ราตรีกาลค่อยๆเยื้องย่ามย้วงแย้มอย่างเงียบยันสาดแสงจันทราดวงดาราทอทอดอาบเมืองมนตราคล้ายต้องมนต์สระกดจากผืนฟ้า
ในป่าทางทิศใต้ที่ยามเที่ยงวันยังมืดสนิทจากเงาไม้ใหญ่ในยามราตรียิ่งส่งเสริมให้มืดมนถึงขีดสุด แม้แต่เสียงนกน้องเสียงแมลงขับขานยังไม่มีให้ได้ยิน
ตอนนี้กลับคลุกกลุ่นไปด้วยกลิ่นคาวเืลอยฟุ้งตลบอวนในอากาศ เสียงะเิจากพลังธาตุพลังเวทย์ดังเป็ระยะเกิดประกายแสงวูบวาบภายในป่าอันมืดมิด
เสียงคมดาบเสียงกรีดร้องผสมปนเปกันจนแยกแยะไม่ออก ท่ามกลางเสียงโหยหวนแห่งชีวิตปรากฎชายหนุ่มผมสีเงินคล้ายกลับจะสะท้อนแสง
หน้าตาคมเข้มดุดันลึกล้ำดวงตาสาดสีน้ำเงินเข้มเป็สายไปมาในอากาศ ทั่วตัวสวมชุดเกราะสีแดงดำพร้อมมือซ้ายขวาถือดาบและกริชสีดำแดงสีส้มฟ้าแขนพันด้วยโซ่ตรวนสีดำม้วงยิ่งทำให้บุรุษผู้นี้น่าเกรงขามสุดบรรยาย
ศิลาเข้าโรมลันกับมนุษย์หมาป่าสีเทาและมนุษย์ค้างคาวจนเวลาผ่านไปหกชั่วโมง เขากลับสังหารพวกมันไปได้เพียงสามร้อยกว่าตัวเท่านั้นแถมยิ่งมืดพวกมันยิ่งได้เปียบเขา และพลังความดุร้ายยิ่งเพิ่มทวีคูณ
หากเป็คนอื่นคงคิดหนีไปแล้วแต่เขาคือศิลา ศิลากลับมองว่ามันคือ
โอกาสอันดีงามอย่างยิ่งเพราะเขาพึ่งเคยใช้ดาบสองมือต่อสู้แบบจริงจังครั้งแรก มันจึงเป็โอกาศดีที่เขาจะสร้างกระบวนดาบและพัฒนาฝีมือให้สูงยิ่งขึ้นไป
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะดาบคู่ระดับ14...15..17...20...26...33”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข สร้างสกิลที่ไม่มีในสารระบบกรุณาตั้งชื่อ”
“ศิวนาศราช”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับสกิล ศิวนาศราชระดับ1..3..7..10...19”
เสียงจากระบบดังขึ้นทันทีพร้อมกับศิลายังคงตวัดดาบไปมาพร้อมด้วยท่าร่างสุดแยบยลอ่อนช้อยนุ่มนวลสะเปะสะปะ แต่กลับแฝงไปด้วยความเฉียบคมดุร้ายถึงขีดสุดจนน่าพรันพึง
ฉ๊วะ...ฉ๊วะ...
มนุษย์หมาป่าสองตัวหายกลายเป็แสงสีเหลืองในทันที ทว่าเหตุการณ์กลับยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีกเมื่อจู่ๆพวกมันก็ดึงเล็บอันแหลมคมยาวโค้งวาววับออกมาจากมือกลายเป็มีดสั้นพร้อมกับเล็บที่งอกออกมาอย่างรวดเร็วศิลาถึงกลับตลึงในภาพตรงหน้า
ฟูวว!...
สายลมพัดโอนโชยเกิดเสียงใบไม้ไหวพร้อมเผยให้เห็นกองไอเท็มมากมายและต้นไม้ที่ล้มระนาถราวกับถูกพายุพัดผ่านมา
“ต้องเล่นพวกมนุษย์ค้างคาวก่อน”
ศิลาเอ่ยขึ้นเพราะเขาสังเกตุได้แล้วว่าตัวที่มีพลังโจมตีมากที่สุดคืุ์ค้างคาวส่วนหมุษย์หมาป่าจะมีพลังชีวิตสูงแต่พลังโจมตีไม่มากเท่าใดนัก
แกร้ง...แกร้ง...
