มีเสียงเคาะเบา ๆ ตรงหน้าประตู และล้านซ์ก็เดินเข้ามา
“เย็นนี้คุณสุภาพสตรีสองคนอยากกินอะไรกันบ้างล่ะผมว่าจะออกไปซื้ออาหารจีนนะ ถ้าไม่ขัดข้อง”
เอรินไม่อยากเชื่อการกระทําราวไร้ความรู้สึกของเขาเลยเขาทําราวกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดอยู่ในตอนนั้นมันเป็เื่สนุกราวกับทุกคนอยู่ในระหว่างการปิกนิก
“อาหารจีนก็ดีค่ะ ฉันชอบ” เมลานี่ตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง“คุณชอบไหมคะเอริน ถ้าไม่ชอบเราเปลี่ยนเป็อย่างอื่นก็ได้นะ”
“ฉันคิดว่าคนที่เป็นักโทษน่าจะถูกจํากัดให้กินแต่ขนมปังกับน้ำเปล่าเสียอีก”เธอประสานสายตาอยู่กับมิสเตอร์บาร์เรทท์
เขามองด้วยดวงตาสีฟ้าคมปลาบคู่นั้นเป็ครู่ ก่อนจะคํารามออกมาว่า
“เฉพาะแต่คนที่ทําตัวฉลาดมากเกินไปเท่านั้นละ”พูดจบเขาก็กระแทกประตูปิดตามหลังลงปังใหญ่
“หยาบคายที่สุด” เอรินร้องเมื่อเขาเดินออกจากห้องไปแล้ว
“มิสเตอร์บาร์เรทท์น่ะหรือคะ” เมลานี่ถามด้วยน้ำเสียงที่บอกความแปลกใจเต็มที่ “ทําไมล่ะฉันเห็นเขาเป็คนดีออก ดีกว่าผู้ชายคนไหน ๆที่ฉันเคยพบมาเสียด้วยซ้ำนะคะ...เอ้อ...ยกเว้นเคนคนเดียว”
เอรินหันมามองหน้าพี่สะใภ้อย่างงงงัน
“คุณพูดจริงหรือคะ...ทั้ง ๆ ที่เขาเข้ามาวางอํานาจเหนือชีวิตคุณยังงี้น่ะหรือ...เขาออกคําสั่งแล้วก็บังคับให้ทุกคนทําตามคําสั่งของเขานี่คุณรู้หรือเปล่าว่าเขาเข้ามารุกรานความเป็ส่วนตัวของคุณอย่างที่สุดเลยนะ”
“เขาก็เพียงแต่ทําตามหน้าที่เท่านั้นละค่ะ เอริน”เมลานี่ตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “คุณก็รู้ว่าเวลานี้เคนกำลังลำบากมากตอนที่มิสเตอร์บาร์เรทท์มาถึงที่นี่เขาขอโทษฉันเสียด้วยซ้ำที่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ตลอดเวลาที่เขาสอบปากคําฉันติดต่อกันเป็เวลาหลายชั่วโมงเขาแสดงออกถึงความเป็สุภาพบุรุษเต็มตัวเลยนะคะ พยายามปลอบโยนให้ฉันคลายความทุกข์ความตื่นกลัว ฉันเป็ห่วงเคนแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว...ทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทําลงไปเลย...”
“มิสเตอร์บาร์เรทท์ดีกับฉันมากเขาปลอบโยนจนฉันสามารถนึกถึงอะไรบางอย่างได้ ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะคําพูดของเขาแล้วฉันคงนึกอะไรไม่ออกเลย ทุกอย่างที่ฉันบอกเขาไป เพียงเพื่อจะให้เขาตามหาตัวเคนให้พบเท่านั้นฉันพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเขาทุกอย่างอยากจะให้เขาตามหาเคนให้พบแล้วก็พากลับมาบ้านฉันเป็ห่วงความปลอดภัยของเขาเหลือเกิน”
เอรินเห็นใจหญิงสาวผู้ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็พี่สะใภ้แต่ก็อ่อนวัยกว่าเธอมาก ขณะเดียวกันเธอก็ได้แสดงความหวังอยากจะให้ตํารวจหาตัวเคนพบอยู่เหมือนกันแต่กระนั้นเธอก็ยังงุนงงกับการที่เมลานี่ใช้คําพูดทํานองสรรเสริญชายหนุ่มผู้นั้นเสียเหลือเกินไม่ว่าจะเป็คําว่า “สุภาพบุรุษ” “ขอโทษ” และ “ปลอบโยน” ซึ่งมันดูไม่เข้ากับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทําต่อเธอเอาเสียเลย...
ทําไมเอรินจึงต้องถูกกล่าวหาในทํานองว่ามีส่วนสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมที่พี่ชายก่อขึ้นครั้งนี้ทั้งที่ผู้น่าสงสัยควรจะเป็ภรรยาของเคนเนธเองมากกว่า...
