“เ้าไม่ต้องส่งหรอกพิธีปักปิ่นของธิดาาากิเลนสมควรเป็พิธีใหญ่พอสมควร...”
“ไม่ใหญ่หรอกเ้าค่ะ...”นางกล่าวแทรกขึ้น
“ข้าเป็บุตรีที่เกิดจากพระสนมชั้นสูงมิใช่เฟยทั้งสี่หรือเก้าพระสนมเอก พิธีที่จัดจึงเป็พิธีเล็กๆ ผู้ร่วมพิธีจะมีเพียงเสด็จพ่อและท่านแม่ของข้าแล้วก็ท่านตา ท่านยายเท่านั้น ข้าจึงบังอาจเชิญท่านเซียนมา เพราะข้า...อยากมีแขกของตัวเองที่มาร่วมพิธีปักปิ่นของข้าเท่านั้นเ้าค่ะ”ประโยคท้ายของนางแ่เบาอย่างยิ่ง ใบหน้าน่ารักก้มต่ำ
มือใหญ่สองข้างเอื้อมมาจับไหล่บอบบางไว้“เ้าไม่ได้บังอาจหรอก เ้าเพียงเชิญข้าด้วยใจจริงเท่านั้นข้ายิ่งสมควรไปร่วมพิธีของเ้า ส่วนเทียบเชิญก็ไม่จำเป็ ข้ารู้จักเ้าแล้วไม่ยากหรอกที่จะหาบ้านของเ้าจนพบ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจอย่างยิ่งเพิ่งพบหน้ากันครู่เดียว เซียนสูงศักดิ์ผู้นี้ก็ยินยอมไปร่วมพิธีปักปิ่นของนางที่แดนอีสานในอีกยี่สิบปีข้างหน้าแล้ว
“เ้ากลับเข้าไปข้างในเถิดออกมานานแล้ว ป่านนี้มารดาของเ้าคงเป็ห่วงเ้านัก”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ข้าลานะเ้าคะหากมีวาสนา ข้าคงมีโอกาสได้พบท่านก่อนพิธีปักปิ่นบ้าง”
นางแย้มยิ้มสดใสโบกมืออำลาเขาก่อนจะเร่งเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง
เซียนน้อยนี้ช่างน่าเวทนานักข้าสมควรสืบเื่ราวของนาง จะได้ช่วยเหลืออะไรนางได้บ้าง เขาคิดในใจก่อนจะค่อยๆเดินตามนางเข้าไปในงานเลี้ยง หากจงใจทิ้งระยะห่างจากนางเพื่อไม่ให้ผู้ใดผิดสังเกต
“นั่นไง หลิงฉีองค์ชายหยางเทียนเสด็จกลับมาแล้ว”ราชินีเจียวเหม่ยกล่าวขึ้นเมื่อเหลือบเห็นองค์ชายหยางเทียนประทับนั่งลงยังที่นั่งที่จัดเตรียมไว้สำหรับเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง
“ไม่ได้เสด็จไปพูดคุยกับเทียนจวินต่อหากมาพูดคุยกับาาเสวี่ยซาน จริงสิ าาเสวี่ยซานเป็พระปิตุลา (ลุง) ขององค์ชาย”ราชินีเจียวเหม่ยบอกเล่าออกมา
องค์หญิงหลิงฉีรีบลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเร่งเดินไปหาเขาทันที
“คารวะองค์าา องค์ราชินีอุปราชหยางเค่อ ไท่จื่อ องค์ชายหยางเทียน” องค์หญิงหลิงฉีเอ่ยคารวะเทพเซียนผู้สูงศักดิ์ทั้งหมด
“ตามสบายเถิด องค์หญิงหลิงฉี”
“ขอบพระทัยเพคะ”
“องค์ชายหยางเทียนเพคะ”คราวนี้นางจึงหันมาหาเขา
หยางเทียนหันมามอง
“องค์หญิงหลิงฉีมีอะไรรึ” เขาตอบกลับ
“เอ่อ...องค์ชายไปเดินเล่นที่ใดมาเพคะข้าตามออกไปจะไปเดินเล่นเป็เพื่อนท่านก็ไม่พบท่านเลย”
“ข้าก็เดินไปเรื่อยๆ พบเจอคนรู้จักก็หยุดทักทายกันทั้งสวนดอกไม้ของเทียนจวินแม้ในยามราตรีก็ยังจัดแต่งได้งดงาม ข้าเลยเดินเสียเพลิน”
