09.00 น.
พวกผมตื่นนอนแต่เช้าตรู่ไม่ได้หวังว่าจะเห็นทะเลหมอกยามเช้าเหมือนสาวๆกระโจมข้างๆ ที่เราตามมา แต่เราตื่นเช้าเพื่อจะได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขที่พวกเธอพึงพอใจกับทัศนียภาพยามเช้าของที่พักแห่งนี้ต่างหากล่ะหลังจากอาบน้ำแต่งตัวและเก็บกระเป๋าที่มีของอยู่น้อยชิ้นของเราเสร็จก็เฝ้าสังเกตการณ์ว่าสาวๆ เก็บของเตรียมกลับกันหรือยังพี่หลินให้ข้อมูลมาว่าพวกเธอจะกลับรีสอร์ตของนุ่มนิ่มวันนี้ พวกผมก็ได้แต่รอรอโอกาสที่จะได้พูดคุยกับคนที่คิดถึงมาตลอดหลายวัน
“ไปกันไอ้เสือ”ไอ้ดิฟตบไหล่เมื่อเห็นว่าคนที่มันเฝ้ามองมาตลอดกำลังเดินลงจากที่พักเป็คนแรกแล้วมันก็เดินไปจับมือให้นุ่มนิ่มเดินไปกับมัน เธอใเล็กน้อยที่เห็นพวกผมที่นี่แต่ก็เดินตามไปโดยดีเพื่อนคนอื่นของผมก็ทำเหมือนกัน
“เดี๋ยวเราไปส่ง”ผมเดินไปยืนข้างหน้าน้ำแล้วดึงกระเป๋าสะพายหลังใบใหญ่ที่เธอสะพายอยู่ออกจากไหล่วันนี้เธอแต่งตัวสบายๆด้วยเสื้อฮู้ดแขนยาวสีชมพูสวมกางเกงยีนเข้ารูปสีดำสวมรองเท้าผ้าใบสีชมพูและเปียผมง่ายๆอย่างน่ารัก
“.........” เธอมองตามเพื่อนๆ ของเธอไม่ได้พูดอะไรกับผมแต่ก็ยอมเดินตามผมมาขึ้นรถ
“มาเที่ยวกี่วันแล้วเนี๊ยะ ของเยอะจังเลย”ผมแกล้งพูดเย้าเธอพร้อมกับยกกระเป๋าเธอขึ้นเหมือนหนักมากทั้งๆที่ไม่ได้หนักเลยสักนิด
“.........” เธอก็ยังไม่ตอบผมอยู่ดี
“ขึ้นรถเถอะ”ผมเอากระเป๋าของเธอไปไว้ที่เบาะหลังก่อนจะเดินมาเปิดประตูรถด้านข้างคนขับแล้วดันตัวให้เธอขึ้นไปนั่งเธอก็ยอมขึ้นรถแต่โดยดี
“.........” มีแต่ความเงียบเธอไม่หันมามองหน้าผมด้วยซ้ำ
“หิวไหม...... เฮ้อ!” ผมถอนหายใจอย่างหนักใจนอกจากเธอจะไม่มองหน้าผมแล้วเธอยังไม่ยอมพูดกับผมด้วย ผมค่อยๆ ขับรถออกมาอย่างช้าๆ
“เมื่อคืนได้นอนหรือเปล่า หน้าโทรมเหมือนผีเลย”ฟังจากน้ำเสียงของเธออย่างน้อยเธอก็ยังห่วงผมอยู่
“เราขอโทษนะ”
“เื่อะไร”เธอไม่มองหน้าผมแต่หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
“ทุกเื่ที่ทำให้น้ำไม่สบายใจ ทุกๆ เื่ที่ทำให้น้ำเสียใจ”
“แค่ดินดูแลตัวเองน้ำก็สบายใจมากแล้ว”ผมมองเธอผ่านกระจกหน้าต่างด้านของเธอเพราะมันสะท้อนภาพเงาของเธออยู่
“เื่คืนนั้น เรา......”
“ไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกดิน”เธอพูดตัดบทผมไม่ยอมให้ผมพูดต่อ
“ยังไม่หายโกรธใช่ไหม” ผมถามทั้งๆที่รู้ว่าเธอโกรธผมแน่ๆ
“น้ำคงโกรธดินไม่ได้ และไม่มีสิทธิ์โกรธด้วย”เธอบอกผมด้วยเสียงหนักแน่นและจริงจัง
“สะกดจิตตัวเองอยู่หรอน้ำ”ผมประชดเธอเพราะรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทางไม่รู้สึกอะไรของเธอแต่เพราะผมรู้ว่าเธอมีความรู้สึกพิเศษกับผมและเธอเลือกที่จะเก็บมันไว้ ผมรู้สึกมานานแล้วแต่เพราะผมยังสนุกกับชีวิตโสดและกลัวการผูกมัดผมจึงเลือกที่จะมองผ่านความรู้สึกนั้นและตัวเธอเองก็แสดงออกอยู่เสมอว่าเราไม่สามารถเป็ได้มากกว่านี้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่เธอให้ผมจนถึงตอนนี้เธอก็ยังเว้นระยะห่างให้เราเป็แค่เพื่อนอยู่
“สะกดจิตอะไรดิน น้ำไม่ใช่แม่มดนะจะได้มีพลังพิเศษเหมือนในหนัง” เธอประชดผมกลับ
“ก็สะกดจิตว่าไม่รู้สึกอะไร ทั้งๆที่เสียใจที่เห็นเราจูบกับคนอื่น”
“บ้าแล้ว ใครจะไปสนใจดินจะกอดจูบใครที่ไหนก็เื่ของดิน น้ำไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิดและไม่ได้เสียใจด้วย” เธอกอดอกขณะพูด เป็กิริยาตอบสนองของเธอเวลาโกรธและผมก็แอบเห็นสีหน้าของเธอผ่านหน้าต่างด้านข้าง เธอโกรธจริงๆ แต่ยังปากแข็งอยู่
“ไม่เสียใจ แล้วใครที่ร้องไห้และวิ่งหนีเราไป”ผมทบทวนความทรงจำของเธอ
“น้ำไม่ได้ร้องไห้และไม่ได้หนีด้วย”
“แต่เราเห็นน้ำวิ่ง หนึ่งก็วิ่ง ไอ้เดียวเป็พยานได้”
“พวกผู้ชายเ้าชู้ ยังไงก็ต้องเข้าข้างกัน” เธอพึมพำกับตัวเอง แต่ผมได้ยินเต็มสองหูเลย
“หึ หึ หึ” ผมหัวเราะเบาๆขำที่เธอเผลอพูดสิ่งที่คิดออกมา
“.........”เธอหันมามองค้อนให้ผมเพราะได้ยินเสียงหัวเราะของผม
“เข้าใจใหม่นะดิน น้ำไม่ได้วิ่ง และไม่ได้ร้องไห้ด้วยน้ำคุยธุระกับพี่หลินเสร็จแล้วและกำลังจะกลับ แต่พี่หลินบอกว่าดินมาน้ำเลยกะว่าจะแวะไปทักทาย แต่เห็นว่าดินกำลัง ‘ยุ่ง’ และคงไม่อยากโดนขัดน้ำก็เลยกลับ อีกอย่างมันก็ดึกมากแล้วน้ำก็เลยรีบเดินจะได้ถึงคอนโดเร็วๆจะได้นอนและตื่นแต่เช้าก็เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรอย่างที่ดินคิดทั้งนั้นดินชอบคิดเองเออเองตลอด” เธอพูดเน้นคำว่า ‘ยุ่ง’ เห็นได้ชัดเลยว่าเธอกำลังไม่พอใจผมได้แต่ยิ้มขำกับอาการแถของเธอ
“ถ้าเราบอกว่าเข้าใจ น้ำจะหายโกรธไหม”ผมยอมลงให้เธอเหมือนทุกครั้ง
“ก็บอกว่าไม่โกรธไงดิน” เธอพูดเสียงดังขึ้น
“ครับ ไม่โกรธครับ” ผมตัดบทสนทนาเพราะไม่อยากทำให้เธออารมณ์เสียมากไปกว่านี้ผมขับรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อพูดคุยกับเธออย่างจริงจัง
“อย่าเพิ่งลงเรามีเื่ต้องคุยกับน้ำอีกเื่” ผมจับแขนน้ำไว้เมื่อเธอทำท่าว่าจะลงจากรถ
“.......” เธอมองมือของผมที่จับแขนเธอไว้ส่งสายตาบอกให้ผมปล่อยมือออกจากแขนของเธอ ผมยอมทำตามแต่โดยดี
“เรารู้จักกันมาเกือบจะสี่ปีและเราก็รู้ว่าน้ำรู้ว่าเรารู้สึกพิเศษกับน้ำมากกว่าผู้หญิงคนอื่น” ผมเว้นคำพูดไว้เพื่อดูว่าเธอจะแสดงอาการยังไง