เสียงเหล็กกระทบกันดังถี่ยิบศิลาตวัดมือซ้ายขวาเข้าฟาดฟันใส่มนุษย์ค้างคาวตัวใกล้สุดอย่างดุร้าย
กลับถูกมนุษย์หมาป่าเข้ามาสะกัดกั้นรับการโจมตีด้วยมีดสั้นในมือรับการโจมตีของศิลาอย่างจังพร้อมกับรุกไล่สวนกลับในเวลาเดียวกัน
การเคลื่อนไหวของพวกมันช่างรัดกลุมสอดประสานทั้งรุกและรับเป็จังหวะอย่างกลมกลืน เมื่อเห็นดังนั้นศิลาจึงเปลี่ยนเป็ส่งพลังธาตุสายฟ้าสุดเปี่ยมล้นไปยังดาบร่ำไห้และกริชโหยหาทันที
แกร้ง...เพ๊ง....ฉ๊วะ
คมดาบในมือขวาของศิลาฟันเข้าใส่มีดสั้นของมนุษย์หมาป่าที่รับหน้าแทนพวกอย่างจัง ทันใดนั้นอาวุธมีดสั้นของมันกลับเกิดรอยร้าวและแตกกระจุยในทันทีพร้อมกับศิลาที่ตวัดวาดมือซ้ายฟันกริชโหยหาผ่าลำตัวของมันขาดเป็สองท่อนในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับทักษะทำลายอาวุธระดับ1...3..5...10”
“แจ๋ว...”
จากนั้นศิลาก็ใช้พลังธาตุสลับไปมาผ่านดาบในมือขวาผ่านกริชในมือซ้ายเพิ่มพลังด้วยโซ่ตรวนคร่ำครวญบวกกับทักษะสกิลทำลายอาวุธ
มือขวาส่งคมดาบทำลายอาวุธมือซ้ายส่งคมกริชสุดเฉียบคมผ่าได้ทุกสิ่งเชือดเฉือนร่างของพวกมัน หากมือซ้ายกริชทำลายอาวุธมือขวาจะส่งคมดาบสุดพิลาศล้ำเข้าผ่าร่างเป็สองส่วนสลับไปมาอยู่นานนับชั่วโมง
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะทำลายอาวุธระดับ10...11...15...18..20...22...30”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับทักษะจิตทำลายระดับ1..5...6...8...10”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ระดับเพิ่มเป็50...56...60”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข กริชร่ำไห้ได้รับการวิฒนาการเป็อาวุธนะดับS+1 พลังโจมตี2,900หน่วย”
เสียงระบบดังขึ้นในหัวของศิลาอย่างเร็วจี๋ แต่ศิลายังคงไม่ได้ให้ความสนใจเขายังคงรุกไล่ศัตรูเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ
ปัก...
หมัดของศิลาประเคนเข้าที่หน้าอกของมนุษย์หมาป่าเกิดลอยยุบเกือบห้านิ้วเืของมันไหลทะลักออกมาจากปากก่อนที่ร่างของมันจะล้มฟาดพื้นและสูญสลายหายกลายเป็แสงไปทันที
จากนั้นศิลาก็ตวัดดาบจากด้านหลังไปข้างหน้าฟันใส่หมุษย์ค้างขาดเป็สองส่วนก่อนจะหันมามองด้านหลังพร้อมกับหมุนตัวกลางอากาศประเคนเท้าขวาเตะใส่มนุษย์หมาป่าเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง
ร่างของมันลอยเคว้งในอากาศเืไหลทะลักออกมาเป็สายตลอดทางที่ร่างของมันลอยผ่านพร้อมกับสลายเป็แสงไปอีกหนึ่งตัว
เมื่อพวกมันเห็นพรรคพวกล้มตายไปอย่างรวดเร็วจะส่งเสียงคำรามสนั่นป่าดวงตาแดงฉานแสดงความโกรธถึงขีดสุด พร้อมกับร่วมมือกันเข้ามารุมโจมตีศิลาทุกทิศทาง
ศิลาอาศัยสกิลจิตแห่งดาบและความคล่องตัวหลบรอดการโจมตีจากทุกทิศทางอย่างแยบยลร่างของเขาหมุนไปซ้ายทีขวาทีจากนั้นก็กลับมาที่เดิมสืบเท้าไปด้านหน้าไปด้านหลังหลบคมมีดสั้นที่พุ่งแหวกอากาศเข้าโจมตีเขาอย่างดุร้าย
ฉ๊วะ....เกร้ง...เคร้ง...ฉ๊วะ..