“เช่นนั้น หากครั้งต่อไปองค์ชายจะไปเดินเล่นข้าจะไปเป็เพื่อนนะเพคะ”
“ขอบใจ”
เจอคำตอบสั้นเพียงนี้องค์หญิงหลิงฉีก็ไม่ทราบว่าตนเองจะหาเื่ใดมาชวนพูดคุยต่อ
“เอ่อ...ทูลลาเพคะ”
“ดูเหมือนเ้าจะไม่พึงใจนางนะน้องเล็ก” พระชายาเสวี่ยเยวี่ยนทักขึ้นเมื่อองค์หญิงหลิงฉีห่างออกไปยามนี้องค์หญิงเสวี่ยเยวี่ยนแต่งให้กับอุปราชหยางเค่อมาห้าหมื่นปีแล้ว
“อาสะใภ้ท่านจับสังเกตไวเหลือเกินนะขอรับ” หยางเทียนตอบกลับปนค่อนแคะเล็กน้อย
“ข้ารู้จักเ้ามากี่แสนปีเล็กน้อยเพียงนี้จะไม่รู้ได้อย่างไร องค์หญิงหลิงฉีผู้นี้ โดยศักดิ์ฐานะแล้วนางเป็หลานสาวข้าคนหนึ่ง เ้าไม่ชอบนาง ข้าก็ต้องอยากรู้เป็ธรรมดา”
นั่นเพราะพระชายาเสวี่ยเยวี่ยนคือบุตรสาวของาาเสวี่ยซานที่เกิดแต่หลี่ซูเฟยหลี่ผิง องค์หญิงผู้เป็น้องสาวของอดีตาากิเลนหลี่จื้อหลี่เหอที่เป็าากิเลนคนปัจจุบันคือบุตรชายของหลี่จื้อ โดยลำดับชั้นทางสายเืแล้วเสวี่ยเยวี่ยนจึงมีฐานะเท่ากับหลี่เหอ
“นางนิสัยไม่ดีเท่าใดขอรับ” คำตอบนี้ทำให้ชาวจิ้งจอกเก้าหางหูผึ่งสีหน้าท่าทีใคร่รู้เื่ราวมากขึ้น
“แล้วเ้าไปรู้ได้อย่างไรว่านางนิสัยไม่ดี”พระชายาเสวี่ยเยวี่ยนถามอย่างแปลกใจ
เื่ราวที่เขาพบเห็นองค์หญิงหลิงฉีกลั่นแกล้งหลี่เมิ่งหรูก็ถูกเล่าออกมาอย่างละเอียดฟังเื่ราวจบแล้ว เสวี่ยเยวี่ยนอดเห็นใจหลี่เมิ่งหรูไม่ได้ เพราะหลี่เมิ่งหรูนับเป็หลานสาวของนางเช่นกัน
เสวี่ยเยวี่ยนนึกชื่นชมเสด็จพ่อเสวี่ยซานของนางว่าดีกว่าาาหลี่เหอยิ่งนักเพราะแม้บิดาจะมีภรรยาถึงสาม หากเขาให้ความยุติธรรมอย่างทัดเทียมรักใคร่ส่งเสริมบุตรของเขาทุกคนอย่างไม่ให้น้อยหน้าผู้ใด ดังนั้นแม้จะมีภรรยาถึงสาม หากครอบครัวนี้กลับสงบสุขยิ่ง
นางยังนึกขอบคุณอาหญิงเสวี่ยหลินผู้ล่วงลับไปแล้วที่ฉุดดึงหยางเค่อฟูจวินของนางมาจากเผ่าั เขาจึงได้พบกับความสุขที่เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง เสวี่ยเยวี่ยนจึงรักทั้งเผ่ากิเลนและเผ่าจิ้งจอกเก้าหางยิ่งนัก
“มันเป็ธรรมเนียมในเผ่ากิเลนเ้าเข้าไปยุ่งอะไรมากไม่ได้หรอก ขนาดเสด็จแม่ของข้าที่มาจากเผ่ากิเลนแท้ๆเมื่อแต่งออกมาแล้วก็ไปก้าวก่ายอะไรในเผ่ามากนักไม่ได้” เสวี่ยเยวี่ยนเล่าให้ฟังอย่างไรนางก็ทราบเบื้องลึกเื้ัของเผ่ากิเลนมากกว่าหยางเทียน
“เมิ่งหรูต้องพยายามยืนหยัดด้วยตนเองให้ได้ เมื่อใดที่นางเข้มแข็งพอ นางจึงจะสามารถมีปากเสียงเพื่อตนเองและมารดาได้”นี่เป็คำแนะนำที่นางมอบให้หยางเทียน
ผ่านมาอีกสิบห้าวันหยางเทียนจึงได้รับทราบถึงเื่ราวของกิเลนน้อยหลี่เมิ่งหรู
