ก่อนฟ้าสว่างในอีกสองคืนถัดมาเมื่อลมทิศบูรพาพัดแรงขึ้น ประตูจวนของตระกูลกู้ก็ถูกทุบจนพัง
กองลาดตระเวณนำโดยเซียวหลงและทหารประจำเมืองอีกส่วนหนึ่งก็บุกเข้าไปจับกุมทุกคนในบ้าน ปิดตายประตูทางเข้าออกทุกทางพร้อมประกาศราชโองการยึดทรัพย์เริ่มการไต่สวนข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับฏล้มราชบัลลังก์ เพียงแต่ตอนที่บุกเข้าไปนั้นก็ไม่พบเ้าบ้านและบรรดาบุตรธิดาของตระกูลกู้แล้วคงเหลือแต่บ่าวไพร่ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถูกจับมัดมือรวมกันเดินเรียงแถวออกมาจากจวนั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง
ประกาศจับคนตระกูลกู้เริ่มติดที่ศาลาว่าการและที่ประตูเมืองทั้งสี่ทิศทันทีที่ฟ้าสางในประกาศมีข้อความและรูปเสมือนของสมาชิกในครอบครัวอย่างชัดเจน ทั้งกู้เซียวหลาง, กู้หยุน, กู้เหยาและกู้หยาง กองทหารแทบจะรื้อบ้านเรือนในละแวกนั้นแทบทุกหลัง รวมถึงร้านค้าทุกร้านที่เป็ของตระกูลกู้ไม่เว้นแม้แต่ร้านข้างเคียงที่มีผลประโยขน์ระหว่างกัน การกระทำอย่างโจ่งแจ้งของทางการทำให้บรรดาพ่อค้าใหญ่และหลงจู้ชื่อดังในเมืองหลวงต่างปิดประตูบ้านแ่าประกาศตัวไม่มีส่วนร่วมหรือรู้จักตระกูลกู้ในทันทีนับเป็การล่มสลายของตระกูลพ่อค้าเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลครอบคลุมไปตามหัวเมืองหลักนับแต่นั้นมา
หลังจากทำการค้าหาในเมืองอยู่เกือบครึ่งเดือนเหล่าทหารและกองลาดตระเวนก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของคนในครอบครัวนี้
แต่ลับหลังกลับมีทหารและองครักษ์ลับบางส่วนที่ถูกส่งออกไปตามล่าคนตระกูลกู้ั้แ่เมื่อเจ็ดวันก่อนหลังได้รับข้อมูลจากสายลับที่ส่งมาให้เซียวหลงและรัชทายาทถึงร่องรอยการเดินทางหลบหนีของกู้เซียวหลางที่ทิศตะวันตกของแคว้นแม้จะพบแค่ตัวผู้นำตระกูล แต่เพียงเท่านี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว เพราะมันเข้าสู่แผนการดักปลาตัวใหญ่ของทั้งคู่พอดี
“ เ้าคาดเดาได้อย่างไรว่ากู้เซียวหลางจะหนีมาทางนี้ “รัชทายาทเอ่ยถามเซียวหลงอย่างเป็กันเองในคืนหนึ่งระหว่างอยู่ในรถม้าก่อนจะไปหยุดที่จุดพักม้าทางด้านทิศตะวันตก
“ เื่นี้ไม่ยาก “ เซียวหลงสบตารัชทายาทก่อนตอบกลับทันที
‘ แต่ยากนักที่เ้าจะตอบคำถามข้าแต่โดยดีแบบนี้’หวางเจียเหอครุ่นคิดเงียบๆในใจ
“ ทิศใต้ เป็ทิศที่ไม่เป็ความลับอีกต่อไปในจดหมายติดต่อระหว่างบุตรสาวคนที่สามกับน้องชายกระหม่อมก็ระบุชัดเจนว่านายท่านกู้เร่งลงหลักปักฐานที่ภาคใต้มากกว่าภาคอื่นๆ นิสัยอย่างเขาไม่น่าเสี่ยงเดินทางมาติดกับเช่นนี้ สำหรับทิศ… “