เสียงคมดาบชีกเนื้อดังผสมปนไปกลับเสียงของมีคมกระทบกันดังสลับไปมาต่อเนื่อง ศิลาที่เห็นการโจมตีล้วงหน้าบวกกับความรวดเร็วความคล่องตัวอาศัยชิงจังหวะรับ พร้อมกับโต้กลับในเวลาเดียวกันแต่ละคมดาบล้วนเฉียบคม แต่ละคมกริชล้วนดุร้ายและงดงาม
วูบ...วูบ...เปรี๊ยะ...ปร๊ะ..
ประจุสายฟ้าแล่นสาดไปทั่วร่างของศิลาส่งเสียงเสียดหูพร้อมกับสาดกระจายสายฟ้าสีส้มฟาดไปมาอย่างบ้าคลั่งทั่วบริเวณ
“ปลุกิญญา...”
ศิลาคิดจะจบการต่อสู้อย่างรวดเร็วและเขามีความคิดที่จะเอาพวกมันมาเป็สัตว์อสูร ซัมมอนสอันเชิญเพราะศิลารู้ดีว่าพวกมันแข็งแกร่งเป็อย่างมากและพวกมันสามารถเพิ่มระดับได้อีกด้วยนั่นคือมันยังเก่งขึ้นได้อีก
และที่พิเศษสุดๆคือมันมีประสาทััที่เฉียบคมจนคล้ายกับการอ่านอนาคตทั้งที่พวกมันไม่ใช่สัตว์อสูรระดับาาแต่ความรวดเร็วของพวกมันอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
ศิลามีความคิดที่อยากจะสร้างกองทัพส่วนตัวและความเร็วการรอบสังหารของสัตว์อสูรเหล่านี้นั้นตอบสนองสิ่งที่เขา้าได้เป็อย่างดีหากพวกมันเพิ่มระดับวิวัฒนาการไปถึงระดับาาจะกลายเป็ว่าเขามีกองทัพสัตว์อสูระระดับาามากถึงสองพันตัว
แต่ทั้งนั้นเขาต้องทำการฆ่าพวกมันเสียก่อน
ฟิว...ฟึบ...ฉ๊วะ!..แฟ๊กก..แซ๊ก!..
เส้นสายสีส้มสดพุ่งตัดไปมาทั่วบริเวณจนตามองไม่ทันพวกมันทำได้เพียงยืนนิ่งสาดสายตาไปมาหวังจะจับจังหวะอ่านการเคลื่อนไหวของศิลาเมื่อพวกมันจะฟันส่วนกลับศิลาก็หลบได้อย่างสบายทั้งที่เขาพุ่งไปมาด้วยความรวดเร็วแท้ๆทำให้พวกมันเกิดความฉงน
ศิลามั่นใจเลยว่าสกิลจิตแห่งดาบของเขามันไร้เทียมทานถึงขีดสุดจริงๆ
เืสีแดงวาดกระจายลอยไปทั่วในอากาศพร้อมกับเสียงฉีกเนื้อเสียงร้องโหยหวนดังสนั่นคล้ายผีร้ายจากขุมนรก เวลาดำเนินผ่านไปเลื่อยๆโดยที่ศิลาเป็ฝ่ายไล่สังหารพวกมันอยู่ฝ่ายเดียวร่างของพวกมันครั้งนี้เมื่อตายไม่ได้หายกลายเป็แสงไปแต่อย่างใด
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ระดับเพิ่มเป็60...65..70..75”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะจิตแห่งดาบระดับ101...105...109...120”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ความเร็วระดับ120...126...130”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับสกิลอวตารแห่งอัสนีระดับ1...2...3...5...11”
ในระหว่างที่ศิลากำลังฝึกวิชาไล่สังหารมนุษย์หมาป่าและค้างคาวอยู่นั้นในภัตคารร้านอาหารเื่ชื่อของเมืองมนตรา
มีโต๊ะตัวหนึ่งผู้เล่นสี่คนกำลังล้อมวงทานอาหารอย่างอร่อยผู้เล่นดังกล่าวคือกลุ่มของฟันโอ โอรีโอ้
ื “ผมลืมบอกพี่ศิลาไปเลยว่าหลังจากเปลี่ยนแพทต์ใหม่สามารถใช้อาวุธข้ามสายอาชีพได้”
โอรีโอ้เอ่ยในขณะที่กำลังทานอาหาร จากนั้นก็มีกลุ่มคนจำนวนราวยี่สิบคนแต่งกายชั้นสูงบ่งบอกถึงระดับฝีมือที่ไม่ธรรมดาเดินนำหน้ามาด้วยชายชุดเกราะสีดำสนิทที่เอวสะพายดาบคาตานะสีดำสนิทหน้าตาดุดันอายุราวสามสิบ
