หลังจากไป๋หลินพาคนเจ็บมาถึงบ้านสมาชิกในบ้านทุกคนรวมถึงแม่สามีและแม่จาง ก็ถึงกับใมากที่จู่ ๆไป๋หลินก็พาคนแปลกเข้าบ้านแถมยังเืเต็มตัวแบบนี้ แต่เขาไม่มีเวลาอธิบายอะไรมากเขาบอกให้ทุกคนเตรียมสถานที่เพื่อช่วยชีวิตชายปริศนาผู้นี้ก่อนดูจากอาการน่าจะเสียเืไปเยอะต้องรีบฝังเข็มห้ามเืก่อนทุกคนที่อยู่ในบ้านถานรองตอนนี้ก็ช่วยกันเตรียมของต่าง ๆ ตามที่ไป๋หลินบอกทันทีแม้แต่เด็ก ๆ อะไรที่ช่วยท่านแม่ก็รีบช่วยไม่อิดออดท่านแม่ทั้งสองช่วยกันถอดชุด้าของชายคนนั้นออกแล้วใช้น้ำสะอาดชำระกายจึงทำให้คราบออกไปจนหมดเหลือเพียงแผลและจุดที่เืยังไหลไม่หยุด ไป๋หลินไม่รอช้ารีบฝังเข็มห้ามเืทันที
ไป๋หลินทำการรักษาไปสักพักก็ห้ามเืได้สำเร็จส่วนแผลที่ถูกของมีคมฟันก็ทำการปิดปากแผลเรียบร้อยเขาเสียดายที่ไม่มีไหมสำหรับเย็บแผล ถ้ามีเวลาว่างค่อยทำเองก็แล้วกันเพราะมันพอที่จะทำได้วัสดุที่ใช้ก็มาจากธรรมชาติส่วนวิธีทำนั้นภัสกรเคยไปศึกษาดูงานแหล่งผลิตมาแล้วตอนอยู่โลกเดิมถึงไม่มีเครื่องจักรที่ทันสมัยแต่ก่อนจากมาเป็ไหมเย็บแผลที่ใช้ในวงการแพทย์ก็ใช้วิธีการทำมือมาก่อนเขาพอจำวิธีได้ทำไว้เยอะๆ ยิ่งดีหากถึงคราวเปิดโรงหมอต้องได้ใช้งานแน่ ๆ
ทุกอิริยาบถของไป๋หลินที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวอยู่ในสายตาของทุกคนทำให้แม่สามีมีความคิดเปลี่ยนไปมากสะใภ้เล็กของตัวพอได้เปลี่ยนแปลงตัวเองก็น่าเอ็นดูดีไหนจะการรักษาคนเจ็บก็ดูเชี่ยวชาญราวกับว่าไป๋หลินเคยเป็หมอมาก่อนจริง ๆ สงสัยท่านเซียนที่สอนวิชาการแพทย์คงจะเป็ความจริงดูจากที่ลูกชายของเขาหายดีจนจะกลับไปทำงานได้ในวันพรุ่งนี้แล้ว
ส่วนท่านแม่จางก็ภาคภูมิใจมากที่ลูกคนเล็กเปลี่ยนตัวเองเป็คนดีมีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่นเพราะถ้าเป็เมื่อก่อนเห็นคนเืโชกขนาดนี้ไป๋หลินคงเป็ลมไม่ก็วิ่งหนีไปแล้วอย่าหวังเลยว่าไป๋หลินจะสนใจช่วยพอมาวันนี้ได้เห็นลูกชายของตนรักษาคนเจ็บด้วยท่าทางราวกับผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ในโรงหมอในเมืองหลวงแบบนี้รั่วอี้ได้แต่ขอบคุณ์ที่ให้โอกาสไป๋หลินได้กลับมาและยังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
หลัวฟางจากที่เมื่อก่อนเคยมองไป๋หลินด้วยความรำคาญสายตาไม่อยากสนทนาไม่อยากมองแม้กระทั่งหน้าของภรรยาอยู่ด้วยกันก็มีแต่ความอึดอัดใจแต่พอมาวันนี้ทุกอิริยาบถของไป๋หลินมันสะกดสายตามากเหมือนมีแรงดึงดูดให้เข้าหาวันนี้เป็ครั้งแรกที่หลัวฟางมองไป๋หลินด้วยสายตาที่มีความหมายว่าเขาเอ็นดูภรรยามากถึงจะยังไม่มีความรู้สึกว่าชอบหรือรักแต่ก็รู้สึกดีและเอ็นดูไป๋หลินมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ในใจของหลัวฟางเองก็ค่อย ๆกำลังเปิดใจให้อีกฝ่ายเหมือนกัน
ลูกชายแฝดทั้งสี่นั้นพอท่านแม่ใจดีไม่ว่าท่านแม่ทำอะไรก็เก่งไปหมดโตขึ้นพวกเขาอยากเก่งเหมือนท่านแม่ทุกอย่างเลย พวกเขาจะทำให้ท่านแม่ภูมิใจและหาเงินมาให้ท่านแม่เยอะเพื่อที่ท่านแม่จะได้ใจดีกับพวกเขาตลอดไป