“องค์หญิงเมิ่งหรูเป็บุตรสาวของาากิเลนหลี่เหอและเจี๋ยยวี๋จิวอิง พ่ะย่ะค่ะ จิวเจี๋ยยวี๋ผู้นี้เดิมเป็คุณหนูใหญ่ของขุนพลจิวหูรูปโฉมของนางงดงามน่ารัก เมื่อถึงวัยเหมาะสม จึงถูกถวายให้าากิเลนหลี่เหอแม้บิดาของนางจะเป็ขุนพลใหญ่แต่ตำแหน่งนี้ก็มิได้ใหญ่โตสักเท่าใดนางจึงได้รับเพียงตำแหน่งเจี๋ยยวี๋อันเป็ลำดับชั้นสูงสุดของยี่สิบเจ็ดพระสนมชั้นสูง”หย่งเสียนรายงานถึงเื่ราวของหลี่เมิ่งหรูให้หยางเทียนฟังหลังจากได้รับคำขอร้องของเขาให้ช่วยสืบเื่ราวของกิเลนน้อยผู้นี้
“าาหลี่เหอมีบุตรสาวทั้งสิ้นห้าองค์ได้แก่ หลี่หลิงฉี อายุสามหมื่นสี่พันปี หลี่ไห่อิ่ง สามหมื่นสามพันปี หลี่ซินเหมยสามหมื่นสองพันปี หลี่หัวอิง สามหมื่นหนึ่งพันปี และหลี่เมิ่งหรู สองหมื่นเก้าพันเก้าร้อยแปดสิบปีองค์หญิงเมิ่งหรูจึงเป็บุตรสาวคนสุดท้องในบรรดาองค์หญิงทั้งห้าและยังเป็น้องสุดท้องในบรรดาโอรสธิดาทั้งหมดของาาหลี่เหอ องค์หญิงทั้งสี่ยังไม่มีคู่หมายแต่ก็เป็ที่คาดเดากันในเผ่ากิเลนว่าาากิเลนจะถวายองค์หญิงหลิงฉีให้องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าเกี่ยวอะไรด้วย”หยางเทียนประท้วงทันที สีหน้าขุ่นเคืองไม่น้อย
“ไม่เกี่ยวก็ต้องเกี่ยวพ่ะย่ะค่ะองค์ชายยังไม่แต่งพระชายาเข้าวัง ทั้งยังไม่มีสนมย่อมเป็ที่หมายปองของเซียนสตรีมากหน้า าากิเลนหลี่เหอและคนเผ่ากิเลนจะคิดเช่นนี้ก็เป็เื่ปกติเผ่าที่เหลือก็ย่อมคิดเช่นเดียวกัน”
หยางเทียนต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แต่ในบรรดาเซียนสตรีที่วาดหวังจะแต่งเข้าวังั์นั้นย่อมต้องผ่านการพิจารณาเป็พิเศษจากมหาเทวี เพราะเกณฑ์การคัดเลือกบุตรสะใภ้ของมหาเทวีนั้นเชื่อได้ว่าจะยากลำบากแก่เซียนสตรีทุกนางดังนั้น องค์ชายไม่ต้องกังวลพระทัยไป” หย่งเสียนตอบกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าท่าทีของเขา
“องค์หญิงเมิ่งหรูจะเข้าพิธีปักปิ่นในอีกยี่สิบปีข้างหน้ายามนางถือกำเนิดมา มิได้มีสิ่งใดโดดเด่น สิ่งที่โดดเด่นคือนางน่ารักราวกับตุ๊กตา ขณะที่สี่องค์หญิงล้วนรูปโฉมงดงามโดดเด่นกว่านางสติปัญญาและความสามารถขององค์หญิงเมิ่งหรูก็ธรรมดาอย่างยิ่งองค์หญิงทั้งสี่มีฝีมือเก่งกาจกว่านาง ดังนั้น จึงไม่ใช่เื่แปลกที่นางจะต้องยอมลงให้องค์หญิงหลิงฉีและองค์หญิงที่เหลือเพราะด้วยความสามารถและระดับพลังของนางล้วนต่ำชั้นกว่าองค์หญิงทั้งสี่”
“แต่เพราะองค์หญิงเมิ่งหรูทราบดีว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่นนางจึงขยันหมั่นเพียรอย่างหนักยิ่งกว่านักเรียนคนใด ดังนั้นเมื่อนางอายุครบสามหมื่นปี นางก็จะสำเร็จการศึกษาจากบูรพานิรันดร์พร้อมกับพี่สาวทั้งสี่ของนาง”
“ยอดเยี่ยม ทราบว่าตนเองอ่อนด้อยนางก็เพิ่มความขยัน ช่างมีวิริยะอุตสาหะยิ่งนัก” หยางเทียนออกปากชม
