องค์รัชทายาทนั้นตื่นตระหนกเป็นอย่างมากเป็นองค์ราชา เสด็จมาด้วยตนเองเช่นนี้ ในใจนั้นแอบตำหนิเล้งหยงที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลให้แน่นอน
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่อยุ่ในวัง”
“ข้าได้ยินข่าวเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด ฆ่าคนในเมืองชั้นในซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ของเราอย่างมากผ่านมาหลายร้อยปีไม่เคยมีใครทำเรื่องใหญ่เช่นนี้มาก่อน มันเป็นการกระทำที่ไม่สนใจกฎหมายบ้านเมืองข้าก็เลยมาดูด้วยตนเองเพื่อจะได้ลงโทษขอรับ”
“อืม เป็นเช่นนั้นรึ เป็นเรื่องดีจริงๆที่รัชทายาทนั้นสนใจเกี่ยวกับบ้านเมือง”
“เสด็จพ่อลูกมีหน้าที่ต้องช่วยแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่ออยู่แล้วนี่คือสิ่งที่ลูกควรทำ”
องค์ราชาและรัชทายาทมองตากันพักหนึ่งเรื่องราวที่ผ่านมาหลังจากทำการสืบสวนอย่างถี่ถ้วนแล้วนั้นเมื่อฟังจากปากของรัชทายาทอีกครั้งหนึ่งก็ทำให้องค์ราชาผิดหวังเป็นอย่างมากการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในบ้านเมืองมากเกินไปไม่เหมาะสมกับการเป็นราชาที่ดี
“ข้าได้ทำการสืบสวนเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วพวกเจ้านั้นไม่ต้องกล่าวอะไรอีก”
องค์ราชาจ้องมองเล้งหยงหลังจากได้ทราบเรื่องซึ่งประเด็นหลักคือความขัดแย้งระหว่างตระกูลเล้งกับจางเฉินแล้วลากหน่วยพิทักษ์เมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมเข้ากับรัชทายาทที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
“ข้าได้เห็นเอกสารเพื่อให้จางเฉินสารภาพผิดแล้ว เจ้ามีอะไรจะพูดไหม”องค์ราชาหันหน้าไปหาหัวหน้าหน่วยพิทักษ์
“คนๆ นี้กระทำความผิดจริง ฆ่าล้างตระกูลหลี่โดยไม่มีเหตุอันควรทำให้เกิดความเสื่อเสียต่อราชวงศ์ขอรับ”
“เจ้าดูนี่” องค์ราชานั้นโยนเอกสารจำนวนหนึ่งไปให้กับหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมื่อหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองได้อ่านรายละเอียดต่าง ๆแล้วก็เหงื่อตกและรีบขุกเข่าทันที
“ขอพระองค์ทรงไว้ชีวิตด้วยที่ข้าทำก็เพราะองค์รัชทายาทนั้นให้ทำ”
“เจ้า”องค์รัชทายาทพูดด้วยความโกรธแล้วเดินไปหยิบเอกสารมาดู ก่อนจะยื่นเอกสารให้เล้งหยง
เล้งหยงได้เห็นเอกสารแล้วตกใจอย่างมากข้อเท็จจริงที่ว่าจางเฉินเพียงเข้าไปช่วยหญิงสาวของตนเองนั้นชัดเจนอย่างมากแต่ที่น่ากลัวคือ จางเฉินมีสมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็กเป็นกระบอกเสียงถึงขั้นที่จะปิดตัวในอาณาจักรได้ ถ้าไม่ปล่อยตัวจางเฉินพลังแบบนี้มันน่ากลัวเป็นอย่างมาก
“เอาละ สำหรับข้าข้าไม่เอาเรื่องพวกเจ้าในตอนนี้”
“ขอบพระทัย” ทั้งสามนั้นพูดพร้อมกันและรู้สึกโล่งใจ
องค์ราชานั้นหันมาหาจางเฉิน “ท่านอาจารย์จางเฉินท่านเป็นอิสระแล้วตอนนี้ข้ายังไม่ได้ตัดสินโทษพวกเขา ท่านอยากให้พวกเขาชดเชยสิ่งใดหรือไม่เนื่องจากความเข้าใจผิดครั้งนี้”
“ข้าขอชีวิตคนๆ นี้” จางเฉินที่ไปที่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์แล้วเอาดาบมังกรเพลิงออกมา เขาเคลื่ยนย้ายพริบตา แล้วตัดหัวของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ทันที เขาต้องตัดปัญหาหน่วยการเมืองก่อนเพื่อที่จะได้เติบโตในอาณาจักรส่วนตระกูลเล้งนั้นค่อยจัดการภายหลัง