"เฮ้อ!เสร็จสักทีแผลหนักเอาการทุกจุดเลย" ไป๋หลิน
"เ้าจะบอกพวกเราได้หรือยังว่าไปเจอคนผู้นี้มาได้อย่างไร"หลัวฟาง
"นั้นสิ เห็นครั้งแรกแม่ใมากนึกว่าเ้าาเ็ไปด้วย"รั่วอี้
"ใช่แล้วนี่เ้าไปเจอคนผู้นี้มาจากที่ไหนกัน" ซิ่วอิง
"ได้ ๆข้าจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละทุกท่านคือวันนี้ข้าขึ้นเขาไปตรงจุดที่ลึกและสูงกว่าเดิมเพื่อหาสมุนไพรหายากมาขายและสกัดยาไว้ใช้ยามจำเป็แล้วตอนที่ข้านั่งพักเหนื่อยข้าก็เจอกับเ้านี้มันคือบัวหิมะข้าเลยเก็บมาว่าจะขายสักหนึ่งดอกก็ได้เงินเยอะมากแล้วที่เหลือข้าจะสกัดยาไว้ให้ทุกคนได้ใช้เป็ยาบำรุงตอนที่ข้ากำลังจะกลับลงเขาดันไปเจอรอยเืเป็ทางอยู่พอข้าเดินตามรอยเืก็เจอคนผู้นี้นอนสลบอยู่ตรงโคนต้นไม้ใหญ่พอตรวจดูอาการแล้วถ้าหากข้าไม่ช่วยเขาคนผู้นี้ได้ตายเป็ผีเฝ้าเขาหยางซานแน่อีกอย่างข้าคิดว่านี้คงเป็โอกาสที่์้าให้ข้าได้ทำความดีแน่ ๆข้าจริงไม่ลังเลที่จะช่วยคนผู้นี้ขอรับ" ไป๋หลิน
ไป๋หลินก็เล่าทุกอย่างแบบม้วนเดียวจบจนทุกคนก็หายสงสัย แต่เพื่อความปลอดภัยไป๋หลินจึงขอให้ทุกคนเก็บเื่นี้เป็ความลับก่อนถ้าเขาฟื้นค่อยถามอีกทีว่าชายผู้นี้เป็ใครมาจากไหนแล้วค่อยจึงติดต่อญาติให้มารับตัวกลับ
"ได้ ๆเดี๋ยวแม่จะปิดเป็ความลับให้อีกอย่างเรายังไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็คนดีหรือคนเลว" รั่วอี้
"นั้นสิดูจากการถูกทำร้ายและชุดที่ใส่น่าจะเป็ของราชสำนักนะหลัวฟางเ้าเองก็คอยระวังด้วยล่ะ ดูแลลูกเมียให้ดีหากเป็คนเลวขึ้นจะแย่เอา"ซิ่วอิง
"ขอรับท่านแม่ท่านทั้งสองไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลลูกเมียให้ดีที่สุด ไม่ให้ใครมาทำร้ายแน่นอนตอนนี้ข้าก็แข็งแรงดีแล้วพรุ่งนี้ข้าจะออกไปทำงานงั้นรบกวนท่านแม่ทั้งสองมาอยู่เป็เพื่อนเมียข้ากับลูก ๆ ด้วยนะขอรับ"หลัวฟาง
ไป๋หลินรู้สึกเขินเมื่อหลัวฟางเรียกเข้าว่าเมียมันทำให้รู้สึกใจเต้นแรงมาก ถึงแม้ในโลกก่อนจะมีคนมาจีบทั้งผู้ชายผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้มีใครทำให้เขาใจเต้นแรงแบบนี้เลยสักคนหรือเป็ความรู้สึกของไป๋หลินคนเดิมที่ยังค้างคาอยู่จึงทำให้เขารู้สึกดีเช่นนี้
ท่านแม้ทั้งสองก็รับปากพรุ่งนี้จะมาอยู่เป็เพื่อนไป๋หลินกับลูกๆ ให้ พอพูดคุยตกลงกันได้ก็แยกย้ายกันกลับส่วนสี่แฝดวันนี้ขอท่านพ่อท่านแม่ตามท่านยายไปเล่นที่บ้านเดิม ไป๋หลินก็ไม่รอช้าเตรียมของห่อข้าวกลางวันกับขนมให้ลูกไปกินที่บ้านท่านยายทันทีตอนแรกรั่วอี้บอกว่าไม่ต้องเตรียมที่บ้านอาหารขนมนั้นมีมากมายให้สี่แฝดกินก็ไม่มีหมดหรอกแต่ไป๋หลินเกรงใจและอยากฝากของอร่อยไปให้บ้านเดิมด้วยอาหารที่ไป๋หลินทำวันนี้เป็เมนูไข่เจียวกับขนมกล้วย แฝดทั้งสี่ทานแล้วต่างก็ชมท่านแม่ไม่หยุดปากอาหารที่ท่านแม่ทำอร่อยมากอยากให้พี่ ๆ ที่บ้านเดิมได้ลองชิมท่านยายอย่างรั่วอี้มีหรือจะกล้าขัดใจหลานรักได้ลงคอส่วนของบ้านใหญ่ไป๋หลินก็เตรียมให้เช่นกันได้ฝากแม่สามีไปแล้วเรียบร้อย