“และอย่างที่องค์ชายทราบเมื่อองค์หญิงเมิ่งหรูกลับถึงแดนอีสานราชินีเจียวเหม่ยก็ลงโทษให้นางอดอาหารสามวันและไปนั่งคุกเข่าสำนึกผิดที่ศาลบรรพชนสามวันสามคืนเมื่อจบการลงโทษนี้แล้ว นางจึงสามารถกลับมาเล่าเรียนต่อที่บูรพานิรันดร์พ่ะย่ะค่ะ”
“ยามนี้นางอยู่ที่บูรพานิรันดร์แล้ว?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“นางมีสหายที่บูรพานิรันดร์บ้างหรือไม่”
“ก็มีบ้างพ่ะย่ะค่ะ แต่ก็คบหาเพียงผิวเผินและเท่าที่ข้าสืบมาได้ นางไม่มีสหายสนิทเลยสักคนเพราะองค์หญิงทั้งสี่ตั้งกลุ่มกีดกันมิให้ผู้ใดคบหากับองค์หญิงเมิ่งหรูพ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะเหตุใดหรือว่านางเคยมีเื่บาดหมางร้ายแรงกับองค์หญิงทั้งสี่มาก่อน”
“ไม่เคยมีพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่มารดาขององค์หญิงไห่อิ่งองค์หญิงซินเหมย องค์หญิงหัวอิง เป็ลูกพี่ลูกน้องกับราชินีเจียวเหม่ยพวกนางทั้งสี่จึงรวมตัวกีดกันมิให้บุตรหลานของพระสนมคนอื่นเงยหน้าอ้าปากได้องค์หญิงเมิ่งหรูที่ถือกำเนิดจากจิวเจี๋ยยวี๋จึงได้รับเคราะห์นี้ไปอย่างไม่ตั้งใจและเพราะนางไม่ได้เก่งกาจในด้านใดเลย มีเพียงความขยันและอุตสาหะเป็ที่ตั้งจึงกลายเป็ข้อด้อยของนางไปโดยปริยาย”
หยางเทียนต้องถอนหายใจออกมาไม่คาดว่าชีวิตของหลี่เมิ่งหรูดูเหมือนจะย่ำแย่พอๆ กันหรืออาจจะยิ่งกว่าท่านลุงหยางเค่อของเขาเมื่อก่อนหน้านั้นมิน่าคืนวันนั้นที่เขาพบนางโดยบังเอิญ อาภรณ์ที่นางสวมใส่แม้จะดูล้ำค่าอยู่บ้างหากก็ดูไม่สมตำแหน่งองค์หญิงน้อยแห่งเผ่ากิเลนสักเท่าใด
“องค์ชายคิดทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะทรงอย่าลืมว่านี่เป็เื่ภายในของเผ่ากิเลน พวกเราเป็คนนอกไม่อาจยุ่งเกี่ยวได้ เหมือนเช่นที่มหาเทวีเองก็ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเื่ราวของเทพสมุทรบูรพาหยางเซิงเพื่ออุปราชหยางเค่อได้”
หยางเทียนต้องถอนหายใจอีกรอบเขาทราบดีว่าไม่อาจยุ่งเกี่ยวแต่จะให้นิ่งเฉยดูดาย ปล่อยให้กิเลนน้อยนี้ต้องทุกข์ตรมทั้งๆที่เขาสามารถช่วยเหลือนางได้ เขาก็ทำใจไม่ได้จริงๆ
“แต่ยามนี้องค์ชายสบายพระทัยได้ว่าองค์หญิงเมิ่งหรูจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าใดเพราะแม้นางจะถูกองค์หญิงทั้งสี่กีดกันและกลั่นแกล้งหากทั้งหมดก็ยังอยู่ในบูรพานิรันดร์องค์หญิงทั้งสี่ทำอะไรไม่ได้มากนักหรอกพ่ะย่ะค่ะ ดังนั้น ตลอดยี่สิบปีนี้องค์หญิงเมิ่งหรูย่อมอยู่ที่บูรพานิรันดร์ได้ไม่ลำบากนัก”
