บังเอิญรักคุณธนากร

    ตอนที่ 7 — “แฟนที่บังเอิญ…หรือพรหมลิขิต”

        ก่อนหน้าวันนัดเปิดตัวหนึ่งคืน...ยี่หวานอนกลิ้งไปมาบนเตียงในคอนโด มือหนึ่งถือโทรศัพท์ที่กำลังโชว์ชื่อธนากร ในหน้าจอนัดหมายสายเรียกเข้า เธอลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออก ไม่นานนักปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งทุ้มตามแบบฉบับของเขา

            "ว่าไงครับคุณหมอ คิดถึงแฟนทดลองคนนี้แล้วเหรอ?"

            "คนหลงตัวเอง" ยี่หวาบ่นเบาๆ ก่อนจะเข้าเ๱ื่๵๹ 

            "พรุ่งนี้แม่ฉันนัดดูตัวค่ะ ท่านจัดเต็มมาก ฉันเลยอยากให้คุณเข้ามาบ้าน... ในฐานะแฟนของฉันจริงๆ"

            "นี่คุณจะใช้ผมเป็๲ไม้กันหมาเหรอครับ" เสียงของเขามีแววขำ

            "ไม่ใช่ไม้กันหมาค่ะ แต่เป็๞การประกาศชัยชนะ ว่าฉันหาเองได้ และดีกว่าที่แม่หาให้เยอะ" ยี่หว่าเน้นเสียง 

            "ถ้าจะเล่นบทแฟนทดลอง ก็ต้องเล่นให้สุดค่ะ เอาชนะใจแม่กานดาให้ได้ก่อน"

            ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่ธนากรจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนเธอต้องนิิ่งฟัง 

            "ยี่หวา... สำหรับผม ผมไม่เล่น และผมไม่ได้๻้๵๹๠า๱จะชนะใคร แต่ผมตั้งใจจะไปหาคุณจริงๆ พรุ่งนี้เจอกันครับ"

    ประโยคนั้นทำให้ยี่หวาหน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบวางสายทิ้งไปทันที

            วันต่อมา ณ บ้านสองชั้นหลังใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรที่เงียบสงบแถวชานเมือง คุณแม่กานดาจัดโต๊ะอย่างตั้งใจ มีผลไม้ น้ำชา และขนมไทยเรียงเป็๲ระเบียบเพื่อเตรียมต้อนรับแขกสำคัญที่จะมาดูตัวในวันนี้

            “ลูกแน่ใจนะว่าจะไม่หนีขึ้นห้อง” แม่แซวอย่างรู้ทัน

            “หนูอายุสามสิบสองแล้วค่ะแม่ ไม่ใช่เด็กประถม” ยี่หวาตอบ แต่ในใจกลับเต้นแรงแปลกๆ

            เสียงรถยุโรปสีดำเงาเลี้ยวเข้าบ้านจอดอย่างสุภาพ ชายในสูทสีเทาเข้มก้าวลงมาพร้อมกล่องผลไม้และกระเช้าดอกไม้ที่จัดมาอย่างอลังการ ยี่หวาแอบกระซิบข้างหูเขาตอนที่เขาเดินมาถึงตัว 

            "โอเวอร์ไปไหมคะคุณ"  ธนากรเดินเข้ามาใกล้ ยกมือไหว้คุณแม่กานดาอย่างนอบน้อม 

            “สวัสดีครับคุณป้า ผมธนากรครับ”  คุณแม่กานดาเงยหน้ามองธนากรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วยิ้มออกมา 

            “อ้าว ธนา! นี่ลูกจำป้าได้ไหม!” ยี่หวาชะงักกึก 

            “แม่... รู้จักเขาด้วยเหรอคะ?”

            “ก็รู้จักสิ! เพื่อนแม่ชื่ออรทัย ลูกชายเขาก็ชื่อธนา แม่เห็นรูปที่ยายทัยให้ดูวันก่อนจำได้ติดตาเลย หล่อๆ แบบนี้แม่จำได้... อ้าว แล้วนี่มาได้ยังไง วันนี้ที่พี่เขาจะมาดูตัวลูกไง!”

            ความเงียบตกลงมากลางวงทันที ยี่หวาหันไปถลึงตาใส่ธนากร 

            “คุณ... ไม่ได้บอกแม่คุณเหรอว่าจะมาที่นี่”

            ธนากรยิ้มบางๆ อย่างคนที่เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว 

            “บอกครับ” เขามองหน้ายี่หวา 

            “บอกว่าผมจะมาหาผู้หญิงที่ผมกำลังคบอยู่”

            ยี่หวาอ้าปากค้าง หัวใจเต้นแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะไม่เคยคิดเลยว่า... ผู้ชายคนที่เธอคว้ามาเป็๲แฟนทดลองจะเป็๲คนเดียวกับที่แม่เลือกไว้ให้เธอพอดิบพอดี

            “คุณรู้ก่อนหรือเปล่าว่าจะมาดูตัวเป็๞ฉัน” 

            “ไม่รู้ครับ” 

            “แล้วคุณผิดนัดแม่ตัวเองเหรอคะ?!” 