"ท่านพี่ พรุ่งนี้ไปทำงานแต่เช้าหรือไม่"ไป๋หลิน
"ไม่หรอกท่านพ่อฝากท่านแม่มาบอกพรุ่งนี้ทุกคนจะไปทำงานยามซื่อ เพราะของที่สั่งมาสร้างบ้านท่านลุงหว่านจะถึงวันมะรืนพรุ่งนี้เลยแค่ไปปรับหน้าดินนิดเท่านั้นเอง เ้ามีอะไรหรือไม่" หลัวฟาง
"งั้นก่อนไปทำงานท่านพาข้าไปขายบัวหิมะที่ร้านเถ้าแก่เผิงได้หรือไม่ท่านพี่" ไป๋หลิน
"ได้สิ แต่ว่าคนเจ็บผู้นั้นล่ะเขาจะไม่ตื่นขึ้นมาระหว่างที่เราไม่อยู่หรอกหรือ พรุ่งนี้ที่บ้านก็จะมีเพียงเด็ก 4คนกับเกออีกสองคนเท่านั้นนะ" หลัวฟาง
"ถ้าไม่มีการผิดพลาดเขาน่าจะฟื้นประมาณยามอู่เราไปกันยามเหม่ากลับก็ประมาณยามเฉินแล้วถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ดีไหมเราเอาลูกไปด้วยดีกว่าเพราะแฝดยังไม่ได้เข้าเมืองเลยั้แ่เกิดมาข้าอยากพาลูกไปเปิดหูเปิดตาและอยากซื้อของเล่นให้ลูกคนละชิ้นด้วย" ไป๋หลิน
พอได้ยินไป๋หลินพูดถึงลูกทั้งสี่ด้วยความห่วงใยหลัวฟางก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเขารู้สึกว่าไป๋หลินที่เปลี่ยนไปใน่นี้ทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมดยิ่งเวลาพูดถึงลูกๆ แล้วไป๋หลินจะตาเป็ประกายแฝงความซุกซนเหมือนว่าเขามีลูกห้าคนมากกว่า
"ได้สิ พาลูก ๆไปด้วยก็ได้ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราก็ไปยืมเกวียนที่บ้านท่านแม่กันพร้อมไปบอกให้ท่านแม่ยังไม่ต้องมาที่บ้าน" หลัวฟาง
"ขอรับท่านพี่" ไป๋หลิน
เมื่อถึงยามเซินพี่ใหญ่กับพี่สามของไป๋หลินก็พาหลานแฝดทั้งสี่มาส่งที่บ้านถานรองแถมยังนำความจากทุกคนในบ้านเดิมฝากมาบอกว่าอาหารกับขนมที่ไป๋หลินทำอร่อยมากโดนเฉพาะเด็ก ๆ บ้านเดิมพี่ชายพี่สาวของสี่แฝดชอบขนมของอาเล็กมากชมไม่หยุดปากเลยพอพี่ทั้งสองกลับไปไป๋หลินก็บอกข่าวดีกับลูกทั้งสี่ว่าพรุ่งนี้จะพาเข้าในเมืองสี่พี่น้องก็ดีใจยกใหญ่ยังปากหวานชมท่านแม่ใจดีที่สุดเลย
"แต่พวกเ้าทั้งสี่คนต้องสัญญากับพ่อก่อนว่าพรุ่งนี้จะไม่ดื้อไม่ซนและจะเชื่อฟังที่พ่อพูด"หลัวฟาง
"ข้าสัญญาขอรับ" ลู่เซียน
"ข้าเองก็สัญญาลูกผู้ชายเลยขอรับ"ลู่ตง
"ข้าเองก็จะไม่ดื้อไม่ซนขอรับ"ลู่ฉิน
"ข้าด้วยขอรับ" ลู่ถิง
ไป๋หลินมองท่าทางของลูกแฝดสี่คนที่ให้คำมั่นสัญญากับท่านพ่อพร้อมกำปั้นน้อยๆ ทุบเข้าที่อกแสดงความจริงใจให้เห็นในแบบฉบับของเด็กน้อยวัยสี่ห้าขวบคงจะไปจำจากพี่ ๆ ที่บ้านใหญ่กับบ้านเดิมมาไม่ก็มีใครสักคนทำให้เห็นเพราะเด็กวัยนี้กำลังเรียนรู้และจดจำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำให้เห็นเป็ตัวอย่าง
"ในเมื่อพวกเ้าให้คำมั่นสัญญาพรุ่งนี้แม่จะซื้อของเล่นให้คนละชิ้นดีไหมให้พวกเ้าเลือกเองได้เลยว่าอยากได้ของเล่นชิ้นไหน" ไป๋หลิน
"ดีเลยขอรับข้าอยากได้กระบี่ไม้" ลู่เซียน
"ข้าข้าก็อยากได้กระบี่ไม้" ลู่ตง
"ข้าอยากได้กระดานหมากรุกขอรับ"ลู่ฉิน
"ข้าไม่อยากได้ของเล่นข้าอยากได้หนังสือมาฝึกอ่านข้าอยากเป็หมอเก่ง ๆ เหมือนท่านแม่" ลู่ถิง