เขาแสดงความดูิ่เธอทั้งการกระทําและคําพูดนับแต่นาทีแรกที่เธอเดินทางมาถึงบ้านหลังนี้ เธอทำอะไรที่เป็ความผิดคิดร้ายเช่นนั้นหรือจึงต้องได้รับการปฏิบัติจากเขาแบบนั้น...
เมลานี่ยืนยันว่า ไม่ว่าขณะนี้สถานการณ์จะเป็อย่างไรก็ตามแต่การปรากฏตัวของเอรินเป็โอกาสอันสมควรแก่การฉลอง เธอพยายามเกลี้ยกล่อมไมค์จนกระทั่งเขายอมให้เอรินออกจากห้องนั้น เพื่อมาช่วยเธอตั้งโต๊ะอาหารค่ำ
ในโอกาสพิเศษนี้ เมลานี่เลือกผ้าปูโต๊ะผืนสวยและดีที่สุดทั้งชุดจานชามและแก้วน้ำเจียระไนลงมือจัดโต๊ะอย่างพิถีพิถันราวกับมันเป็งานปาร์ตี้เลี้ยงอาหารค่ำแก่แขกคนสําคัญทีเดียว
ความพยายามของเมลานี่สร้างความประทับใจและเป็ที่เวทนาแก่เอรินไม่น้อย มีความรู้สึกว่าเธออ่อนเยาว์กว่าวัยยี่สิบสี่มากแม้เธอจะพูดถึงเื่การยักยอกของเคนเนธด้วยสุ้มเสียงจริงจังเอรินก็ยังสงสัยว่าเมลานี่จะยอมรับความจริงในเื่นี้ได้หรือไม่...ความรักความศรัทธาที่เมลานี่มีต่อเคนเนธนั้น ทำให้เธอมองไม่เห็นความจริงในสิ่งใดทั้งสิ้นรู้แต่เพียงว่า เขาคือสามีทีดีที่สุดของเธอเท่านั้น
ทั้งสามคนกําลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเมื่อผ้าเช็ดปากที่เมลานี่พยายามพับให้เป็รูปไม่ยอมตั้งอยู่บนโต๊ะคอยแต่จะล้มลงตลอดเวลา ตอนที่ล้านซ์โผล่เข้ามาในห้องนั้น...
สีหน้าของเขาบอกความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองหน้าเอรินเขม็งทุกคนต่างรู้ว่าความไม่พอใจของเขาเกิดจากการที่เธอไม่อยู่ในห้องตามคําสั่งเขาหันไปมองหน้าไมค์ด้วยสายตาแข็งกร้าว
“เอ้อ...ผม...คือ...เธอ...คือมิสซิสไลแมนคิดว่า...”ไมค์อึกอัก ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมากล่าวอ้างกับหัวหน้าของตนได้แต่แล้วล้านซ์ก็ตัดบทขึ้นว่า
“กินกันก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเย็นหมด”
ไมค์ลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอกปรายตามองไปทางเอรินราวจะกล่าวโทษว่าเธอเป็ต้นเหตุที่ทําให้เขาต้องถูกตําหนิเช่นนี้เขารีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยล้านซ์เปิดกล่องอาหารจีนที่ซื้อมา
เอรินแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเองเลยเมื่อเห็นล้านซ์พยุงร่างเมลานี่ให้นั่งลงในเก้าอี้ ด้วยท่าทางอ่อนโยนเป็การแสดงมรรยาทสุภาพบุรุษอย่างแท้จริงเอรินหันไปกล่าวคําขอบคุณพร้อมกับยิ้มให้ไมค์ที่ช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง
“ขอบคุณมากค่ะ” เธอพูดเสียงหวานไม่สนใจกับสายตาแข็งกร้าวของล้านซ์ที่มองผู้ช่วยอยู่ในขณะนี้
เมลานี่อธิบายถึงเหตุผลที่เธอจัดโต๊ะอาหารเป็พิเศษในค่ำวันนี้
“คนเราใช่ว่าจะมีโอกาสพบน้องสาวสามีที่สวยแล้วก็น่ารักอย่างเอรินได้ทุกวันนี่คะถ้าวันนี้เคนอยู่...” หางเสียงของเธอสะท้านเล็กน้อย “ฉันคิดว่าเขาจะต้องเลี้ยงฉลองเป็การใหญ่เลยละค่ะ”
“แล้วสามีคุณเคยเล่าให้ฟังบ้างหรือเปล่าว่าเขายังมีน้องสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกพรากจากกันไปั้แ่ยังเล็ก” ล้านซ์ถามด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยนเป็น้ำเสียงที่เขาใช้กับเมลานี่เพียงคนเดียว เมื่อเขาเหลือบตาขึ้นมองเอรินก็อดที่จะใจสั่นกับแววตานั้นไม่ได้