การกระทำของจางเฉินนั้นทำให้องค์ราชา และองครักษ์นั้นตกใจเป็นอย่างมาทั้งรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน และตัดสินใจเด็ดเดี่ยวอย่างมาก เมื่อพูดแล้วก็ทำเลย
“เอาละ ข้าจะปลดรัชทายาทเนื่องจากเจ้าก่อปัญหามากเกิดไป เรื่องการแต่งตั้งองค์รัชทายาทคนใหม่นั้นข้าจะบอกทีหลัง” องค์ราชานั้นย่อมเข้าใจความตั้งใจของจางเฉินว่าไม่อยากให้มีปัญหาเกี่ยวกับการเมืองอาณาจักรเข้ามาอีก มันคล้ายเป็นการสื่อสารของคนสองคนว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรให้สมบูรณ์ ส่วนหนึ่งนั้นก็เพื่อรักษาชีวิตองค์รัชทายาทไม่ให้เป็นเป้าสังหารคนต่อไปอีกส่วนหนึ่งก็ช่วยตัดปัญหาให้กับจางเฉิน
“ยังไงข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยกับเหตุการณ์ครั้งนี้”
จางเฉินได้ยินองค์ราชาขอโทษ เขารู้สึกตกใจอย่างมากแต่มันก็เป็นความประทับใจอย่างหนึ่ง นี่คือผู้นำที่แท้จริงเมื่อมีสิ่งผิดก็รู้จักการขอโทษแม้ตนเองไม่ผิดแต่มันก็เป็นผลสืบเนื่องจากข้าบริวารตนเอง แน่นอนว่าจางเฉินย่อมปล่อยวางทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที
“พระองค์ท่านสิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นความผิดของหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมือง ท่านย่อมไม่มีสิ่งใดผิด”
“เอาละเราคงไม่สะดวกพบกันนัก ไว้มีโอกาสคงได้นั่งดื่มชา สนทนากันข้าพอทราบว่าเจ้าต้องการที่ตั้งสมาคมวิญญาณ เจ้าสนใจพื้นที่ไหนเป็นพิเศษหรือไม่”
“เรียนตามตรงข้าต้องการพื้นที่ชุมชนแออัดทั้งหมด ข้าอยากก่อตั้งสาขาของนิกายเทพยุทธด้วยขอรับ”
“โอ้ พื้นที่ชุมชนแออัดได้ข้าจะจัดให้คนจัดการโฉนดพื้นที่ให้ส่วนเรื่องคนที่อยู่อาศัยบริเวณนั้นข้าคิดว่าเจ้าคงต้องจัดการเองถือว่านี่เป็นการขอโทษจากข้าก็แล้วกัน”
พื้นที่ชุมชนแออัดนั้นมีขนาดใหญ่มาก ขนาดราว ๆ ครึ่งหนึ่งของเมืองชั้นในแต่เต็มไปด้วยพวกขอทาน คนยากจน มีปัญหามากมายซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้มานานมากสำหรับองค์ราชานั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่นั้นเลย เขาเคยคิดจะแก้ไขแต่ก็ไม่พบหนทางการให้พื้นที่แถบนั้นกับจางเฉินเขาไม่รู้สึกว่าสูญเสียอะไรเลย
“เอาละ ทุกคนแยกย้ายพักรักษาตัวปัญหาครั้งนี้ท่านอาจารย์จางเฉินไม่ติดใจเอาความอีกแล้ว”
องค์ราชานั้นไม่ได้พักผ่อนตลอดคืนเพราะเกรงปัญหาบานปลาย เมื่อได้รับการแก้ไขแล้วเขาก็เบาใจและต้องการกลับไปพักผ่อน
“ท่านพ่อ”องค์รัชทายาทนั้นเรียกองค์ราชาด้วยความหวัง แต่สิ่งที่ได้รับนั้นคือความเฉยชา
จางเฉินนั้นแอบยินดีอย่างมากเรื่องราวในครั้งนี้เกิดความคาดหมายของเขาอย่างมากก่อนหน้านี้เขาคิดว่าจะต้องหลายวันเพื่อให้มีการตอบสนองจากราชวังเพื่อให้ได้หินก้าวสำหรับยืนในพื้นที่ของอาณาจักร แต่ทุกอย่างกลับได้มาอย่างง่ายดายในวันเดียวเท่านั้นนับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก
อู๋เว่ยนั้นคุมกำลังหน่วยพิทักษ์เมืองส่วนหนึ่งไปส่งจางเฉินที่บ้านในชุมชนแออัด เมื่อถังชิวอิง ฉินเป่าเอ๋อและคนอื่น ๆ ได้เห็นจางเฉินกลับมาแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมาก
จางเฉินพูดคุยกับทุกคนพักหนึ่งแล้วก็กลับห้องตัวเองแล้วเข้าสู่มิติเพื่อฝึกฝน เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเล่าปากต่อปากอีกครั้ง ทั้งการสังหารหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองและการเลือกรัชทายาทคนใหม่นับได้ว่าเป็นบุคคลที่สั่นสะเทือนอาณาจักรอย่างแท้จริงในช่วงสามวันที่เขาปรากฏตัวในเมืองต้าเหลียง
ตึกตระกูลเล้ง เล้งหยู่เฟิ่งบีบถ้วยชาในมือเขาจนแตกละเอียด
“ข้าไม่คิดเลยว่า จางเฉินคนนี้จะมีคนหนุนหลังจำนวนมาก ทั้งสมาคมปรุงยา สมาคมช่างตีเหล็กต่างก็พร้อมใจจะปิดตัวเพื่อมัน เพียงวันเดียวก็ดึงองค์ราชาเข้าเป็นพวกได้”
ตอนนี้เล้งหยู๋เฟิ่งและเล้งหยงนั้นต่างรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่สร้างศรูที่น่าเกรงขามเช่นนี้เขาเคยคิดว่าจะไม่มีใครสามารถต่อกรกับตระกูลของเขาได้ในอาณาจักรต้าเหลียงนี้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับจางเฉินแสดงให้เห็นว่าจางเฉินมีความสามารถนั้น
“เอาละ เราพักเรื่องของจางเฉินไปก่อน ไม่รู้ว่ามันยังมีใครสนับสนุนอีกบ้างด้วยครอบครัวเราครองเส้นชิวิตทางเศรษฐกิจของเมืองมากกว่าครึ่งหนึ่งทั้งธุรกิจปรุงยา และธุรกิจการค้าอื่น ๆ เราสามารถเติบโตกันตามปกติเจ้าแจ้งเรื่องไปห้ามมิให้คนของตระกูลสร้างปัญหากับจางเฉิน และให้ระวังให้มาก”
“ขอรับท่านพ่อ” เล้งหยงรับคำ และดำเนินการป่าวประกาศแจ้งทุกคนในตระกูลถึงบุคคลที่น่ากลัว
รุ่งเช้าวันถัดไปจางเฉินขี่หงเอ๋อขึ้นไปดูสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชุมชนแออัดทั้งหมดเพื่อวางแผนการก่อสร้างสมาคมวิญญาณและสาขาของนิกายเทพยุทธ์หลังจากได้ภาพในใจอย่างคร่าว ๆ แล้วเขาก็กลับมาที่บ้าน
หลี่จิ้ง หลินเมิ้ง และหยงอี้นั้นรอจางเฉินอยู่แล้วที่ห้องรับแขกเมื่อจางเฉินพบทั้งสามก็นั่งพูดคุยเกี่ยวกับการทำงานจางเฉินนั้นบอกถึงความตั้งใจของเขาที่อยากจะพัฒนาสมาคมวิญญาณและสาขานิกายเทพยุทธิ์
“อาจารย์จางเฉิน อู๋เว่ยมาขอเข้าพบขอรับ”
“ให้เขาเข้ามา”
เมื่ออู๋เว่ยเข้ามาพบทั้งสี่คนนั่งคุยกันเขารู้สึกระวังตัวเป็นอย่างมากหนึ่งหัวหน้าสมาคมปรุงยา และหนึ่งหัวหน้าสมาคมช่างตีเหล็ก สำหรับคนทั่วไปนั้นแม้แต่พบคนใดคนหนึ่งก็เป็นเรื่องยากอย่างมาก
“อู๋เว่ย เจ้าได้ขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองแล้วอย่าทำตัวต่ำต้อย มา มา ข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้าด้วยเหมือนกัน”จางเฉินเรียกอู่เว่ยนั่งบนโต๊ะ จางเฉินเล่าถึงเหตุเบื้องต้นอีกครั้งแล้วแจ้งแผนการโดยรวมสำหรับการใช้งานพื้นที่
หลังจากพูดคุยสักพักหนึ่ง อู๋เว่ยก็เอาโฉลดที่ดินให้กับจางเฉินซึ่งถูกส่งผ่านมาที่เข้า พร้อมกับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองนอกจากรอดตายจากโรคประหลาดแล้วยังได้เลื่อนต่ำแหน่งทำให้อู๋เว่ยนั้นซาบซึ้งบุญคุณกับจางเฉินมาก
“แผนการเหล่านี้ใช้คนเป็นจำนวนมากข้าคิดว่ามันจะยากมาก”
“คนทำงาน เรามีอยู่แล้วชุมชนแออัดมีคนจำนวนมาก ที่มารวมตัวกันอยู่ แม้มันจะยากแต่ก็เป็นความตั้งใจของข้าด้วย สำหรับข้าญาติมิตร และสหายนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ข้าไม่อยากเห็นใครลำบาก ดังนั้นนิกายและสมาคมต้องมีการพัฒนาและก้าวหน้าเพื่อลดภาระของคนอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้ต้องมีพลังในเมืองเพื่อป้องกันมิให้ใครมาทำร้ายญาติพี่น้องของเราได้