สิ่งที่ลูก ๆอยากได้ถ้าเป็คนอื่นหรือบ้านอื่นคงซื้อให้ตาม้าแต่ไม่ได้มองลึกลงไปว่าสิ่งที่ลูกอยากได้มันเป็สิ่งที่เขาชอบหรือสนใจในด้านไหนบ้างแต่สำหรับไป๋หลินเขารู้ทันทีว่าลูกแต่ละคนมีความสนใจไม่เหมือนกัน อย่างเ้าแฝดคู่พี่มีความชอบในกระบี่ไม้อนาคตลูกทั้งสองอาจอยากจะเป็ทหารหรือจอมยุทธ์ก็ได้ลู่ฉินที่อยากได้หมากรุกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็สิ่งที่บัณฑิตหรือชนชั้นขุนนางไม่ก็เหล่าพ่อค้าชอบเล่นอนาคตลู่ฉินอาจอยากเป็ขุนนางก็ได้ส่วนลู่ถิงนี่บอกความ้าชัดเจนว่าอยากเป็หมอ แน่นอนว่าไป๋หลินต้องเป็คนสอนลูกคนเล็กแน่นอนแต่ไม่ว่าลูกจะเลือกเส้นทางไหนในชีวิตถ้าเป็สิ่งที่ดีพ่อแม่ก็สนับสนุนลูกเสมอ
"ได้สิทำไมจะไม่ได้พรุ่งนี้ใครอยากได้อะไรแม่จะซื้อให้เอาแบบนี้ดีไหมต่อไปแม่จะสอนหนังสือพวกเ้าทั้งสี่เอง พวกเ้าต้องเรียนหนังสือวันละหนึ่งชั่วยามหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จดีหรือไม่"ไป๋หลิน
"ดีขอรับข้าอยากเรียนหนังสือ" ลู่ฉิน
"ข้าก็อยากเรียนขอรับท่านแม่"ลู่ถิง
"ไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือเท่าไหร่แต่ถ้าท่านแม่สอนข้าเรียนก็ได้ขอรับ"ลู่เซียน
"ข้าก็คิดแบบเดียวกับพี่ใหญ่ขอรับแต่ขอให้ท่านแม่ทำขนมอร่อย ๆ ให้กินทุกวันได้ไหมขอรับ" ลู่ตง
"ได้อยู่แล้วถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวแม่หาวัตถุดิบมาทำขนมให้พวกเ้ากินดีกว่า" ไป๋หลิน
สี่แฝดพอได้ยินว่าแม่จะทำขนมให้กินอีกก็พากันร้องเฮลั่นบ้านด้วยความดีใจจนลืมไปเลยบ้านตัวเองตอนนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาอาศัยอยู่หลังจากทานข้าวเย็นในยามอิ่ว เสร็จทุกคนต้องอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในยามชวี ระหว่างที่สามีอาบน้ำให้ลูกไป๋หลินได้เข้าไปดูอาการของคนไข้นิรนามอีกครั้งตรวจชีพจรพบว่าอาการดีขึ้นถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพรุ่งนี้ชายผู้นี้น่าจะฟื้นประมาณยามอู่พอดี
ระหว่างที่หลัวฟางอาบน้ำให้ลูกทั้งสี่เขาก็เผลอนึกถึงภรรยาอีกครั้งเพราะั้แ่ไป๋หลินฟื้นขึ้นมาแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองความรู้สึกของหลัวฟางนั้นรับรู้ได้เลยว่าไป๋หลินรักลูกใส่ใจลูกมากขึ้นทุกการกระทำของไป๋หลินมันออกมาจากใจจริงไม่ได้เสแสร้งเหมือนเมื่อก่อนซึ่งมันทำให้เขาดีใจกับลูกมากที่ได้มีแม่ที่เอาใจใส่ลูกเหมือนบ้านอื่นสักที
เช้านี้ไป๋หลินก็ตื่นเช้าอีกตามเคยแต่วันนี้เขามีหน้าที่อีกอย่างเพิ่มมาคือการดูแลผู้ป่วยของเขานั้นเองชายนิรนามคนนี้ถือเป็ผู้ป่วยอาการหนักคนแรกในโลกนี้สำหรับภัสกรในร่างของไป๋หลินเมื่อทำงานบ้านเสร็จทุกอย่างเขาก็เข้าไปตรวจอาการตามปกติแต่ที่พึ่งสังเกตดี ๆว่าคนผู้นี้หน้าตาดีมากหล่อเหลาราวกับพระเอกหนังเลยผิวพรรณก็ดูไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปที่เขาพึ่งได้สังเกตก็เพราะตอนเปลี่ยนชุดเมื่อคืนเขาให้สามีมาเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้คนไข้แทนถึงเขาจะเป็ภัสกรชายอกสามศอกแต่เขาก็อยู่ในร่างของเกอที่แต่งงานแล้วจะดูเรือนร่างผู้ชายคนอื่นนอกจากสามีของตัวเองไม่ได้พอตรวจดูมีไม่อะไรน่าเป็ห่วงไป๋หลินก็เข้าไปปลุกเด็กน้อยทั้งสี่และสามีมาล้างหน้าและทานข้าวเช้าเพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าเมือง