“แต่เมื่อนางอายุครบสามหมื่นปีแล้วนั่นจึงจะเป็่เวลาที่จะไม่ทราบอนาคตของนางเพราะาาหลี่เหออาจยกนางให้แต่งกับองค์ชายของเผ่าใดเผ่าหนึ่งได้หากองค์ชายคิดช่วยเหลือนาง สมควรรอให้นางผ่านพิธีปักปิ่นก่อนพ่ะย่ะค่ะ”หย่งเสียนแนะนำเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจของเขา
“วิชาต่อสู้เหตุใดจึงยากนักข้าพยายามเท่าใดก็ไม่ดีขึ้นเลย นี่ก็ใกล้จะถึง่ที่ต้องต่อสู้แบบสามต่อสามแล้วข้าควรทำอย่างไรดี จะมีใครยอมให้ข้าเข้ากลุ่มด้วยหรือไม่”เมิ่งหรูบ่นพึมพำกับตนเอง นางนั่งอยู่เพียงลำพังที่ชายป่าด้านหนึ่งของหุบเขาบูรพานิรันดร์สถานที่แห่งนี้ไม่มีเทพเซียนคนใดย่างกรายเข้ามานางจึงมักมานั่งขบคิดหรือฝึกฝนที่นี่เพียงคนเดียวตลอดมา
“ปราณเซียนของข้าก็อยู่เพียงาาเซียนขั้นห้าเหมือนคนอื่นๆองค์หญิงทั้งสี่ต่างอยู่ในระดับาาเซียนขั้นเจ็ดถึงสิบแล้วข้าจะไปเอาชนะพวกเขาได้อย่างไร การสะสมให้ได้หนึ่งแสนคะแนนเป็ไปไม่ได้สำหรับข้าเลย”
“ยามนั้นองค์หญิงเสวี่ยหลินที่อายุพอๆกับข้า ได้ยินว่าปราณเซียนของนางอยู่ที่จักรพรรดิเซียนขั้นสามแล้ว นางฝึกฝนอย่างไรกันนะปราณเซียนของนางจึงแข็งแกร่งเพียงนั้นถ้านางยังมีชีวิตอยู่ ข้าต้องหาวิธีถามนางในเื่นี้ให้ได้”
“ตอนนี้ข้าได้แต่พยายามฝึกฝนให้มากขึ้นแล้วล่ะไม่มีทางอื่นอีกแล้ว” เมิ่งหรูต้องถอนหายใจออกมา นางหาทางออกในเื่นี้ไม่ได้เลย
“ให้ข้าช่วยเ้าดีหรือไม่” เสียงบุรุษผู้หนึ่งดังแทรกขึ้นเมิ่งหรูสะดุ้งเฮือกก่อนจะเหลียวไปมองอย่างใ
เบื้องหน้านางยามนี้เป็เซียนบุรุษรูปร่างสูงโปร่ง ท่าทีสง่างาม เขายืนเอามือไพล่หลังไว้ เส้นผมยาวดำสนิทและชายอาภรณ์พัดพลิ้วไปตามลมเขาอยู่ในอาภรณ์สีขาวดูเรียบง่ายหากชัดเจนว่าตัดเย็บอย่างประณีตมวยผมของเขาครอบไว้ด้วยกวานทองคำขาวฉลุลายแบบเรียบๆ ประดับด้วยหยกน้ำค้างหิมะที่สลักเป็เศียรับ่งบอกชัดเจนว่าเซียนบุรุษผู้นี้มาจากเผ่าัและยังสูงศักดิ์ไม่น้อย
แต่ที่ประหลาดตาคือ เขาสวมใส่หน้ากากสีขาวเรียบใบหนึ่งปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้มองเห็นเพียงริมฝีปากน่ามองและไรหนวดเขียวครึ้มเหมือนเขาเพิ่งโกนหนวดเครามาใหม่ๆเขาแย้มยิ้มให้นางอย่างขบขัน ภาพลักษณ์นี้ทำให้เขายิ่งดูสูงส่งสง่างามกว่าเดิม
เมิ่งหรูจ้องมองเขาอย่างตื่นตะลึงอ้าปากค้างน้อยๆ เบิ่งตาโตกว้าง นางมั่นใจว่านางไม่เคยพบเจอเซียนบุรุษผู้นี้หากน้ำเสียงของเขา นางคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินจากที่ใดมาก่อนเมื่อเพ่งมองอีกทีก็เหมือนจะคล้ายว่านางเคยพบเห็นเขามาแล้ว แต่จะเป็ไปได้อย่างไรนางไม่เคยมีวาสนาพบเซียนบุรุษรูปงามและสูงศักดิ์เช่นนี้แน่นอน เขาเป็ผู้ใด
“ท่านไม่ใช่อาจารย์ที่บูรพานิรันดร์ท่านเป็ใคร” เสียงหวานใสถามออกไปอย่างใจคิด