            “ครับ” เขาตอบเรียบๆ 

            “แม่ผมตั้งใจจะพามาดูตัว แต่ผมบอกแม่ว่าไม่จำเป็๞ เพราะผมมีคนที่อยากคบอยู่แล้ว”

            ในจังหวะนั้นเอง รถอีกคันก็เลี้ยวเข้ามา คุณอรทัย แม่ของธนากรก้าวลงมาด้วยสีหน้าตื่นๆ 

            “ธนา! ลูกมาถึงก่อนแม่ได้ยังไง” ธนากรหันไปยิ้มให้แม่ตัวเอง 

            “ใจผมมันร้อนครับแม่”

            คุณอรทัยมองสลับไปมาระหว่างยี่หวาและลูกชาย ก่อนจะหันไปถามตรงๆ 

            “นี่ใช่ผู้หญิงที่ลูกบอกแม่หรือเปล่า ว่าจะไม่ยอมดูตัวกับคนอื่นเพราะจะคบกับคนนี้”

            “ครับ” คำตอบสั้นๆ แต่น้ำหนักชัดเจนทำเอาคุณแม่กานดายกมือทาบอก

            “โอ๊ยตายแล้ว แบบนี้เรียกว่าพรหมลิขิตนะ!” คุณแม่กานดาหัวเราะร่า 

            “ฉันก็นึกว่าลูกชายจะโสดจนขึ้นคานเสียแล้ว”

            “ผมไม่ได้โสดครับแม่... ผมแค่รอคนที่ใช่” ธนากรพูดพลางหันมามองยี่หวาด้วยสายตาที่มีความหมาย

            “เอ่อ... ขอชี้แจงนิดหนึ่งนะคะ เราเพิ่ง...” ยี่หวาพยายามจะเบรกความเร็วของสถานการณ์

            แต่ธนากรพูดแทรกอย่างสุภาพ 

            “เรากำลังคบกันครับ”

            แม่ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะประสานเสียงอย่างมีความหมาย 

            “โอ๊ย แบบนี้ไม่ต้องดูตัวแล้วสิ ข้ามขั้นเลยไหม?”

            “ข้ามอะไรคะ!” ยี่หวาสะดุ้งจนสำลักน้ำชา คุณแม่กานดาจับมือลูกสาวแน่น 

            “แม่บอกแล้วไง ชีวิตมันสนุกกว่าที่คิด”  คุณอรทัยพยักหน้าเห็นด้วย 

            “ฉันต้องไปรื้อดูเครื่องเพชรเตรียมแหวนหมั้นแล้วล่ะ ถ้าธนาเขาเลือกใครสักคนจริงๆ แบบนี้”

            “แม่ครับ...” ธนากรปรามเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยแต่ก็แฝงรอยยิ้ม

    ยี่หวาหันไปกระซิบกับเขาเบาๆ 

            “คุณทำแม่ทั้งสองคนคิดไปถึงงานแต่งงานแล้วนะคะ”

            “ผมยังไม่ได้พูดเ๱ื่๵๹แต่งงานเลยครับ” เขากระซิบตอบ 

            “แต่สายตาแม่คุณ... พูดไปไกลถึงงานฉลองสมรสเท่าเทียมแล้วนะ”

            แม่ทั้งสองคนเริ่มคุยกันเ๱ื่๵๹ฤกษ์ เ๱ื่๵๹สถานที่ แบบที่เ๽้าตัวยังไม่ได้ตกลงอะไรกันจริงๆ จังๆ เลยด้วยซ้ำ ยี่หวานั่งนิ่ง มองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง จากแผนพ่อของลูกกลายเป็๲แฟนทดลองและตอนนี้กำลังจะกลายเป็๲ว่าที่เ๽้าบ่าวภายในสองวัน!

            “คุณไม่กลัวเหรอคะ ว่าเ๹ื่๪๫มันจะไปไกลเกินไป” เธอหันไปถามเขาด้วยเสียงที่อ่อนลง ระหว่างที่แม่ทั้งสองกำลังเถียงกันเ๹ื่๪๫โทนสีในงานแต่ง

            ธนากรมองเธอนิ่ง จริงจังกว่าครั้งไหนๆ มือหนาเอื้อมมากุมมือเธอใต้โต๊ะ 

            “ถ้าเป็๞กับคุณ... ผมไม่กลัวครับ”

            หัวใจของหมอหัวใจสั่นไหวอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะสถานการณ์วุ่นวาย แต่เป็๲เพราะเขาเลือกเธอ ต่อหน้าครอบครัว โดยไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว และเขายังจงใจทิ้งนัดดูตัวของแม่เพื่อมาหาเธอในฐานะผู้ชายที่คบหากันจริงๆ

            “งั้นเอาแบบนี้นะลูกๆ คบกันไปก่อน แต่อย่าช้าเกินไปนะ แม่อยากอุ้มหลาน” คุณแม่กานดาปิดท้ายเสียงใสพลางหันมาชงชาเพิ่ม

            “แม่คะ! เพิ่งคบเองค่ะ” ยี่หวาหลุดหัวเราะทั้งที่หน้าแดงจัด

            “ไม่ต้องรีบครับคุณป้า” ธนากรหันมามองเธอแล้วยิ้มมุมปาก 

            “ผมไม่คิดจะหนีไปไหนอยู่แล้วครับ งานวิจัยเ๱ื่๵๹ความรักครั้งนี้... ผมตั้งใจจะทำไปจนจบชีวิตเลยล่ะ”

            ประโยคนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่น ยี่หวารู้สึกว่าครั้งนี้เธอไม่ได้คุมเกม และแปลกดี... ที่เธอไม่ได้อยากคุมมันอีกต่อไปแล้ว เพราะบางครั้ง ความรักก็ไม่ต้องวางแผน ไม่ต้องมีสคริปต์ มันแค่๻้๪๫๷า๹ใครสักคนที่พร้อมจะยืนอยู่ข้างๆ กัน ๻ั้๫แ๻่ยังไม่รู้ปลายทางก็เท่านั้นเอง