ทุกคนบ้านถานรองทานข้าวเสร็จเรียบร้อยหลัวฟางก็รีบไปยืมเกวียนที่บ้านใหญ่ทันทีพอได้เกวียนมาทุกคนก็รีบขึ้นเกวียนแล้วมุ่งหน้าเข้าในเมืองเพื่อไปร้านเถ้าแก่เผิงอย่างไม่รีรอใช้เวลาในการเดินทางประมาณครึ่งชั่วยามก็ถึงร้านยาเถ้าแก่เผิง พอเข้าไปในร้านวันนี้เจอทั้งเถ้าแก่เผิงและภรรยาคนงามอยู่ในร้านทั้งคู่สองสามีภรรยาตระกูลเผิงเมื่อเห็นหน้าของไป๋หลินก็ยิ้มร่าเริงไว้รอทันทีเพราะทั้งคู่รู้ว่าไป๋หลินต้องมีของดีมาขายให้อีกแน่นอนไป๋หลินแนะนำสามีและลูกแฝดทั้งสี่ให้เถ้าแก่เผิงได้รู้จักสองสามีตระกูลเผิงก็เอ็นดูแฝดทั้งสี่ที่ทำท่าทางแนะนำตัวเองได้น่ารักมากจนทั้งคู่อดใจไม่ไหวต้องขอหอมแก้มจับแก้มกันคนละครั้งพอให้หายหมั้นเขี้ยว
เมื่อทักทายกันเสร็จไป๋หลินก็นำห่อผ้าที่มีขนาดเท่าฝ่ามือออกมาแล้วค่อยๆ เปิดผ้าออกอย่างเบามือเพื่อไม่ให้กลีบดอกของบัวหิมะเสียหายพอสิ่งที่อยู่ในห่อผ้าปรากฏต่อสายตาของสองสามีภรรยาตระกูลเผิงทั้งคู่ก็ถึงกับตะลึงในสิ่งที่ไป๋หลินนำมาขายในวันนี้
"นี่มัน บัวหิมะ เ้าเ้าไปได้มาอย่างไร แล้ว แล้วขายให้ข้าได้ไหม เท่าไหร่ข้าก็ซื้อ" ลู๋กัง
"ใจเย็นสิท่านพี่ ค่อย ๆ พูดดูสิไป๋หลินกับสามีและเด็ก ๆ งงกันหมดแล้ว ขอโทษด้วยนะไป๋หลินท่านพี่ตื่นเต้นที่เห็นบัวหิมะครั้งแรกในชีวิตปกติเจอแต่ในตำราพอวันนี้มาเจอของจริงก็ตื่นเต้นจนพูดไม่รู้เื่ว่าแต่บัวหิมะดอกนี้ขายให้ร้านพี่เถอะนะ" ผิงซี
"เออ ขอรับ วันนี้ข้าตั้งใจนำมาขายให้ท่านโดยตรงพอดีข้าลองขึ้นเขาอีกครั้งเพื่อหาสมุนไพรมาขายแต่คราวนี้ข้าขึ้นไปสูงและลึกมากก็เลยไปเจอเข้าพอดีดอกหนึ่งก็เลยว่าจะมาขายให้ร้านตระกูลเผิงนี้แหละขอรับ"ไป๋หลิน
"ขอบใจเ้ามากที่คิดถึงร้านพี่เป็ร้านแรกวันนี้พี่ให้เ้าราคาพิเศษเลย" ผิงซี
บัวหิมะเป็สิ่งที่ล้ำค่ามากในตำนานเล่าขานถ้าใครได้กินหรือกินยาที่มีส่วนผสมของบัวหิมะจะอายุยืนเป็ร้อยปีการที่ใครจะสามารถหาบัวหิมะเจอได้คนผู้นั้นต้องมีบุญญาธิการถึงอีกด้วยเผิงลู๋กังเชื่อแล้วว่าคำทำนายของนักพรตพเนจรที่เคยทำนายไว้ว่าจะมีก็เกอผู้หนึ่งเข้ามาเปลี่ยนซะตาชีวิตของเขากับภรรยาไปในทางที่ดีขึ้นเกอผู้นั้นต้องเป็ไป๋หลินแน่นอนที่เขามาช่วยชีวิตพวกเขาเพราะเมื่อหลายเดือนก่อนท่านพ่อบอกว่าทางราชสำนักประกาศข่าวลับมาแก่กลุ่มพ่อค้าร้านยารายใหญ่บอกว่าหากร้านยาร้านไหนหรือตระกูลไหนสามารถหาบัวหิมะมาถวายหรือนำมาขายให้ฮ่องเต้จะให้ตระกูลนั้นเป็หัวหน้ากลุ่มรายใหญ่และถือสิทธิ์ขาดในการค้าขายกับราชสำนักครึ่งหนึ่งไปตลอดทุกรุ่นซึ่งตระกูลเขาตอนนี้กำลังถูกเล่นงานจากคู่แข่งที่มีอำนาจมากกว่าเล่นงานอยู่พวกเขาจึงตั้งความหวังไว้มากกับการออกตามหาบัวหิมะในครั้งนี้ เพราะถ้าได้สิทธิ์ขาดครึ่งหนึ่งแสดงว่าตระกูลนั้นจะมีอำนาจขึ้นมาทันทีคราวนี้คู่แข่งขันก็ไม่กล้ามารังแกตระกูลเผิงอีกแล้ว
