อิงธารย้ายมาอยู่ต่างประเทศหลังจากที่ได้ขึ้นเงินจากเช็คที่ทางครอบครัวของวชิรวิทย์จ่ายให้ เธอมีเพื่อนที่รู้จักทำงานอยู่ลาสเวกัสจึงตัดสินใจย้ายมาที่นี่ ที่แห่งนี้สำหรับเธอคือ์บนดิน ได้เที่ยวและสังสรรค์ทั้งวันทั้งคืน ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องเครียดอะไร
เมื่อสองปีก่อนเธอรู้จักกับวชิรวิทย์โดยบังเอิญที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ั้แ่นั้นมาก็ได้พูดคุยกันมากขึ้นจนวันหนึ่งชายหนุ่มก็ขอเธอเป็แฟน เธอตอบตกลงอย่างไม่คิดมากเพราะคงโง่มากถ้าปฏิเสธผู้ชายอย่างเขา เธอรู้แต่แรกว่าเขาเป็ใคร ที่บ้านทำธุรกิจอะไร สำหรับเธอผู้ชายคนนี้คือข้าวสารถังใหญ่ที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ
การคบหากับเขาตลอดสองปีเต็มไม่ใช่เื่แย่ วชิรวิทย์ตามใจเธอทุกอย่าง ให้ของมีค่ากับเธอในทุกโอกาสสำคัญ แถมยังให้เกียรติเธอมากจนเธอไม่พอใจเพราะนั่นทำให้แผนการจับเขายากขึ้นตามไปด้วย เขาไม่อยากทำเธอท้องก่อนแต่งจึงไปคุยเื่แต่งงานกับครอบครัว แต่นั่นกลับทำให้มีอุปสรรคใหญ่อย่างย่าของเขาเข้ามาขวางทาง
ความสัมพันธ์ของเธอกับวชิรวิทย์จบลงเพราะอิงธารรู้ว่าครอบครัวของแฟนหนุ่มกำลังจะบังคับให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนที่เพียบพร้อมไปซะทุกด้าน เธอไม่้าปล่อยผู้ชายคนนี้ไปแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทนได้ ตลอดเวลาที่คบกันอิงธารรู้ดีว่าครอบครัวของเขารังเกียจและไม่ยอมรับเธอมากแค่ไหน ไม่รู้ทุกคนมองออกได้อย่างไรว่าการที่เธอเข้าหาเขาก็เพราะเงิน
ในตอนแรกเธอไม่ยอมแต่พอได้ยินจำนวนเงินมหาศาลที่หญิงชราบอกก็ทำให้เธอตอบตกลงในทันที เธอจึงรับเช็คมาจากครอบครัวของเขาเพื่อแลกกับการที่เธอต้องเดินออกมาจากชีวิตเขาตลอดกาล
หลายวันผ่านไป
แพรไหมรู้สึกตัวตื่นในตอนเช้า ร่างบางบิดกายไปมาก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงานเหมือนทุกวัน เธอเริ่มจากการบีบยาสีฟันเอาไว้ให้กับชายหนุ่ม จัดชุดทำงานให้เขา มันเป็เื่เล็ก ๆ ก็จริงแต่เธอก็อยากทำให้คนเป็สามี
“มายุ่งกับข้าวของฉันทำไม อะไรที่ไม่ได้บอกก็ไม่ต้องยุ่ง!” ชายหนุ่มเดินออกมาอย่างหงุดหงิดกับสิ่งที่หญิงสาวทำเอาไว้ให้ เขาไม่ชอบที่ผู้หญิงคนนี้มาก้าวก่ายเื่ของเขา
“แพรก็แค่อยากทำหน้าที่ภรรยาก็เท่านั้นเองค่ะ”
“เหอะ หน้าที่ภรรยาของเธอมีแค่เป็ที่รองรับอารมณ์บนเตียงของฉันเพียงเท่านั้น อย่างอื่นไม่ต้องยุ่ง!”