“น้ำเคยบอกดินแล้วว่าน้ำฉลาด” เธอพูดย้ำสิ่งที่เคยบอกผมเมื่อนานมาแล้วและผมรู้ดี
“ครับ ฉลาดมากด้วย” ผมบีบจมูกเธอเธอรีบปัดมือผมออกจากจมูกเธออย่างไม่ชอบใจ
“แล้วยังไงล่ะดิน จะพูดอะไรก็พูดมาน้ำจะไม่คิดเองว่าดินอยากบอกอะไรน้ำ” เธอจ้องหน้าผมอย่างรอคอยสิ่งที่ผมจะบอก
“น้ำรู้ใช่ไหมว่าเราหวงความโสด”
“น้ำรู้ มันเป็สิทธิ์ของดินที่จะทำตามความ้าของดินเองและน้ำก็เคารพสิทธิ์นั้นแต่น้ำไม่เคยยอมรับนิสัยเพลย์บอยของดินนะเผื่อว่าดินอยากจะรู้ผู้หญิงของดินพวกนั้นก็คงไม่ชอบแต่เค้าคงไม่อยากเสียดินไปเลยต้องยอมรับข้อตกลงบ้าๆที่ดินตั้งขึ้นมาเอาเปรียบพวกเธอ” น้ำพูดด้วยอาการไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่ผมทำ
“แต่เราก็ให้สิ่งตอบแทนที่เค้า้ามันคือข้อตกลงนะน้ำ” ผมอธิบายให้น้ำเข้าใจเพราะผมให้สิ่งตอบแทนกับผู้หญิงที่ผมยุ่งเกี่ยวด้วยทุกคนอย่างสมเหตุผล
“แล้วถ้ามีคนใดคนหนึ่งรักดินขึ้นมาล่ะมันไม่สนุกเลยนะดิน” ผมเห็นแววสั่นไหวในดวงตาของเธอ
“ไม่มีใครรักดินหรอก ถ้าจะมีก็มีแค่น้ำนั่นแหละ”ผมจับไหลเธอให้หันมามองตาผม ผมจ้องตาเธอบอกความรู้สึกของผมผ่านสายตา
“น้ำไม่เคยบอกว่า....... ช่างเถอะดินอย่าคิดเข้าข้างตัวเอง” เธอขืนตัวออกจากมือของผม แต่ผมไม่ยอมปล่อยมือ
"เราจะทำให้น้ำพูดออกมาในสักวัน”
“.........”ผมมองตาเธอด้วยสายตาอ่อนโยนสื่อความหมายและผมก็รับรู้ได้ว่าเธอเข้าใจสิ่งที่ผม้าสื่อถึงเธอ
“ดินรักน้ำ” พูดจบผมก็โน้มตัวเธอลงมาจูบไม่ได้เร่งเร้าแต่กลับอ่อนโยนอ่อนหวาน ผมเริ่มขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆแสดงความรักความคิดถึงทั้งหมดที่ผมมี ผมหลงไหลริมฝีปากอ่อนนุ่มหวานละมุนนี้ผมจูบเธอเนิ่นนาน เธอเคลิบเคลิ้มไปกับรสััของผม “จูบแรก”เพียงแค่ััครั้งเดียวก็ทำให้รู้ว่าผมเป็คนแรกที่จูบเธอ
“.........” ผมถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดายและนั่นทำให้เธอได้สติและก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
“ต่อไปนี้ดินจะจูบน้ำคนเดียวเท่านั้นจูบแรกของน้ำเป็ของดิน ดินสัญญาด้วยจูบนี้ว่าต่อไปดินจะมีแค่น้ำเท่านั้นช่วยคิดถึงความสัมพันธ์ของเราต่อจากนี้ด้วย”ผมเชยคางเธอให้มองตาผมและพูดสิ่งที่ผมคิดมาตลอด
“ตอนนี้น้ำยังไม่มีคำตอบอะไรให้ดินทั้งนั้น แต่ถ้าดินทำให้น้ำมั่นใจได้จริงๆน้ำจะพูดคำที่ดินอยากได้ยิน” เธอหันหน้าหนีไม่ยอมสบตากับผมกระจกข้างรถทำให้ผมก็เห็นว่าเธอเขินอายมากขาดไหน เป็กิริยาที่น่ารักมากจริงๆ
“ครับ ดินจะรอวันที่น้ำยอมรับในตัวดินนะดินให้สัญญากับน้ำแล้ว ดินจะไม่มีวันทำให้น้ำเสียใจ” ผมดึงเธอให้หันมาสบตากับผมอีกครั้งและจูบหน้าผากเธอเป็คำสัญญา
“การกระทำสำคัญกว่าคำพูดนะน้ำไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่” เธอลูบแก้มของผมอย่างเบามือ
“นานเท่าไหร่ก็จะรอ ไม่ใช่ว่าไม่เคยรอนี่”ผมจูบหลังมือของเธอเป็การยืนยันคำพูดของผม