ไป๋หลินได้เงินจากการขายบัวหิมะในครั้งนี้ถึง150,000 ตำลึงทอง เพราะดอกใหญ่และสมบูรณ์มากจึงทำให้ขายได้ราคาสูงเมื่อได้เงินมาเป็ที่เรียบร้อยไป๋หลินกับสามีและลูกชายทั้งสี่ก็พากันเอาตั๋วเงินไปฝากที่ร้านรับฝากทันทีก่อนออกจากร้านเถ้าแก่เผิงและพี่ผิงซีได้จัดการห่อขนมให้เด็ก ๆ มากินเยอะมากจึงตกลงกันว่าวันนี้จะหาซื้อวัตถุดิบไปเตรียมไว้ก่อนพรุ่งนี้ถึงจะลงมือทำขนมชนิดใหม่ให้กิน สี่พี่น้องก็ตกลงทันทีเพราะยังไงขนมที่ท่านลุงสะใภ้มอบให้ก็กินกันไม่หมดอยู่แล้วคงต้องเอาไปแบ่งพี่ชายพี่สาวบ้านเดิมกับบ้านใหญ่ด้วย
เมื่อฝากเงินเสร็จสองสามีภรรยาบ้านถานรองก็พาลูกไปตามหาซื้อของเล่นที่สี่แฝดอยากได้ทันทีพวกเขาได้ดาบไม้จากร้านไม้ตระกูลเต๋อที่หลัวฟางมักจะรับงานจากร้านนี้ไปทำที่บ้านบ่อยๆ เพราะให้ราคาดีและยุติธรรมไม่กดราคาเหมือนร้านอื่นเมื่อได้ดาบไม้ตามที่้าของลู่เซียนกับลู่ตงแล้วบ้านถามรองก็รีบออกจากร้านไม้ตระกูลเต๋อแล้วมุ่งหน้าไปร้านหนังสือตระกูลมู่ทันทีร้านตระกูลมู่ขายหนังสือทุกประเภทและยังมีกระดานหมากรุกกับหนังสือฝึกอ่านฝึกเขียนพื้นฐานสำหรับเด็กอีกด้วยพอเข้าไปในร้านหลัวฟางก็พาลูก ๆ เลือกหนังสือกับพู่กันไว้สำหรับเรียนในทุกวัน
ในระหว่างที่ไป๋หลินเองก็เลือกหนังสือเพื่อจะนำไปสอนลูกชายทั้งสี่อยู่นั้นเขาก็บังเอิญไปเจอเข้ากับหนังสือเล่นหนึ่งที่หน้าปกเขียนไว้ว่าวิธีปลุกลมปราณขั้นพื้นฐานซึ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมาที่เขาได้มาอยู่ในโลกนี้เขาสงสัยว่าตัวเองนั้นมีลมปราณเหมือนในหนังจีนกำลังภายในหรือไม่ถ้ามีจะใช้ยังไงใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง หรือเหาะขึ้นเขาะโขึ้นเขาได้ไหมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเมื่อคิดและตีกับตัวเองในใจสักพักก็ตัดสินใจได้แล้ว ไป๋หลินก็ไม่ลังเลที่จะหยิบหนังสือมาเพื่อรอจ่ายเงิน
"ได้ของครบแล้วเรากลับบ้านกันเถอะพี่จะได้กลับไปเตรียมตัวไปทำงาน" หลัวฟาง
"ครบแล้วกลับกันเถอะข้าเองก็เป็ห่วงคนไข้ที่บ้านเช่นกัน"ไป๋หลิน
"งั้นเรากลับกันเถอะเด็ก ๆ" หลัวฟาง
"ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ"
ได้ของครบตามที่้าบ้านถานรองก็มุ่งหน้ากลับบ้านที่หมู่บ้านถงหยางทันทีเข้าเมืองมาครั้งนี้ไป๋หลินได้สังเกตเส้นทางทั้งขาไปและขากลับพบว่าเส้นทางค่อนข้างเปลี่ยวอยู่นะเพราะถ้ากะจากสายตาระยะทางจากหมู่บ้านถงหยางไปในเมืองนั้นประมาณที่เข้าวิ่งรอบค่ายอาสาประมาณ10 รอบ รอบละ 2 กิโลเมตร เท่ากับว่าจากหมู่บ้านถงหยางไปในเมือง 20 