“ เดี๋ยว…หยุดก่อน.. เ้าตอบข้ามาก่อน วันนี้เ้าเป็อะไร ถึงได้แทนตัวเองเช่นนี้” แม้เขารู้ว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับหัวข้อคำถามของเขาแต่หากไม่ถามออกไป เขาคงอกแตกตายเพราะจู่ๆเซียวหลงผู้เคร่งครึมนอกจากจะตอบคำถามเข้าท่าแล้วกลับแทนตัวเองตามศักดินาอย่างตรงไปตรงมาอย่างไม่เคยมีปรากฏมาก่อน
“ ท่านจะเอาอย่างไรกันแน่สรุปแล้วอยากฟังหรือไม่อยากฟัง” เซียวหลงเริ่มกลับสู่สภาพปกติที่สุดของเขาอีกครั้งหลังจากถูกคนไม่รู้กาละเทศะตรงหน้าพูดจาขัดหูเช่นนี้
หวังเจียเหอ แอบเอามือลูกจมูกป้อยๆ ก่อนเอ่ยกับเขาเสียงแ่ “ ได้ๆ ข้าไม่นอกเื่แล้ว เชิญเ้าต่อเถอะ “
เซียวหลงมองดูพฤติกรรมประหลาดของอีกฝ่ายอย่างดูแคลน ก่อนเอ่ยขึ้นต่อแต่รอบนี้น้ำเสียงกลับเป็เซียวหลงคนเดิม ไม่แบ่งแยกชนชั้นอีก
“ ทิศเหนือและตะวันออก เป็ทิศา มีทหารของท่านและองครักษ์วิ่งวุ่นวายอยู่เต็มไปหมดเต็มที่คือเขาอาจแค่ส่งบุตรชายบุตรสาวออกมาให้พ้นสายตาของพวกเราแต่ตัวเขาอย่างไรก็ต้องวิ่งไปทิศตะวันตก นั่นเพราะ เขาเป็คนที่สะดุดตามีใครบ้างที่เป็พ่อค้าแล้วไม่รู้จักเขา หากเขาเดินทางไปกับครอบครัวช้าเร็วก็ต้องถูกจับกุม
และข้อสอง..คนที่เขาทำงานให้ก็อยู่ในทิศนี้เช่นกัน เขาคงไม่เสี่ยงเอาครอบครัวที่เหลือมุ่งหน้ามาที่ทิศนี้ทั้งหมดจนเป็เป้าที่ถูกขนาบทั้งด้านหน้าและด้านหลังแต่ตัวเขาควรจะเสี่ยงเลือกไปขอความช่วยเหลือเพื่อหาทางรอดให้กับตนเองหากผิดพลาดก็มีเพียงตัวคนเดียว อย่างไรก็ยังมีทายาทหลงเหลืออยู่ ” เซียวหลงหยุดนิดนึงก่อนเอ่ยต่อเมื่อเห็นว่ารัชทายาทยังคงตั้งใจฟังอยู่
“ ท่านต้องไม่ลืมว่าในจวนเขายังคงมีสายลับที่ท่านกู้ยังจับไม่ได้อยู่อีกและสายลับคนนี้ก็น่าจะทำงานให้กับคนฝั่งตรงข้ามกับเรา ดังนั้นหากข้าเดาไม่ผิดตอนนี้น่าจะเดินทางร่วมไปกับบุตรของนายท่านกู้ ”
หวังเจียเหอมองเซียวหลงด้วยสายตาระยิบระยับ “ เ้าคาดการณ์ได้แม่นยำจริงๆ ตรงตามที่สายลับไปสืบมาทั้งหมด “ เื่นี้เขายอมรับสหายด้วยใจจริง หากมิใช่ว่าสหายผู้นี้ของเขาออกจะเอาใจยากไปซักนิด
“ ข้าไม่ไปส่งเ้าต่อแล้ว แต่จะรอฟังข่าวดีที่เมืองหลวงเดินทางปลอดภัย “ พูดจบหวางเจียเหอก็ใช้ด้ามพัดตบไปที่ไหล่ของเซียวหลงเบาๆสองทีก่อนใช้มันเปิดประตูรถม้าและะโผลุงลงมา กลุ่มของรัชทายาทควบม้าวิ่งย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิมที่เพิ่งผ่านมาพร้อมกับเหล่าองครักษ์กลุ่มใหญ่ กีบเท้าม้าหลายตัววิ่งควบออกไปจนพื้นดินะเืเกิดฝุ่นฟุ้งตลบไปตามทางที่พวกเขาจากไป
เซียวหลงมองตามหลังองค์รัชทายาทก่อนลงจากรถม้าเข้าไปยังโรงเตี้ยมที่จุดพักม้าแห่งนั้น