แพรไหมได้ยินคำพูดของผู้ชายตรงหน้าก็เม้มริมฝีปากเข้าหากันทันที เธอไม่คิดว่าคำพูดของเขาจะร้ายไม่ต่างจากปากของผู้หญิง แต่เธอไม่อยากใส่ใจจึงไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป หลังจากที่แต่งตัวเสร็จแพรไหมก็เดินลงไปยังห้องอาหารของบ้านหลังใหญ่นี้ทันที
ตลอดการรับประทานอาหารหญิงสาวไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ก็ยิ้มแย้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเธอไม่้าให้ใครเป็ห่วงหรือคิดมากเื่ของเธอกับสามี เื่นี้มันเป็ปัญหาของเธอ เธอต้องจัดการด้วยตัวเอง
“นี่ก็แต่งงานกันมาหลายวันแล้ว ย่าว่าไปฮันนีมูนกันไม่ดีกว่าเหรอ เื่งานเอาไว้ทีหลังก็ได้”
“ได้ไงกันครับย่า ผมเพิ่งรับตำแหน่งดูแลบริษัทนี้ต่อจากย่าได้ไม่กี่ปี จะให้ผมละทิ้งหน้าที่ไปฮันนีมูนได้ยังไง อีกอย่างสำหรับผมเื่นี้มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย” วชิรวิทย์ปฏิเสธเพราะเขาไม่ได้อยากไปฮันนีมูนอะไรกับแพรไหมเลยสักนิด
“แต่แม่ว่าทำตามที่คุณย่าว่าดีกว่านะวัฒน์ ตอนนี้บริษัทเราก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ลูกพาหนูแพรไปพักผ่อนก่อนเถอะ” เพ็ญศิริพูดแทรกขึ้น เธออยากให้ลูกชายทำตามคุณหญิงวรรณบอก เนื่องจากไม่อยากมีปัญหาอะไรกับแม่สามีอีก
“เฮ้อ นี่จะให้ผมไปให้ได้เลยใช่ไหมครับ”
“แพรว่าเื่นี้เอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ” แพรไหมที่เห็นชายหนุ่มเผยสีหน้าหงุดหงิดออกมาก็ทำให้เธอต้องพูดขึ้น ถ้าเขาไปฮันนีมูนด้วยท่าทางแบบนี้เธอเองก็ไม่อยากไปเพราะยังไงก็คงไม่มีความสุข
“เห็นไหมครับ เธอก็ไม่เห็นจะอยากไปเลย” คำพูดของแพรไหมทำให้วชิรวิทย์พอใจ
“ถ้าอย่างนั้นย่าก็แล้วแต่หนูแพรนะลูก” วรรณหันไปบอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำเอาวชิรวิทย์แอบหงุดหงิดเพราะเขาไม่รู้ว่าย่าของเขาจะเกรงใจผู้หญิงคนนี้อะไรนักหนา ทำไมทุกคนในบ้านถึงต้องคอยเอาอกเอาใจ
แพรไหมมาทำงานตามปกติ วันนี้เธอมีออกไปคุยงานข้างนอก เมื่อมาถึงสถานที่นัดหญิงสาวก็เดินเข้าไปในร้านกาแฟ ทำให้คนที่มารออยู่ก่อนแล้วรีบลุกขึ้นยืนทันที เขาไม่คิดว่าวันนี้จะได้เจอเธออีกครั้งในรอบหลายปี
เมื่อแพรไหมเห็นหน้าชายหนุ่มใบหน้าสวยก็เบิกตาโตทันที ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
“พี่ศักดิ์”
เพียงเสียงหวานทักทาย ใบหน้าหล่อเหลาของอดิศักดิ์ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
“ดีใจที่น้องแพรยังจำพี่ได้” ชายหนุ่มตอบกลับไป เขารู้สึกมีความสุขมากจริง ๆ ที่หญิงสาวรุ่นน้องคนนี้ยังจำเขาได้อย่างนี้
“จำได้สิคะ พี่เป็สายรหัสแพรนะ แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มาเจอพี่ศักดิ์ที่นี่” แพรไหมอดแปลกใจไม่ได้เพราะชื่อลูกค้าของเธอไม่ใช่ชื่อเขา
“พี่มาแทนพี่ชายน่ะ”
“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้
“นั่งก่อนสิ” อดิศักดิ์พูดพลางผายมือเชิญให้แพรไหมนั่งลง
แพรไหมหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วลอบสังเกตชายหนุ่มไปด้วย เขายังเป็อดิศักดิ์คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก ทั้งเป็สุภาพบุรุษและใจดีกับเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แต่หลังจากที่ชายหนุ่มเรียนจบทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีก ได้ข่าวแค่ว่ารุ่นพี่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ
อดิศักดิ์มองแพรไหมที่คุยเื่งานกับเขาด้วยสีหน้าจริงจังทำให้เขารู้สึกทึ่งพอสมควร เธอฉลาดสมเป็ทายาทคนเดียวของตระกูล หญิงสาวอายุน้อยกว่าเขาหลายปีแต่ทำงานเก่งมาก
เมื่อก่อนเขาเคยเอ็นดูผู้หญิงคนนี้และมีความรู้สึกดี ๆ ให้ แต่ก็ไม่ได้เดินหน้าจีบเพราะตอนนั้นเขากำลังคุยอยู่กับผู้หญิงอีกคน พอกลับมาเจอกันอีกครั้งในวันนี้ก็ทำให้ความรู้สึกในใจเขาที่เคยเก็บซ่อนเอาไว้ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ในขณะที่อดิศักดิ์หลุบตาลงมองหน้าจอไอแพดของแพรไหม สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแหวนเพชรที่หญิงสาวใส่อยู่ เขาจะไม่รู้สึกเอะใจอะไรเลยถ้าแหวนวงนั้นไม่ได้สวมที่นิ้วนางข้างซ้าย เขาอยากถามออกไปแต่ก็ไม่อยากเสียมารยาทเลยได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ แล้วคิดว่าไปหาคำตอบเองภายหลังดีกว่า
หลังจากตกลงเื่งานกันเสร็จอดิศักดิ์ก็ขอตัวกลับก่อนเพราะเขามีงานต่อ แต่ก็แอบรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถพูดคุยได้นานกว่านี้เขาจึงขอแลกเบอร์กับเธอเอาไว้
“คุณพิมพ์ คุณแพรไหมแต่งงานแล้วเหรอ” ทันทีที่ขึ้นรถอดิศักดิ์ก็หันหน้าไปถามเลขาที่มาด้วยกันในวันนี้
“ใช่ค่ะท่านรอง พิมพ์เคยเห็นข่าวในแวดวงไฮโซอยู่ค่ะ”
“งั้นเหรอ” อดิศักดิ์ที่ไม่ค่อยสนใจข่าวบันเทิงและเพิ่งกลับมาจากอังกฤษไม่กี่วันจึงไม่รู้เื่พวกนี้เลย
“คุณรู้จักผู้ชายคนนั้นไหม สามีของน้องแพรน่ะ”
เลขาสาวกดโทรศัพท์หาข้อมูลสามีของแพรไหมทันที ซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงค้นชื่อของแพรไหมก็รู้แล้ว
“ผู้ชายคนนั้นชื่อคุณวชิรวิทย์ วัฒนากุล เป็หลานชายของคุณหญิงวรรณค่ะท่านรอง”
อดิศักดิ์ทวนชื่อของผู้ชายคนนั้นในใจ เขารู้สึกคุ้นอย่างบอกไม่ถูกจึงกดโทรศัพท์เข้าไปดูหน้าของวชิรวิทย์ในอินเทอร์เน็ต พอได้เห็นรูปคิ้วเข้มก็เลิกขึ้นสูงในทันที
อีกด้านของเมืองหลวง
ร่างสูงของวชิรวิทย์เดินออกมาจากห้องทำงาน หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเสร็จเขาก็มุ่งหน้ากลับทันที แต่ถึงแม้จะเลิกงานไวชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดจะกลับบ้านเลย เพราะความเบื่อหน่าย บวกกับอะไรหลายอย่างทำให้เขาเบื่อที่จะกลับไปเห็นหน้าผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาของเขา ยิ่งนับวันแพรไหมก็ยิ่งเอาอกเอาใจเขาทุกอย่างจนบางครั้งเขาก็เริ่มหวั่นไหวกับเธอ แต่เมื่อได้สติชายหนุ่มก็สะบัดความคิดเ่าั้ออกไปทันที
วชิรวิทย์มานั่งดื่มที่ร้านแห่งหนึ่ง เขารู้สึกเครียดกับหลายเื่จึงอยากมานั่งดื่มเงียบ ๆ คนเดียว เขามีกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่พอเวลาผ่านไปต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง นาน ๆ ทีถึงจะนัดเจอกันได้เพราะไม่ได้มีเวลาว่างตรงกันสักเท่าไหร่
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาเสียงดังครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะยกแก้วน้ำสีอำพันกระดกลงคอ ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวหัวใจที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เขานึกถึงใบหน้าของคนรักเก่า จนถึงวันนี้เขาก็ยังภาวนาทุกวันว่าอยากจะเจออิงธารอีกสักครั้ง ต่อให้ต้องจบกันเขาก็อยากจบกับเธอด้วยดี ไม่ใช่ทะเลาะกันแล้วหนีหายไปจากชีวิตเขาแบบนี้ เธอไม่มีแม้แต่คำร่ำลาอะไรเลย นอกจากคำสั้น ๆ ที่บอกว่าต่างคนต่างอยู่ที่เขาได้อ่านจากข้อความในมือถือ