กิโลเมตรแต่ที่บอกว่าเปลี่ยวเพราะตลอดการเดินทางผ่านหมู่บ้านอื่นมีเพียงสองหมู่บ้านเท่านั้นเองซึ่งมันเปลี่ยวถ้าเดินเท้าก็ใช้เวลานานพอสมควรแล้ววันที่ไป๋หลินหน้ามืดล้มหัวฟาดก้อนหินเขาก็ใช้เส้นทางนี้เดินกลับหมู่บ้านแต่มันมีบางอย่างที่น่าสงสัยคือก่อนที่เขาจะหน้ามืดหมดสติไป๋หลินมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกศีรษะของตัวเองก่อนนะก่อนที่เขาจะล้มลงไปลงไปหัวฟาดก้อนหิน และทางเปลี่ยวเช่นนี้หากวันนั้นไป๋หลินถูกลอบทำร้ายก็เป็ไปได้เช่นกันหากถูกทำร้ายจริงก็ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้แน่นอนเพราะไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ใด ๆ แล้วใครจะเป็คนร้ายที่ลงมือทำร้ายไป๋หลินกันละ
พอกลับถึงบ้านไป๋หลินช่วยสามีกับลูกเอาขอลงเกวียนเสร็จเขาก็รีบไปดูผู้ป่วยทันทีเมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าชายนิรนามคนนั้นได้หายไปแล้วพร้อมกับทิ้งจดหมายและป้ายหยกไว้เท่านั้นในป้ายเขียนว่าศาลต้าเว่ยส่วนเนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า"ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณขออภัยที่ไม่ได้อยู่ขอบคุณด้วยตัวเองเพราะข้ามีธุระสำคัญต้องไปทำ ข้าจึงขอที่ทิ้งป้ายหยกไว้เป็สิ่งตอบแทนหากวันข้างหน้าท่านเดือดร้อน เพียงนำป้ายหยกที่ข้าทิ้งไว้ให้ไปที่ศาลต้าเว่ย แล้วแสดงป้ายให้เ้าหน้าที่เห็นคนในศาลต้าเว่ยพร้อมที่จะช่วยเหลือท่านทันที"เซียวเห่อ
"ศาลต้าเว่ยเหรอแสดงว่าเขาทำงานที่ศาลต้าเว่ยในเมืองหลวงชื่อเซียวเห่อแน่เลยท่านพี่" ไป๋หลิน
"คงจะใช่แต่ทำไมคนของศาลต้าเว่ยในเมืองหลวงถึงมาาเ็ที่เขาหยางซานได้แปลกมาก"หลัวฟาง
"ก็จริงอยากที่ท่านพี่ว่าอยู่เมืองหลวงแต่มาาเ็ถึงิโจว ถึงิโจวจะใกล้กับเมืองหลวงอย่างเว่ยโจวแต่เ้าหน้าที่ก็ไม่น่าจะข้ามเขตมาถึงนี้ได้" ไป๋หลิน
ระหว่างที่สองสามีภรรยากำลังคิดวิเคราะห์เื่ผู้ป่วยที่ชื่อเซียวเห่ออยู่นั้นทั้งคู่ก็หยุดคิดเพราะลูกชายทั้งสี่วิ่งเข้ามาขอไปเล่นกับพี่ชายพี่สาวที่บ้านใหญ่
"ท่านพ่อท่านแม่พวกข้าขอเอาเล่นกับขนมไปบ้านใหญ่นะขอรับ" ลู่เซียน
"ได้สิ เดียวแม่เตรียมให้นะส่วนของบ้านเดิมเดียวแม่เอาไปให้เองส่วนเื่เรียนพรุ่งนี้ค่อยเริ่มเรียนก็ได้" ไป๋หลิน
"ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ"
สี่แฝดเมื่อแม่เตรียมของให้เสร็จก็พากันวิ่งไปบ้านถานใหญ่ทันทีส่วนไป๋หลินไปส่งลูกที่หน้าบ้านเสร็จเขาก็รีบกลับเข้ามาเตรียมห่อข้าวให้สามีต่อเมื่อถึงเวลาเขาก็เดินไปส่งสามีที่หน้าบ้าน
"ท่านพี่ข้าห่อข้าวให้ท่านด้วยนะวันนี้ทำงานวันแรกหลังหายป่วย อย่าหักโหมมากล่ะ" ไป๋หลิน
"หึข้าไม่หักโหมหรอกข้าจะเชื่อฟังเ้า ไม่ยอมป่วยให้ภรรยาต้องเหนื่อยแล้วละ"หลัวฟาง
ไป๋หลินเมื่อถูกเรียกว่าภรรยาก็เขินแก้มแดงจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี หลัวฟางพอเห็นว่าไป๋หลินเขินจนแก้มแดงก็เอ็นดูมากจนอยากลองจับแก้มแดง ๆ นั้นดึงดูว่านิ่มแค่ไหน
"หลัวฟางเสร็จหรือยังพี่กับพ่อมาแล้วนะ ไปกันเถอะเดี๋ยวสายซะก่อน" หลัวเฟย