“ คุณชาย คุณหนูทั้งสองนี่ก็ดึกมากแล้ว เราควรหาที่พักค้างคืนกันก่อน”ชายกลางคนหรือก็คือพ่อบ้านใหญ่ตระกูลกู้ กล่าวแก่ทายาทนายท่านกู้ที่อยู่ภายในรถม้าภายหลังเดินทางหลบหนีด่านและการตรวจตราอย่างเข้มงวดของทหารทางทิศเหนือมาตลอดหลายวันพวกเขาทั้งเดินเท้าเข้าป่า พอพ้นชายป่าก็หารถม้าเช่าต่อจนมาถึงจุดนี้ จุดที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงจนจะล่วงเข้าสู่เขตแดนหัวเมืองทิศเหนือในอีกไม่ถึงหนึ่งร้อยลี้หากไปถึงที่นั่นได้ พวกเขาก็น่าจะหาที่ปลอดภัยให้พักพิงได้แล้ว
กู้หยุนมองไปที่น้องสาวทั้งสองคนของเขาคนหนึ่งยังพอเดินทางต่อไหวแม้จะซูบผอมลงไปมาก ส่วนอีกคนหนึ่ง กู้หยางตอนนี้กลับมีไข้สูงเพราะระบมด้วยพิษาแจากการถูกโบยด้วยกฏประจำตระกูลก่อนหน้านี้ ตอนนี้นางแทบไม่รู้สึกตัวแล้ว เพราะต้องพานางที่ป่วยไข้มาด้วยการเดินทางที่ควรจะถึงเมื่อสามวันก่อนจึงได้ล่าช้าลงมา
“ อืม วันนี้หาที่พักค้างแรมกันก่อนเราไม่ต้องเข้าไปพักในหมู่บ้านหรอก หาบ้านชาวนาแถวนี้ ให้เงินพวกเขามากซักหน่อยพักค้างซักคืนก็แล้วกัน“ ถึงปากของกู้หยุนจะเอ่ยออกไปเช่นนี้ แต่ในหัวกลับคิดว่าน้องสามคงไม่สามารถเดินทางไปต่อไหว พวกเขาอาจต้องพักแถวนี้อยู่หลายคืนกว่านั้นเพราะความมืดเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะหาหมอได้จากที่ไหนในตอนนี้
“ ได้ ข้าจะไปหาบ้านละแวกนี้ก่อนว่ามีหลังใหนพอให้พวกท่านพักได้บ้างพวกท่านรอกันอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะรีบกลับมา “ พ่อบ้านวัยกลางคนหันไปกำชับคนติดตามที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถม้ากับเขาและยังเดินไปคุยกับผู้ติดตามที่ขี่ม้าระวังหน้าหลังให้กับกลุ่มของเขาอีกห้าหกคน ก่อนควบม้าอีกตัววิ่งหายไปในความมืด
เวลาไม่ถึงสองก้านธูปก็ได้ยินเสียงพ่อบ้านยืนรายงานอยู่ที่ด้านนอกรถม้า “ คุณชายเราได้บ้านพักแล้ว เดี๋ยวข้าจะนำท่านไป” พูดจบเขาก็ะโขึ้นมานั่งบนรถม้าแถวหน้าพร้อมคนขับ ก่อนบังคับรถม้าให้ไปตามเส้นทางที่เขาเลือกไว้
กู้หยุนมองไปตามทางเกวียนที่ขับผ่านมา รอบด้านนั้นมืดสนิทตัวพวกเขาเองก็ไม่กล้าจุดคบเพลิง จึงได้แต่ค่อยๆ ใช้รถม้าเดินฝ่าความมืดไปเช่นนี้เมื่อมาถึงบ้านชาวนาหลังหนึ่ง ในนั้นไม่พบเ้าของบ้านอยู่แล้ว กู้หยุนจึงขมวดคิ้วหันหลังกลับไปถามพ่อบ้าน
“ เหตุใดจึงไม่มีคนอยู่ ”
“ คุณชายท่านโปรดวางใจ ข้าได้แจ้งแก่เ้าของบ้านไว้แล้วและจ่ายเงินให้เขาเรียบร้อยหมดแล้วด้วย เขามีบ้านญาติอยู่แถวนี้จึงไม่จำเป็ต้องมานอนร่วมกันกับพวกเรา” ได้ฟังดังนั้นกู้หยุนจึงพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
ในบ้านมีห้องโถงใหญ่ ห้องนอนสองห้องแม้ไม่กว้างขวางขาดทุกสิ่งที่เป็เครื่องอำนวยความสะดวกแต่เมื่อเทียบกันแล้วก็ดีกว่านอนค้างอ้างแรมภายนอกมากนักกู้หยุนจัดแจงให้น้องสาวทั้งสองพักในห้องด้วยกัน ส่วนตัวเขากับพ่อบ้านก็นอนแยกกันไปอีกห้องคนติดตามคนอื่นนั้นนอนในห้องโถงทั้งหมด