“ไม่เคยหรอกค่ะถ้าเขารู้เื่เกี่ยวกับเอรินเขาก็คงจะเก็บไว้คนเดียวมากกว่าจะเล่าให้ฉันฟังแต่ฉันรู้ค่ะว่า เขาต้องดีใจมากที่ได้เห็นเธออย่างนี้”
“มิส โอ’ เชีย...” เอรินถึงกับสะดุ้งเมื่อเขาเรียกชื่อเธอขึ้น “ในเื่ที่เกี่ยวกับครอบครัวนี่คุณได้ข่าวคราวเกี่ยวกับพ่อแม่ที่แท้จริงบ้างหรือเปล่า”
ถ้าเป็คำถามที่มาจากผู้อื่นเธอย่อมคิดว่ามันเป็คําถามที่มีเหตุผลอยู่มากแต่สําหรับล้านซ์เธอรู้ว่าเขาพยายามหลอกล่อที่จะให้เธอรับเบ็ดที่เขายื่นมาตรงหน้า
“ออกจะโชคร้ายค่ะ เพราะไม่มีทางเลย แม่ชีคนที่เล่าเื่เคนให้ฉันฟังจําได้เพียงแค่ว่าแม่พาเราสองคนไปที่นั่นพร้อมกัน เธอนึกไม่ออกว่าแม่รูปร่างหน้าตาเป็ยังไงหรือ...แม่...เอ้อ...มีเหตุผลอะไรที่...” เช่นเดียวกับทุกครั้งที่พูดถึงเื่นี้เอรินจะรู้สึกตีบตันขึ้นมาในลําคออย่างช่วยไม่ได้ “ที่แม่...ต้องทิ้งเรา...”เธอเค้นคําพูดประโยคสุดท้ายนั้นออกมา
ความเงียบอันน่าอึดอัดตกลงปกคลุมสถานที่แห่งนั้นไว้ไม่มีแม้แต่เสียงช้อนส้อมกระทบกัน ไม่มีเสียงก้อนน้ำแข็งที่กระทบอยู่กับข้างแก้วไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คําเดียว ทุกสิ่งดูจะหยุดนิ่งลงพร้อมกัน
ในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าอึดอัดนั้นเมลานี่ก็เป็ฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นน้ำเสียงอ่อนหวานของเธอราวกําลังพูดปลอบใจเพื่อนรักผู้ได้รับาเ็
“แม่คุณคงมีเหตุผลที่ดีพอนั่นแหละค่ะเอริน”
เอรินพยายามรักษาสีหน้าไว้ เงยขึ้นยิ้มให้พี่สะใภ้
“ค่ะ ก็คงจะเป็เช่นนั้น”
หลังจากนั้นการสนทนาในโต๊ะอาหารก็เป็เื่สิ่งละอันพันละน้อยมีอยู่เพียงครั้งเดียวที่ล้านซ์สามารถทําให้เมลานี่หัวเราะออกมาได้กับเื่เล่าถึงการผจญภัยแต่หนหลังที่เขาสาบานว่าเป็เื่จริงแต่เอรินพิจารณาดูแล้วมองไม่เห็นในความเป็ไปได้เขาเพียงแต่ประสมประสานเื่ราวที่ผ่านพบมาเข้าด้วยกันแล้วก็นํามาเล่าให้เห็นเป็เื่ขบขันเท่านั้น
แต่อย่างน้อยเอรินก็ยังอดขอบใจเขาไม่ได้ที่ล้านซ์พยายามทําให้เมลานี่คลายความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กําลังเกิดอยู่กับตนเองทําให้โลกทั้งโลกต้องสลายลงต่อหน้าต่อตาและก็ยังต้องขอบใจกับความเอาใจใส่ดูแลในเื่อาหารการกินอีกด้วยเพราะเมลานี่สามารถรับประทานได้มากทีเดียว
“ไมค์ ถ้าคุณอิ่มแล้วผมว่าคุณน่าจะออกไปเปลี่ยนเวรแทนพวกฝั่งโน้นสักคนนะ เขาจะได้ไปซื้อหาอะไรมากินกันเมื่อเขากินกันเรียบร้อยคุณค่อยกลับมาช่วยผมทางนี้”
“ได้สิล้านซ์...ขอตัวก่อนนะครับคุณผู้หญิง”ไมค์พูดอย่างสุภาพก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นไป
“ฟากตรงข้ามมีอะไรหรือคะ” ความสงสัยทําให้เอรินเอ่ยถามออกไปอย่างน้อยมันก็ไม่ใช่คําถามที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับใครหรือเป็อันตรายแต่อย่างใดทั้งสิ้น
“อ๋อ...ทีมงานของมิสเตอร์บาร์เรทท์เขาตั้งกองบัญชาการกันอยู่ฟากโน้นค่ะ” เมลานี่ตอบแทน “เขาจะต้องคอยเฝ้าบ้านหลังนี้ไว้แล้วก็คอยดักฟังโทรศัพท์อะไรทํานองนั้นแหละเวลานี้ถ้ามีโทรศัพท์เรียกเข้ามาเราจะรับเองไม่ได้นะคะและถ้ารับเขาก็จะบันทึกเทปไว้ทั้งหมด ออกจะโชคดีอยู่มากเลยที่บ้านหลังตรงข้ามกับเรานี่เพิ่งจะว่างลงทางตํารวจก็เลยเช่าไว้ใช้เป็กรณีพิเศษ”