึ?”
“อืม.. คิมมีซ้อมตอนเช้าน่ะ”
ออยเฟ่ย์ตอบเหมันต์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
“อืม..”
“เอ่อ...ฉันไปก่อนนะ”
ออยเฟ่ย์รู้สึกอึดอัดจึงรีบขอตัวจากเหมันต์ และก้มหน้าก้มตาเดินผ่านเหมันต์ไป
“เธอควรจะคบกับคิมนะ”
เหมันต์พูดขึ้นมาตามหลังของออยเฟ่ย์โดยที่ไม่หันไปมอง
“อยู่กับฉันก็มีแต่เสียใจเปล่าๆ”
หญิงสาวตะลึงในคำพูดที่ไร้เยื่อใยของเขา น้ำตาของเธอเริ่มรื้นขึ้นมาทีละนิด
“เท่านี้เองเหรอ?”
“เธอคิดว่าเื่ของเราจบลงง่ายๆ แบบนี้น่ะเหรอ?”
หญิงสาวกรีดร้องออกมาอย่างน้อยใจ น้ำตาคลอเต็มหน่วยตาของเธอ
“เธอเห็นฉันเป็อะไร! ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ! นึกอยากจะยกให้ใครก็ยกให้น่ะ!!”
ออยเฟ่ย์ะโเสียงดังใส่เหมันต์ พร้อมกับเหนื่อยหอบด้วยความโกรธ
“ถ้าเธอไม่ชอบฉัน ก็บอกมาตรงๆ”
“อย่ามายกให้คนอื่นแบบนี้!!!!!!!!!!”
ออยเฟ่ย์กรีดเสียงใส่เหมันต์อย่างกราดเกรี้ยว น้ำตาของเธอไหลเป็ทางพร้อมกับเริ่มต้นสะอื้น ความเสียใจ น้อยใจ และความโกรธพุ่งพรวดขึ้นมาพร้อมๆ กัน
เหมันต์นิ่งอึ้ง เพราะสิ่งที่เขาพูดไป ก็ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของเขาเช่นกัน
แต่เขาไม่อยากให้ตัวเองเป็ต้นเหตุทำให้น้องชายต้องเสียใจ เพราะลำพังแค่พ่อของเขา คิมหันต์ก็เสียใจมากพอแล้ว
หากมีสิ่งใดที่จะทำให้คิมหันต์ได้สมหวัง เหมันต์ก็ยินดีที่จะแลกสิ่งนั้นให้
ชายหนุ่มยืนมองออยเฟ่ย์ด้วยความรู้สึกยากที่จะบรรยาย เพราะเขาก็ไม่อยากทำให้เธอต้องเสียใจ แต่เขาก็ไม่อยากให้คิมหันต์ต้องเสียใจเช่นกัน
ความรู้สึกภายในใจของเขากำลังต่อสู้กันอย่างหนัก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหาออยเฟ่ย์ทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะหยุดตรงหน้าของออยเฟ่ย์ที่กำลังยืนก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างเจ็บช้ำใจ
“ถ้าหากว่า คำพูดของฉันจะทำให้เธอสบายใจ ฉันก็จะพูด”
เหมันต์เชยคางของออยเฟ่ย์ที่กำลังร้องไห้ขึ้นสบสายตากับเขา หญิงสาวจ้องมองเหมันต์ทั้งน้ำตา
เหมันต์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ออยเฟ่ย์ และบรรจงจูบที่ริมฝีปากของอย่างนิ่มนวลอ่อนหวาน นิ่งนาน ในขณะที่เธอไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอรู้สึกตะลึงจนตัวชา น้ำตาแทบจะหยุดไหลทันที
“ฉันไม่เคยชอบเธอเลยซักนิดเดียว”
เหมันต์แข็งใจเน้นเสียงบอกกับออยเฟ่ย์อย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินจากไปทันที
ออยเฟ่ย์รู้สึกว่าตัวเธอนั้นขาอ่อนและไม่มีแรง เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง
คำพูดของเหมันต์ในประโยคสุดท้ายช่างบาดใจเธอยิ่งนัก หากแต่น้ำเสียงที่เหมันต์พูดนั้นกลับอ่อนโยนจนเธอรู้สึกได้
ทำไม...เขาถึงได้เป็คนแบบนี้นะ....
ขนาดบอกไม่ชอบเรา ยังบอกได้อ่อนโยนขนาดนี้.......
ออยเฟ่ย์ก้มหน้าซบกับฝ่ามือของเธออย่างเสียใจ แม้เหมันต์จะจูบเธอ แต่เธอกลับไม่รู้สึกดีใจซักนิด เพราะคำพูดสุดท้ายของเขาช่างทำร้ายจิตใจของเธอยิ่งนัก