แม้จะอ่อนเพลียอย่างไรกู้หยุนก็ไม่วายกำชับให้กู้เหยาดูแลอาการของกู้หยาง ตัวเขาเองก็ออกไปต้มยาลดไข้ให้นางและสั่งให้พ่อบ้านออกไปตามหาหมอทันที ส่วนคนติดตามก็พากันทำอาหารง่ายๆ ตามแต่ที่จะพอหาได้จากส่วนที่คงเหลือของเสบียงหวังเพียงแค่มีอะไรรองท้องให้ผ่านวันนี้ไปได้อีกวัน
หลังทานอาหารเสร็จทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะความอ่อนเพลียตลอด่หลายวันที่ผ่านมา กระทั่งกับกู้หยุนเองก็ไม่อาจฝืนทนรอพ่อบ้านที่ให้ไปตามหมอชาวบ้านได้อีกเขาเฝ้ารอจนฟ้าเกือบสางก็ทนต่อไปไม่ไหวฟุบหลับไปที่ข้างเตียงทั้งอย่างนั้น กู้เหยาเองก็เช่นกันนางพล่อยหลับไปก่อนคนอื่นโดยที่ไม่ได้ดูแลกู้หยางตามที่รับปากไว้ กระทั่งหาผ้ามาเช็ดตัวน้องสาวก็ไม่ได้ทำ
ยิ่งดึกอาการของกุ้งหยางก็ยิ่งแย่ลงแม้จะได้ทานยาลดไข้ที่กู้หยุนนำมาให้ดื่มก่อนหน้านี้ อาการก็ยังไม่ทุเลา เพราะร่างกายของนางอ่อนล้าขาดการพักผ่อนใน่ของการหลบหนีก็แทบไม่ได้หยุดพัก ต้องนอนกลางป่าเขาท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นมาตลอดทางทำให้อาการของนางทรุดหนักลงทุกวัน กลางดึกนางเริ่มหนาวสั่น ส่งเสียงละเมอเรียกหาบิดาและเซียวซวี่จวบจนเสียงที่ละเมอค่อยๆเงียบลง พร้อมกับร่างกายสั่นกระตุกเบาๆ
ตอนที่แสงแดดทาบทอไปทั่วแผ่นฟ้ากู้เหยาถึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นเพื่อที่จะพบว่ากู้หยางที่นอนอยู่ด้านข้างตัวนางทั้งคืนกลับไม่มีลมหายใจอยู่แล้วนางกรีดร้องลั่นห้องจนกู้หยุนต้องรีบผลักประตูเข้าไปหา
เขามองดูร่างของน้องสาวที่นอนขดตัวนิ่ง ไม่ไหวติงอยู่บนเตียง ก่อนค่อยๆเดินอย่างไร้เรี่ยวแรงเข้าไปนั่งลงไกล้ๆยื่นหลังมืออังไปที่จมูกของนางและเลื่อนมือไปจับชีพจรที่หลังหู นางจากไปแล้วจริงๆ นิ้วมือเรียวขาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยตุ่มแผลพุพองยื่นไปลูบปิดดวงตาของกู้หยางอย่างอ่อนโยน
เพียงแค่ข้ามคืน เขาก็สูญเสียน้องสาวไปอีกหนึ่งคน ชั่วสองอาทิตย์ก่อนก็เพิ่งสูญเสียจวนตระกูลกู้ไปก่อนหน้านั้นก็เป็มารดา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ติด ตอนนี้กระทั่งความเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของน้องสาวก็ถูกแทนที่ด้วยความยากลำบากและความกดดันของการหลบหนีเอาตัวรอดตลอด่หลายวันคืนที่ผ่านมา
เขาเพียงออกคำสั่งเงียบๆไปที่ผู้ติดตามให้หาพื้นที่ดีๆเพื่อฝังร่างน้องสาวของเขาเพียงเท่านั้น ไม่มีน้ำตาซักหยดจากเขาลึกๆแล้วเขายังคงกล่าวโทษน้องสาวที่เป็ต้นเหตุสำคัญทำให้ครอบครัวต้องแตกสลายสำหรับเซียวซวี่หากได้พบหน้ากันอีกครั้งวันนั้นเขาก็พร้อมจะแลกชีวิตกับสหายทรยศเช่นกัน