“หึถึงกับลืมเลือนผู้มีพระคุณของเ้าไปแล้ว?”เขาตอบกลับด้วยเสียงกลั้วหัวเราะทั้งยังเต็มไปด้วยความเอ็นดู
มองเห็นนางเบิ่งตากลมกว้างกว่าเดิมริมฝีปากอ้าออกอย่างใ
“ทะ...ท่าน...ท่านเซียน...หยางไท่”นางเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางจะได้พบเขาเร็วเช่นนี้นี่ห่างมาเพียงเดือนเดียวเองนะที่นางได้พบเขาในสวนดอกไม้ของเทียนจวิน
“ยังจำได้นี่ข้าก็นึกว่ากิเลนน้อยเช่นเ้าจะความจำสั้นเสียแล้ว” เขากล่าวพร้อมกับเดินมานั่งลงข้างกายนางหน้าตาเฉย
“ท่านเซียนหยางไท่จริงๆ?”นางถามอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ
นี่ผู้มีพระคุณของนางรูปงามปานนี้เลย?คืนวันนั้นที่ได้พบเขา นางก็คิดว่าเขาสง่างามมากแล้ว หากวันนี้ได้พบเขาในยามเย็นที่พระอาทิตย์ยังทอแสงอ่อนๆนางจึงเพิ่งทราบชัดเจนว่าเขารูปงามเพียงใด นางไม่เคยพบเห็นเซียนบุรุษใดจะรูปงามเท่าเขามาก่อนแม้มหาเทพหยางหลงจะขึ้นชื่อว่ารูปงาม หากนางก็ไม่เคยพบเห็นมหาเทพมาก่อนเช่นกัน
“เ้าคิดว่าจะมีเซียนใดเหมือนข้าอีกอย่างนั้น?”เขาถามอย่างอารมณ์ดี
“มะ...ไม่มีเ้าค่ะถ้าจะมีก็คงเป็มหาเทพหยางหลง”
เขาแย้มยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเช่นนี้เมิ่งหรูจ้องมองรอยยิ้มของเขาอย่างเผลอตัวก่อนจะนึกขึ้นได้
“เอ่อ...ท่านเซียนมาทำอะไรที่บูรพานิรันดร์เ้าคะ”
“บังเอิญข้าเหาะผ่านมาแถวนี้จึงเห็นเ้านั่งเจ่าจุก สีหน้าราวกับลูกแมวถูกมัดไว้ จึงแวะมาพบเ้า”
จะให้บอกอย่างไรล่ะว่าเขาสู้อุตส่าห์มาเฝ้าดูนางที่บูรพานิรันดร์อยู่หลายวันกว่าจะสบโอกาสเข้ามาพบนางเช่นนี้
“ท่านเซียนกล่าวเสียข้าเห็นภาพเลยเ้าค่ะลูกแมวถูกมัด” ใช่ ยามนี้นางอยู่ในสภาพนี้จริงๆ เพราะนางหาทางแก้ปัญหาไม่ได้
“แล้วอย่างไร ให้ข้าช่วยเ้าหรือไม่”
“เอ่อ...ท่านเซียนช่วยข้ามาครั้งหนึ่งแล้วหากท่านช่วยข้าอีก คงไม่ดีเท่าใด ทั้งข้าและท่านเพิ่งรู้จักกันและรู้จักอย่างผิวเผินข้าไม่สมควรรบกวนท่านอีก ขอเพียงข้าพยายามให้มากๆ ข้าเชื่อว่าข้าจะสามารถผ่านไปได้ท่านเซียนไม่ต้องกังวลหรอกเ้าค่ะ” เมิ่งหรูไม่กล้ารับความช่วยเหลือจากเขาอีก
ฟังนางปฏิเสธแล้ว เขาต้องยิ้มออกมานางปฏิเสธทั้งๆ ที่นางก็มั่นใจว่าเขาสามารถช่วยนางได้ มีเซียนน้อยรายยิ่งนักที่เข้มแข็งพอจะปฏิเสธข้อเสนอดีๆเช่นนี้
“ช่วยเ้าข้าก็ไม่ได้เสียเวลาสักเท่าใด สั่งสอนเ้าให้มากหน่อย เดี๋ยวเ้าก็ทำได้เอง”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ ข้าว่างพอจะช่วยสอนเ้าได้ถือเสียว่าเ้าช่วยข้าให้ใช้เวลาได้เป็ประโยชน์ก็แล้วกัน” เขาบอกง่ายๆบ่งชัดว่าไม่ให้นางปฏิเสธ