มือของหลัวฟางที่กำลังจะยื่นไปจับแก้มของภรรยาก็ต้องรีบดึงกลับทันทีเพราะเสียงของพี่ใหญ่หลัวเฟยเรียกอยู่ตรงรั้วหน้าบ้านในใจของหลัวฟางก็กำลังกลด่าพี่ชายที่มาขัดจังหวะอะไรตอนนี้
"ข้ากำลังจะขับเกวียนออกไปเดี๋ยวนี้แหละพี่ใหญ่"หลัวฟาง
หลัวฟางรีบขับเกวียนออกไปก็พบว่าท่านพ่อพี่ใหญ่ และพี่รองยืนคอยอยู่นอกประตูเพื่อรอขึ้นเกวียนไปทำงานพอทุกคนออกไปทำงานตอนนี้ก็เหลือแค่ไป๋หลินที่อยู่บ้านเพียงคนเดียวเขาจึงกลับเข้าห้องและใช้โอกาสนี้หยิบหนังสือปลุกลมปราณขึ้นมาอ่าน ลองอ่านไปสักพักไป๋หลินก็เริ่มทำตามขึ้นตอนอยู่หลายครั้งก็ไม่มีความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายจนเขาเริ่มท้อไป๋หลินจึงลองทำอีกครั้งหนึ่งหากครั้งนี้ไม่ได้คงต้องละทิ้งความพยายามแล้วละ
"ลองอีกครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายแล้วกันหากไม่ได้คงต้องล้มเลิกแล้วล่ะ" ไป๋หลิน
คราวนี้ไป๋หลินลองทำตามวิธีเดิมดูอีกครั้งอย่างแรกการฝึกการเคลื่อนไหวคือการฝึกฝนควบคุมร่างกายให้อยู่ท่าใดท่าหนึ่งเพื่อช่วยให้สามารถเข้าสู่สภาวะนิ่งไม่ว่าจะอยู่ในท่ายืนหรือท่านั่งขอแค่ทำให้ร่างกายอยู่ในท่าธรรมชาติและผ่อนคลายอย่างที่สองคือการฝึกหายใจคือการปรับการหายใจให้เป็ธรรมชาติ หายใจสม่ำเสมอ เบาและยาว อย่างที่สามฝึกจิตใจหรือการฝึกสมาธิคือการที่จิตตั้งมั่นมีความสงบจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็การรวบรวมจิตใจให้สงบ ปล่อยวางจากจิตที่ว้าวุ่น ปล่อยวางปัญหาต่าง ๆที่ทำให้ไม่สบายใจลง จากนั้นก็ฝึกรวบรวมกายใจและลมหายใจไว้ด้วยกันเป็ประจำและสม่ำเสมอ ช่วยปรับร่างกายทั้งภายนอกและภายในเื และหยินหยางให้ทำงานได้อย่างสมดุลเืในร่างกายไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน กระดูกกล้ามเนื้อ ระบบหายใจส่งเสริมและฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง พอทำจนครบทุกขั้นตอนตามที่ในหนังสือบอกจู่ ๆร่างกายของไป๋หลินก็รู้สึกร้อนขึ้นมาในช่องท้องเหมือนมีลมไหลเวียนปั่นป่วนเหมือนจะปะทุออกมาจนเขาทนไม่ไหวพยายามให้ลมเคลื่อนตัวมาอยู่ตรงหน้าอกแทนจากนั้นลมทั้งหมดก็ปะทุจากทวารทั้ง 9 ลมปราณที่ปะทุออกมาทำเอาข้าวของในห้องส่วนตัวของไป๋หลินล้มกระจัดกระจาย
"โห!ลมปราณในร่างกายเรามันแรงขนาดนี่เลยเหรอนี้แค่ครั้งแรกเองนะถ้าข้าฝึกไปเรื่อยจนควบคุมได้ข้าก็สามารถฝึกวิชาได้ไหนลองอ่านอีกทีสิ" ไป๋หลิน
ในหนังสือเขียนว่าเมื่อผลักพลังลมปราณที่ซ่อนในร่างกายออกมาผ่านทวารทั้ง9 ก็ถือว่าปลุกพลังลมปราณปลุกธาตุหยินกับธาตุหยางที่ซ่อนอยู่ได้แล้วจากนั้นฝึกขั้นต่อไปที่เป็การควบคุมให้ใช้งานได้คล่องแคล่วขึ้นเพียงเท่านี้ก็สามารถวิชาทั้งมีอยู่บนโลกใบนี้ได้แล้วอย่างวิชาพื้นฐานวิชาตัวเบาก็สามารถฝึกได้เลย
"สุดยอดไปเลยหากในอนาคตเปิดโรงหมอแล้วมีชื่อเสียงขึ้นต้องมีผู้ไม่หวังดีมาลอบทำร้ายหากมีวิชาติดตัวคงดีไม่น้อยจะได้ไว้จัดการกับพวกคนชั่ว" ไป๋หลิน