จากนั้นลูกน้องที่เดินตามมาด้านหลังก็เดินไปตามโต๊ะต่างๆพร้อมกับเอาใบอะไรสักอย่างให้เหล่าผู้เล่นดู ก่อนที่ชายดังกล่าวจะเดินมายังโต๊ะของฟันโอ
“ขอโทษนะครับผมขอเวลาสักครู่ผมมาจากกิลด์ทลายฟ้า พวกคุณเคยเห็นคนในรูปนี้หรือเปล่า”
ชายคนดังกล่าวเอ่ยถามฟันโอทันทีพร้อมกับสายตาเฉียบคมแอบปล่อยรังสีกดดันไม่คาย
ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นเท่ากระดาษเอสี่ให้ฟันโอดูพร้อมกับอีกสามคนปรากฎว่ามันคือใบหน้าของศิลาและข้างใต้ภาพมีตราสัญญาลักษณ์ของ
กิลด์ทลายฟ้าพร้อมกับจำนวนเหรียญทองที่ทางกิลด์ตั้งค่าหัวของศิลามากถึง1,000เหรียญทอง
“ไม่เคยเห็นเลยครับ นี่เป็รางวัลของคนที่จับเขาได้งั้นหรอครับ”
ฟันโอเอ่ยพร้อมกับชี้ไปที่ตัวเลขเพื่อเพิ่มน้ำหนักในคำพูดให้น่าเชื่อถือว่าเขาไม่รู้อะไรและไม่เคยเจอกับศิลา
ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะตอบ
“ใช่ครับ หากใครพบเห็นแล้วไม่แจ้งพวกเราทางเราจะถือว่าตั้งตัวเป็ศัตรูกับทางกิลด์ของเราคงเข้าใจสินะครับ พวกเราไปตามหาที่อื่นต่อ”
จากนั้นชายปริศนาก็พาลูกน้องออกไปจากร้านและเดินเข้าไปถามตามที่ต่างๆผู้เล่นคนอื่นๆอีกมากมาย
เมื่อเห็นแบบนั้นฟันโอจึงรีบส่งข้อความบอกให้ศิลารับรู้ถึงเื่และเหตุการณ์ในครั้งนี้ทันที
ตัดมาทางด้านศิลาจัดการเหล่ามนุษย์หมาป่าและมนุษย์ค้างคาวเสร็จไปสองพันตัวจนเกลี้ยงเบื้องหน้าเขาคือซากศพของพวกมันนอนตายซากเกลื่อนกราดก่อนที่ศิลาจะเอ่ยคำสั้นๆ
“จงตื่น...”
สิ้นเสียงของศิลาร่างไร้ิญญาของพวกมันก็ปกคลุมด้วยออร่าสีแดงเืทั่วทั้งตัวก่อนจะค่อยๆทยอยลุกขึ้นยืนตั้งแถมเรียงรายเบื้องหน้าของศิลา จนกลายเป็กองทัพสัตว์อสูรระดับ60จำนวนสองพันตัว
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ปลุกิญญาระดับ1..4...5...10...15...20....30...60...65...70”
ศิลารีบเปิดอ่านข้อมูลทันทีพบว่าเขาสามารถพบว่าจำนวนของสัตว์อสูรที่เขาสามารถเก็บได้มันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนความจุของมันตอนนี้มีมากถึง12,000ตัว ยิ่งทักษะปลุกิญญาสูงเขายิ่งสามารถปลุกิญญาสัตว์อสูรระดับสูงได้ ซึ่งตอนนี้ระดับของมันคือเจ็ดสิบเข้าไม่สามารถปลุกิญญาสัตว์อสูรที่มากเกินกว่าระดับปลุกิญญาไปสิบเลเวลได้
จากนั้นศิลาก็ได้สั่งให้พวกมันไปตามที่ต่างๆภายในป่าเพื่อสังหารสัตว์อสูรให้มันเพิ่มเลเวล แถมตัวเขาเองก็ยังได้เลเวลไปด้วยทำเอาศิลายิ้มหน้าบานพร้อมกับั์ตาฉายแววเลห์เหลี่ยมก่อนจะะเิเสียงหัวเราะลั่น
“ฮ่า....ฮ่า....แบบนี้สิถึงจะสนุก”
จากนั้นเขาก็นั่งรับประทานอาหารอย่างสบายใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าไอ้ระบบความโกรธแค้นมันได้ใกล้จะะเิอีกระลอกเพราะเขาเป็ต้นเหตุอยู่ลอมล่อ