“เอ่อ...แล้ว...ท่านเซียนอยากได้อะไรตอบแทนเ้าคะข้าไม่ทราบว่าจะตอบแทนท่านอย่างไร อีกอย่างข้าก็มีโอสถวิเศษและ...”นางก้มหน้าก้มตาบอกกล่าวเขา
“ไม่ต้องหรอกถือเสียว่าข้าสร้างกุศลช่วยกิเลนน้อยอย่างเ้าก็แล้วกัน” เขาตัดบทนางทันที
เมิ่งหรูเงยหน้ามามองเขา นางอ้าปากค้างั์ตากลมโตเบิ่งกว้างอย่างตื่นตะลึงยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต นี่เป็ข้อเสนออันดีเลิศที่ไม่ต้องแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งล้ำค่าใดๆ
มือใหญ่เอื้อมมาหุบปากนางด้วยรอยยิ้มชอบใจ“ถ้าข้าเป็แมลงวัน คงถูกเ้ากลืนลงท้องไปแล้ว”
นางได้แต่ยิ้มแห้งมือใหญ่พลันเอื้อมมาจับข้อมือนางไว้ก่อนจะตรวจชีพจรของนางอย่างละเอียดครู่หนึ่งก็เอ่ยปาก
“ร่างเซียนกิเลนของเ้าไม่มีปัญหาใดเป็ปกติเช่นเซียนทั่วไป หากพลังลมปราณของเ้าต่ำไปสักหน่อย เพียงาาเซียนขั้นห้าแม้ระดับนี้จะอยู่ในระดับเดียวกับผู้อื่น แต่หากจะผ่านวิชาต่อสู้ให้ได้ดีปราณเซียนของเ้าควรอยู่ในระดับาาเซียนขั้นสิบ”
เมิ่งหรูต้องนิ่วหน้า
“าาเซียนขั้นสิบอีกตั้งครึ่ง่ชั้นใหญ่ ข้านึกไม่ออกเลยเ้าค่ะว่าจะฝึกฝนอย่างไรจึงจะไปถึงระดับนั้นได้”นางกล่าวอย่างท้อแท้
“อ๊ะ...ท่านเซียนจะสอนข้าข้าต้องกราบท่านเซียนเป็อาจารย์ก่อนเ้าค่ะ” นางกล่าวอย่างนึกขึ้นได้ก่อนจะกระวีกระวาดนั่งคุกเข่าตระเตรียมโขกศีรษะคำนับเขาเป็อาจารย์หากมือใหญ่เอื้อมมารั้งนางไว้และยังเอ่ยเสียงดุ
“เ้าไม่ต้องทำถึงเพียงนี้หรอกถือเสียว่าข้าชี้แนะเ้าเท่านั้น” เขาตัดบทอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
“แต่...”
“ข้าบอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องอย่าดื้อสิ นี่ข้ายังไม่ทันชี้แนะอะไรเลย เ้าก็จะดื้อเสียแล้ว” เขาดุนางเมิ่งหรูต้องยิ้มแห้งอีกรอบก่อนจะยอมนั่งลงตามปกติ
“เื่ระดับลมปราณของเ้าข้าจะไปคิดดูก่อนว่าควรจะฝึกฝนเ้าอย่างไร”
“เ้าค่ะ”
“เ้ามาพบข้าที่นี่กลางยามซวี (20.00น.) ทุกวัน เริ่มั้แ่พรุ่งนี้ ข้าจะมาชี้แนะให้” เขานัดแนะกับนาง
“เ้าค่ะ”
“ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดพบเห็นเ้ากับข้าแถวนี้ไม่มีเทพเซียนใดอยากมาหรอกเพราะผีดุ”
เมิ่งหรูอ้าปากค้างอีกรอบก่อนจะมีสีหน้าหวาดระแวงั์ตาดำกลมโตคู่งามกวาดมองรอบด้านอย่างหวาดผวาเพราะเวลานี้เริ่มมืดค่ำแล้ว
“นี่แดนเซียนนะเ้าคะ มีผีด้วย?”นางถามอย่างไม่แน่ใจ ไม่เห็นเคยได้ยินว่าแดนเซียนมีผี
“มีสิ ข้ายังเคยเห็นแถวนี้ตั้งหลายครั้ง”เขาตอบกลับอย่างนึกสนุก กิเลนน้อยของเขาน่าแกล้งยิ่งนัก
“ถะ...แถวนี้...หลายครั้ง...เลยเหรอเ้าคะ”น้ำเสียงของนางสั่นน้อยๆ สายตาเหลือบมองรอบด้านอย่างหวาดระแวงกว่าเดิม
“ใช่ หลายครั้ง เ้ากลัวผี?”