เขาหันไปมองน้องสาวคนที่สองที่นั่งอยู่ด้านข้างเตียง ตอนนี้นางใจนิญญาเหมือนจะออกจากร่างไปแล้วมีเพียงน้ำตานองเต็มใบหน้า แต่กลับนั่งตัวแข็งไม่มีแม้แต่เสียงร้องซักแอะแน่นอนหล่ะ คุณหนูในห้องหอเยี่ยงนาง ตลอดชีวิตพวกนางแทบไม่เคยได้รับความลำบากกลับต้องมาใช้ชีวิตเร่ร่อน ระหกระเหินจากบ้าน กินอยู่อดๆอยากๆ เพราะต้องคอยหลบซ่อนตัวทำให้ไม่สามารถใช้เส้นทางหลักในการเดินทางได้น้องสาวฝาแฝดก็ตายจากไปแบบนี้อีก จะให้นางมีสติสัมปัญญะสมบูรณ์เหมือนเดิมในชั่วข้ามวันคงเป็ไปไม่ได้กู้หยุนค่อยๆนั่งลงข้างๆนาง ดึงนางเข้ามากอดไว้ทั้งตัวเพื่อปลอบประโลม
ตอนนั้นเองที่พ่อบ้านเดินกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับชายแปลกหน้าที่สะพายล่วมยาไว้ที่ด้านหลังเพียงแต่ตอนนี้ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
ไม่มีงานศพไม่มีอะไรทั้งนั้นเป็การฝังศพที่เงียบเชียบที่สุดที่กู้หยุนเคยประสบพบเจอมา มีเพียงเขาพ่อบ้านและผู้ติดตามชายอีกสองคนเท่านั้น กู้เหยาเองเขาก็ไม่ได้ให้มาด้วยเพราะเห็นว่านางยังะเืใจอยู่มาก
ที่หน้าหลุมศพก่อนกลบฝังกู้หยาง เขาตัดปอยผมของน้องสาวห่อเอาไว้ด้วยใบไม้ขนาดใหญ่ก่อนยัดมันลงไปที่ถุงหอมที่เขาพกห้อยติดตัวอยู่ตลอดเวลาเขาใช้มือลูบที่ใบหน้าผอมบางของนางช้าๆ เพื่อหวังจะจำทุกรอยยิ้ม ทุกท่าท่างของนางไว้ไม่ให้ลืมเลือนไม่นานจากนั้นผู้ติดตามก็ฝังร่างของนางไว้ที่เนินเขาเตี้ยๆที่มีทิวทัศน์งดงาม ลักษณะเป็เวิ้งหัวั
ในเวลาเช่นนี้พี่ชายเช่นเขาให้อภัยนางแล้ว หวังเพียงนางจะมีความสุข ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อลืมเลือนชาติภพนี้ข้ามสะพานไหนเหอไปก่อนเขา และบางทีพวกเขาอาจได้พบกันอีก
ตอนบ่ายเขาเดินกลับมาถึงบ้านชาวนาหลังเล็ก เพื่อทานข้าวกับกู้เหยาแต่ตอนที่เขาเดินทางมาถึงลานหน้าบ้านกลับพบว่าบ่าวที่ติดตามเขาไปฝังศพน้องสาวหายไป และภายในบ้านก็เงียบจนผิดปกติ
เขาไม่มีเวลาให้ตัดสินใจหรือประเมินสถานการณ์อะไรต่อแล้วได้แต่รีบวิ่งเข้าไปหากู้เหยาในบ้านทันทีก่อนจะพบว่านางถูกมัดมือมัดปากไว้ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเฝ้ากระเซอะกระเซิง บนใบหน้าและลำตัวมีแต่รอยฟกช้ำและมีเืเปรอะเปื้อนอยู่บริเวณกระโปรงที่ฉีกขาด นางนอนตะแคงเนื้อตัวสั่นเทา ใช้ตัวด้านข้างบังสภาพร่างกายของนางไว้หยาดน้ำตาไหลร่วงเป็ทางยาว
“ กู้เหยา “ เขาเรียกนางเสียงสั่นเสียงนั่นเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็เสียงของเขาที่เปล่งมันออกมา มันทั้งแหบพร่าสั่นเครือเต็มไปด้วยความเ็ปเพราะเกรงว่าจะมีคนอื่นอยู่แถวนี้ มือสั่นเทาของเขาจึงค่อยๆแกะเชือกที่มัดมือของนางออกก่อน
“ สัญญานะ ถ้าข้าแกะผ้าที่มัดปากเ้าออก เ้าจะไม่ร้องไม่เช่นนั้นเราทั้งคู่จะตายกันหมด “ ตอนที่เขากำลังไล่แก้เชือกที่มัดขาของนางออกก็เห็นสายตาเลื่อนลอยของนางเพ่งมองไปที่ด้านหลังของเขา