“เ้าค่ะ” เมิ่งหรูรับคำสีหน้าแทบจะร้องไห้แล้ว
เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อก่อนจะแบมือตรงหน้านางกลางฝ่ามือของเขาเป็หยกน้ำค้างหิมะสลักเป็รูปเศียรัเช่นเดียวกับหยกประดับบนกวานของเขา
“นี่เป็หยกปราณสื่อสารของข้ามันกันผีได้ เ้าไม่ต้องกังวลว่าจะมีผีตนใดกล้าหลอกหลอนเ้าและหากเ้ามีปัญหาเร่งด่วนอะไร ก็ติดต่อหาข้าผ่านหยกปราณนี้ได้ตลอดเวลา”
เห็นนางรีบหยิบหยกปราณจากมือของเขาอย่างรวดเร็วจนเขาแปลกใจ
“มันกันผีได้จริงๆ นะเ้าคะ”นางถามย้ำ
หยางเทียนแทบหลุดหัวเราะออกมาเดี๋ยวนั้นเขากลั้นหัวเราะเสียจนปวดท้องไปหมด ริมฝีปากยิ้มกว้างอย่างกลั้นไม่อยู่ นางไม่ได้สนใจว่านี่เป็หยกปราณที่ใช้ติดต่อเขาได้ตลอดเวลาหากสนใจเพียงว่ามันกันผีได้ ! !
หากเป็ผู้อื่นที่ได้รับหยกปราณนี้จากเขามีแต่จะยินดีที่จะได้ติดต่อกับเขาโดยตรงและยังเป็การติดต่อเขาได้ตลอดเวลา
กิเลนน้อยของเขาช่างน่ารักน่าแกล้งเสียจริงๆนางให้ความรู้สึกถึงความน่ารักน่าเอ็นดูเช่นเดียวกับเ้าแมวน้อยลี่หยานและลี่อินที่วังั์ของเขานัก
“กันได้สิ เ้าไม่เชื่อข้า?” เขาถามกลั้วหัวเราะ
“ไม่ใช่เ้าค่ะ ข้าเชื่อท่านแค่อยากให้แน่ใจ” เขายิ้มกว้างอย่างชอบใจ
“เ้าเก็บหยกปราณของข้าไว้ให้ดีอย่าให้ผู้ใดพบเห็น นี่เป็ของสำคัญของข้า”
“เ้าค่ะ ข้าจะเก็บไว้กับตัวไม่ให้ผู้ใดพบเห็นเด็ดขาด”
“ดีมาก”
“เอ่อ...ข้ากลับก่อนนะเ้าคะมันมืดแล้ว ข้า...เอ่อ...” นางพลันกล่าวอำลาเขาอย่างรวดเร็ว
“เ้ากลับเถิด แล้วอย่าลืม พรุ่งนี้ที่นี่ กลางยามซวี” เขาย้ำนัดหมายอีกครั้ง
“เ้าค่ะ ขอบคุณท่านเซียนมากนะเ้าคะข้าไปก่อน” นางกล่าวพร้อมกับรีบลุกขึ้นยืนและเหาะจากไปชนิดไม่หันกลับมามองเขาแม้แต่นิดเดียวเห็นนางเหลียวมองรอบด้านอย่างหวาดๆ ไปพร้อมกัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” เขาหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่เมื่อนางลับสายตาเขาไปมาพบนางครั้งนี้ช่างสร้างความบันเทิงใจให้เขาดียิ่งนัก
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ลูกมีเื่อยากปรึกษาพ่ะย่ะค่ะ” หยางเทียนเอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามาร่วมรับประทานอาหารเช้าพร้อมบิดามารดาที่ตำหนักใหญ่
“เ้าจะปรึกษาเื่ใด” มหาเทพหยางหลงถามขึ้นอย่างสงสัยร้อยวันพันปีเ้าลูกชายตัวดีแทบไม่เคยมีเื่ใดมาปรึกษา
“ลูกคิดช่วยเซียนน้อยนางหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“เซียนน้อยนางหนึ่ง? ผู้ใด?” มหาเทวีเสวี่ยหลินถามขึ้นอย่างแปลกใจ ทราบอยู่หรอกว่าบุตรชายของนางใจดีมีเมตตา แต่ไม่เคยเห็นว่าเขาจะมาปรึกษาและออกปากช่วยใครเป็เื่เป็ราวเช่นนี้มาก่อนทั้งดูท่าทีแล้วน่าจะไม่ใช่เื่เล็กเสียด้วย
เื่ราวของหลี่เมิ่งหรูองค์หญิงน้อยแห่งเผ่ากิเลนจึงถูกหยางเทียนเล่าออกมาจนหมดสิ้น
“เ้าก็เลยจะช่วยสั่งสอนชี้แนะนางก็ดีแล้วนี่ลูก แม่กับพ่อไม่ห้ามเ้าหรอก”
“แต่ระดับพลังปราณของนางที่าาเซียนขั้นห้าลูกเห็นว่าต่ำไปสักหน่อย ลูกจึงอยากให้เสด็จแม่ช่วยเหลือพ่ะย่ะค่ะ”